Help - Search - Members - Calendar
Full Version: ประวัติหลวงพ่อวงษ์ วํสปาโล วัดปริวาสราชสงคราม
ชุมชนคนรักมีด > ลานพระเครื่อง (Amulet Talk) > วัตถุมงคลและพระเครื่อง (Amulet Talk)
ALEXLEE
ประวัติหลวงพ่อวงษ์ วํสปาโล วัดปริวาสราชสงคราม
ภาค 1
หลวงพ่อวงษ์ บิดาชื่อ นายเลียบ เจริญกุล มารดาชื่อ นางจั่น เจริญกุล
เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย. 2445 บ้านเลขที่ 193 ต.บางโพงพาง อ.บ้านทวาย(ยานนาวา) กรุงเทพฯ
มีพี่น้อง 8 คน เป็นคนที่ 5

การศึกษา
จากการสอบถามปู่เสงี่ยม เถื่อนอิ่ม อายุ 91 ปี ได้ความว่า ในสมัยนั่นใครที่เรียนหนังสือกับพระวัดปริวาสฯ
แล้วต้องไปสอบไล่เพื่อจบป.4ที่ ร.ร.วัดไพชยนต์ ฝั่งพระประแดง จากประวัติของท่านบันทึกว่าท่านจบป.4 ไม่ทราบ ร.ร.
แต่สันนิษฐานว่า ท่านเรียนหนังสือกับพระที่วัด แล้วไปสอบเทียบความรู้จนจบป.4 ซึ่งถือว่าสูงสุดในสมัยนั้น
จนอายุ 21 ปี ก็โดนเกณฑ์ไปเป็นทหารเรืออยู่ในกรมสรรพวุธบางนา ปลดประจำการเมื่ออายุ 23 ปี
ALEXLEE
บรรพชา
หลังปลดประจำการก็อุปสมบท ที่วัดปริวาสฯ เมื่อวันพุธ ที่ 17 มิ.ย. 2468 โดยมี พระครูวินยานุบูรณาจารย์(เชย)
วัดโปรดเกษเชษฐาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดไม้วัดปริวาสฯเป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูขันตยาภิวัฒน์ วัดด่าน
เป็นพระอนุสาวนาจารย์
การศึกษาบวชเรียน
เมื่ออุปสมบทแล้วได้เดินทางไปศึกษาที่สำนักเรียน วัดทองธรรมชาติ วัดจักรวรรดิราชาวาส(สามปลื้ม) วัดมหาธาตุ
จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี และได้เรียนภาษาบาลีแบบมูลกัจจายน์ ขอมบาลีและขอมไทยจนชำนาญ แตไม่ได้เข้าสอบเพิ่ม
เนื่องจากพระปลัดไม้มรณะภาพในปี 2471 และหลวงพ่อวงษ์ ก็ได้รับการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส วัดปริวาสฯ
เมื่อปี 2472 ท่านจึงหยุดการศึกษาเนื่องจากไม่มีเวลา
ALEXLEE
การศึกษาวิทยาคม
1.ศึกษาจากพระปลัดไม้ วัดปริวาสฯ ซึ่งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ จากการสอบถามปู่ฟัก ปู่เสงี่ยม อายุเกิน 90 ปี
ยายอารี อายุ 88 ปี จึงทราบว่า พระปลัดไม้มีชื่อเสียงจากการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร
และการสูญฝีด้วยปูนกินหมากและชำนาญวิชาจับยามสามตา และถ่ายทอดวิชาต่างๆให้แก่หลวงพ่อวงษ์
2.ปู่เนียน สังข์เนตร อาศรมบางวัว สมุทรปราการ ติดค่ายสรรพวุธบางนา ท่านศึกษาวิชาจากปู่เนียนมากที่สุด เช่น การเล่นแร่แปรธาตุ
การต้มปรอท การรักษาโรค การเขียนผงลบผง ซึ่งท่านก็สามารถปฏิบัติได้ดี ไม่แพ้ผู้เป็นอาจารย์
3.พระครูรัตนรังษี(หลวงพ่อพุ่ม)วัดบางโคล่นอก ซึ่งเก่งวิชาวิปัสสนา และโด่งดังมากในยุคนั้น แม้แต่สมเด็จพระสังฆราช แพ
ยังทรงเลื่อมใส ไดปทานผ้ากราบให้เป็นเครื่องยกย่อง
4.ศึกษาจากตำราเก่า ทั้งตำราเขียนผงอิทธิเจ การลงตะกรุด ตำรายารักษาโรค ตำราจับยามสามตา ตำราคาถาต่างๆ
ประมาณ 3 หีบไม้ ที่ได้รับตกทอดมาจากพระปลัดไม้ และอาจรย์ท่านอื่นอีกหลายท่าน
5.ศึกษาจากหลวงปู่ปาน วัดมงคลโคธาวาส(บางเหี้ย) ท่านน่าจะศึกษาจากหลวงปู่ปาน ทางนิมิต ซึ่งท่านได้ศึกษาวิชา
สร้างเสือและปลุกเศกเสือ ได้ขลังตามแบบหลวงปู่ปานผู้เป็นอาจารย์ แต่หลวงพ่อวงษ์ ไม่ได้สร้างเสือจากเขี้ยวเสือแกะ
เพราะไม่อยากทับรอยอาจารย์
ALEXLEE
ภาคที่ 2 วัตถุมงคล
วัตถุมงคลยุคต้น
หลวงพ่อวงษ์เริ่มสร้างวัตถุมงคลประมาณปี 2485 เป็นพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผง จากคำบอกเล่าของท่านที่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า ท่านเขียนผงได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี ท่านเขียนผง นะปถมัง และผง อิทธิเจ (และจากคำบอกเล่าของปู่เสงี่ยม เคยเห็นหลวงพ่อวงษ์เขียนลบผงในปี 2478) ซึ่งหลวงพ่อใช้เวลาเขียนลบผงทั้ง 2 อย่างกว่า 10 ปี จนได้ผงพอสมควรแล้ว ท่านก็เริ่มทำพระผงพิมพ์สมเด็จ ครูอุดมเล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2489 ครูอุดมบวชเป็นพระอยู่ได้เห็นหลวงพ่อตำผงผสมผงพิมพ์พระแล้ว หลวงพ่อทำพระหลายปี แต่ได้พระไม่มากเท่าไหร เพราะว่าท่านผสมผง นะปถมังและผงอิทธืเจมาก จึงเปลืองผงมากเนื้อพระก็มีมวลสารน้อยเพราะมีผงมาก และพระของท่านจะถูกน้ำไม่ได้จะละลายเป็นก้อน พระของท่านมีดินสอพองเป็นหลัก มีกล้วยเป็นตัวประสาน มีข้าวสุกตากแห้ง พระของท่านจึงมีกลิ่นหอม ถ้าเก็บรักษาไม่ดีจะมีแมลงกัดแทะทำให้พระของท่านเหลือมาถึงปัจจุบันน้อย และพระเครื่องของท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก มักจะมีผู้ที่ชอบขูดขอบพระบ้าง เจาะด้านหลังบ้าง แช่น้ำบ้าง เพื่อนำผงของพระไปใช้ในทางเสน่ห์เรื่องผู้หญิง และใช้ได้ผลดี จนมีเรื่องมาถึงท่านหลวงพ่อต้องคอยแก้ไข จนท่านต้องเอ่ยปากแช่งผู้ที่นำผงไปใช้แล้วได้ผลแต่ไม่รับผิดชอบเลี้ยงดู “ขอให้ฉิบหาย” ท่านจึงนำพระผงที่เหลือไปบรรจุในเจดีย์
และในปี 2523 หลวงพ่อสมชาย ได้ทำการบูรณะเจดีย์องค์ดังกล่าว พบพระผงของท่านได้ละลายรวมกันเป็นก้อนด้วยความชื้นในองค์เจดีย์ แต่ความไม่รู้ของคนงานได้ฉีดน้ำทำให้พระของท่านละลายซึมลงพื้นไปหมด เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

แบบพิมพ์พระ
หลวงพ่อวงษ์ ท่านมีความเลื่อมใสต่อองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดระฆังมาก ท่านจึงนำแบบพิมพ์ของสมเด็จมาเป็นแบบอย่าง ผู้ที่เคยได้รับพระจากมือหลวงพ่อ ยืนยันว่าเคยได้แต่พระที่เป็นพิมพ์สมเด็จ ไม่เคยได้รับพิมพ์อื่นเลย
ร.อ.ประยูร ภู่บัวเผื่อน ซึ่งเคยบวชเป็นพระที่วัดเล่าให้ฝังว่า เคยเห็นหลวงพ่อพิมพ์พระอยู่ก็เลยชวนพระในพรรษานั้นไปหา หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ขอบูชาพระพิมพ์ชินราชมา แล้วนำมาถอดพิมพ์เพื่อพิมพ์พระผง โดยใช้เด็กรับใช้ในกุฏิท่าน ชื่อเน่า หรือนายสุทศ ยุวชาติ นำผงของท่านมาให้ และช่วยกันทำพิมพ์ได้มากพอควรแล้วก็แบ่งกันโดยไม่ได้ให้หลวงพ่อปลุกเศกอีก เพราะผงของท่านทำเสร็จแล้วไม่ต้องเศกอีก ทำให้พระชินราชนี้เหมือนของพระพิมพ์ชินราชหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ร.อ.ประยูรยังเล่าอีกว่าเคยเห็นพระของหลวงพ่อเป็นพิมพ์สมเด็จเท่านั้นไม่มีพิมพ์อื่นอีก จึงพอสันนิษฐานว่า พิมพ์ของท่านมีแต่พิมพ์สมเด็จส่วนพิมพ์อื่นนั้นน่าจะเป็นของลูกศิษย์ทำกันเอง โดยใช้ผงของหลวงพ่อวงษ์มาผสม แต่พระของหลวงพ่อเองนั้นจะมีผงมาก เพราะหลวงพ่อทำเอง และที่พระพิมพ์ของท่านจะมีลายมืออยู่ที่ด้านหลังพระทุกองค์ เพราะท่านกดพิมพ์เององค์เดียว เพียงใช้ลูกศิษย์ตำผงให้เท่านั้น พิมพ์ของท่านเป็นหินลับมีด
เมื่อหลวงพ่อสมชายขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ได้สำรวจกุฏิของหลวงพ่อยังพบแบบพิมพ์ พระนางพญา พระชินราช พระนาคปรก และได้นำไปบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ พระของท่านมีหลายขนาด และที่เห็นมี 4 ขนาดคือ
- ขนาดใหญ่แบบไกเซอร์
- ขนาดกลาง ประมาณ 3 x 4 เซนติเมตร(ตัวหนอน)
- ขนาดเล็กเท่ากันพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง
- และขนาดเท่ากับ 1 x 1 เซนติเมตร (พิมพ์คะแนน หายากมาก)
แบบพิมพ์ที่พบเห็นนั้นมี พิมพ์สมเด็จ พิมพ์ไกเซอร์ พิมพ์แขนหักศอก พิมพ์แขนตรง พิมพ์ไหล่ตรง พิมพ์อกร่อง พิมพ์คะแนน พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์พระชินราช พิมพ์หลวงพ่อโต พิมพ์นางพญา พิมพ์พระรอด
และพิมพ์ซุ้อกอ
ALEXLEE
ขอแก้ไขข้อความครับ

แบบพิมพ์
จาก ****- ขนาดกลาง ประมาณ 3 x 4 เซนติเมตร(ตัวหนอน)***

แก้เป็น ****-ขนาดกลาง ประมาณ 3 x 4 เซนติเมตร ****

เพราะพิมพ์ตัวหนอนสร้างขึ้นเมื่อปี 2518

ขออภัยในข้อมูลส่วนนี้ครับ ALEXLEE
ALEXLEE
ภาคที่ 2 วัตถุมงคล 2
วัตถุมงคลยุคกลาง เสือคำราม
หลวงพ่อวงษ์ หลังจากท่านได้บรรจุพระผงลงเจดีย์แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอีก จนกระทั่งปี 2501 ท่านได้ทำพิธีหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ปาน(วัดบางเหี้ย) เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2501 เสร็จแล้ว ท่านได้นำชนวนโลหะที่เหลือ ไปผสมปั้ม เสือเนื้อทองผสมทองเหลือง รุ่น 1 ได้จำนวน 500 องค์ โดยตอกโค๊ตตัว เฑาะ และตัว พุท เป็นภาษาขอม 2 ตัว แล้วทำพิธีปลุกเศกในอุโบสถ วัดปริวาสฯ มีหลวงพ่อและหลวงปู่ปานผ่านร่างประทับร่วมปลุกเศก จนเสือโลหะเคลื่อนไหวได้จึงเสร็จพิธี และได้ออกให้ลูกศิษย์บูชาองค์ละ 10 บาท (รุ่น 1 เป็นเสือปั๊มอย่างเดียวเท่านั้น) จนกระทั่ง 3 ปีเสือจึงหมด
ปี 2504 หลวงพ่อได้สั่งให้ช่างปั๊มเสือเพิ่มแบบรุ่นแรกเป็นตัวอย่าง(ปั๊มอย่างเดียว) แต่เปลี่ยนเป็นเนื้อทองแดง รุ่น 2 ประมาณ 1000 องค์ ทำพิธีที่อุโบสถ มีหลวงพ่อวงษ์และหลวงปู่ปานประทับผ่านร่างร่วมปลุกเศกจนเสือเคลื่อนไหวได้ แล้วจึงนำออกให้บูชาในงานประจำปี 2504 บูชาองค์ละ 20 บาท จนหมด
เสือรุ่น 3 มีคุณโมรา เอี๋ยววัฒนะเป็นผู้ติดต่อเปลี่ยนช่างใหม่ แต่เป็นแบบปั๊มเหมือนเดิม สั่งทำ 2500 องค์ เป็นเนื้อทองแดง ทำพิธีที่อุโบสถ มีหลวงพ่อวงษ์และหลวงปู่ปานประทับผ่านร่างร่วมปลุกเศกจนเสือกระโดดได้ จึงเสร็จพิธี ออกให้บูชาในงานประจำปี 2508 ราคาองค์ละ 20 บาท จนหมดลง
เสือรุ่น 4 หลวงพ่อได้สั่งทำแต่เปลี่ยนมาเป็น แบบเสือหล่อโบราณ โดยหลวงพ่อติดต่อช่างเอง ชื่อช่างติ่ง(จ่าติ่ง) ท่านนำแบบตัวอย่างไปให้สั่งทำราคาองค์ละ 1 บาท เป็นเนื้อทองเหลือง จำนวน 2000 องค์ แต่ช่างทำไม่ทันตามฤทษ์ที่ท่านกำหนด จึงได้เสือเพียง 1200 องค์ เท่านั้น ทำพิธีที่อุโบสถ มีหลวงพ่อวงษ์และหลวงปู่ปานประทับผ่านร่างร่วมปลุกเศกเหมือนเดิม จนเสือกระโดดได้ และออกให้บูชาในงานประจำปี 2512 บูชาองค์ละ 50 บาท ตอกโค๊ต 2 ตัว ด้านหน้าเป็นโค๊ตตัว อุหางลง และด้านหลังเป็นตัว พุท แบบภาษาขอม มีผู้ศรัทธาบูชาไปจนหมด
เสือรุ่น 5 ในปี 2514 ได้ถอดแบบพิมพ์จากเสือรุ่น 4 ด้วยวีธีหล่อเนื้อทองเหลือง มีโค๊ต 2 ตัว ด้านหน้าเป็นตัว อุหางขึ้น คล้ายเลข ๙ ไทย ด้านหลังเป็นตัว พุท จำนวน 5000 องค์ แต่ปลุกเศกที่วิหาร เพราะอุโบสถกำลังบูรณะอยู่ พิธีเหมือนเดิมทุกประการ แต่ครั้งนี้ได้ พระครูพิศาลพัฒนพิธาน(หลวงพ่อสมชาย) ที่ยังเป็นสามเณร ร่วมพิธีปลุกเศกด้วย ทำพิธีจนเสือกระโดดออกมานอกบาตร จึงเสร็จพิธี ออกให้บูชาองค์ละ 50 บาท ในปี 2514 และในปีนี้หลวงพ่อวงษ์ ได้สั่งทำเหรียญ รูปเหมือนหลวงปู่ปานด้วย มี 2 พิมพ์ เป็นรูปไข่ และแบบกลม เพื่อสมนาคุณผู้ที่ร่วมบริจาคบูรณะอุโบสถ
ALEXLEE
ภาคที่ 2 วัตถุมงคล 3
วัตถุมงคล ยุคปลาย สมเด็จตัวหนอนหลังสาลิกา อันลือลั่น
เมื่อปี 2517 ในวันมหามงคล 5 ธันวาคม หลวงพ่อวงษ์ได้รับประกาศแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นตรีเป็น”พระครูขันตยาภิราม” โดยหลวงพ่อวงษ์ได้เข้ารับการแต่งตั้งที่พระอุโบสถวัดราชบพิตรฯ ในวันที่ 4 ม.ก. 2518 ตามใบฎีกาของกรมการศาสนา ในวาระอันเป็นมงมลนี้ คณะศิษย์ได้จัดเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่ หลวงตายิ้ม อภิปุญโญ พระลูกวัด ที่ทำการพิมพ์พระผงสมเด็จที่ไม่เหมือนที่ใด บรรดาลูกศิษย์รู้จักกันในพิมพ์ตัวหนอน มี 2 ขนาด เล็กกับใหญ่ พิมพ์ใหญ่เรียกว่าพิมพ์ไกเซอร์ฐานจุด ได้ถวายให้หลวงพ่อปลุกเศก 1 คืน และได้นำออกแจกในวันรับพัดยศ ในงานนี้หลวงพ่อได้แจกพระใบมะขามปรกที่ลูกศิษย์นำมาถวายอีกด้วย
ในปี 2518 นี้ หลวงตายิ้มยังแกะพิมพ์ต่างๆอีก 5 พิมพ์ คือ พิมพ์ไกเชอร์ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ขาโต๊ะ และพิมพ์อกร่อง ถวายให้หลวงพ่อวงษ์ปลุกเศก นำออกให้บูชาในงานประจำปี 2518
หลังจากที่หลวงพ่อแจกพระพิมพ์ตัวหนอนหมดแล้วเป็นที่นิยมในหมู่ลูกศิษย์อย่างมาก ทำให้ผู้ที่ยังไม่ได้มาขอให้หลวงตายิ้มทำให้ แล้วให้หลวงพ่อวงษ์ปลุกเศก จนกระทั่งหลวงพ่อมรณะภาพแล้วก็ยังมีการพิมพ์พระอยู่ จนหลวงตายิ้มมรณะภาพลงในปี 2531 หลวงพ่อสมชาย จึงได้นำพิมพ์ไปบรรจุ เจดีย์หน้าวิหาร
ปี 2519 หลวงพ่อวงษ์ ได้สั่งทำเสือรุ่น 6 ขึ้น มีพระพิมล อิทธิเตโช เป็นผู้ติดต่อร้านทำ โดยนำพิมพ์รุ่น 3 มาเป็นแบบ ในราคาองค์ละ 1.50 บาท เป็นเนื้อทองแดง สั่งทำจำนวน 50000 องค์ แต่ได้เพียงจำนวน 37500 องค์ เป็นเนื้อเงิน 29 องค์ เพราะแม่พิมพ์แตก ต้องใช้แม่พิมพ์ถึง 8 อัน ทำให้ทางร้านต้องคืนงานหลวงพ่อ เนื่องจากร้านขาดทุน เพราะเสียค่าแม่พิมพ์มาก ทำพิธีปลุกเศกที่อุโบสถโดยหลวงพ่อวงษ์ หลวงปู่ปานผ่านร่างประทับ และหลวงพ่อสมชาย ปลุกเศกจนเสือกระโดดออกจากบาตร 16 องค์ ลูกศิษย์ต่างเข้าแย่งกันชุลมุน หลวงพ่อบอกว่าเสือที่กระโดดออกมานั่นเป็นพวกหัวโจกทั้งนั้น และได้ออกนำให้บูชาองค์ละ 100 บาท จนหมดลงในปี 2532
ALEXLEE
เสือรุ่น 6 นี้ พระครูจันทรโอภาส (จ้อย) เจ้าอาวาสวัดด่าน สหธรรมิก ได้ขอเสือรุ่น 6 ไปในราคาทุนจำนวน 2000 องค์
ต่อมาปี 2520 พระอุโบสถใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ หลวงพ่อวงษ์ มอบหมายให้ พระพิมล และแม่ชีในวัดช่วยกันพิมพ์พระทรงสมเด็จมีทั้งหมด 7 พิมพ์ มีพิมพ์ไกเซอร์ พิมพ์พระประธาน พิมพ์นิยม พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร พิมพ์อกร่อง พิมพ์เล็กเท่าวัดปากน้ำ และพิมพ์คะแนนหลังปั๊มชื่อหลวงพ่อวงษ์ ได้พิมพ์ละประมาณ 84000 องค์ มีสีขาวเนื้อผงผสมปูน สีดำเนื้อปูนผสมผงใบลานเผา ได้มาจากพระพิมลที่นำใบลานพระคัมภีร์เทศน์เก่าที่ชำรุดมาเผาไฟ จนทำให้พระพิมลไม่สบายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ จึงขอให้หลวงพ่อวงษ์รดน้ำมนต์ให้จนหาย หลวงพ่อวงษ์จึงสั่งให้นำผงใบลานเก่าที่เผาแล้วไปผสมทำพระเสีย เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้สร้างใบลาน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วได้นำพระไปให้หลวงพ่อวงษ์ปลุกเศกเดี่ยวเพียงองค์เดียว มาตลอดจนมรณะภาพ
พระผงรุ่นนี้ หลวงพ่อตั้งใจจะนำออกมาแจกในงาน ทำบุญฉลองพระอุโบสถที่ทำการบูรณะเสร็จแล้ว ท่านจึงตั้งใจปลุกเศกให้ดีที่สุด ท่านบอกว่าพระผงรุ่นนี้ ต่อไปจะหายากยิ่งกว่าพระผงพิมพ์ตัวหนอนรุ่นพัดยศ เพราะพระผงรุ่นนี้ท่านปลุกเศกนานถึงสามพรรษา จนท่านมรณะในวันที่ 2 สิงหาคม 2523
พระผงรุ่นนี้จึงเป็นรุ่นสุดท้ายของท่าน
วาทะหลวงพ่อ
“ตอนปลุกเศกเสือรุ่น 1 นั้น กูเพิ่งจบชั้นประถม
แต่เสือรุ่น 6 นั้น กูจบปริญญาแล้ว
พวกมึงว่ารุ่นใหนจะดีกว่ากัน”

ข้อมูลประวัติ จากหนังสือ
“อาจาริยบูชา” พระครูขันตยาภิราม (วงษ์ วํสปาโล) วัดปริวาสราชสงคราม กรุงเทพฯ

ขอบคุณ คุณพ่อเปี๊ยก ร้านเปี๊ยกพระเครื่องเซ็นทรัลพระราม 3 อนุเคราะห์ให้ยืมหนังสือครับ
ALEXLEE
เอ็ก1
ขอบคุณครับสำหรับขอมูล ละเอียดดีมากครับ
ได้จากหนังสือที่แจกในงาน เผา ลป.ครับ
ALEXLEE
รุ่น 1 Click to view attachment
ALEXLEE
ชี้แจงเพื่อความเข้าใจครับ
ข้อความประวัติหลวงพ่อวงษ์ วัดปริวาสราชสงคราม ที่ปรากฏในเว็ปไซด์"คนรักมีด"
และในเว็ปไซด์

"http://www.jatukarm.com/board/showthread.php?id=34314"

ผู้เขียนคือคนๆเดียวกันครับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ALEXLEE
คาถาบูชาหลวงพ่อวงษ์ และ วัตถุมงคลของหลวงพ่อวงษ์

ตั้ง นะโม 3 จบ

โย หิ เสฏโฐ มหาเถโร วังสะปาโลติ วิสสุโต
ทานิ ตัง อะภิปูเชมิ มะมะ โหตวา ภิมังคะลัง


คาถาบูชาเสือหลวงพ่อวงษ์ และ เสือหลวงพ่อสมชาย วัดปริวาสฯ

ตั้ง นะโม 3 จบ

พยัคโฆ พยัคฆา อิติ สุญญา ละภะติ หึมหัม ฮัมฮะ
3 จบ
julo
ขอบคุณ สำหรับคาถามากครับ อันนี่แหละที่อยากได้
paryu
ท่านใดมีแผนที่ทางไปวัดปริวาสหรือ
หากจะนั่งรถเมล์จากอนุสาวรีย์ชัยฯไปวัดปริวาส
นั่งสายอะไรไปได้บ้างครับ ที่ผ่านหน้าวัดเลย
ขอคำแนะนำด้วยครับ
เอ็ก1
QUOTE (paryu @ 11 July 2008, 11:23 PM) *
ท่านใดมีแผนที่ทางไปวัดปริวาสหรือ
หากจะนั่งรถเมล์จากอนุสาวรีย์ชัยฯไปวัดปริวาส
นั่งสายอะไรไปได้บ้างครับ ที่ผ่านหน้าวัดเลย
ขอคำแนะนำด้วยครับ


นั่งสาย 62 ลงท่าน้ำสาธุ สุดสาย
แล้วข้ามถนน ต่อ 205,89, สองแถวท่าน้ำ
ALEXLEE
http://www.zoomhit.com/map/result.jsp?addr...%C3%D4%C7%D2%CA

ลองดูแผนที่นะครับ คลิกที่ภาพเล็กค้างใว้เลื่อนไปมาได้ครับ
ผมจำรถเมย์ที่ผ่านได้แค่สาย 205 ขึ้นจากสถานีคลองเตยตรงข้ามกรมศุลฯ กับรถเมย์เล็กสาย 1251 นั่งจากใหนไม่รู้
หรือจะนั่งสาย 77 มาลงเซ็นทรัลพระราม 3 (รถเล็ก 1251 อาจจะผ่านครับแต่ต้องเดินข้ามไปนั่งหน้าห้าง"โลตัส") แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างอีกต่อก็สะดวกดีครับ หรือถ้าถึงเซ็นทรัลพระราม 3แล้วก็ลองสอบถามมอเตอร์ไซด์รับจ้างดูว่านั่งสองแถวตรงไหนที่ผ่านวัดปริวาสฯครับ
อย่างอื่นก็รอท่านอื่นมาเพิ่มเติมครับ
ALEXLEE
ได้แล้วครับ ขอบคุณคุณเอ็ก1
นั่งสาย 62 จากอนุสาวรีย์ฯมาลงหน้าเทคนิคกรุงเทพ แล้วขึ้นสาย 89 ครับสะดวกที่สุดแล้วครับ
ALEXLEE
เมื่อวานไปไหว้พระที่วัดมา
ที่ตู้ของวัดตรงที่เก็บลูกนิมิต ตู้ขวามือนะครับ มีเหรียญหลวงปู่ปานสร้างปี 14 ทันหลวงพ่อวงษ์ปลุกเศก
ยังมีให้บูชานะครับ เหรียญละร้อย มีสองแบบ กลมกับไข่ พี่ท่านใดผ่านก็แวะเข้าไปเลือกบูชาได้ครับ
paryu
ขอบคุณ คุณ ALEXLEE มากครับที่ให้ข้อมูล

แล้วพระเนื้อผงหรือเสือที่ทันยุคหลวงพ่อวงษ์ ปลุกเสก ยังมี
พิมพ์ไหนเหลืออีกบ้างไหม
ทางวัดให้บูชาเท่าไร หากท่านใดทราบรบกวนด้วยครับ
ALEXLEE
มีอีกตู้ที่อยู่ตรงใต้ตันโพธ์ครับลองถามแกดูนะผมก็ไม่เคยคุยครับ

แต่พระผงของหลวงพ่อวงษ์มีปลอมเยอะทุกรุ่นครับ ต้องระวัง
ALEXLEE
วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 51 นี้
เชิญทุกท่านไปร่วมทำบุญ พระอัฐิ หลวงพ่อวงษ์ ที่วัดปริวาสฯ งานเริ่มตั้งแต่เช้าครับ
ท่านที่ไม่เคยไปก็ถือโอกาสนี้ไปไหว้หลวงพ่อสมชายกับอัฐิหลวงพ่อวงษ์ได้ในงานเดียวกันครับ
ไปเช้าหน่อยก็ดีนะครับ เผื่อมีพิธีมงคลอะไรก็จะได้ร่วมพิธีด้วยเลย
มีร้านข้าวมาช่วยงานเกือบ 20 ร้าน (เขาว่าให้กินฟรีได้)
ขอเชิญทุกท่านนะครับ จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ALEXLEE
ข่าวฝาก
ได้ยินมาว่า เหรียญหลวงพ่อปาน กำลังจะปรับขึ้นราคา(ที่วัด)
ท่านใดที่อยากมีไว้บูชา รีบหน่อยนะครับ
mrYong
วันนี้ไปที่วัดมาครับบุชาเหรียญหลวงพ่อปานทั้งแบบกลมและแบบไข่ รวมถึงเสือรุ่นย้อนยุคที่มีเป็นชุดมีเสือย้อนยุครุ่นเก่าๆ หกตัว เสื้อจิ๋วหนึ่งตัวและเหรียญพัดยศหนึ่งเหรียญ ชุดละ 1200 บาทครับ

ผมบูชาเสือย้อนยุครุ่น 2 มาตัวนึงเอาไว้พกตัว แบบเป็นชุดเอาไว้เก็บ

รวมทั้งบูชาแบบเสือตัวเล็ก ๆ สองตัวไปฝากเืพื่อนที่เวียดนามด้วย

ปล. หลวงพี่ที่ดูแลตู้วัตถุมงคลแจ้งว่าได้ข่าวจะปรับราคาเหรียญหลวงพ่อปานครับ พี่ ๆ ท่านใด สนใจก็เชิญที่วัดได้เลยครับ ยังมีวัตถุมงคลรุ่นสร้างอุโบสถ และรุ่น 5 พรรษาที่กำลังจะออกให้บูชาเร็ว ๆ นี้ครับ
ALEXLEE
ตอนนี้ที่ห้อยอยู่
Soapman
ขอบคุณในข้อมูลดีๆ ครับผม
agg
มาเก็บข้อมูลครับ
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.