Help - Search - Members - Calendar
Full Version: พืชที่ควรรู้จัก
ชุมชนคนรักมีด > ลานเสวนา DISCUSSION BOARD > ลานอเนกประสงค์ (General Discussion)
Sonny
สืบเนื่องจากที่เราไปวังน้ำเขียว
แล้วพวกเราลงไปตัดไผ่มาทำร้านย่างวัว เสาแขวนตะเกียง

จารย์ Pex เป็นกองหน้าลุยเข้าไปหาไผ่ลำงามๆ
บุกเข้าไปลึกสักหน่อยแล้วร้องว่า

"หมามุ่ยๆ ออกไปๆ"

เล่นเอาผู้ติดตามโกยอ้าวออกจากพื้นที่
มาหากอไผ่ข้างทางเดินดีกว่า tongue.gif

เลยไปหารูปดูว่า หมามุ่ยนี่หน้าตาเป็นยังไง
เผื่อพวกเราไปเจอที่ไหน จะได้ห่างๆไว้

ต่อด้วยพืชอื่นๆที่น่าจะรู้จักไว้บ้าง
น่าสังเกตุว่าพืชที่ถูกแล้วคันหรือแพ้ มักจะมีขนที่ใบ หรือทั้งต้น

หมามุ่ย


ตำแย


ช้างร้อง เข้าใจว่าโดนแล้วปวดแสบปวดร้อน



ถ้าไปเที่ยวป่าไผ่ที่ชื้นๆ หรือหน้าฝน จะเจอทาก ตัวเล็กตัวใหญ่แล้วแต่ที่
เมื่อทากดูดเลือด เวลาเราดึงทากออก เลือดจะไม่หยุดไหล
ถ้าเจอต้นสาบเสือละก็โชคดีเลย ขยี้ปิดปากแผลครับ

สาบเสือ
ต.ตาปี
QUOTE (Sonny @ 29 January 2008, 10:09 AM) *
สืบเนื่องจากที่เราไปวังน้ำเขียว
แล้วพวกเราลงไปตัดไผ่มาทำร้านย่างวัว เสาแขวนตะเกียง

จารย์ Pex เป็นกองหน้าลุยเข้าไปหาไผ่ลำงามๆ
บุกเข้าไปลึกสักหน่อยแล้วร้องว่า

"หมามุ่ยๆ ออกไปๆ"

เล่นเอาผู้ติดตามโกยอ้าวออกจากพื้นที่
มาหากอไผ่ข้างทางเดินดีกว่า tongue.gif

เลยไปหารูปดูว่า หมามุ่ยนี่หน้าตาเป็นยังไง
เผื่อพวกเราไปเจอที่ไหน จะได้ห่างๆไว้

ต่อด้วยพืชอื่นๆที่น่าจะรู้จักไว้บ้าง
น่าสังเกตุว่าพืชที่ถูกแล้วคันหรือแพ้ มักจะมีขนที่ใบ หรือทั้งต้น

หมามุ่ย


ตำแย


ช้างร้อง เข้าใจว่าโดนแล้วปวดแสบปวดร้อน

ถ้าไปเที่ยวป่าไผ่ที่ชื้นๆ หรือหน้าฝน จะเจอทาก ตัวเล็กตัวใหญ่แล้วแต่ที่
เมื่อทากดูดเลือด เวลาเราดึงทากออก เลือดจะไม่หยุดไหล
ถ้าเจอต้นสาบเสือละก็โชคดีเลย ขยี้ปิดปากแผลครับ

สาบเสือ

ขอบคุณครับ หมามุ่ยยังไม่เคยโดนครับ แต่ตำแยกับช้างร้องตอนเด็ก ๆ โดนบ่อยบ้านผมเรียกลังตังครับ
Yai
..ขอบคุณครับ เป็นความรู้สำหรับคนในเมืองแต่ชอบชีวิตกลางแจ้ง ควรทราบ thumbsup.gif ปะเดี๋ยวไปลองหาข้อมูลเก่าๆมาแชร์ด้วยดีกว่า yes.gif
Sonny
โคกกระสุน / หนามกระสุน


พวกที่ขี่เสือภูเขาคงคุ้นเคยกับเจ้านี่ดี
พี่ที่ขี่เสือในไร่ทางราดรี บอกว่าใส่เคฟล่าในล้อ 2 ชั้น ยังยางแบนได้
อย่างเราเบาะๆก็ตำพื้นรองเท้าครับ
ถ้าช้างดาวก็มีลุ้น wacko.gif



ผลทรงกลม ผิวขรุขระ แบ่งเป็น 5 พู แต่ละพูมีหนามแหลม 2 อัน
ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก พบตามริมทาง ที่ว่างโล่งแจ้ง ชอบดินทรายและแดดจัด
แงซาย
ขอบคุณครับ
thumbsup.gif
azi
QUOTE (Sonny @ 29 January 2008, 10:37 AM) *
โคกกระสุน / หนามกระสุน


พวกที่ขี่เสือภูเขาคงคุ้นเคยกับเจ้านี่ดี
พี่ที่ขี่เสือในไร่ทางราดรี บอกว่าใส่เคฟล่าในล้อ 2 ชั้น ยังยางแบนได้
อย่างเราเบาะๆก็ตำพื้นรองเท้าครับ
ถ้าช้างดาวก็มีลุ้น wacko.gif



ผลทรงกลม ผิวขรุขระ แบ่งเป็น 5 พู แต่ละพูมีหนามแหลม 2 อัน
ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก พบตามริมทาง ที่ว่างโล่งแจ้ง ชอบดินทรายและแดดจัด

laugh.gif ผมเคยแล้วครับเจ้าหนามกระสุน ตอนสมัยบวชพระใหม่ๆโยมที่รู้จักนิมนต์ให้ไปรับบาตร หาทางเข้าไปไม่ถูก โดนเต็มๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร มือก็อุ้มบาตร เจ็บครับ ไม่กล้าบินไปแถวนั้นอีกเลย biggrin.gif
kapong
ขอบคุณครับ biggrin.gif thumbsup.gif
แวบมา
กระทู้นี้ดีมีประโยชน์มากๆ ครับ thumbsup.gif
jarr
thumbsup.gif laugh.gif laugh.gif laugh.gif
ooTIMoo
ขอบคุณครับ laugh.gif

ตอนเด็กๆ อ่าน พล นิกร กิมหงวน .. พูดถึงตำแยกับหมามุ่ยบ่อยๆ .. ยังไม่เคยเห็นของจริงซะที sweat.gif
Yagio
QUOTE (Sonny @ 29 January 2008, 10:37 AM) *
โคกกระสุน / หนามกระสุน


พวกที่ขี่เสือภูเขาคงคุ้นเคยกับเจ้านี่ดี
พี่ที่ขี่เสือในไร่ทางราดรี บอกว่าใส่เคฟล่าในล้อ 2 ชั้น ยังยางแบนได้
อย่างเราเบาะๆก็ตำพื้นรองเท้าครับ
ถ้าช้างดาวก็มีลุ้น wacko.gif



ผลทรงกลม ผิวขรุขระ แบ่งเป็น 5 พู แต่ละพูมีหนามแหลม 2 อัน
ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก พบตามริมทาง ที่ว่างโล่งแจ้ง ชอบดินทรายและแดดจัด


หนามกระสุน หนามหวาย และ เล็บเหยี่ยว เป็นอะไรที่ สุดๆจริงถ้าเจอมันเข้า เป้หลังยี่ห้อดี
ยังหนาว ผมจำได้เมื่อเรื่มเดินป่าเมื่อ 10 ปีก่อนโดนหนามเล็บเหยี่ยวเกี่ยวเข้าที่ใบหู ต้อง
เดินถอยหลังเพื่อปลดหนาม ไม่งั้นหูขาดแต่ก็มีชิ้นส่วนหักคา เจ็บจริงๆ

ปล รูปประกอบเยื่ยมมากครับ thumbsup.gif
Dick
QUOTE (Rick ฅนมหากาฬ @ 29 January 2008, 10:32 AM) *
ช้างร้องหรือลังตังมีสองชนิด คือ ลังตังช้างต้นจะสูงหน่อย ลังตังไก่ต้นจะเตี้ยๆประมาณหน้าแข้ง
มีพืชแก้พิษกันได้คือ ตำลึง เอามาขยี้ที่บริเวณที่โดนจะช่วยเบาเทาได้และถ้าโดนลังตังไก่จะหาย
เลยเพราะพิษเบากว่า



ต้องเหยอะ "ค์" ลงไปหน่อยนึงเปล่าครับ พี่แหลม ? biggrin.gif
Dick
กระทู้นี้เจ๋งครับป๋าซัน ฯ thumbsup.gif
Werewolf
QUOTE (Dick @ 30 January 2008, 12:16 AM) *
กระทู้นี้เจ๋งครับป๋าซัน ฯ thumbsup.gif



thumbsup.gif smile.gif
moo
รางจืด


ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunbergia laurifolia Lindl
ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE
ชื่อสามัญ รางจืด
ชื่อพื้นเมือง กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, เครือเทาเขียว, ยาเขียว, รางจืด (ภาคกลาง) รางเย็น (ยะลา) จอลอดิเออ, ซั้งกะ, ปั้งกะล่ะ, พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ดุเหว่า (ปัตตานี) ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) น้ำนอง (สระบุรี) ย่ำแย้, แอดแอ (เพชรบูรณ์) (1)

รางจืดเป็นไม้เถาขนาดกลาง ไม่มีเนื้อไม้ เถาอ่อนสีเขียวเป็นมัน เถาแก่มีสีขาว อาจยาวได้ถึง 20 เมตร เลื้อยพาดพัด ไปตามต้นไม้อื่น


ใบ เดี่ยว สีเขียวเข้ม เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ ขนาด 4-7 x 8-15 ซม. ปลายเรียวแหลมโคนเว้าหรือหยักรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักตื้น เส้นใบมี 5 เส้น ออกจากฐานใบที่เดียวกัน เนื้อใบหนาเป็นมันสีหลังใบเขียวเข้มกว่าท้องใบ ก้านใบยาว 1.5 - 3.5 ซม.




ดอก ดอกเป็นช่อ ตามซอกใบใกล้ปลายยอด ช่อละ 3-4 ดอก มีใบประดับสีเขียวปะแดง ยาว 2.5 ซม. ดอกเป็นรูปแตร ปลายแยก 5 แฉก ดอกยาว 4-5 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ซม.



ประโยชน์ของรางจืด

ใบ นำใบสดล้างให้สะอาดชงกับน้ำร้อน ดื่มถอนพิษ
เถา นำเถาที่แก่ พอสมควร( มีสีเขียวเข้ม ถ้าสีน้ำตาลจะแก่เกิน) นำมาจักเป็นเส้นๆตากให้แห้ง
จะใช้มัดของแทนตอกได้(แช่น้ำก่อนใช้งาน)
ผลใช้แทนช้อนครับ ( ใช้ตอนเป็นเด็กเล่นขายข้าวแกง)
reddragon
อีกตัวที่ควรรู้จัก ยางน่องครับ เอาลิงค์มาจากเวปเพื่อนบ้าน

ยางน่อง เป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยจะเป็นที่รู้จักมักคุ้นของคนทั่ วไป มีทั้งอย่างชนิดยืนต้นและอย่างเถา ยางน่องต้น มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Antiaris toxicaria Lesch. อยู่ในวงศ์ Moraceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มาก อาจสูงได้ถึง 70 เมตร ลำต้นจะเป็นพูพอน แผ่ออกพื้นดินเพื่อยึดลำต้น เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ สีขาวหรือขาวอมเทา เปลือกชั้นในสีขาวหรือขาวอมเหลือง
ถ้าถากเปลือกดูจะมีน้ำยางสีขาวหรือขาวอมเหลืองซึมตาม รอยถาก พิษของยางน่องจะอยู่ที่ยางนี่แหละ ยางจะมีสารไกลโคไซด์ (glycoside) ที่เป็นพิษต่อหัวใจ ชื่อแอนดิเอริน (antiarin) มีรสขมและมีฤทธิ์กัด มีผลต่อระบบประสาท และหัวใจทำให้หัวใจเต้นช้าลง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และหัวใจวายตาย
หมอโบราณทางภาคเหนือ กล่าวว่ายางที่ได้จากต้นยางน่องเป็นพิษ ใช้ชุบปลายลูกหน้าไม้ยิงสัตว์ใหญ่ได้ แต่ก่อนจะรับประทานเนื้อสัตว์นั้น ให้เฉือนเอาเนื้อร้ายที่มีสีเขียวอันเกิดจากพิษยางน่ องให้หมดเสียก่อนจึงจะรับประทานได้
แม้ยางต้นน่องจะเป็นพิษแต่เนื้อไม้ที่มีสีขาว เป็นไม้ที่เสี้ยนตรง เนื้ออ่อน สามารถที่จะนำไปทำเป็นหีบใส่ของ รองเท้าไม้ เครื่องเล่นต่างๆได้ และสามารถใช้เมล็ดต้นยางน่องเป็นยาแก้ไข้ ส่วนเปลือกต้นยางน่อง ให้ใยละเอียดสีขาว ใช้ทำเชือก เยื่อกระดาษ ทุบทำเป็นที่นอน ผ้าห่มและเสื้อกางเกงของพวกชาวป่า เช่น แม้ว มูเซอ และเงาะ เป็นต้น ต้นยางน่องจึงเป็นต้นไม้ที่น่าอนุรักษ์ต้นหนึ่ง แม้เราจะไม่ใช้ยางน่องในการชุบหน้าไม้ยิงสัตว์อีกต่อ ไปแล้ว แต่ส่วนอื่นของต้นยางน่องก็มีคุณค่าน่าศึกษา
ยางน่องอีกต้นเป็นชนิดเครือ ชื่อยางน่องเครือ ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Strophanthus scandens Roem & Schult อยู่ในวงศ์ Apocynaceae เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง มีน้ำยางสีขาว ตามกิ่งอ่อนมีสีแดงเข้ม ส่วนที่เป็นพิษ คือ ยางจากต้น และเมล็ดมีสารไกลโคไซด์ (glycoside) ที่เป็นพิษต่อหัวใจ ชื่อ สโตรแฟนตินจี (Stophantin G), คอมบิคาซิต โคลีน (kombicacid choline), ไตรโกเนลลีน (trigonelline) ซึ่งทำให้หัวใจเต้นช้าลง เต้นไม่เป็นจังหวะและหัวใจวายตาย เช่นเดียวกับยางน่องต้น
ประสบการณ์ของหมอยาอิสานจะนิยมใช้ยางน่องเครือ พรานจะรู้ดีว่ายางน่องเครือต้นไหนมีพิษรุนแรง ต้นไหนมีพิษอ่อน ต้นที่มีพิษแรงจัดยอดจะออกเป็นสีแดงเข้มกว่า ยางจะออกเป็นสีขาวออกแดงเรื่อๆ วิธีการทำยางน่องเพื่อใช้ชุบลูกดอกเวลายิงสัตว์ เขาจะใช้กาบ(เปลือก) ยางน่องเครือใส่น้ำเคี่ยวให้เข้าๆกันจนเหนียวติดมือ (ห้ามเอามือที่เป็นแผล เป็นขี้หิด ขี้กลากไปสัมผัสเชียวนา มีสิทธิ์ที่จะตายได้) เก็บใส่กระบอกไม้ไผ่ไว้ใช้
พรานบางคนต้องให้พิษยางน่องแรงขึ้น จะเพิ่มต้นยาสูบลงไปประมาณ 1 คืบ ถ้าไม่มีต้นเอาใบยาสูบที่แรงๆสักเล็กน้อย และเปลือกไม้ชนิดหนึ่งชื่อ ไม้ชีงวง ใช้หนึ่งคืบ สองอย่างนี้ไม่ต้องใช้มากเท่าเปลือกยางน่อง เป็นตัวเสริมฤทธิ์เท่านั้น และถ้ายางน่องในกระบอกที่เก็บไว้แห้งกรัง เขาจะเคี้ยวเปลือกไม้ชีงวงใส่แล้วเอายางน่องในกระบอก ไปอุ่นไฟ ยางน่องในกระบอกจะมีพิษและใช้ได้เหมือนเดิม
ถ้าหากเกิดพลาดพลั้ง เช่น ยิงถูกกันเอง หรือเผลอเอามือที่มีแผลไปสัมผัส ท่านให้รีบไปเคี้ยวผ้าดำ เคี้ยวๆแล้วกลืนน้ำลายกิน เพราะว่าผ้าดำจะเกิดจากการย้อมด้วยต้นครามและด่าง (ทำจากเผาไม้ในธรรมชาติ เช่น ด่างไม้ขี้เหล็ก) หรือให้กินปูนา จะกินปูนาดิบๆเพราะปิ้งไม่ทันหรือที่ปิ้งไว้แล้วก็ได ้ หมอยาหลายท่านยืนยันว่าปูนาสามารถแก้พิษยางน่องได้ชะ งัดจริง
หากเป็นสมัยนี้ถ้าถูกพิษทั้งยางน่องต้นและยางน่องเคร ือเเข้าต้องวิ่งหา ผงถ่าน ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ ยาป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ (propanold) กันให้วุ่นวายไปหมด
แม้ยางน่องจะมีพิษ ห้ามสัมผัสถูกแผลเพราะอาจดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเป็นพิ ษถึงตายได้ แต่ถ้าเป็นแผลถูก งูกัด ไม่ว่าจะเป็นงูชนิดใด รวมทั้งตะขาบ แมลงป่อง สามารถใช้ยางน่องทาแผลรอยกัดเหล่านั้นเพื่อรักษาพิษจ ากงูและสัตว์พิษเหล่านั้นได้ เป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่าใช้พิษแก้พิษ
ภูมิปัญญาและประสบการณ์การใช้พรรณพืชของบ้านเรา หลายคนอาจมองเป็นเรื่องโม้หรือเรื่องเล่าไร้การทดลอง ทางวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องเล่าและประสบการณ์เหล่านี้แหละที่เป็นฐานข้ อมูลในการพัฒนายาสมัยใหม่
แม้เราไม่สามารถพัฒนายาใหม่จากต้นยางน่องได้ อย่างน้อยเรื่องราวของยางน่องก็เป็นอุทาหรณ์บอกกับเร าว่า ยางน่องแม้จะเป็นพิษแต่ก็แก้พิษได้
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.