Help - Search - Members - Calendar
Full Version: ซุงโบราณฐานป้อมป้องปัจจามิตร
ชุมชนคนรักมีด > ร่มไม้ชายคา (Club House) > ต้นไม้ เพลง และบทกวี
ต.ตาปี
ซุงโบราณฐานป้อมป้องปัจจามิตร

ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ว่ามีการขุดพบท่อนซุงโบราณบริเวณที่ก่อสร้าง
อาคารสำนักงานเขตคลองสานหลังใหม่ ติดกับป้อมป้องปัจจามิตร และอยู่ใกล้ที่
ทำงานผมเลยนำภาพมาฝากครับ

ป้อมป้องปัจจามิตร (PONG PATCHAMIT FORT)

สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2395
หลังจากที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองผดุงกรุงเกษม เป็นคูพระนคร
รอบนอกเสร็จแล้ว พระองค์ได้โปรดให้สร้างป้อมจำนวน 8 ป้อม เรียงรายตามริมคลอง
และให้สร้าง ป้อมป้องปัจจามิตร ขึ้นเพื่อป้องกันผู้รุกรานทางด้านลำน้ำเจ้าพระยา





ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมเจ้าท่าได้ใช้ ป้อมป้องปัจจามิตร เป็นสถานที่ตั้งเสาธงสัญญาณ
สำหรับชักธงแจ้งข่าวเรือสินค้าเข้าออกว่าเป็นเรือของบริษัทใด และมีบ้านพักของข้าราชการ
กรมเจ้าท่าผู้ดูแลเสาธงอยู่ในบริเวณป้อมด้วย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ย้าย
เสาธงสัญญาณบนป้อมลงมาอยู่บริเวณใกล้ตัวป้อม คือที่ตั้งในปัจจุบัน ส่วนบ้านพักข้าราชการกรม
เจ้าท่า.....ป้อมยังมิได้รื้อถอน





ในปี พ.ศ.2492 ป้อมป้องปัจจามิตร มีสภาพทรุดโทรมมาก เทศบาลนครธนบุรี
ในสมัยนั้น จึงดำริจะรื้อป้อมทิ้งเพื่อปรับสถานที่ และจะนำเศษอิษเศษปูนไปถมถนนต่าง ๆ
กรมศิลปากรจึงประกาศ ขึ้นทะเบียน ป้อมป้องปัจจามิตรเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ
เมื่อปี พ.ศ.2492



ต.ตาปี
หลุมที่ขุดพบท่อนซุง



กองท่อนซุง





ลักษณะเนื้อไม้





ขอบคุณ

ปุ๊ก พิมพ์
bkk123
เวปนี้ทันสถานการณ์จริงๆ

ขอบคุณครับ
แวบมา
ขอบคุณครับพี่

ไว้วันไหนผมแวะไป
รบกวนพี่พาไปดูด้วยนะครับ
ต.ตาปี
QUOTE (แวบมา @ 29 October 2007, 08:22 PM) *
ขอบคุณครับพี่

ไว้วันไหนผมแวะไป
รบกวนพี่พาไปดูด้วยนะครับ

ยินดีครับ smile.gif
moo
ทันสถานการณ์จริงๆ
prinya
QUOTE (ต.ตาปี @ 29 October 2007, 03:40 PM) *
หลุมที่ขุดพบท่อนซุง



กองท่อนซุง





ลักษณะเนื้อไม้





ขอบคุณ

ปุ๊ก พิมพ์

แล้วใครรู้บ้าง กองซุงที่มีคุณภาพดีมาก เนื้อไม้ก็สวยหายากอย่างนี้

มันจะไปไหน แล้วเป็นอย่างไรต่อไป หรือจะเป็นแบบไม้สาละวิน

.
toberich
QUOTE (prinya @ 30 October 2007, 10:36 AM) *
แล้วใครรู้บ้าง กองซุงที่มีคุณภาพดีมาก เนื้อไม้ก็สวยหายากอย่างนี้

มันจะไปไหน แล้วเป็นอย่างไรต่อไป หรือจะเป็นแบบไม้สาละวิน

.

พี่ปริญญาปรารถนาดี เป็นห่วงทรัพย์สมบัติของชาติใช่ไหมครับ ?
น่าคิดเหมือนกัน หน่วยงานที่จะรักษาคงหนักใจเหมือนกัน
ไม่รู้จะนำไปเก็บที่ไหน และจะใช้ประโยชน์อะไรต่อไปกับไม้
ท่อนซุง (น่าจะเป็นไม้สัก) ตั้ง 90 ท่อน (ตามข่าว)

พอดีความคิดแล่นเข้ามาในสมองผมทันที ผมว่ากรมศิลปากร
น่าจะดูแล หากยังใช้ประโยชน์ได้ก็นำไปใช้ซ่อมแซมโบราณสถาน
วัดวาอาราม หรือนำไปซ่อมแซมโขนเรือ ตัวเรือพระที่นั่ง หรือ ฯลฯ
ก่อนนั้นผมเคยอ่านข่าวว่าต้องใช้งบประมาณมากในการจัดซื้อไม้
เหล่านี้มาใช้ซ่อมแซม และก็หายากเข้าไปทุกวัน เพราะฉะนั้น
กรมศิลปากรประสานกับกองทัพเรือ น่าจะใช้ประโยชน์ได้มากกว่า
ทหารก็น่าจะเก็บรักษาและใช้ประโยชน์ได้ดี จะได้ไม่เกิดกรณีเหมือน
ไม้สาละวินอย่างที่พี่ปริญญาว่า หรือท่านอื่นว่าไง ? ออกความเห็น
พูดคุยกันเผื่อจะเป็นหูเป็นตารักษาสมบัติของชาติไว้ได้บ้าง smile.gif
prinya
QUOTE (toberich @ 30 October 2007, 05:54 PM) *
พี่ปริญญาปรารถนาดี เป็นห่วงทรัพย์สมบัติของชาติใช่ไหมครับ ?
น่าคิดเหมือนกัน หน่วยงานที่จะรักษาคงหนักใจเหมือนกัน
ไม่รู้จะนำไปเก็บที่ไหน และจะใช้ประโยชน์อะไรต่อไปกับไม้
ท่อนซุง (น่าจะเป็นไม้สัก) ตั้ง 90 ท่อน (ตามข่าว)

พอดีความคิดแล่นเข้ามาในสมองผมทันที ผมว่ากรมศิลปากร
น่าจะดูแล หากยังใช้ประโยชน์ได้ก็นำไปใช้ซ่อมแซมโบราณสถาน
วัดวาอาราม หรือนำไปซ่อมแซมโขนเรือ ตัวเรือพระที่นั่ง หรือ ฯลฯ
ก่อนนั้นผมเคยอ่านข่าวว่าต้องใช้งบประมาณมากในการจัดซื้อไม้
เหล่านี้มาใช้ซ่อมแซม และก็หายากเข้าไปทุกวัน เพราะฉะนั้น
กรมศิลปากรประสานกับกองทัพเรือ น่าจะใช้ประโยชน์ได้มากกว่า
ทหารก็น่าจะเก็บรักษาและใช้ประโยชน์ได้ดี จะได้ไม่เกิดกรณีเหมือน
ไม้สาละวินอย่างที่พี่ปริญญาว่า หรือท่านอื่นว่าไง ? ออกความเห็น
พูดคุยกันเผื่อจะเป็นหูเป็นตารักษาสมบัติของชาติไว้ได้บ้าง smile.gif

ถูกต้องแล้วครับคุณเอ๊ด ผมเสียดายสมบัติของชาติที่สูงค่าอย่างนี้
อย่างไม้สักทองงามๆอย่างนี้หายากแล้ว ไม่อยากให้เหมือนไม้สาละวิน
หากจำไม่ผิด ได้ยินว่าขนไม้สาละวินไปรวมกองที่กรมทหารที่ใดที่หนึ่ง
สุดท้าย เกิดไฟไหม้ เผาไม้ที่รวมกองไว้ทั้งหมด เสียดายมากๆครับ
ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หรือไม่ก็เกิดแมงมอดกินสมบัติของชาติ

sad.gif

.
แวบมา
วันนี้ได้รับความกรุณาจากพี่ ต.ตาปี พาผมเข้าไปชมกองไม้รากป้อม

ได้ความจากเจ้าหน้าที่ว่า
ไม้ส่วนใหญ่ที่พบและนำขึ้นมาเป็น "ไม้ตะเคียน"
มีบ้างที่เป็นไม้สักทองครับ
เมื่อก่อนครั้งเมื่อเริ่มมีการเข้ามาก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการทับซ้อนโบราณสถาน
ก็คงมีพบกันมาบ้างแล้ว
สังเกตจากหน้าโรงพักสมเด็จ-คลองสาน จะมีศาลตะเคียนทองตั้งอยู่ครับ
แต่คราวนี้พบมากหน่อย
เนื่องจากเป็นบริเวณที่ติดกับตัวป้อม
เพราะแต่โบราณมาเราใช้ซุงวางเรียงซ้อนเป็นฐานรากสถาปัตยกรรม
แทนการตอกเสาเข็มครับ
ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ตามประวัติการสร้างภูเขาทองก็ระบุว่า
ใช้ท่อนซุงมาวางซ้อนกันเป็นฐานรับองค์พระเจดีย์
หรือมาจนเมื่อสมัยประมาณเกือบร้อยปีมานี่เอง
โรงเรียนที่ผมเรียนสมัยมัธยมก็ใช้ท่อนซุงรองเป็นฐาน
เรื่องนี้พี่ปริญญาคงทราบดีกว่าผม
เพราะเมื่อวันก่อนผมได้พบพี่ท่านหนึ่ง (น่าจะประมาณรุ่น 82)
ท่านบอกว่าสมัยเรียนท่านเคยเปิดพื้นกระดานห้องเรียนเพื่อกวาดฝุ่นลงไปทิ้ง
ก็เห็นกองซุงมหาศาลวางเรียงอยู่
แต่มารุ่นผมเขาตอกพื้นกระดานแน่นหนาเลยไม่เคยเห็น
ตอนที่เขาซ่อมใหญ่ก็ไม่ทราบว่าซุงยังอยู่ดีหรือมอดกินไปหมดแล้วก็ไม่รู้
แวบมา
มาเข้าเรื่องป้อมต่อครับ
ตามที่เข้าไปดูพบว่าเหนือชั้นกองซุงจะมีการเรียงซ้อนของก้อนอิฐโบราณ
ซึ่งอาจเป็นแนวกำแพงเมืองเก่าที่ต่อจากป้อมออกมา
หากใครสนใจประวัติศาสตร์คราวเสียกรุงครั้งที่สอง
น่าจะเคยได้ยินว่า
พม่าขุดอุโมงค์มาจนถึงรากกำแพง
แล้วใช้ไฟสุมอยู่หลายวันหลายคืนจนกำแพงทลายลง
มาเห็นอย่างนี้จินตนาการตามประวัติศาสตร์ได้เลยครับ

ซุงหลายท่อนมีร่องรอยบากไม้ และบางท่อนเสี้ยมปลาย
คาดว่าเป็นเทคนิคการวางเรียงซ้อนของคนโบราณ
โดยท่อนที่เสี้ยมปลายใช้ตอกแนวดิ่ง
และใช้ท่อนที่บากมาขัดกันไว้อีกแนว
เสียดายว่าทางเจ้าหน้าที่เขาชักลากซุงขึ้นมาวางไว้ข้างบนเกือบหมดแล้ว
เหลือแต่ที่เห็นปักอยู่ไม่กี่ต้น
เลยอดดูเทคนิคการเรียงซุงเลยครับ
ต้องเดาๆ เอาจากรอยบาก รอยเสี้ยมเอาเอง

เจ้าหน้าที่เล่าว่า ในการก่อสร้างอาคารแถวนั้น
หลายครั้งตอกเสาเข็มไม่ลง
คาดว่าคงไปตอกทับซ้อนแนวโบราณสถานเดิม
แต่ก็ไม่มีใครสนใจขุดค้นจริงจัง
ซึ่งหากขุดก็คงพบแนวโบราณสถาน
อย่างที่พบริมคลองโอ่งอ่างนั่นแหละครับ

ขออภัยเรื่องรูปครับ
เครื่องที่ผมใช้ความไวต่ำ
วันนี้เข้าเว็บฝากรูปไม่ได้
เดี๋ยวหลุดๆ จนท้อ
ขอติดไว้ก่อนนะครับ
แต่จริงๆ แล้วที่ผมถ่ายได้ก็น้อยกว่าที่พี่ ต.ตาปีถ่ายมา
เพราะเจ้าหน้าที่เขาเอา สแลน มาคลุมกองซุงไว้แล้วครับ
prinya
.
ขอบคุณผู้กองที่เล่าสิ่งที่ได้เห็นและให้ความรู้อื่นเสริม

การก่อสร้างในโบราณนั้นเป็นความรู้น่าศึกษามาก

เนื่องจากไทยเราตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มชุ่มน้ำ จึงใช้ซุงต้นใหญ่

นำมาฝังดินทำฐานราก ซึ่งซุงที่ถูกฝังไม่สัมผัสอากาศ

จะคงทนและมีคุณสมบัติดีดังเดิม เท่าที่ทราบหลายร้อยปีก็ยังดีอยู่

เขาว่ากันว่าฐานถนนราชดำเนิน และอาคารโบราณทำวิธีนี้ทั้งนั้น

กลับมาพูดถึงซุงที่ขุดพบครั้งนี้ หากนำขึ้นตากแดดตากลม

ไม่ช้าก็แห้งและแตกเสียหายได้ แม้การผึ่งลมเป็นการทำให้ไม้แห้ง

เพื่อนำไปแปรรูปได้ แต่ก็ต้องเก็บรักษาอย่างถูกวิธี

งานนี้น่าติดตามว่า หน่วยราชการที่มีความรู้และประสบการณ์ทั้งหลาย

จะร่วมมือกันอย่างไร หรือจะปล่อยให้จัดการแบบตัวใครตัวมัน

ninja.gif

.
Darika
หน่วยงาน ราชการ มักมีบทบาท เพราะเสียงเรียกร้องที่สายเกิน ไป
หรือมิฉะนั้นก็สายเกิน แก้ ค่ะ

เสมอๆ ดาริกาเห็นมาหลายโปรเจคแล้ว
สำหรับคน รัก และ หวงแหน ของเก่าๆ หรือ โบราณสถาน
หัวใจ สลายค่ะ


ดาริกา ทำงาน อาคารอนุรักษ์ เป็น อาคารเก่า ตั้งแต่สมัยประมาณ รัชกาลที่ 5
เสาเข็ม ก็ ถูกล้อมด้วยซุง เก่าๆ ประมาณนี้ มากมาย
อาจารย์ การุณบอก อย่าไปรบกวนเค้า
ท่านเองก็ ดูโครงสร้างของ วังสระปทุม พระที่นั่งต่างๆ ที่ พระบรมมหาราชวังด้วยค่ะ

แบบที่ พี่ปริญญา พูดไว้ ตราบใดที่ซุงเหล่านั้น ไม่สัมผัสอากาศ
เค้าก็ ทำหน้าที่ของเค้า อย่างดีที่สุดค่ะ
Cowboy
น่าเสียดายนะครับ ถ้าไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี
เพราะความรู้ต่าง ๆ เหล่านั้น คือภูมิปัญญาของบรรพชนไทยเรา
ที่ไม่ได้ด้อยกว่าชาติใดเลย
samun007
เท่าที่เคยเห็นฐานกำแพงป้อมพระนครมาบ้าง จะมีหลายชั้นครับ

อย่างกำแพงพระนครตรงวังหน้าแถว ๆ ท่าพระจันทร์ จะใช้รูปแบบการวางเรียงท่อนซุงใหญ่ ๆ เป็นแนวเฉียงคล้าย ๆ กับ การปลูกเรือนไทยครับ จะไม่ตอกลงเป็นเส้นตรงเหมือนกับ การตอกเสาเข็มในปัจจุบันครับ

ไว้ถ้าว่าง ๆ จะเอารูปมาลงให้ดูครับ


รบกวนสอบถามว่า ถ้าจะไปเยี่ยมชม กองท่อนซุงวันเสาร์ หรือ อาทิตย์นี้ยังเข้าไปชมได้อยู่ไหมครับ หรือ โดนหวงห้ามแล้ว
ต.ตาปี
QUOTE (samun007 @ 31 October 2007, 03:26 PM) *
รบกวนสอบถามว่า ถ้าจะไปเยี่ยมชม กองท่อนซุงวันเสาร์ หรือ อาทิตย์นี้ยังเข้าไปชมได้อยู่ไหมครับ หรือ โดนหวงห้ามแล้ว

วันเสาร์ อาทิตย์ไม่แน่ใจครับแต่วันธรรมดาไปติดต่อที่ป้อมยามจะมีเจ้าหน้าที่นำไปครับถ้าจะถ่ายรูป
ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าฝ่ายปกครองก่อนครับ ท่านใจดีครับ
bancha
QUOTE (samun007 @ 31 October 2007, 03:26 PM) *
เท่าที่เคยเห็นฐานกำแพงป้อมพระนครมาบ้าง จะมีหลายชั้นครับ

อย่างกำแพงพระนครตรงวังหน้าแถว ๆ ท่าพระจันทร์ จะใช้รูปแบบการวางเรียงท่อนซุงใหญ่ ๆ เป็นแนวเฉียงคล้าย ๆ กับ การปลูกเรือนไทยครับ จะไม่ตอกลงเป็นเส้นตรงเหมือนกับ การตอกเสาเข็มในปัจจุบันครับ

ไว้ถ้าว่าง ๆ จะเอารูปมาลงให้ดูครับ
................................



ขอบคุณมากครับ
ต.ตาปี
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เป็นห่วงนะครับผมได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของเขตคลองสานทราบว่า
ตอนนี้หยุดการก่อสร้างออกไปก่อนครับรอให้เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบให้เสร็จ
แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหาข้อสรุปร่วมกันอีกครั้งหนึ่งครับว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
แวบมา
QUOTE (prinya @ 31 October 2007, 07:28 AM) *
.


กลับมาพูดถึงซุงที่ขุดพบครั้งนี้ หากนำขึ้นตากแดดตากลม

ไม่ช้าก็แห้งและแตกเสียหายได้ แม้การผึ่งลมเป็นการทำให้ไม้แห้ง

เพื่อนำไปแปรรูปได้ แต่ก็ต้องเก็บรักษาอย่างถูกวิธี

งานนี้น่าติดตามว่า หน่วยราชการที่มีความรู้และประสบการณ์ทั้งหลาย

จะร่วมมือกันอย่างไร หรือจะปล่อยให้จัดการแบบตัวใครตัวมัน

ninja.gif

.


ขออนุญาตครับพี่

ตอนนี้เท่าที่คุยกับ รปภ. ได้ความว่า
เท่าที่ทางเขตทำได้คือพรมน้ำหล่อเลี้ยงความชื้นไว้ก่อนครับ
หากละเลยปล่อยให้แห้งเองไม้สูญเสียความชื้นอย่างรวดเร็วเมื่อไร แตกแน่ครับ

เรื่องการรักษาผู้เชี่ยวชาญควรเข้ามาดูแลครับ
คงคล้ายของเครื่องถ้วยเรือจม
ที่เมื่อกู้ขึ้นมาต้องแช่น้ำจืดไว้หลายปีให้เกลือเจือจางก่อนครับ

ส่วนเรื่องนำกลับมาใช้ประโยชน์
คงต้องถามทางวิศวกร
ผมไม่ทราบว่าไม้ที่นำขึ้นมาจะยังมียางอยู่สมบูรณ์ดังเดิมหรือไม่ครับ
ไม้โบราณที่อยู่บนผิวดินหลังจากตัดโค่นแล้วน่าจะมีอายุจำกัดนะครับ
โบราณมีคำว่า "ไม้หมดยาง"
แต่ไม้สักนั้น เท่าที่มีคนพบในเมืองโบราณที่ชมภูทวีป
อายุเป็นพันๆ ปีก็ยังอยู่ได้ (อาจจะไม่สมบูรณ์ดีดังเดิมแต่ก็ถือว่าคงทนแล้วครับ)
ต.ตาปี
ผมและผู้กองแวบมาได้ไปดูท่อนซุงโบราณเมื่อเดินผ่านสำนักงานเขตคลองสาน
ผู้กองสนใจปืนใหญ่โบราณที่อยู่ข้างเสาธงของสำนักงานเขตคลองสาน ฝากผมช่วยหาข้อมูล
ให้ด้วย ผมขอแนะนำเขตคลองสานและวัตถุโบราณเพิ่มเติมนะครับ

เขตคลองสาน
เดิมเป็นอำเภอมีชื่อว่า อำเภอบางลำพูล่าง จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2454
ต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอบุปผาราม ตั้งที่ว่าการอำเภออยู่ที่หน้าวัดทองธรรมชาติ และได้ย้าย
ที่ว่าการอำเภอไปตั้งอยู่ที่หน้าวัดทองนพคุณ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2458 ต่อมา
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า
พระราชทานนามอำเภอบุปผารามใหม่ว่า อำเภอคลองสาน ในวันที่ 26 สิงหาคม 2481
ได้ยุบอำเภอคลองสานลงเป็นกิ่งอำเภอ ชื่อว่า กิ่งอำเภอคลองสาน ขึ้นอยู่ในความปกครอง
ของอำเภอบางยี่เรือ เนื่องจากเป็นอำเภอเล็ก มีปริมาณงานไม่มาก และประชากรมีน้อย



ต่อมาปี พ.ศ.2500 ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ตั้งกิ่งอำเภอคลองสาน อำเภอธนบุรี
จังหวัดธนบุรี ขึ้นเป็นอำเภอเรียกว่าอำเภอคลองสาน และเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2503
จึงสร้างที่ว่าการใหม่ที่ถนนลาดหญ้าบริเวณป้อมป้องปัจจามิตร



ในปี พ.ศ.2514 มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ให้รวมจังหวัด
พระนครและธนบุรีเป็นจังหวัดเดียวกันเรียกว่า นครหลวงกรุงเทพธนบุรี ต่อมา พ.ศ.2515
ได้มีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ให้เปลี่ยนนครหลวง
กรุงเทพธนบุรีเป็นกรุงเทพมหานคร และแบ่งพื้นที่กรุงเทพมหานครออกเป็นเขต ปี พ.ศ.2516
ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งกรุงเทพมหานครออกเป็น 24 เขต อำเภอคลองสานได้เปลี่ยนเป็น
เขตคลองสานขึ้นกับกรุงเทพมหานคร



ปืนใหญ่โบราณ
ปืนใหญ่ของเขตคลองสาน มีจำนวน 2 กระบอก ตั้งอยู่บริเวณเสาธงชาติด้านหน้าสำนักงาน
เขตคลองสาน ทราบประวัติเพียง 1 กระบอก คือ ปืนใหญ่โบราณที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือของเสาธง
จากการที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติได้ขอยืมปืนใหญ่จากเขตคลองสานเพื่อนำไปประกอบการ
จัดนิทรรศการพิเศษเรื่อง “400 ปี สัมพันธ์ไมตรีไทย – เนเธอร์แลนด์” ระหว่างวันที่ 4 – 29
กุมภาพันธ์ 2547




ซึ่งได้ปรากฏเอกสารประกอบการบรรยายโดย นายศิริรัจน์ วงศ์พ่าห์
กล่าวไว้ว่า เป็นปืนเหล็กสมัยอยุธยาของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาเป็นปืนใหญ่
เหล็กชนิดลูกโดด แบบบรรจุลูกกระสุนทางปากลำกล้อง ลำกล้องมีความยาวราว 133.5 ซม.
ลูกกระสุนที่ใช้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 3 นิ้ว



บนตัวปืนมีรูปหล่อนูนตราบริษัทอินเดียวตะวันออกของฮอลันดา Vereenidge Oost-Indische
Compagnie (V.O.C.) เหนือตรา (V.O.C.) พบตัวอักษร H หมายถึง Hoorn ในกรอบวงกลม
เพลาซ้ายของปืนมีตัวอักษร Fหมายถึง Finspangเพลาขวาของปืนพบคำว่า “Solid” น่ามีความหมาย
ตรงกับคำในภาษาไทยว่าแข็งแรงและทนทานประวัติของปืนกระบอกนี้พอจะทราบได้ว่าเป็นปืนมี
ชื่อรู้จักกันในอดีตว่าFinbanker of Dutch Pattern คือปืนที่สำนักงานของบริษัท V.O.C.
ที่เมือง Hoorn ว่าจ้างให้ทางสวีเดนหล่อขึ้นและปืนกระบอกนี้หล่อมาจากเขตอุตสาหกรรมที่มีชื่อ
Finspang เมือง Ostergotland ลักษณะและรูปทรงของปืนพอช่วยกำหนดอายุปืนคร่าว ๆ
ได้ว่าสร้างในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 22 และตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 23


และปืนกระบอกนี้น่าจะเข้ามาเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา ประวัติแต่เดิมของปืนกระบอกนี้ทราบว่าพบ
อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีเช่นเดียวกับปืนในชั้นนี้ที่พบอีกกระบอกหนึ่งใกล้กับป้องเก่าริมฝั่ง
แม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรีพอจะสันนิษฐานได้ว่าปืนใหญ่กระบอกนี้น่าจะเป็นปืนใหญ่เหล็กแบบหนึ่ง
ที่มีไว้ใช้ห้องกันข้าศึกที่จะรุก
เข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ปืนกระบอกนี้นับเป็นปืนใหญ่เหล็กแบบหนึ่ง
ซึ่งมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปืน Finbanker ที่เมืองกาญจนบุรี และพัทลุง

ต.ตาปี
ปืนกระบอกด้านขวาที่ยังไม่ทราบประวัติ








บรรณานุกรม
กรุงเทพมหานคร. สำนักงานเขตคลองสาน. ครบรอบ 96 ปี เขตคลองสาน. กรุงเทพฯ : สำนักงานเขตคลองสาน, 2550.
แวบมา
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับพี่โต้

ผมความรู้แค่น้อยนิด
ไม่คิดว่าอายุปืนจะมากถึง 200 ปี
แต่เห็นว่าน่าสนใจดีจึงถามครับ
prinya
.
ขอบคุณ คุณ ต.ตาปี และ ผู้กองแวบมา ที่นำความรู้เกี่ยวกับปืนโบราณมาให้

ขอถามเพิ่มเติมนอกเรื่องซุงเล็กน้อยว่า ที่มีการกล่าวว่า ปืนโบราณเป็นสมบัติของชาตินั้นใช่หรือไม่

หากพบปืนโบราณขนาดเล็ก ลำกล้องยาวประมาณ 36 นิ้ว เส้นผ่า ศก.ภายนอกที่ปากประมาณ 6 นิ้ว

แบบที่เคยเห็นในหนังที่มีปืนโบราณขนาดเล็กติดตั้งที่หัวเรือ ปืนนี้จัดเป็นสมบัติของชาติด้วยไหมครับ

.
เอก เทวดา
อยากจะร้อ่ะคับว่าถ้าเอามายิงตอนนี้มันจะเป็นไงคับจะยิงได้รึป่าว รึว่าจะแตกใส่หน้าเราซะก่อน ก็เก่าขนาดนี้อ่ะ
samun007
QUOTE (prinya @ 1 November 2007, 08:34 PM) *
.
ขอบคุณ คุณ ต.ตาปี และ ผู้กองแวบมา ที่นำความรู้เกี่ยวกับปืนโบราณมาให้

ขอถามเพิ่มเติมนอกเรื่องซุงเล็กน้อยว่า ที่มีการกล่าวว่า ปืนโบราณเป็นสมบัติของชาตินั้นใช่หรือไม่

หากพบปืนโบราณขนาดเล็ก ลำกล้องยาวประมาณ 36 นิ้ว เส้นผ่า ศก.ภายนอกที่ปากประมาณ 6 นิ้ว

แบบที่เคยเห็นในหนังที่มีปืนโบราณขนาดเล็กติดตั้งที่หัวเรือ ปืนนี้จัดเป็นสมบัติของชาติด้วยไหมครับ

.



ถ้าพบบ้านเรา ก็น่าจะเป็นสมบัติของชาติได้ครับ
แวบมา
QUOTE (prinya @ 1 November 2007, 08:34 PM) *
.
ขอบคุณ คุณ ต.ตาปี และ ผู้กองแวบมา ที่นำความรู้เกี่ยวกับปืนโบราณมาให้

ขอถามเพิ่มเติมนอกเรื่องซุงเล็กน้อยว่า ที่มีการกล่าวว่า ปืนโบราณเป็นสมบัติของชาตินั้นใช่หรือไม่

หากพบปืนโบราณขนาดเล็ก ลำกล้องยาวประมาณ 36 นิ้ว เส้นผ่า ศก.ภายนอกที่ปากประมาณ 6 นิ้ว

แบบที่เคยเห็นในหนังที่มีปืนโบราณขนาดเล็กติดตั้งที่หัวเรือ ปืนนี้จัดเป็นสมบัติของชาติด้วยไหมครับ

.



QUOTE (samun007 @ 2 November 2007, 05:19 PM) *
ถ้าพบบ้านเรา ก็น่าจะเป็นสมบัติของชาติได้ครับ



ถ้านักโบราณคดีไปพบพี่บ้านพี่ปริญญา ก็อาจเรียกว่า "สมบัติของชาติ" yes.gif yes.gif yes.gif








































แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบ ก็คงเรียกว่า "ของกลาง" ครับ woot.gif woot.gif woot.gif
prinya
QUOTE (แวบมา @ 2 November 2007, 09:11 PM) *
ถ้านักโบราณคดีไปพบพี่บ้านพี่ปริญญา ก็อาจเรียกว่า "สมบัติของชาติ" yes.gif yes.gif yes.gif
แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบ ก็คงเรียกว่า "ของกลาง" ครับ woot.gif woot.gif woot.gif

ขอบคุณครับที่บอก เมื่อรู้อย่างนี้แล้วจะได้ไม่หาเหาใส่หัว
เคยมีคนเสนอในราคาไม่แพง เห็นของแล้วด้วยน่ารักดี
เกือบซื้อแล้วคิดจะไว้แต่งหน้าประตูบ้าน เกือบไปแล้วเรา

teehee.gif teehee.gif

.
แวบมา
QUOTE (prinya @ 2 November 2007, 10:28 PM) *
ขอบคุณครับที่บอก เมื่อรู้อย่างนี้แล้วจะได้ไม่หาเหาใส่หัว
เคยมีคนเสนอในราคาไม่แพง เห็นของแล้วด้วยน่ารักดี
เกือบซื้อแล้วคิดจะไว้แต่งหน้าประตูบ้าน เกือบไปแล้วเรา

teehee.gif teehee.gif

.


ชะอุ๊ยยย...

ถ้าไม่แพง... อย่างนี้...
ข้อกฎหมาย... พลิก... ครับ...

ท่านว่าคนวิกลจริตกระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ
ผมรับไว้เองเลยครับพี่
ของชอบบบบ... laugh.gif
prinya
QUOTE (แวบมา @ 3 November 2007, 04:17 AM) *
ชะอุ๊ยยย...

ถ้าไม่แพง... อย่างนี้...
ข้อกฎหมาย... พลิก... ครับ...

ท่านว่าคนวิกลจริตกระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ
ผมรับไว้เองเลยครับพี่
ของชอบบบบ... laugh.gif

55555 ไว้จะตามหาดู ถ้าได้ความอย่างไรจะมาเล่าให้ฟัง

จบข่าว และสวัสดีครับ

ninja.gif

.
ชมจันทร์
บริษัท อีสต์อินดีส ของชาววิลันดา มีกองทัพของตนเอง

ตอนแรกๆจะค้าขายเยี่ยงพ่อค้าธรรมดา พอตั้งหลักปักฐาน

ดีแล้วก็ยึดเป็นเมืองขึ้น กอบเอาฟรีๆ มิต้องจ่ายสตางค์

แถมทำสตางค์ของบริษัท ใช้ในการค้าขายด้วย

อันที่เอามาให้ดูนี้ ตรงกับแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์

ก่อนเสียกรุง ๒๑ ปี ประทับตรา v.o.c. เหมือนบนปืนใหญ่เลย







อีกด้านนึงครับ







เหรียญนี้ขุดได้ที่เมืองมะละกา ราวๆปี ๑๙๖๐ ครับ หลังบ้านน้าของผมเอง
ต.ตาปี
ขอบคุณพี่มากครับที่นำข้อมูลมาเพิ่มเติม
prinya
QUOTE (แวบมา @ 3 November 2007, 04:17 AM) *
ชะอุ๊ยยย...

ถ้าไม่แพง... อย่างนี้...
ข้อกฎหมาย... พลิก... ครับ...

ท่านว่าคนวิกลจริตกระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ
ผมรับไว้เองเลยครับพี่
ของชอบบบบ... laugh.gif

ผู้กองครับ ประเภทนี้แต่น้องหนิมเต็มหมด ใช่ของชอบบบบ... ที่จะรับไว้เองไหมครับ


ninja.gif

.
แวบมา
QUOTE (prinya @ 4 November 2007, 07:22 PM) *
ผู้กองครับ ประเภทนี้แต่น้องหนิมเต็มหมด ใช่ของชอบบบบ... ที่จะรับไว้เองไหมครับ


ninja.gif

.


yes.gif yes.gif yes.gif
samun007
rolleyes.gif
LeeZhunShin
QUOTE (ต.ตาปี @ 1 November 2007, 04:18 PM) *
ปืนกระบอกด้านขวาที่ยังไม่ทราบประวัติ






บรรณานุกรม
กรุงเทพมหานคร. สำนักงานเขตคลองสาน. ครบรอบ 96 ปี เขตคลองสาน. กรุงเทพฯ : สำนักงานเขตคลองสาน, 2550.


ดูเหมือนปืนกระบอกขวา จะเป็นปืนใหญ่จากอังกฤษใช่ไหมครับ สัญลักษณ์คุ้น ๆ เห็นบ่อย ๆ
samun007
QUOTE (LeeZhunShin @ 28 November 2007, 12:41 AM) *
ดูเหมือนปืนกระบอกขวา จะเป็นปืนใหญ่จากอังกฤษใช่ไหมครับ สัญลักษณ์คุ้น ๆ เห็นบ่อย ๆ



เป็นปืนเรือ (ปืนใหญ่ที่ยิงบนเรือ) น่าจะเป็น คาโรเนด เฮาว์วิตเซอร์ ครับ

ปืนแบบนี้ มีอยู่ 2ประเภท คือแบบมีเพลา กับอีกแบบ คือ แบบที่ใช้เหล็กมาติดแทนเพลา

ปืนแบบนี้ มีอยู่จำนวนมาก ที่พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) กทม. ครับ

ข้อมูลจาก หนังสือ ปืนใหญ่โบราณในพระบรมมหาราชวัง ของ อ. ศจ.นพ. สำราญ วังศพ่าห์ ครับ

แบบในรูป น่าจะเป็นแบบที่สองคือ ใช้เหล็กติดกับตัวปืนแทนเพลา ครับ (ผมเดานะ)
samun007
เพิ่มเติมครับ ปืนใหญ่รุ่นนี้ ผลิตโดย บริษัท ไบเล่ย์ เพค ประเทศอังกฤษครับ สมัย ควีนแอนน์ ครับ

บริษัทไบเล่ย์ เพคนี้ ผลิตปืนมาจำหน่ายให้ สยาม มีทั้งปืนบก และ ปืนเรือ ครับ
samun007
ตามสัญญาที่ให้ไว้ครับ วันนี้เรามาดู ลักษณะทางโครงสร้างของ ป้อมโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยากันครับ

samun007




samun007


ชั้นอิฐโบราณครับ




Model จำลองที่สร้างขึ้นมาให้เห็น ฐานกำแพงพระนครโบราณครับ
samun007


This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2018 Invision Power Services, Inc.