Help - Search - Members - Calendar
Full Version: ตำนานอิติปิโสถอยหลัง มหาเวทย์สยบอสูร...
ชุมชนคนรักมีด > ลานพระเครื่อง (Amulet Talk) > วัตถุมงคลและพระเครื่อง (Amulet Talk)
AlPha
ตำนาน บทสวด อิติปิโส ถอยกลับ บทสวดนี้ไม่ค่อยจะคุ้นหูคนทั่วไปมากนัก โดยทั่วไปจะท่องบทสวด อิติปิโส ธรรมดาทั่วไป ซึ่งก่อนนอนหากท่านสวดมนต์อิติปิโสนี้ทุกวัน เขาว่ากันว่า นอนแล้วจะหลับฝันดี และได้รับความคุ้มครองจากทวยเทพ ซึ่งหากเราไปต่างจังหวัดหรือไปในที่ที่เรา ไม่คุ้นที่และต้องพักข้างแรม ควรมีติดตัวเอาไว้ อย่างน้อยๆก็ทำให้เราสบายใจในยามหลับนอน.. ครับ บท อิติปิโส ถอยหลัง เมื่อสมัยพุทธกาล มีเหล่าพระสงฆ์อยู่กลุ่มหนึ่งได้ออกธุดงค์ไปในป่าเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นป่าที่ว่ากันว
่า ไม่มีนักบุญท่านใดอยู่ได้นาน เพราะมักจะมีเหล่าอสูรกายมาหลอกหลอน ให้ตบะพังจนสติแตกอยู่ร่ำไป พระสงฆ์กลุ่มนี้ได้ปักกรด และจำศีลอยู่ที่นั่น ซึ่งมีกันทั้งหมด 8 องค์ ตกกกลางคืน เหล่าอสูรกายก็ออกฤทธิ์ ทั้งหัวเราะทั่วหุบเขา ทั้งแปลงเป็นผี ควักไส้พุง ตาถลน ทั้งหมดกลัวสุดขีดแต่ได้ตั้งสติและสวดมนต์ โดยเฉพาะอิติปิโส แต่พอสวด อสูรกายกลับกลายร่างเป็นยักษ์โล้น(ร่างแท้ๆ) ปัดกลดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ทั้งหมดทุกท่านโกย..โกยเถอะโยม..ม และนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า ได้ให้บทสวด อิติปิโส แต่ให้สวดถอยกลับ เพื่อไปปลดปล่อยยักษ์ตนั้นที่หวงที่ เหล่าพระสงฆ์เหล่านั้น ก็กลับไปที่เดิม ตกกลางคืน มาอีกหนักกว่าครั้งที่แล้ว ทั้งพายุห่าฝนทั้งฟ้าผ่า และมันกำลังจะกระทืบไปที่เหล่าพระสงฆ์กลุ่มนั้น ทั้งหมดห้อมล้อมและท่อง อิติปิโส ถอยหลัง ยักษ์ตนนั้น ปวดหัวทรมานอย่างแรง จนต้องอ้อนวอนให้พระสงฆ์กลุ่มนั้นหยุดท่องคาถานี้ หัวหน้าคณะได้ให้ยักษ์สาบานด้วยวาจาสัตย์ว่าต้องไม่ทำร้ายใครอีก และต้องจำศีลเพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารที่เป็นอยู่นี้ ยักษ์จึงตกลง..และในที่สุดก็มาเป็นบทคาถาบทหนึ่งที่ไม่ใช่แค่คุ้มครองผู้สวดแล้ว ยังป้องกันภัยอันตรายทั้งหลาย ยามจำเป็นต้องพักในที่ที่เราไม่คุ้นเคย...

คาถาบทนี้มี56ตัว ให้ภาวนา3 หรือ 7คาบ ก่อนออกเดินทางไปสารทิศใด ๆ จะแคล้วคลาดปราศจากทุกภัยพิบัติทั้งปวง หากภาวนาได้ครบ108คาบ ติดต่อกัน จะมีตัวเบา เดินตัวปลิว เสกหรือสะเดาะเคราะห์ สะเดาะกุญแจ หรือโซ่ตรวนของจองจำทั้งปวงได้สิ้น

ติ วา คะ ภะ โธ พุท นัง สา

นุส มะ วะ เท ถา สัต ถิ ระ

สา มะ ทัม สะ ริ ปุ โร ตะ

นุต อะ ทู วิ กะ โล โต คะ

สุ โน ปัน สัม ณะ ระ จะ ชา

วิช โธ พุท สัม มา สัม หัง ระ

อะ วา คะ ภะ โส ปิ ติ อิ ฯ




เพียงแต่ว่า.. บางตำราเค้าว่า เป็นบทสวด ของต่ำ.. เป็นอาคมด้านมืด... ดีไม่ดี จะเป็นการเรียกแทนที่ว่าจะป้องกันตนเอง..
Gearmour
ด้วยความเคารพครับ
ถ้าสวดถอยหลัง ถ้าหวังขลังผมว่าน่าจะใช่
เพราะว่าสมาธิต้องดี ว่าแต่คำแปลละครับ
ถ้าหวังหลุดพ้น เดินหน้าก็พอครับ
ขอแสดงความนับถือ
Gearmour
porin
biggrin.gif biggrin.gif
น้ำมนต์
บทนี้เท่าที่ทราบในประวัติ มีความศักดิ์สิทธิ์มากบทหนึ่งครับ
หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้องในอดีตท่านใช้ครับ
อีกองค์ หลวงพ่อขุ้ย ท่านก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อทบ วัดชนแดนครับ ท่านว่าเก่งนัก
อีกท่านหนึ่งคือปู่ของผม ท่านก็เคยใช้บทนี้สะเดาะกุญแจมาแล้วเห็นผลจริงๆกับตัวของท่านเองเลย

และผมก็เคยได้ของบางอย่าง มาจากการที่ท่องบทนี้จริงๆ
สรุป..ไม่เสียหลายหลอกครับถ้าจะหัดท่องไว้บ้าง อย่างน้อยก็ฝึกสมาธิไปในตัว
กุ๊ก กาญจนบุรี
QUOTE(AlPha @ 19 June 2007, 06:52 PM) [snapback]37448[/snapback]


เพียงแต่ว่า.. บางตำราเค้าว่า เป็นบทสวด ของต่ำ.. เป็นอาคมด้านมืด... ดีไม่ดี จะเป็นการเรียกแทนที่ว่าจะป้องกันตนเอง..

แล้วเราจะรู้ได้ไงครับว่าดีไม่ดีอย่างไร
seeboy
คาถาบทนี้มีในตำราของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วด้วยครับ นอกจากนี้ยังมี อิติปิโส8ทิศ พาหุงแปดบท เคยอ่านเจอในหนังสือประวัติของวัดกลางบางแก้วที่พิมพ์จำหน่าย ท่านที่ไปวัดน่าลองซื้อเก็บไว้อ่านดูครับ
ooTIMoo
เป็นการนำ "อักขระ" ในบทสวดเจริญพุทธคุณ มาใช้โดยการเรียงใหม่
ซึ่งจะเป็นของไม่ดี ทำให้เกิดโทษหรือไม่ .. ส่วนตัวผม เห็นว่าไม่ครับ

อย่างเช่น คาถากระทู้ 7 ตะแบก หรือ คาถายันต์เกราะเพชร ก็ใช้ "อักขระ"
ของบทพุทธคุณ มาเรียงสลับไปมา .. หรือคาถา "นวหรคุณ" ก็เป็นการนำ
"อักขระ" ในบทพุทธคุณ มาผูกเป็นหัวใจพุทธคุณ 9 ห้อง ซึ่งแต่ละคาถา
ก็ไม่ได้ให้โทษแก่ผู้ที่ท่องบ่นครับ

ส่วนจะช่วยให้หลุดพ้นจากวัฏฏะได้หรือไม่ ผมว่า การสวดมนต์ การเจริญพระคาถา
ก็เป็นส่วนหนึ่ง ทำให้ใจสงบ เกิดสมาธิ เกิดฌาณได้ และถ้ารู้จักน้อมเข้าสู่วิปัสสนา
ก็จะเป็นปัจจัยช่วยบั่นทอนกิเลสให้เบาบางลงได้ครับ

เคยอ่านหนังสือ พบตัวอย่างการสวดมนต์ให้เกิดสมาธิ จำไม่ค่อยได้แล้ว .. ประมาณว่า

.. มีพระอาจารย์รูปหนึ่ง ท่านทำสมาธิ จนเกิดคาถาผุดขึ้นมาในใจบทหนึ่ง ว่า

"อิติปิโส ภะคะวือ"

เวลาท่านจะทำอะไร ก็ใช้แต่บทนี้ และก็สำเร็จทุกครั้งไป

ต่อมา มีพระที่สอบได้เปรียญธรรม .. มาบอกท่านว่าผิด .. ต้องสวดใหม่ว่า

"อิติปิโส ภะคะวา"

ท่านก็เลยให้พระมหารูปนั้น ใช้คาถา "อิติปิโส ภะคะวา" ขอข้าวจากรุกขเทวดา
ปรากฏว่า พระมหาทำไม่ได้ .. ท่านก็เลยทำให้พระมหาดู โดยนำบาตรไปแขวน
บนต้นไม้ แล้วสวด "อิติปิโส ภะคะวือ" .. ก็ปรากฏว่า ในบาตรมีข้าวสีเหลืองอ่อน
อย่างน่าอัศจรรย์

smile.gif
pooh66
ดีแน่นอนครับ เชื่อขนมกินได้ แต่โบราณมา อิติปิโสเรียกว่ามีฝอยท่วมหลังช้าง มีทั้งเดินหน้า ถอยหลัง แยกเป็นกระทู้เจ็ดแบก แยกเป็นอิติปิโสเรือนเตี้ย ยังมีอิติปิโสถอดอีก คือท่องข้ามตัวเว้นตัว ส่วนที่โบราณจารย์ท่าน คิดไว้ดังนี้เหนจะมาจากต้องการให้เกิดสมาธิอย่างสูงสุดในการภาวนามากว่า เพราะยิ่งภาวนายาก ยิ่งต้องใช้สมาธิจดจ่อยิ่งขึ้นครับ แหะรู้มานิดหน่อยขออภัยถ้าผิดพลาด
U10
QUOTE(seeboy @ 6 November 2007, 04:44 PM) [snapback]69663[/snapback]

คาถาบทนี้มีในตำราของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วด้วยครับ นอกจากนี้ยังมี อิติปิโส8ทิศ พาหุงแปดบท เคยอ่านเจอในหนังสือประวัติของวัดกลางบางแก้วที่พิมพ์จำหน่าย ท่านที่ไปวัดน่าลองซื้อเก็บไว้อ่านดูครับ

ขออนุญาติครับ...
เช่นกันครับ......
ผมอ่านพบในหนังสือ ตรีทิพย์ พระเครื่่่อง ฉบับ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ. นครปฐม

เขียนไว้ วิธีใช้ "เบี้ยแก้"
จุดธูป3ดอก ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สวดอิติปิโสเดินหน้า ถอยหลัง 3 จบ
แล้วต่อด้วย อิติปิโสเรือนเตี้ยอีก 3 จบ
แล้ว อธิฐานระลึกถึงผู้สร้างให้ช่วยปัดเป่า เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี โทษหนักจะกลายเป็นเบา โทษเบาก็หายเลย

..................................................................................................................
ความเห็นส่วนตัว: หลวงปู่บุญยังให้ใช้อาราธนาเลยครับ....ดีแน่ๆ
.......................................................................................ด้วยความนับถือ............
น้ำมนต์
เคยได้ยินมาเหมือนกันครับเรื่อง อิติปิโส ภะคะวือน่ะครับ woot.gif
ooTIMoo
QUOTE(น้ำมนต์ @ 7 November 2007, 07:54 AM) [snapback]69826[/snapback]

เคยได้ยินมาเหมือนกันครับเรื่อง อิติปิโส ภะคะวือน่ะครับ woot.gif


ผมจำไม่ได้ว่าอ่านจากที่ไหน หรือพระอาจารย์ท่านใดเทศน์ให้ฟัง .. แต่สรุปสุดท้ายก็คือ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยจิตครับ yes.gif
ooTIMoo
เจอแล้วครับ .. เรื่อง อิติปิโส ภะคะวือ .. ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโยครับ .. แบบเต็มๆ tongue.gif

อิติปิโส ภะคะวือ
โดย หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


นึกถึงนิทานย่อๆ ที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเล่าให้ฟังเสมอ หลวงตาพรอาจารย์ของหลวงพ่อนักธรรมตรีก็ไม่ได้ สอนลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่มีปฏิภาณโวหาร แต่ว่าลูกศิษย์สอบได้นักธรรมตรี โท เอก ท่านกลัวว่าลูกศิษย์จะลบหลู่ดูหมิ่นท่านหรืออย่างไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ท่านก็เล่านิทานอันนี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ท่านบอกว่า

มีครูบาอาจารย์สำนักหนึ่งสอนลูกศิษย์ให้ภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ แล้วลูกศิษย์ที่ยังไม่มีความรู้กว้างขวาง ก็ปฏิบัติตามครูบาอาจารย์อย่างคนว่าง่าย แต่มาภายหลังลูกศิษย์เหล่านั้นมีโอกาสได้ไปศึกษาเล่าเรียนในต่างสำนัก บางท่านก็ได้เป็นมหาเปรียญกลับมา ทีนี้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็ไปค้นคว้าตำรับตำราหาคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ ไม่มีเลย

ทีนี้พอกลับมาแล้ว ก็มาปรึกษาหารือว่าอาจารย์ของเรานี้ เข้าใจผิดซะแล้วล่ะ พวกเราต้องมาช่วยกันแก้ทิฏฐิของอาจารย์ มีอย่างที่ไหน อิติปิโส ภะคะวือ มาสอนกัน มันไม่มีในตำราสักหน่อยหนึ่งเลย พอกลับมาก็เข้าไปกราบอาจารย์ "อาจารย์ๆ สอนพวกเราว่า อิติปิโส ภะคะวือ นี้สอนผิดซะแล้วล่ะ ควรแก้ใหม่ พวกเราไปค้นตำรับตำรากันหมดพระไตรปิฎกแล้ว ไม่เจอคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ กันสักแห่งเลย อาจารย์เอาที่ไหนมาว่าก็ไม่รู้ล่ะ"

ทีนี้อาจารย์ท่านก็บอกว่า "เราก็ปฏิบัติของเรามาอย่างนี้ ของพวกท่าน อิติปิโส ภะคะวา ก็คืออิติปิโส ภะคะวา ไปซิ จะมาให้ผมเลิก อิติปิโส ภะคะวือ นี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะผมปฏิบัติมานานแล้ว" ลงผลสุดท้ายอาจารย์กับลูกศิษย์เถียงกันไม่ตก ก็เลยต้องแยกทางกัน อาจารย์บอกว่า "เออ ! ถ้า อิติปิโส ภะคะวา ของท่านทั้งหลายถูกต้อง พวกท่านพากันอยู่วัดเสีย ผมจะไปภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ ของผมบนภูเขาโน้น" ว่าแล้วท่านก็เตรียมบริขารของท่านไปอยู่บนเขา

ฝ่ายลูกศิษย์อยู่ทางวัด ข้อวัตรปฏิบัติก็ย่อหย่อน แล้วประชาชนทั้งหลายก็เสื่อมศรัทธาไม่มีความเลื่อมใส เพราะว่าพระภิกษุไม่สำรวมในสิกขาบทวินัย ไม่เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติ เขาไม่มีศรัทธา ไม่มีใครทำบุญก็พากันอดอยากเกิดความเดือดร้อน แล้วก็พากันคิดถึงครูบาอาจารย์ ก็มาปรึกษาตกลงกันว่า เราจะไปอาราธนาอาจารย์ของเรากลับคืนมา ว่าแล้วก็พากันไป ขึ้นไปบนภูเขาที่อาจารย์ท่านพักอยู่ พอไปถึงก็พากันไปกราบอาจารย์ อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย

ทีนี้ลูกศิษย์ก็กราบเรียนท่าน ท่านก็หันหน้ามา ลูกศิษย์องค์หัวหน้าก็กราบเรียนท่านว่า "พวกเรามาขอพักกับอาจารย์สักคืนหนึ่ง" "เออ ! ที่พักที่นี้กุฏิก็ไม่มี มีแต่ร่มไม้กับพลาญหิน เสื่อหมอนก็ไม่มี มีแต่ก้อนหินกับใบไม้นั้นแหละ พวกท่านต้องการที่ไหนเป็นที่สบายก็นิมนต์จัดหาเอาเอง" พอเสร็จแล้วพระทั้งหลายก็พากันจัดที่พักผ่อนหลับนอนตามอัธยาศัย

พอตื่นเช้าขึ้นมา อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย จนกระทั่ง ๑๑ โมง มันเพลแล้วยังไม่พาบิณฑบาตเลย "อาจารย์เมื่อไหร่จะพาออกบิณฑบาตซักที" "ฮือ ! หิวแล้วหรือ" "หิวแล้วล่ะ" "อ้าว ! ถ้าหิวก็เก็บก้อนหินใส่บาตร" พอเก็บก้อนหินใส่บาตรมา มาประเคนอาจารย์ อาจารย์ก็นั่งหลับตาลง ก็เพ่งลงในบาตร แล้วท่านก็สวด อิติปิโส ภะคะวือ อิติปิโส ภะคะวือ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส อันหอมตลบไปทั่วทุกทิศทุกทาง พอเสร็จแล้วก็ยื่นมาให้พวกลูกศิษย์ "อ้าว ! เอาไปฉันซะ" ทีนี้พระทั้งหลายก็พากันฉัน ฉันเสร็จแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

พอวันหลังมาลูกศิษย์ก็พากันไปกราบอาจารย์ "อาจารย์ๆ วันนี้พวกเราขอทดลองดูหน่อยนะ" "เออ ! ตามใจ" พอเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างเก็บก้อนหินใส่เข้าไปในบาตรแล้วก็ไปนั่งบริกรรมภาวนา อิติปิโส ภะคะวือๆๆ จิตมันก็ไม่เป็นสมาธิสักที อิติปิโส ภะคะวือ นึกขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็ไม่เป็นสมาธิสักที ลืมตาขึ้นมาก้อนหินก็คงเป็นก้อนหินโค่โร่อยู่อย่างเก่า ผลสุดท้าย ๑๑ โมงถึงเวลาฉัน ยอมจำนนเข้าไปกราบอาจารย์ "โอ๊ย ! อาจารย์ไม่ไหวแล้ว ท่องมาจนเมื่อยแล้วไม่เห็นเป็นข้าวมธุปายาสสักที" "หือ ! อ้าว ! เอาบาตรมาตั้งเรียงกัน" ตอนนี้อาจารย์แสดงปาฏิหาริย์ใหญ่เลย เอามือไปแตะบาตรเท่านั้นแหละ ในบาตรควันตลบขึ้นมากลายเป็นข้าวมธุปายาส

ทีนี้พอตกตอนเย็นมา อาจารย์ก็เรียกมาประชุมกัน ท่านก็เทศน์ให้ฟัง ท่านบอกว่า อิติปิโส ภะคะวือ หรือ อิติปิโส ภะคะวา นี่นะมันเป็นแต่เพียงคำบริกรรมภาวนาเท่านั้นเองแหละ เมื่อก่อนนี้ผมก็ภาวนาอิติปิโส ภะคะวา เหมือนกัน พอภาวนาไป ภาวนาไป จิตมันเคลิ้มๆ ลงไปสักหน่อยหนึ่งคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ มันก็โผล่ขึ้นมา ผมก็เลยจับเป็นอารมณ์ภาวนาเรื่อยมา จนกระทั่งได้สมาธิ ได้ญาณ สามารถเสกก้อนหินเป็นข้าวกินได้

เพราะฉะนั้น พวกท่านจะไปสำคัญมั่นหมายอะไรกับคำบริกรรมภาวนา ท่านจะเอาคำไหนมาบริกรรมภาวนาก็ได้ทั้งนั้น ขอแต่ว่าให้เราจริงใจอดทน พากเพียรพยายามเท่านั้นเป็นพอ

ทีนี้ถ้าจะพิจารณาตามนิทานย่อๆ นี้ เราก็ไม่น่าจะไปสงสัยข้องใจกับคำบริกรรมภาวนา ภาวนาพุทโธไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ สัมมา อรหัง ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ ยุบหนอ พองหนอ ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายอย่าไปข้องใจสงสัยในเรื่องคำภาวนา หรืออารมณ์จิตในการภาวนา
น้ำมนต์
แหม...อุตสาห์ หามาจนได้นะท่านนะ thumbsup.gif woot.gif woot.gif
RiT
นิทานเรื่องข้างบน ผมได้ยินมาหลายขนาน
ทั้งเรื่องหลวงตาเสกข้าว ใช้คาถานะโมพุทธายะ หรือ พระเสกวัตถุมงคลให้ตั้งด้วยนะโมพุทธาแยะ ฯลฯ
นิทานแบบนี้มีเยอะครับ laugh.gif laugh.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.