Help - Search - Members - Calendar
Full Version: วิชา ชาตรี
ชุมชนคนรักมีด > ลานพระเครื่อง (Amulet Talk) > วัตถุมงคลและพระเครื่อง (Amulet Talk)
นายสาราพัด
คัมภีร์วิชาคงกระพันชาตรี อาจาร์ยเทพพ์ สาริกบุตร สอนพระคาถาจังเหล็ก
..อรหังคารัง เพชชคงคารัง อรหังจังเหล็ก เพชชคงจังเหล็ก อรหังตรีเพชชคงคง...


คาถาบทนี้ ท่านให้ใช้บริกรรมเรียกประกายเหล็กเข้า คือให้หาเอาเหล็กแผ่นมาลองตีกระทบกัน ถ้ามีประกายไฟแลบออกมา จึงให้เอาเหล็กนั้นมารองนั่ง แล้วบริกรรมด้วยคาถาบทนี้ เพื่อให้ประกายเหล็กนั้นเข้าตัว เมือเลิกบริกรรมแล้ว ให้เอาเหล็กนั้นไปลองตีดูใหม่ ถ้ายังมีประกายไฟแลบอยู่ ก็ให้นำมานั่งทับเรียกไปอีก ทำไปจนกว่าจะตีแล้วไม่มีประกายไฟ
คือประกายไฟเข้าไปอยู่ในตัวเรา จะอยู่คงทนสารพัดอาวุธทั้งปวงแล
คาถาจังเหล็ก เป็นหนึงในคาถาคงกระพันครับ ส่วนคาถาชาตรีนั้น..ถ้าทำได้ขลังเต็มที่ ก็แคล้วคลาด..ไม่ต้องเจ็บตัว เช่นคาถาเสกองค๋พระกันภัย

ขอต่ออีกกระทู้ครับ

ทั้งหมดนำมาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอลัมภ์ชักธงรบ ของคุณกิเลน ประลองเชิง
ฉบับวันเสาร์นี้ครับ
นายสาราพัด
คาถาเสกพระกันภัย

..อะระหัง ปฏิมานะพุทโธ ธานุพุทโธ นิมิตตะพุทโธ กายะพุทโธ สุญญะพุทโธ เอกัคคะตานัง รูปะสุญญัง นิมิตตัง นิมิตตัง..

ท่านว่า เมือจะเดินทางไปที่ใด ให้เขียนรูปองค์พระลงในฝ่ามือ แล้วเสกด้วยพระคาถาบทนี้ ตบเข้าหน้าฝากแล้วเดินทางไปเถิด คุ้มกันอันตรายได้ทั้งมวล..แล

ขอให้จิตใจแน่วแน่ ก็เสกพระคุ้มครองตัวเองได้

smile.gif smile.gif smile.gif

ทั้งหมดนำมาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอลัมภ์ชักธงรบ ของคุณกิเลน ประลองเชิง
ฉบับวันเสาร์นี้ครับ
jaratkul
ขอบคุณครับ smile.gif smile.gif biggrin.gif
porin
ขอบคุณครับพี่ใหญ่ smile.gif
Beam
วิชาชาตรีอีกวิชาที่เคยศึกษามาเป็นของ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม พระนครศรีอยุธยา หรือที่เรียกว่าวิชาหินเบาครับ ส่วนตัวคาถาผมจะนำมาลงให้อีกทีครับ
นายสาราพัด
QUOTE(Beam @ 27 May 2007, 05:29 AM) [snapback]31518[/snapback]

วิชาชาตรีอีกวิชาที่เคยศึกษามาเป็นของ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม พระนครศรีอยุธยา หรือที่เรียกว่าวิชาหินเบาครับ ส่วนตัวคาถาผมจะนำมาลงให้อีกทีครับ

มารออ่านครับ smile.gif
Gearmour
QUOTE(Gearmour @ 25 January 2007, 04:54 PM) [snapback]5067[/snapback]

ด้วยความเคารพครับ
ต่อนะครับ

กลับมาเรื่องสักเพื่ออะไร
ถ้าถามกันจริงๆ ส่วนมากมักจะ หวังในเรื่องของพุทธคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอยู่ยงคงกระพัน
พูดถึงเรื่องคงกระพัน ต้องแยกจากชาตรี ตามที่ในตำราเค้าว่า
คงกระพันคือพันแทงไม่เข้า แต่กระดูกอาจจะหัก อาจจะช้ำในตาย
แต่ชาตรีแม้นเอาหินมาทุ่มใส่หัว ก็ไม่เป็นไรของที่มากระทบจะเบาไป หากแต่ถ้าโดนตีด้วยหมอนหรือไม้โสน
ก็อาจถึงตายได้ ที่มีชื่อคือวิชา 9 เฮ ของศาสนาอื่นเค้า

ขอแสดงความนับถือ

Gearmour

samun007
พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม พูดถึงกำลังใจของผู้ที่แขวนพระเครื่องไว้ว่า...

กำลังใจสูงสุดเข้มข้นมาก ปืนจะยิงไม่ออก (มหาอุตม์)
กำลังใจอ่อนลงมานิดหนึ่ง ยิงออกแต่ไม่ถูก (แคล้วคลาด)
กำลังปานกลาง ยิงถูกแต่ไม่เข้า (คงกระพัน)
กำลังใจอ่อนมาก ยิงเข้าแต่ไม่ตาย (โชคดี)
กำลังใจอย่างแย่ที่สุด ยิงตายแต่ไปสวรรค์ (สุคติ)

ครูบาอาจารย์สมัยก่อน ท่านมีความฉลาดมาก หาอุบายให้คนเกาะความดีด้วยประการต่าง ๆ การสร้างพระขึ้นมาแจก ก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่ง ท่านจะแนะนำให้ผู้รับพระเครื่องไป ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามด่าแม่เขา โดยสำทับว่า ถ้าทำไม่ได้ พระจะไม่คุ้มครอง ผู้ที่รับพระไป จึงกลายเป็นคนมีศีลสัตย์ไปโดยปริยาย...


จากหนังสือ กระโถนข้างธรรมาสน์ http://www.grathonbook.net/book/past/past6.html
samun007

“หลวงพ่อ” วัดท่าซุง เล่าว่า “ในชีวิตฉันเห็นคนปลุกน้ำมันชาตรีขึ้นเพียง ๒ รายเท่านั้น หนึ่งคือ หลวงพ่อปาน (วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา) สองคือ อาจารย์โภคา ต้องปลุกขึ้นถึง ๗ วาระ จึงนับว่าใช้ได้ ฉันเองก็ทำไม่ได้ พระท่านว่ายังไม่ถึงเวลา”


“ชาตรีนี่เหนือกว่าคงกระพัน คงกระพันถูกตีถูกฟันหนัก ๆ ถึงไม่เข้าก็เจ็บ แต่ชาตรีนี่โดนเท่าไรมันไม่รู้สึกเจ็บ โบราณเรียกว่า “ลูกเบา” คือ ถูกอะไรรู้สึกว่าเบาไปหมด ฉันเห็นกับตาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นกำลังเดินตัดทุ่งจะไปเทศน์...”
“มันเกิดลมหมุนขึ้นมา เห็นคนตกจากยอดตาลลงมาพลั่กใหญ่ ไอ้เราคิดว่าถึงไม่ตายก็คางเหลือง วิ่งเข้าไปหมายจะช่วย มันลุกขึ้นปัดตูดหน้าตาเฉย มือยังถือกระบอกน้ำตาลอยู่เลย ปัดไปบ่นไป “ไอ้ห่...หกไปซะหน่อยได้...”


“ถามมันดูว่ามีอะไรดี มันบอกว่ามี “ลูกเบา” อีกรายคือเจ้าอั๋น มันจะขึ้นชกมวย เจ้านี่เวลาชกมวยใช้ชื่อว่า “นิตย์” คู่ชกมันเก่งมาก กลัวสู้ไม่ได้เลยมาหาฉัน ฉันขโมยน้ำมันชาตรีหลวงพ่อปานมาหน่อยหนึ่ง ก็ไม่หน่อยล่ะ เกือบครึ่งขวดยานัดถุ์...”
“ความจริงไม่ได้ขโมยหรอกนะ ท่านใช้ฉันเฝ้ากุฏิ ฉันเลยคิดค่าเฝ้าซะ เอาแตะหัวเจิมให้เจ้าอั๋นมันนิดหนึ่ง มันก็ชึ้นไปชก ชนะน็อคเขาลงมา ถามมันว่าตอนที่เขาชกมันรู้สึกอย่างไร มันบอกว่า เหมือนเขาชกเบา ๆ โดนเท่าไรก็ไม่รู้สึกเจ็บ...”



อานุภาพอย่างของน้ำมันชาตรี คือ อธิษฐานกินเพื่อรักษาโรคได้ทุกชนิด น้ำมันหลวงปู่ปานที่ทุกคนเรียกว่า “น้ำมันสังฆโรค” ก็คือน้ำมันชาตรีนั่นเอง หลวงพ่อไปพบเหลือก้นขวดอยู่ที่กุฏิหลวงปู่ปาน ไม่มีใครเขารู้จัก เลยเอามาเติมแบ่งให้ใช้รักษาโรคกัน โดยไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำมันชาตรี เล่นเอาอาตมากอดขวดโง่อยู่ตั้งนาน...!
ปืนแก๊ป
วิชา 9 เฮ ผมก็พยายามเรียนอยู่ครับตัวคาถาจำยาก ตอนชักยันไปด้วยยิ่งยาก ครูบาอาจารย์บอกว่าคนเรียนวิชานี้สมัยก่อน เข้าคุกทุกคน เพราะเขาทำเรา เราไม่เป็นไร เราทำเขา อาจถึงตาย เวลาเรียนก็ไปครอบครูสายวัดพระญาติ ความจริงแล้ว วิชา 9 เฮ เป็นอุบายให้เกิดสมาธิ เพราะมีท่านผู้รู้ทานหนึ่งบอกว่า คาถาชินบัญชร ก็เป็นชาตรีใด้ เหมือน 9 เฮ
ผมพอมีรายละเอียดอยู่ครับ ครั้งหน้าจะโพสให้เป็นความรู้กันครับ
นายสาราพัด
QUOTE(ปืนแก๊ป @ 30 May 2007, 02:18 PM) [snapback]32390[/snapback]

วิชา 9 เฮ ผมก็พยายามเรียนอยู่ครับตัวคาถาจำยาก ตอนชักยันไปด้วยยิ่งยาก ครูบาอาจารย์บอกว่าคนเรียนวิชานี้สมัยก่อน เข้าคุกทุกคน เพราะเขาทำเรา เราไม่เป็นไร เราทำเขา อาจถึงตาย เวลาเรียนก็ไปครอบครูสายวัดพระญาติ ความจริงแล้ว วิชา 9 เฮ เป็นอุบายให้เกิดสมาธิ เพราะมีท่านผู้รู้ทานหนึ่งบอกว่า คาถาชินบัญชร ก็เป็นชาตรีใด้ เหมือน 9 เฮ
ผมพอมีรายละเอียดอยู่ครับ ครั้งหน้าจะโพสให้เป็นความรู้กันครับ

ขอบคุณครับ รออ่านนะครับ smile.gif
น้ำมนต์
เรื่องนี้ก็รออ่านอยู่ครับผม
pooh66
ด้วยความเคารพ จริงๆ ที่จั่วหัวว่า วิชาชาตรี แล้วคอลัมภ์กิเลนประลองเชิง พูดถึงคาถาจังเหล็ก มานคนละเรื่องอะครับ เพราะคาถาจังเหล็กจากตำราที่อ้างของอาจารย์เทพ สาริกบุตรนั้น อยู่ในหมวด คงกระพันครับ มะช่ายชาตรี
วิชาชาตรี เดิมเป็นของแขก แต่ชาตรีไทยเราก็มี คือวิชาชักยันต์ หรือชื่อเต็มว่า โองการสมมติตน ดังนี้ครับ
นะโมนมัสการ ข้าพเจ้าจะขอนมัสการคุณพระพุทธเจ้าทั้ง 5พระองค์..............................................................................................................................................นะโมพุทธายะ พุทธังเคลื่อน ธัมมังคลาย สังฆังละละลาย หายด้วยนะโมพุทธานะ(ยาวประมาณ 1 หน้า)

แล้วกระทำสมมติตนด้วย พระคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ...........ฯ
จึงต่อด้วย คาถามงคลสามสาย สมมติ ลากเป็นมงคล ที่หัว อก เอว ต่อด้วยคาถาสังวาลย์เพชร คาดเป็นสังวาลย์ จบด้วยคาถา เกราะแก้ว ภาวนาลูบกาย ถ้วนทั่วทั้งตัว ไม่มีช่องว่าง

จะเห็นได้ว่าเหมือนสมมติใส่เครื่องทรงเป็นพระคาถา นั่นเอง โทษทีนะครับพอดีคาถายาว ไว้จะพิมพ์ให้วันหลังครับ ผมมีค่อนข้างเยอะ เก็บต่อๆกันมาครับ
ขออภัยถ้าผิดพลาดครับ......
น้ำมนต์
อยากรู้ครับ อยากรู้ woot.gif
อาถรรพ์เวทย์
QUOTE(Rick ฅนมหากาฬ @ 27 May 2007, 11:45 PM) [snapback]31680[/snapback]

เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์อย่างหนึ่ง สันนิษฐานว่า มีที่มาจากคำว่า "กระบัล" ในภาษามลายู แปลว่า คงทนต่อศัตราวุธ ดังที่มีสำนวนว่า "อยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า" วิชาคงกระพันชาตรีจึงหมายถึง วิชาที่ทำให้ร่างกายสามารถทนทานต่อคมอาวุธทั้งหลายได้ สมัยโบราณเป็นวิชาที่ชายไทยเล่าเรียนกันมาก เนื่องจากต้องมีหน้าที่เป็นทหารออกรบป้องกันราชอาณาจักร และการรบในสมัยโบราณเป็นการรบแบบประชิดตัว จึงจำเป็นต้องเล่าเรียนคาถาอาคมที่จะช่วยปกป้องตนเองให้ปลอดภัยจากคมหอกคมดาบ ความเชื่อเรื่องอยู่ยงคงกระพันของไทยโบราณมีหลายวิธี อาทิ พกพาเครื่องราง บริกรรมคาถาอาคม สักยันต์ เสกอาหารกิน เสกน้ำมันทาตัว เป็นต้น คงกระพันจะต่างจากชาตรี กล่าวคือ คงกระพันจะเป็นการทำให้เนื้อหนังร่างกายคงทนต่ออาวุธตลอดจนวัตถุต่างๆ ที่มาทำร้าย แต่หากอาวุธนั้นมีอันตรายมากหรือมีน้ำหนักมากก็อาจทำให้เจ็บปวดสาหัสหรืออวัยวะภายในบอบช้ำได้ ส่วนชาตรีจะเป็นวิชาที่ป้องกันคมอาวุธด้วย และทำให้ผู้ถูกทำร้ายไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด เป็นวิชาที่ทำให้ตัวเบาและวัตถุสิ่งของที่มากระทบตัวเบาไปหมด แม้เป็นของแข็งอย่างหินทุ่มมาทำร้ายก็เชื่อว่าจะรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยหมอนนุ่นเท่านั้น วิชาในหมวดชาตรีที่รู้จักกันดีคือ วิชาเก้าเฮ ของสำนักวัดพระญาติการาม อยุธยา ซึ่งใช้นิ้วมือชักยันต์ลงไปบนส่วนต่างๆ ของร่างกาย วิชาในหมวดเดียวกับคงกระพันคือ ชาตรี แคล้วคลาด และ มหาอุด ซึ่งเป็นการใช้อำนาจทางจิตในวิธีต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายจากศาสตราวุธ
ผู้ศึกษาเล่าเรียนวิชาอยู่ยงคงกระพัน จะต้องปฏิบัติตนตามข้อห้ามของวิชาที่ได้รับการสั่งสอนมาอย่างเคร่งครัด เป็นต้นว่า ต้องสวดมนต์ไหว้พระรำลึกคุณพระรัตนตรัยเป็นนิตย์ ต้องหมั่นปลุกตัวด้วยคาถาสม่ำเสมอ ห้ามผิดลูกเมียเขา ห้ามมุดลอดในที่ไม่สมควร ห้ามถ่มน้ำลายลงที่สกปรก ห้ามด่าบุพการี บางทีก็ห้ามกินอาหารหลายชนิด เช่น หัวปลี บวบ น้ำเต้า ห้ามกินของเหลือเดน ห้ามกินของงานศพ ห้ามเปิดปากเวลาถ่ายหนักถ่ายเบา ฯลฯ กล่าวโดยสรุปคือต้องถือศีล สำรวมกาย วาจา ใจ และต้องปฏิบัติสมาธิภาวนาอีกด้วย ในอดีตผู้ที่เชื่อ และเล่าเรียนคาถาอาคมมักถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเชื่อว่าหากปฏิบัติไม่ได้ความอยู่ยงคงกระพันจะเสื่อมคลายไป ปัจจุบันความเชื่อเช่นนี้ก็ยังพอมีปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง


ใช้นิ้วมือชักยันต์พร้อมท่องคาถา สายพ่อชุม ก็มีปฏิบัติ เช่นกันครับ thumbsup.gif
MVPhoenix
รออ่านจากคุณหมีพูห์อยู่นะครับ biggrin.gif
pooh66
จัดให้ตามคำเรียกร้องครับ
พระคาถาโองการสมมติตน(ชาตรีไทย)
*นะโมนมัสการ ข้าพเจ้าจะขอนมัสการคุณพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ เสด็จลงมาปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ อิติปิโสภคว่า คือองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า อรหังสัมมาสัมพุทโธ เป็นพระบาทเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า วิชาจรณสัมปันโน เป็นพระบาทเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า สุคโตโลกะวิทู เป็นพระหัตถ์เบื้องขวาของพระพุทธเจ้า อนุตตโรปุริสทัมมะสาระถิสัตถาเทวะมนุสสานัง เป็นพระหัตถ์เบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า พุทโธภควาติ คือพระเศียรรัตนเกล้าของพระพุทธเจ้า มะอะอุ คือพระเนตรเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า อิสะวาสุ คือพระเนตรเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า อิกะวิติ คือดวงพระหฤทัยของพระพุทธเจ้า อิมัสมิงกาเย คือพระอาการสามสิบสองของพระพุทธเจ้า พุทโธ คือลมหายใจเข้าออก อะสังวิสุโลปุสะพุภะ คือทวารทั้ง 9 ของพระพุทธเจ้า อิติปิโสวิเสเสอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ คือพระมหามงกุฏขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ จงมาสวมเศียรเกล้าแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ พุทธสังมังคะลังโลเก อุมะอะปิด คือมงคลเพชรขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ ขอจงมาเป็นมงคลเพชรคาดตนข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ กะระมะถะ กิริมิถิ
กุรุมุถุ เกเรเมเถ คือสังวาลย์เพชรขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ ขอจงมาเป็นสังวาลย์เพชรสวมกายข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ พุทธังเกราะ อิติกุรังตัง พระพุทธังจงมาเป็นหนังหุ้มแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ ธัมมังเกราะอิติกุรังตัง พระธัมมังจงมาเป็นเนื้อแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ สังฆังเกราะ อิติกุรังตัง พระสังฆังจงมาเป็นกระดูกแห่งข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ อิติปาระมิตตาติงสา อิติสัพพัญญมาคะตา อิติโพธิมนุปปา ปัตโต อิติปิโสจะเตนะโม
ขอจงมาเป็นรังสีสง่าราศรีแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ ตะมะถังปะกาเสนโตสัตถาอาหะ จงมาเป็นอำนาจแห่งตัวข้าเจ้าในเวลาวันนี้ เวสสะพุสะ คือหัวใจท้าวเวสสุวัณ จงมาเป็นปกาศิตแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ อุทธังอัทโธ
จงมาเป็นอภินิหารแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ สังวิธาปุกะยะปะ จงมาเป็นกำแพงเพชรทั้ง 7 ชั้นป้องกันตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ อิถีปาทะเกจงมาเป็นเกือกแก้วสวมเท้าแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ หนุมานะ นะสังสะตัง คือกำลังพระยาหนุมาน จงมาเป็นกำลังแห่งตัวข้าพเจ้าในเวลาวันนี้ นางแม่พระธรณีเจ้าข้าเอ๋ย อยู่แล้วหรือยัง สังขาตังโลกังวิทู จงมาเป็นเกือกทองรองรับลูกนี้ไปเถิด ยาตราจะเมภวิสสติ
นะ คือพระกุกกุสันโธ โม คือพระโกนาคม พุทธ คือพระกัสสป ธา คือพระศากะยะมุนีโคดมบรมครู ยะ คือพระศรีอริยะเมตตรัยเจ้าเอ๋ย จงมาช่วยข้าพเจ้าด้วยเร็วรา ศัตรูจะเข้ามาประจญ ข้าเดชะพระกุศลพระพุทธเจ้าทั้ง 30 ทัศจงมาช่วยกำจัดให้ศัตรูมันพ่ายแพ้ไป ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงการะนัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ
พุทธังสูญ ธัมมังสูญ สังฆังสูญ สารพัดศัตรูทั้งมูลสูญด้วย นะโมพุทธายะ พุทธังเคลื่อน ธัมมังคลาย สังฆังละละลาย หายด้วยนะโมพุทธายะ*
เมื่อสวดคาถานี้แล้ว จึงกระทำสมมติตนดังต่อไปนี้
พระคาถามงกุฏพระพุทธเจ้า
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ตะโจพระพุทธเจ้าจงมาเป็นหนัง มังสังพระธรรมเจ้าจงมาเป็นเนื้อ อัตถิพระสังฆเจ้า จงมาเป็นกระดูก ตรีเพชชคงคง อิสะวาสุ สุสะวาอิ พุทธปิติอิ
**โดยบริกรรม 3 ครั้งเวลาสวดให้เอามือวนรอบศีรษะ เมื่อจบจึงลูบศีรษะจนทั่วนึกสมมติเอาว่า เป็นพระมหาพิชัยมงกุฏของพระพุทธเจ้ามาคุ้มกันอยู่บนศีรษะ
พระคาถามงคล 3 สาย
พุทธสัง มังคะลังโลเก นะโมพุทธายะ อุมะอะปิด *สายที่ 1 บริกรรมคาดที่ศีรษะแล้วลากมาคาดสายที่2และ
ธัมมะสัง มังคะลังโลเก มะอะอุ อุมะอะปิด * สายที่ 2 คาดที่อก แล้วลากมาคาดสายที่ 3
สังฆสัง มังคะลังโลเก อิสวาสุ อุมะอะปิด * สายที่ 3 คาดตรงสะดือ จนถึงหลัง

พระคาถาสังวาลย์เพชร
กะระมะถะ กิริมิถิ กุรุมุถุ เกกรเมเถ บริกรรม คาดไขว้เฉียงไหล่ประดุจสังวาลย์

พระคาถาเกราะแก้ว
พุทธังเกราะ อิติกุรังตัง พระพุทธังจงมาเป็นหนัง พระพุทธังคงทนทรหดตะโจหนัง ธัมมังเกราะอิติกุรังตัง พระธัมมังจงมาเป็นเนื้อ พระธัมมังคงทนทรหดมังสังเนื้อ สังฆังเกราะอิติกุรังตัง พระสังฆังจงมาเป็นกระดูก พระสังฆังคงทนทรหดอัตถิกระดูก อิสวาสุคงคง ตรีเพชชคงคง
**คาถานี้บริกรรม พร้อมลูบไปทั่วๆตัว

** จบโองการสมมติตน**

*แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลครับ คาถาอาคมนี่ ท่านใดไม่ศรัทธาก็ศึกษาไว้ถึงการผูกคาถาของคนโบราณ ท่านใช้ หัวใจคาถาต่างๆมาร้อยเข้าด้วยกัน สุดยอดครับ
ยังมีคาถาอื่นอีกมากแต่เมื่อยซะแล้ว ไม่ค่อยได้พิมพ์ครับตาไม่ค่อยดี คราวหน้ามี คาถาที่หนุ่มๆคงชอบผมใช้ตอนหนุ่มๆ คือคาถามหาละลวย ตำหรับขุนแผนแสนสะท้านถ้ามีเวลาจะพิมพ์ลงให้ครับ
mmm
ถามคุณปืนแก๊บครับว่า เก้าเฮครอบครูได้ที่ไหนครับ
จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยอ่านคาถาและวิธีทำทั้งหมดที่ลงหนังสือพระเครื่องหรือลานโพธิ์ครับ แต่ลืมไปแล้วครับ
MVPhoenix
เยี่ยมมากครับ thumbsup.gif
ขอบคุณนะครับคุณหมีพูห์ smile.gif
ยังรออ่านต่อนะครับ yes.gif
RiT
thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
น้ำมนต์
สูดดดดดด ยอดดดด ครับผม thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
leng
thumbsup.gif ขอบคุณครับ thumbsup.gif
pooh66
สวัสดีครับ มาตามสัญญาที่ติดไว้ แต่ก่อนอื่นขอชี้แจงนิดนึงเรื่องของคาถาอาคม ที่มีมากมายแต่ปรากฏว่ามีผู้ปฺฏิบัติได้ ทำได้จริงกลับน้อยนิด แล้วเลยพาลว่าเป็นเรื่องเหลวไหล อันที่จริงความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เกิดจากการท่องบ่นคาถาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกำลังแห่งจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาดีแล้วจึงทำได้ ฉะนั้นจึงต้องมีสมาธิที่เข้มแข็ง และความศรัทธาที่เต็มเปี่ยม จะเห็นได้ว่าผู้ที่สำเร็จคุณวิเศษได้นั้นปัจจัยไม่ได้อยู่ที่ว่าเรียนเก่งหรือมีความรู้มากแต่อย่างใด ที่สำคัญที่เป็นหัวใจของการฝึกนั้นเกิดจากความศรัทธาและเชื่อถืออย่างแรงกล้า ไม่สงสัยใดๆมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ คนที่ซื่อๆบอกให้ทำก็เพียรทำเช่นนั้นมักเป็นผู้ที่สำเร็จในวิชาพวกนี้ เพราะในสมัยพุทธกาล พระอัครสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันมีพระโมคคัลลา-พระสาลีบุตรนั้น ท่านได้ยกย่องให้เป็นเลิศต่างกันคือพระสาลีบุตรนั้นเป็นเลิศด้านความรู้ แต่เพราะเหตุนี้เองพระสาลีบุตรกลับมีข้อเสียคือหลงอยู่ในความรู้-สงสัย ทำให้สำเร็จมรรคผลได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ส่วนพระโมคคัลลานั้นท่านเปี่ยมด้วยฤทธิ์ ที่ยกมาเพื่อต้องการแสดงให้ทราบว่าทุกคนสามารถทำได้แต่ต้องปฏิบัติตามข้างต้น ส่วนวิธีฝึกสมาธิเพื่อจะได้คุณวิเศษนั้น เป็นการฝึกที่เรียกว่า กสิน มี องค์ 10 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนสำเร็จมรรคผลได้เข้าศึกษาวิชาต่างๆจากหลายสำนัก เพื่อหาวิธีหลุดพ้น ก็ได้ฝึกจิตแบบนี้เช่นกัน ซึ่งแต่เดิมเป็นวิชาของพวกโยคี พระองค์เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงได้บรรจุไว้ในบทพระกรรมฐาน แต่ท่านไม่ยกย่องเพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ตกอยู่ในกิเลศตัณหา ไม่อาจหลุดพ้น
พูดมายาวเกรงจะเบื่อกัน ก็เลยมีวิธีฝึกกสิน 10 มาให้พี่ๆน้องได้ลองฝึกกันดู จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก อย่างน้อยถึงไม่สำเร็จก็ได้ฝึกให้ตนเองมีสมาธิดีขึ้น อีกทั้งไม่เหมือนวิปัสนาที่ นั่งหลับตาท่องพุทธโธชวนง่วงสำหรับบางคน ก็เห็นเป็นประโยชน์ เลยเอามาฝากกันครับเข้าไปดูกันที่ฝึกก็อยู่ในกรุงเทพฯนี่เอง ว่างๆก็ลองดูครับ วัดยานนาวาเอง ลองเข้าไปดูก่อนครับ http://www.kasina.org/

** เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผิดพลาดอันใดขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ **
pooh66
ไม่ลืมครับ คาถามหาละลวย ตำหรับขุนแผน คาถามหาละลวยนี้มีกันหลายบทด้วยกัน แต่บทนี้เป็นบทที่ผลใช้ประจำและได้ผลมาแล้วสำหรับตัวผมเลยเชื่อถือมากครับ พี่ๆน้องๆสนใจก็ลองไปใช้ดู อีกอย่าง เรื่องคาถานี้ก็มีครูควรระลึกถึงคุณครูเจ้าของวิชาทุกครั้ง และสิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับคนที่คิดจะชอบทางนี้ ที่สำคัญมากๆก็คือ
1. ไม่ผิดลูกผิดเมียใคร 2. เมื่อได้เขาแล้วต้องเลี้ยงดูห้ามทิ้งขว้าง 3.ประพฤติดี
สามข้อนี้สำคัญ หากฝืนไม่ปฏิบัติต่อให้มีของดี วิชาดี อย่างไร พุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ก็ไม่อาจคุ้มครองได้

คาถามหาละลวย

โอมละลวยมหาละลวย ชายเห็นชายงวย หญิงเห็นหญิงหลง มึงเห็นหน้ากูก็ให้งวยงงหลงใจรัก จะภะกะสะ ทั้งฝูงชนมาพะวักพะวงหลงรักใคร่ จะภะกะสะ กูจะมารำลึกถึง เจ้าไทยก็ลืมสวาสดิ์รัก จะภะกะสะ กูจะคิดสาวแท้ๆก็มาลืมทั้งแม่ทั้งพ่อ จะภะกะสะ พะวักพะวังให้จิตมันคลุ้มคลั่งตะลึงหลง จะภะกะสะ
โอมพระพายเจ้าเอ๋ย จงชักนำอีนั่นมา จะภะกะสะ มหาละลวย งวยงง จงใจรักกูแห่งกู จะภะกะสะ ช้างในป่า หลงรักกู กูก็มาลืมลม จะภะกะสะ ผมอยู่ในหัวก็ลืมเกล้า จะภะกะสะ ข้าวอยู่ในคอก็มาลืมกลืน สะอึกสะอื้นมาหากู จะภะกะสะ คิดถึงกูอยู่มิได้ อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ อาคัจฉาหิ อาคัจฉาหิ อาคัจฉายะ

ก่อนออกจากบ้านเสกแป้งผัดหน้า แสกผมหวี........เป็นมหาสเน่ห์ยิ่งนัก

จบคาถามหาละลวยแต่เพียงเท่านี้ หวังว่าโอกาสหน้าจะได้มีโอกาสรับใช้พี่น้องอีกครับ ขอบคุณ yes.gif wub.gif
น้ำมนต์
แจ่มจริงๆครับผม thumbsup.gif thumbsup.gif biggrin.gif
อาถรรพ์เวทย์
QUOTE(pooh66 @ 8 November 2007, 07:37 PM) [snapback]70149[/snapback]

สวัสดีครับ มาตามสัญญาที่ติดไว้ แต่ก่อนอื่นขอชี้แจงนิดนึงเรื่องของคาถาอาคม ที่มีมากมายแต่ปรากฏว่ามีผู้ปฺฏิบัติได้ ทำได้จริงกลับน้อยนิด แล้วเลยพาลว่าเป็นเรื่องเหลวไหล อันที่จริงความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เกิดจากการท่องบ่นคาถาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกำลังแห่งจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาดีแล้วจึงทำได้ ฉะนั้นจึงต้องมีสมาธิที่เข้มแข็ง และความศรัทธาที่เต็มเปี่ยม จะเห็นได้ว่าผู้ที่สำเร็จคุณวิเศษได้นั้นปัจจัยไม่ได้อยู่ที่ว่าเรียนเก่งหรือมีความรู้มากแต่อย่างใด ที่สำคัญที่เป็นหัวใจของการฝึกนั้นเกิดจากความศรัทธาและเชื่อถืออย่างแรงกล้า ไม่สงสัยใดๆมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ คนที่ซื่อๆบอกให้ทำก็เพียรทำเช่นนั้นมักเป็นผู้ที่สำเร็จในวิชาพวกนี้ เพราะในสมัยพุทธกาล พระอัครสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันมีพระโมคคัลลา-พระสาลีบุตรนั้น ท่านได้ยกย่องให้เป็นเลิศต่างกันคือพระสาลีบุตรนั้นเป็นเลิศด้านความรู้ แต่เพราะเหตุนี้เองพระสาลีบุตรกลับมีข้อเสียคือหลงอยู่ในความรู้-สงสัย ทำให้สำเร็จมรรคผลได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ส่วนพระโมคคัลลานั้นท่านเปี่ยมด้วยฤทธิ์ ที่ยกมาเพื่อต้องการแสดงให้ทราบว่าทุกคนสามารถทำได้แต่ต้องปฏิบัติตามข้างต้น ส่วนวิธีฝึกสมาธิเพื่อจะได้คุณวิเศษนั้น เป็นการฝึกที่เรียกว่า กสิน มี องค์ 10 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนสำเร็จมรรคผลได้เข้าศึกษาวิชาต่างๆจากหลายสำนัก เพื่อหาวิธีหลุดพ้น ก็ได้ฝึกจิตแบบนี้เช่นกัน ซึ่งแต่เดิมเป็นวิชาของพวกโยคี พระองค์เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงได้บรรจุไว้ในบทพระกรรมฐาน แต่ท่านไม่ยกย่องเพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ตกอยู่ในกิเลศตัณหา ไม่อาจหลุดพ้น
พูดมายาวเกรงจะเบื่อกัน ก็เลยมีวิธีฝึกกสิน 10 มาให้พี่ๆน้องได้ลองฝึกกันดู จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก อย่างน้อยถึงไม่สำเร็จก็ได้ฝึกให้ตนเองมีสมาธิดีขึ้น อีกทั้งไม่เหมือนวิปัสนาที่ นั่งหลับตาท่องพุทธโธชวนง่วงสำหรับบางคน ก็เห็นเป็นประโยชน์ เลยเอามาฝากกันครับเข้าไปดูกันที่ฝึกก็อยู่ในกรุงเทพฯนี่เอง ว่างๆก็ลองดูครับ วัดยานนาวาเอง ลองเข้าไปดูก่อนครับ http://www.kasina.org/

** เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผิดพลาดอันใดขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ **



thumbsup.gif ขอบคุณครับ smile.gif
azi
biggrin.gif ขอบคุณครับ
RiT
QUOTE(mmm @ 7 November 2007, 09:50 PM) [snapback]70026[/snapback]

ถามคุณปืนแก๊บครับว่า เก้าเฮครอบครูได้ที่ไหนครับ
จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยอ่านคาถาและวิธีทำทั้งหมดที่ลงหนังสือพระเครื่องหรือลานโพธิ์ครับ แต่ลืมไปแล้วครับ



เรียนแล้วทำยากครับ ต้องชักยันต์เช้าค่ำติดต่อกัน 3 ปีห้ามขาด ถ้าขาดถือว่าต้องเริ่มใหม่
MVPhoenix
ขอบคุณอีกครั้งครับ smile.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.