Help - Search - Members - Calendar
Full Version: ขอความรู้เรื่อง "ไข้ป่า"
ชุมชนคนรักมีด > สถานีอนามัย (Health Care Consultancy) > ตอบปัญหาสุขภาพ (Health Care)
แวบมา
รบกวนด้วยครับ :)

อยากทราบวิธีป้องกัน
หากเหลือวิสัยที่จะป้องกันยุงกัดมียาอะไรแนะนำไหมครับ rolleyes.gif
และวิธีสังเกตอาการเมื่อสงสัยว่าจะเป็นไข้ป่า blink.gif

ผมนึกคำถามไม่ค่อยออก
หากมีสิ่งใดเป็นประโยชน์เห็นควรเผยแผ่ก็รบกวนด้วยครับ :P
นายตู้
รอความรู้ด้วยคน :)
**ผมเข้าป่าทีไร กินควินนิน ก่อนทุกครั้ง น้ำกินต้องต้ม ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ไม่ให้ยุงกัด :D **
toberich
QUOTE (นายตู้ @ 23 May 2007, 04:17 PM) *
รอความรู้ด้วยคน :)
**ผมเข้าป่าทีไร กินควินนิน ก่อนทุกครั้ง น้ำกินต้องต้ม ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ไม่ให้ยุงกัด :D **

ขออนุญาตนะครับ..คุณตู้ครับ ออกจะสุ่มเสี่ยงเกินไปนะครับกับการกินควินิน
ก่อนเข้าป่าทุกครั้ง ผมเคยได้คุยกับหมอ อ่านวารสารทางการแพทย์ บทความ และสารคดี
สมัยก่อนใช้วิธีการนี้ได้ผล กินยาก่อนเข้าป่า 1 สัปดาห์ เดี๋ยวนี้เชื้อมาลาเรียจะ
พัฒนาไปมาก มีหลายชนิด+ดื้อยา เมื่อติดเชื้อเป็นไข้มาลาเรีย เจ้าตัวยานี้จะไป
สร้างความลำบากให้กับแพทย์ในการวินิจฉัยเพื่อทราบชนิดของเชื้อ ตรวจเลือด
ระยะแรก ๆ อาจไม่ทราบผล....ที่เหลือคงต้องให้พี่หมอมาช่วยนะครับ..
ส่วนการกินน้ำต้ม (ผมกับพรรคพวกก็สุ่มเสี่ยงอยู่หลายครั้งกับการติดเชื้อบิด
ท้องเสียไม่ได้กินน้ำต้มเมื่อน้ำหมดกลางทาง แต่เลือกกินน้ำที่ไหลตลอดเวลา
ไม่ใช่น้ำนิ่ง น้ำขัง)ใส่เสื้อผ้ามิดชิดไม่ให้ยุงกัดนั้นถูกต้องแล้วครับ แต่ถ้าเพิ่มยาทากันยุง
แมลง ก็เป็นการป้องกันได้บ้างแม้จะไม่ 100 % :)
kamet
การป้องกันไข้ป่า มีวิธีเดียวครับ คือป้องกันไม่ให้ยุงก้นป่องกัดครับ คือเราต้องใช้ยากันยุงทา กางมุ้ง จุดยากันยุง ครับ ทำได้แค่นี้ครับ ห้ามกินยาก่อนเขาป่าครับ นอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังทำให้วินิจฉัยยากอย่างที่พี่ ร๊วยรวย บอกครับ หลังเข้าป่ากลับมา หากเป็นไข้หนาวสั่น ให้คิดถึงโรคนี้เป็นโรคแรกครับ หรือแม้แต่ไม่หนาวก็ตาม อย่าลืมให้ประวัติการเข้าป่าด้วยครับ แม้แต่แค่ป่าละเมาะครับ เพราะอาจมีโรคพวกสครับไทฟัด ที่ทำให้เกิดไข้ตาเหลือฉี่เข้มเกือบดำขึ้นได้เหมือนมาเลเรียครับ
นายตู้
QUOTE (toberich @ 23 May 2007, 04:51 PM) *
ขออนุญาตนะครับ..คุณตู้ครับ ออกจะสุ่มเสี่ยงเกินไปนะครับกับการกินควินิน
ก่อนเข้าป่าทุกครั้ง ผมเคยได้คุยกับหมอ อ่านวารสารทางการแพทย์ บทความ และสารคดี
สมัยก่อนใช้วิธีการนี้ได้ผล กินยาก่อนเข้าป่า 1 สัปดาห์ เดี๋ยวนี้เชื้อมาลาเรียจะ
พัฒนาไปมาก มีหลายชนิด+ดื้อยา เมื่อติดเชื้อเป็นไข้มาลาเรีย เจ้าตัวยานี้จะไป
สร้างความลำบากให้กับแพทย์ในการวินิจฉัยเพื่อทราบชนิดของเชื้อ ตรวจเลือด
ระยะแรก ๆ อาจไม่ทราบผล....ที่เหลือคงต้องให้พี่หมอมาช่วยนะครับ..
ส่วนการกินน้ำต้ม (ผมกับพรรคพวกก็สุ่มเสี่ยงอยู่หลายครั้งกับการติดเชื้อบิด
ท้องเสียไม่ได้กินน้ำต้มเมื่อน้ำหมดกลางทาง แต่เลือกกินน้ำที่ไหลตลอดเวลา
ไม่ใช่น้ำนิ่ง น้ำขัง)ใส่เสื้อผ้ามิดชิดไม่ให้ยุงกัดนั้นถูกต้องแล้วครับ แต่ถ้าเพิ่มยาทากันยุง
แมลง ก็เป็นการป้องกันได้บ้างแม้จะไม่ 100 % :)



:lol: แสดงว่าหมออนามัย ที่บ้านผมมั่วแล้ว ถามที่ไร ให้แต่ควินนิน :angry:
mat031
QUOTE (toberich @ 23 May 2007, 04:51 PM) *
ขออนุญาตนะครับ..คุณตู้ครับ ออกจะสุ่มเสี่ยงเกินไปนะครับกับการกินควินิน
ก่อนเข้าป่าทุกครั้ง ผมเคยได้คุยกับหมอ อ่านวารสารทางการแพทย์ บทความ และสารคดี
สมัยก่อนใช้วิธีการนี้ได้ผล กินยาก่อนเข้าป่า 1 สัปดาห์ เดี๋ยวนี้เชื้อมาลาเรียจะ
พัฒนาไปมาก มีหลายชนิด+ดื้อยา เมื่อติดเชื้อเป็นไข้มาลาเรีย เจ้าตัวยานี้จะไป
สร้างความลำบากให้กับแพทย์ในการวินิจฉัยเพื่อทราบชนิดของเชื้อ ตรวจเลือด
ระยะแรก ๆ อาจไม่ทราบผล....ที่เหลือคงต้องให้พี่หมอมาช่วยนะครับ..
ส่วนการกินน้ำต้ม (ผมกับพรรคพวกก็สุ่มเสี่ยงอยู่หลายครั้งกับการติดเชื้อบิด
ท้องเสียไม่ได้กินน้ำต้มเมื่อน้ำหมดกลางทาง แต่เลือกกินน้ำที่ไหลตลอดเวลา
ไม่ใช่น้ำนิ่ง น้ำขัง)ใส่เสื้อผ้ามิดชิดไม่ให้ยุงกัดนั้นถูกต้องแล้วครับ แต่ถ้าเพิ่มยาทากันยุง
แมลง ก็เป็นการป้องกันได้บ้างแม้จะไม่ 100 % :)

เห็นด้วยครับ

ขอพูดเป็นความรู้ทั่วๆไปแบบง่ายๆละกันครับ

1.ไข้มาเลเรียเกิดจากเชื้อ พลาสโมเดียม เป็นปรสิตชนิดหนึ่งครับ ไม่ใช่แบคทีเรียดังนั้นไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาแก้อักเสบทั่วไป

2.มียุงก้นป่องเป็นพาหะ ยุงอื่นไม่ติดครับ ดังนั้นเป็นการยากที่จะเอามาแพร่ในกรุงครับ (มีแต่ยางลายกับยุงรำคาญ) มีรายงานว่าติดจากการให้เลือด กับแม่สู่ลูกในท้อง บ้างแต่น้อยครับ จะเห็นได้ว่าถ้าไม่โดนยุงกัดจะแทบไม่มีโอกาสติดเลย

3.มาเลเรียมี 4 สายพันธ์ แยกได้โดยการตรวจเลือดด้วยกล้องจุลทรรศน์ ที่พบบ่อยในบ้านเรา คือ ฟัลซีฟารัม กับไวแวกซ์ แต่ละสายพันธุ์ รักษาไม่เหมือนกันและรุนแรงไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าไม่สามารถแยกเชื้อได้ก็รักษาไม่ได้ครับ ที่ว่าไม่เจอเชื้อขอกินยาเลยได้มั้ย ขอตอบเลยว่าไม่ครับ

4.มาเลเรียสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุด คือ ฟัลซีฟารัม ครับ ที่ตายๆกันส่วนมากเป็นสายพันธุ์นี้ครับ สายพันธุ์นี้มีการดื้อยามาก ดังนั้นจึงมายาหลายขนาน แล้วแต่ท้องที่ครับ สมัยก่อนจะให้ยากันกันเวลาเข้าป่าแต่ปัจจุบันพบว่า
-กันไม่ได้
-ปิดบังอาการถ้าเป็น
-ทำให้เชื้อดื้อยามากขึ้นครับ
ดังนั้นการเข้าป่าปกติของพวกเราไม่ควรกินยากันครับ แต่อาจมีใช้บ้างในทางทหารครับ

5.อาการของมาเลเรีย เน้นที่ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกระดูกครับ ร่วมกับมีประวัติเข้าป่า ขอย้ำว่าสั่นนะครับเพราะปกติเป็นไข้จะหนาวอยู่แล้ว แต่ในกรณีนักท่องเที่ยวอย่างเราๆแค่ไปป่าแล้วมีไข้ถ้าไม่มีอาการของทางเดินหายใจ(ไข้หวัด) ก็ควรไปตรวจเลือดแล้วครับ
mat031
ต่อครับ :)

6.แต่บางคนก็มาด้วยอาการอื่นได้ครับ เช่นปัสสาวะดำ ,ท้องเสีย ,ปวดท้อง ,ซีด ,เหลือง 9ล9. ดัวนั้นถ้าเข้าป่าแล้วรู้สึกแปลกๆ ไปหาหมอดีกว่าครับ ไม่นับพวกเข้าป่าทุกวันนะครับไม่งั้นหมอตายแน่ครับ (หมอในป่าอย่างผม)

7.เชื้อมาเลเรียอยู่ในร่างกายจะมีเป็นไซเคิลครับ คืออยู่ในตับกับออกสู่กระแสเลือด ช่วงที่ออกมาในเลือดเป็นช่วงไข้ขึ้นครับ ดังนั้นที่ว่ากินพาราแล้วทำให้หาเชื้อไม่เจอ ไม่เป็นความจริงครับเป็นแค่เหตุบังเอิญครับ (นึกว่าไข้ลงจากพาราเลยหาเชื้อไม่เจอ จริงๆมันเป็นตามไซเคิลของเชื้อครับ) ดังนั้นปวดหัวเป็นไข้ก็กินเถอะครับพาราน่ะ จะได้สบายตัว

8.ถ้าไปหาหมอในถิ่นที่ไม่ค่อยพบมาเลเรีย แล้วไม่แจ้งประวัติเข้าป่าหมอมักจะไม่ได้นึกถึงโรคนี้นะครับ ดังนั้นขอเน้นว่าเป็นประวัติที่สำคัญต้องแจ้งให้แพทย์รู้ เคยคุยกับเพื่อนทางอีสานบอกว่าไม่เคยนึงถึงโรคนี้เลยแต่บังเอิญตรวจเลือดพบ ส่วนผมถ้าเป็นโรคประจำถิ่นทางอีสานก็รู้แต่ในตำราครับ :P

9.นึกไม่ออกแล้วครับ อยากรู้อะไรอีกถามมาละกันครับ :) สรุปว่าเข้าป่าระวังยุงละกันครับ B)
Yai
..ขอบคุณครับ..ผมยังเข้าใจผิดแบบคุณตู้ อยู่เลย :)
toberich
QUOTE (kamet @ 23 May 2007, 05:02 PM) *
การป้องกันไข้ป่า มีวิธีเดียวครับ คือป้องกันไม่ให้ยุงก้นป่องกัดครับ คือเราต้องใช้ยากันยุงทา กางมุ้ง จุดยากันยุง ครับ ทำได้แค่นี้ครับ ห้ามกินยาก่อนเขาป่าครับ นอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังทำให้วินิจฉัยยากอย่างที่พี่ ร๊วยรวย บอกครับ หลังเข้าป่ากลับมา หากเป็นไข้หนาวสั่น ให้คิดถึงโรคนี้เป็นโรคแรกครับ หรือแม้แต่ไม่หนาวก็ตาม อย่าลืมให้ประวัติการเข้าป่าด้วยครับ แม้แต่แค่ป่าละเมาะครับ เพราะอาจมีโรคพวกสครับไทฟัด ที่ทำให้เกิดไข้ตาเหลือฉี่เข้มเกือบดำขึ้นได้เหมือนมาเลเรีย[color=#CC0000]ครับ

สมพรปากเถ้อะ..สาธุ..ขอบคุณครับ :P

ถามต่ออีกนิดเถอะครับเพื่อให้ต่อเนื่อง (นิดเดียวจริง ๆ) :)
unsure.gif โรคสครับไทฟัด = โรคนี้อันตรายถึงตายได้ใช่ไหมครับถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เป็นอาการของการมีเลือด หรือสารบางชนิดในร่างกายถูกขับออกมาทางปัสสวะจำนวนมากใช่ไหมครับ (ไม่รู้ผมเข้าใจผิดหรือเปล่า) อีกประการหนึ่งสังเกตได้จากตาเหลืองซึ่งต่างจากคนเป็นโรคเลือดทั่วไปโดยเฉพาะ ขอบคุณครับพี่หมอ kamet :)
muaysiam
ขอบคุณครับ เข้าป่าคราวหน้าคงโล่งใจขึ้น
แวบมา
ขอบคุณครับ

เข้าป่าคราวหน้าจะได้ทำใจ
จะไม่ให้ยุงกัดเลยคงยาก
เพื่อนผมเคยเป็นมาเลเรียมาก่อน
ทีนี้เข้าป่าแต่ละทีพอกยากันยุงยังกับทาครีมกันแดด
เผลอเอนหลังไปหน่อย
ตื่นมาเป็นตุ่มตามเนื้อตัวส่วนที่ลืมทายา
ตกใจยิ่งกว่าโดนมีดบาดอีกครับ :lol: :lol: :lol:
แงซาย
ขออณุญาตเรียนถามครับ
จริงหรือไม่ที่ว่า เป็นมาเลเรียแล้วจะไม่หายขาด
แม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว
โรคมาเลเรีย อาจกำเริบขึ้นมาได้อีก !!

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
kamet
ตอบพี่ร๊วยรวย ครับ เจ้าสครับไทฟัสนั้น มันชอบอยู่ตามป่าละเมาะ โดยเชื้ออาศัยอยู่ในพวกตัวไร ตัวหมัด เมื่อเราโดนไรกัดเข้าไปและปล่อยเชื้อนี้ออกมา อาการจะเริ่มประมาณ 10 วันหลังถูกกัดนะครับ โดยจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆบริเวณที่ถูกกัดโต อัตราการเสียชีวิต แต่ก่อนถึง 60 %ครับ แต่ปัจจุบันที่มียาปฏิชีวนะ คือเตรทต้าไซคลิน คลอแรมฟีนิคอน ทำให้แทบไม่มีการเสียชีวิต เท่าที่เคยเจอ คือ มีตัวเหลืองและไข้สูงด้วยครับ
ตอบพี่แงซาย เท่าที่พอจะจำได้ มาเลเรียที่เกิดจากเชื้อ พี ไวแวก สามารถซ่อนอยู่ในตับได้ วันร้ายคืนร้ายก็ออกมาอาละวาดครับ ส่วนตัวอื่นเมื่อถูกยาจะตายเรียบครับ ไม่ออกมาอาละวาดอีกครับ ยังไงพี่ scalpel กับ คุณหมอmat03 ช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ ถ้าตอบผิด (ใช้แต่มีดมานานจนเลือนๆเรื่องโรคทางอายุรกรรมไปเยอะเหมือนกันครับ )
ตี๋น้อย
เป็นกระทู้ที่ให้ความรู้ดีมากครับ

ถามต่อ...
ยาหรือโลชั่นทากันยุงมียี่ห้อไหนในท้องตลาดที่มีประสิทธิภาพป้องกันยุงกัดอย่างได้ผลครับ
toberich
QUOTE (kamet @ 25 May 2007, 02:28 PM) *
ตอบพี่ร๊วยรวย ครับ เจ้าสครับไทฟัสนั้น มันชอบอยู่ตามป่าละเมาะ โดยเชื้ออาศัยอยู่ในพวกตัวไร ตัวหมัด เมื่อเราโดนไรกัดเข้าไปและปล่อยเชื้อนี้ออกมา อาการจะเริ่มประมาณ 10 วันหลังถูกกัดนะครับ โดยจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆบริเวณที่ถูกกัดโต อัตราการเสียชีวิต แต่ก่อนถึง 60 %ครับ แต่ปัจจุบันที่มียาปฏิชีวนะ คือเตรทต้าไซคลิน คลอแรมฟีนิคอน ทำให้แทบไม่มีการเสียชีวิต เท่าที่เคยเจอ คือ มีตัวเหลืองและไข้สูงด้วยครับ
ตอบพี่แงซาย เท่าที่พอจะจำได้ มาเลเรียที่เกิดจากเชื้อ พี ไวแวก สามารถซ่อนอยู่ในตับได้ วันร้ายคืนร้ายก็ออกมาอาละวาดครับ ส่วนตัวอื่นเมื่อถูกยาจะตายเรียบครับ ไม่ออกมาอาละวาดอีกครับ ยังไงพี่ scalpel กับ คุณหมอmat03 ช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ ถ้าตอบผิด (ใช้แต่มีดมานานจนเลือนๆเรื่องโรคทางอายุรกรรมไปเยอะเหมือนกันครับ )

ขอบคุณครับพี่หมอ :)
BBB
QUOTE (ตี๋น้อย @ 25 May 2007, 04:05 PM) *
เป็นกระทู้ที่ให้ความรู้ดีมากครับ

ถามต่อ...
ยาหรือโลชั่นทากันยุงมียี่ห้อไหนในท้องตลาดที่มีประสิทธิภาพป้องกันยุงกัดอย่างได้ผลครับ

ผมใช้ OFF ก็ป้องกันยุงได้ครับ เคยใช้ ก ย 19 กลิ่นเหม็นเกินไปทาแล้วแสบด้วยครับ
แต่ กย19 ใช้เทรอบเต๊นท์ป้องกันมด แมลง เข้ามารบกวนได้ดีรู้สึกปลอดภัยกว่าใช้ยาฆ่าแมลง :)
prinya
.
ขอบคุณคุณหมอทั้งสองท่านที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโบราณใกล้ตัวที่ปราบไม่สำเร็จสักที

คำแนะนำเก่าๆมีมากและล้าสมัยโดยเราไม่รู้เลยนะนี่

.
toberich
QUOTE (BBB @ 27 May 2007, 03:26 AM) *
ผมใช้ OFF ก็ป้องกันยุงได้ครับ เคยใช้ ก ย 19 กลิ่นเหม็นเกินไปทาแล้วแสบด้วยครับ
แต่ กย19 ใช้เทรอบเต๊นท์ป้องกันมด แมลง เข้ามารบกวนได้ดีรู้สึกปลอดภัยกว่าใช้ยาฆ่าแมลง :)

เมื่อก่อนหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ outdoor, camping
เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ Top Supermarket ผมซื้อที่สาขา Robinson ลาดหญ้า
สาขาอื่นผมไม่ทราบ ระแวกฝั่งธน ผมไม่เคยเห็นวางขายที่ไหนเลย ?
หรือว่าผมไปไม่ทั่วก็ไม่รู้ unsure.gif
BBB
ผมซื้อที่ท๊อปเซ็นทรัลพระราม2ครับ :D
toberich
QUOTE (BBB @ 27 May 2007, 09:20 PM) *
ผมซื้อที่ท๊อปเซ็นทรัลพระราม2ครับ :D

ดีเลยครับสะดวกดี ทริปหน้าจะได้หาซื้อใกล้ ๆ บ้าน
พะเนินทุ่งเนี่ยต้องใช้แน่นอนเพราะอยู่ในช่วงหน้าฝน
แต่เห็นเปลี่ยนรูปทรงบรรจุภัณฑ์ใหม่แล้วครับ
ของเก่าผมยังมีอยู่ 1 กระป๋องเลย :)
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.