การเปรียบมวยระหว่างมี 2 แนวทาง
ทำจากเหล็กต่างกัน กรรมวิธีในการผลิต และแนวคิดต่างกัน
ผมขอให้ข้อมูลคร่าวๆดังนี้ก่อน

มีด THE 33rd

1. ใช้เหล็ก D2 สามารถทำความเเข็งได้ถึง 59-61 HRC ซึ่งมีความโดดเด่นในการรักษาคมมีดดี และ มีความแข็งมากกว่าจึงสามารถตัดเฉือนได้มากครั้งกว่าก่อนที่คมมีดจะสูญเสียความสามารถ หรือหมดคม

2. การชุบแข็ง เป็นการชุบแบบที่แข็งทั้งเล่มเท่ากัน ซึ่งเหมะสมกับธรรมชาติของเหล็ก และการชุบแข็งแบบนี้มีความเเม่นยำ สม่ำเสมอกว่า

3. มีขีดจำกัดเรื่องความยืดหยุ่น หมายความว่าถ้าจับมันงอจนเกินความสามารถ มันจะหัก โดยไม่เสียรูปก่อน (รอยหักแตกต่างกับอีกแบบ) ต้องเรียนกันตามตรงว่ามีดทั้ง 2 แบบ หรือมีดใดๆในโลกนี้ล้วนหักได้ทั้งสิ้น ต่างกันที่ว่ามันจะงอเสียรูปก่อนหัก หรือหักโดยไม่มีการงอ
ปกติแล้ว เราเคยจับมีดเรางอประมาณ 30 องสาโดยไม่หัก

4. ด้วยส่วนผสมที่มี โครเที่ยม หากทำถูกหลักการ จะต้านสนิมได้ดีกว่าด้วย


มีกลุ่ม Bamboo Knife ที่ทำจากเหล็ก L6

1.- 2.-3 เหมาะกับมีดที่เอาไว้ฟันไม้ หรือ เอาว้ทำงานที่รับแรงกระแทกสูงๆ เพราะเหล็กมีสมบัติที่ยดหยุ่นสูงกว่า
ลักษณะของมีด งอได้มากกว่า เนื่องจากธรรมชาติของเหล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง และกรรมวิธีการชุบเเข็งยังเป็นแบบคมเฉพาะส่วนคมได้ความเเข็งที่ประมาณ 55-56HRC ส่วนกลางมีดเป็นความแข็งของเหล็กสปริง 8nv 48 HRC การรักษาคม และความเรียบลื่นของคมมีดจึงเป็นรองแบบเเรก

4. เนื่องจากขาดส่วนผสมบางประการ และมีส่วนผสมของคาร์บอนต่ำกว่า

เอามีดที่ทำจากเหล็ก L 6 มาให้ดูครับ

เป็นมีดที่ทำชุบเเข็งแบบ Double Temper คมเเข็ง 57 HRC หลังอ่อน 48 HRC






ทีนี้มาดูมีดที่ทำจากเหล็กคล้ายกับ D 2
ตามด้วยการทดสอบมีดที่เป็นหนึ่งในแถวหน้าที่แข็งเหนียวที่สุดของโลก จะเห็นว่าถ้าเพิ่มแรงขึ้นไปเรื่อยๆมันก็พังที่จุดๆหนึ่งเหมือนกันเลย
ทั้งสองเล่ม เป็นมีดที่แพงระดับต้นๆของโลกในกลุ่มมีดมาตรฐาน