Help - Search - Members - Calendar
Full Version: ล้อมวงคุยเรื่องพระ
ชุมชนคนรักมีด > ลานพระเครื่อง (Amulet Talk) > วัตถุมงคลและพระเครื่อง (Amulet Talk)
Pages: 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12
Dick
รูปหล่อลอยองค์รูปพระสงฆ์ที่แพงที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ .......หลวงพ่อเงินบางคลาน
และนี่คือรูปหล่อลอยองค์ที่แพงเป็นอันดับสองในประเทศไทย "หลวงปู่สุข วัดโพธิไทรทอง"
ผมขออณุญาตพี่นักนิยมพระจากนครปฐมถ่ายรูปมาเพื่อการศึกษาครับ






องค์นี้คือสมเด็จ บ่างขุนพรหม์ที่ถูกฝนจนกลม
LEE
QUOTE (Dick @ 26 August 2012, 12:43 AM) *
ผมขออณุญาตพี่นักนิยมพระจากนครปฐมถ่ายรูปมาเพื่อการศึกษาครับ



......ผมต้องยอมรับว่าผมเพิ่งรู้จักพระของหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง บุรีรัมย์ เมื่อไม่กี่ปีนี้เองที่รู้จักเนื่องจากวันหนึ่งเขาไปรับพระของหลวงปู่สุข
ที่เซียนคนหนึ่งเขาเก็บไว้ให้ในราคาแสนกว่า ตอนนั้นงงในราคาอยู่เพราะว่าผมไม่รู้จักหลวงพ่อเลย ส่วนเรื่องการจัดอันดับ และราคา ของรูปหล่อ
นั้นมีการเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยแล้วแต่คนเล่นครับ
......ผมขออาศัยกระทู้นี้มาเล่าสู่กันฟังประวัติของหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง โดยขอคัดลอกมาจากเวป หมูหิน.คอม

http://p.moohin.com/181.shtml



ข้อมูลประวัติ หลวงปู่สุข ธัมมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง บุรีรัมย์

เกิด วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2421 ตรงกับแรม 5 ค่ำ เดือน 5 ปีเถาะ ณ บ้านละหารทราย เป็นบุตรของ นายโฮ นางแฮม ยอดเยี่ยมแกร

บรรพชา อายุ 17 ปี ณ วัดโพธิ์ทรายทอง

อุปสมบท วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2442 ตรงกับขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ปีกุน ณ วัดโพธิ์ทรายทอง

มรณภาพ วันที่ 31 ธันวาคม 2515

รวมสิริอายุ 95 ปี

ประวัติหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง

พระครูภาวนาภิมณฑ์

(หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต)
วัดโพธิ์ทรายทอง ตำบลละหานทราย
อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์

ชาติกำเนิด
พระครูภาวนาภิมณฑ์ หรือหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต เดิมชื่อ สุข นามสกุล ยอดเยี่ยมแกร เป็นบุตรของ นายโฮ และนางแฮม ยอดเยี่ยมแกร อาชีพทำนา ท่านเป็นบุตรคนที่ ๔ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๒๑ แรม ๕ ค่ำ ปีเถาะ เกิดที่บ้านละหานทราย หมู่ที่ ๒ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีพี่น้องร่วมสายโลหิตจำนวน ๖ คน หลวงปู่สุขเป็นคน ที่ ๔ มีรายนามดังต่อไปนี้
๑.นาย:Pบ ยอดเยี่ยมแกร เสียชีวิต
๒.นายเต็บ ยอดเยี่ยมแกร เสียชีวิต
๓.นายเกต ยอมเยี่ยมแกร เสียชีวิต
๔.หลวงปู่สุข มรณภาพ ๓๑ธ.ค.๒๕๑๕
๕.นายแป๊ะ ยอดเยี่ยมแกร เสียชีวิต
๖.นางอ้ม ยอดเยียมแกร เสียชีวิต

การศึกษา

ในสมัยนั้นการเรียนหนังสือต้องอาศัยวัด อำเภอละหานทราย ยังเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ในป่าดงพงพี ถนนหนทางก็ไม่สะดวก เด็กชายสุข เรียนหนังสือขอมที่วัดโพธิ์ทรายทอง จนสามารถ อ่านออกเขียนได้ เมื่ออายุ ๑๗ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์ทรายทอง บรรพชาอยู่ได้ ๕ พรรษา

การอุปสมบท

เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี จึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ทรายทองตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๗ ปีกุน มีเจ้าอธิการนิ่ม วัดสายน้ำไหล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการกลิ่น เป็นพระกรรมวาจารย์ พระอธิการเกิดเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ธมฺมโชโต” แปลว่า แสงสว่างแห่งธรรม เมื่อหลวงปู่สุขท่านอุปสมบทท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ทรายทอง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรมแต่ท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยซึ่งเป็นภาษาขอม จนมีความรู้ แตกฉานสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี ท่านศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยที่วัดโพธิ์ทรายทองจนแตกฉานดีแล้ว ท่านก็ตั้งใจที่จะออกธุดงค์เพื่อปลีกวิเวก เพราะหลวงปู่เห็นว่า การที่เล่าเรียนเฉพาะพระธรรมวินัยภายในวัดแต่เพียงอย่างเดียว มันเป็นเพียงแค่เปลือกนอก ไม่ก่อประโยชน์แก่ตัวเองมากนัก ท่านจึงตัดสินใจออกเดินธุดงค์ไปกลายแห่ง ด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านได้เรียนกับ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และด้านพระเวทย์วิทยาคมต่าง ๆ ท่านได้ศึกษากับ พระอาจารย์อินทร์ ภิกษุชาวเขมรซึ่งได้ธุดงค์มาจาก เมืองศรีโสภณ และได้มาสร้าง วัดหนองติม อยู่ในเขต อ.ตาพระยา ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับ จังหวัดปราจีนบุรี หลวงปู่สุขท่านได้เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานและก็สมถภาวนาอยู่เป็นประจำ ปฏิบัติธรรมด้วยความเคร่งครัดจนชาวบ้านกล่าวขานกันว่า ท่านสำเร็จถึงขั้น “อภิญญา” ด้วยวัตรปฏิบัติที่ดีงาม ความสำเร็จทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้ขาวบ้านเล่ากันปากต่อปาก ถึงกับมีผู้เสื่อมใสหลวงปู่ ในหลายจังหวัดเดินทางมากราบมนัสการและสนทนาธรรมอยู่อย่างเนืองนิตย์ถนนหนทางในสมัยนั้น การคมนาคมยังไม่เจริญเท่าทุกวันนี้ บางคน บางคณะอาจต้องค้างแรมกันหลายคืนทั้งยังบุกป่าฝ่าดงเผชิญกับสัตว์ป่าดุร้ายมากมาย แต่กลุ่มผู้ศรัทธาก็ไม่ยอมย่อท้อ ต่อความยากลำบาก เดินทางมาจนถึงตัวท่านให้ท่านเป่ากระหม่อมบ้าง รดน้ำมนต์บาง เพื่อความเป็นสิริมงคล

ตำแหน่ง และสมณศักดิ์ (ประวัติการปกครอง)

พ.ศ. ๒๕๘๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทรายทอง(เป็นเจ้าอาวาส ๓๓ ปี)
พ.ศ. ๒๕๙๘ เป็นเจ้าคณะตำบลละหานทราย
พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูภาวนาภิมณฑ์
พ.ศ. ๒๕๑๕ มรณภาพ (๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๕) รวมสิริอายุได้ ๙๕ ปี
วัดโพธิ์ทรายทองเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่มีมาตั้งแต่ สมัยยุคต้นรัตนโกสินทร์
วัตรปฏิบัติ หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต
วัตรปฏิบัติ หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ศึกษาพระธรรมวินัย จากคัมภีร์ตำราตัวอักษรขอมและบาลีมีความรู้แตกฉานเชี่ยวชาญ หลวงปู่สุขได้ศึกษาเล่าเรียนการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานจาก หลวงปู่มั่นภูริทัตโต พระอริยสงฆ์ ผู้นำกองทัพธรรมฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐานแห่งภาคอีสาน ซึ่งกล่าวกันว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านสำเร็จอรหันต์ เป็นอาจารย์ใหญ่ของพระป่า สายธรรมยุติ

กิจวัตรประจำที่หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ถือปฏิบัติเป็นนิจ(ปฏิปทาพิเศษ)

๑. เจริญสมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นวัตรปฏิบัติประจำเนื่องนิจ โดยกำหนดองค์ “ภาวนา” ทุกลมหายใจเข้าออก และทุกอิริยาบถ อาทิเช่น
๑.๑ การสวดมนต์ภาวนา และลงพระอุโบสถไม่เคยขาด
๑.๒ ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะฉันอาหาร ห่มจีวร สรงน้ำ เดิน นั่ง นอนจะต้องสวดภาวนากำหนดสมาธิ มีสติกำกับก่อนทุกครั้ง
๑.๓ เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นระยะเวลานาน ๆ ๑๐ – ๑๕ วัน โดยไม่ฉันอาหาร เว้นน้ำดื่มและห้ามไม่ให้ใครรบกวน

๒. ท่านอยู่อย่างสันโดษ คือ เรียบง่าย เจริญตามแนวทางพระธรรมวินัย ละกิเลส เจริญปัญญา รู้แจ้ง เห็นจริง ในเรื่องกายและจิตอาทิเช่น
๒.๑ การอยู่อย่างสมถะฉันง่าย ไม่ยินดีในเรื่องรสชาติของอาหารบิณฑบาต ได้อะไรมาก็ฉันอย่างนั้นอยู่ง่าย ไม่สนใจในเรื่องความสะดวกสบาย อดทนต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว ไม่เคยใช้รองเท้า และสบู่ฟอกตัว
๒.๒ ไม่สนใจในทรัพย์สิน และไทยทาน เงินทองหรือปิยภัณฑ์ใด ๆ ที่ได้รับมอบถวาย ไม่เคยเก็บสะสมเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว และไม่เคยสนใจว่าใครจะหยิบฉวยเอาไป ใครอยากได้ก็ยินดีมอบให้เสมอไม่เคยหวงไม่เคยนับและถือจ่ายเงินเลย
๒.๓ ไม่สนใจในลาภยศ ท่านเป็นพระป่าบ้านนอก เคร่งในพระธรรมวินัย มุ่งปฏิบัติเจริญ วิปัสสนากัมมัฏฐาน มีสมาธิจิตสูงยิ่ง ไม่ยินดีในลาภยศสรรเสริญ ไม่แสวงหายศถาบรรดาศักดิ์เป็นพระสงฆ์สุปัฏิปันโน มักน้อย รักสันโดษ ถึงแม้ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูภาวนาภิมณฑ์ ท่านก็ไม่สนใจ ท่านเพียงแต่กล่าวว่า “ก็ข้าเป็นพระแล้วจะให้ข้าเป็นอะไรอีก”

๓. มีเมตตากรุณาต่อชนทุกชั้นรับนิมนต์โดยไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าจะมีฐานะอย่างไร ระยะทางจะไกลหรือใกล้

๔. มีขันติ และวิริยะสูง ท่านเคร่งในวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัย มีความเพียรพยายาม อุตสาหะ อดทนในการฝึกจิต สำรวจกายทุกลมหายใจเข้าออก นั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นระยะเวลานาน ๆ บางครั้งนั่งวิปัสสนากัมมัฎฐานถึง ๑๕ วัน โดยไม่ฉัน ท่านมีสมาธิจิตขั้นสูงสำเร็จ “อภิญญา”

๕. ท่านมีความอดทนเป็นเลิศ แม้ยามเจ็บป่วย (อาพาธ) ไม่เคยปริปาก หรือบ่นให้ใครรู้ท่านล่วงรู้กาลมรณภาพล่วงหน้า ในวันสารท แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ อายุล่วงได้ ๙๕ ปี หลวงปู่ได้หกล้ม ทำให้กระดูกต้นขาของท่านหลุดจากสะโพก ท่านทราบว่ากาลมรณสังขารใกล้สิ้นสุดแล้ว ท่านก็ไม่ปริปากบอกใครให้ทราบถึงอาการ เจ็บป่วยของท่านนั้นรักษาไม่หายหรอก มันเป็นเรื่องของสังขารเพราะท่านจะมรณภาพแล้ว ตลอดเวลาที่ท่านเจ็บป่วย ท่านไม่เคยโอดครวญหรือแสดงกิริยาอาการเจ็บปวดให้ใครเห็น ท่านใช้ขันติ และพิจารณาสังขารของท่านในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต

๖. การถือธุดงค์วัตร เมื่อยามที่ท่านยังแข็งแรงอายุยังไม่สูงวัย ท่านถือธุดงค์วัตรเป็นนิจโดยท่านจะเดินธุดงค์หลังจากออกพรรษาแล้ว ไปประเทศเขมรผ่านทางวัดหนองติม อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อบำเพ็ญจิตและศึกษาวิชาเพิ่มเติม การเดินทางของท่านเป็นที่น่าอัศจรรย์ เพราะท่านเดินทางได้เร็วมาก มีผู้กล่าวว่าท่านสำเร็จวิชาย่นระยะทางไป – กลับ ได้ภายในวันเดียว

๗. การสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ในด้านสืบสานพระพุทะศาสนา ท่านจะเคร่งในวัตรปฏิบัติจะนำพุทธศาสนิกชนทำบุญและถืออุโบสถศีลทุกวันพระ อบรมธรรม และฝึกฝนจิตด้านสมถกัมมัฏฐานให้กับพุทธบริษัท หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ท่านนิยมสอนสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐานให้กับบุคคลโดยทั่วไป ผู้ถือศีล สามเณร และพระภิกษุ โดยท่านจะให้ผู้ขอขึ้นกัมฏฐานกับท่านใช้องค์ภาวนาและใช้คาถา “อะ อา แอ๊ก ไอ นะ นู เน นิ นัง” ซึ่งเป็นภาษาเขมร

การรับกิจนิมนต์ไปพุทธาภิเษกวัตถุมงคล

เพื่อหาเงินสร้างวัดของ วัดป่าธรรมธีราราม (วัดป่าหลังโรงเลื่อย) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และเคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยรับนิมนต์ พระปลัดมานพ ทุลฺลโภ วัดชิโนรสารามแขวงบางกอกน้อยกรุงเทพฯ ปลุกเสกวัตถุมงคลรูปหล่อบูชารุ่นแรก และพระรูปเหมือนขนาด ๑ เซนติเมตร ณ หอสมุดกรมหลวงพระปรมานุชิตชิโนรส วัดชิโนรสาราม ในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ก่อนท่านมรณภาพ
หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต เป็นพระอริยสงฆ์ สุปฏิปันโน มีวัตรปฏิบัติที่งดงามสมเป็น “พระแท้” อย่างแท้งจริงสมควรค่าแก่การกราบไหว้บูชา ท่านเคร่งในพระธรรมวินัยถือการปฏิบัติ เจริญวิปัสสนากัมมัฎฐาน เจริญรอยตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำหนดองค์ภาวนาทุกลมหายใจเข้า ออก ท่านสำเร็จญาณสมาบัติขั้นสูงเรียกว่า “อภิญญา”
อภิญญา คือ ความรู้ชั้นสูงในพุทธศาสนา ซึ่งได้จากการปฏิบัติทางด้านวิปัสสนาธุระ มีอยู่ ๖ ประการด้วยกันคือ
๑. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้
๒. ทิพยโสต หูทิพย์
๓. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนด รู้ใจผู้อื่น
๔. ปุพเพนิวาสานุสติ ระลึกชาติได้
๕. ทิพจักขุ ตาทิพย์
๖. อาสวักขยญาณ รู้จักทำอาสวะให้สิ้น

ด้วยเหตุและผลดังกล่าวจึงไม่น่าแปลกแต่อย่างใดเลยที่หลวงพ่อสุข ธมฺมโชโต จักทรงคุณวิเศษและแสดงให้แจ้งประจักษ์แก่สาธุชน
ท่านยังสำเร็จ วิชาสรตโสฬร คือ สามารถกำหนดรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ความศักดิ์สิทธิ์ ความแม่นยำในการทำนายทายทักเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าได้จริงเหมือนตาเห็น สามารถที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ตลอดจนคุณวิเศษต่าง ๆ ได้นานัปการ เช่น การล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า การบอกใบ้หวย การรู้วาระจิตบุคคลอื่น เป็นต้น วิชาดังกล่าว เป็นวิชาที่มีจริง จะบังเกิดเฉพาะท่านที่ปฏิบัติทางวิปัสสนาธุระ จนกระทั่งได้ญาณสมาบัติขั้นสูงเท่านั้น

ผลงานด้านการปกครองด้านการพัฒนาและสืบสานพระพุทธศาสนา
ท่านบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอละหานทราย และอำเภอใกล้เคียงในเรื่องความเดือนร้อนของชาวบ้าน เช่น เรื่องแหล่งน้ำ การประสานกับลูกศิษย์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สร้างความเจริญให้กับพื้นที่อำเภอละหานทรายเป็นอย่างมากท่านได้พัฒนาวัดโพธิ์ทรายทอง และไปสร้างวัดอีก ๓-๔ วัด กล่าวคือ
พ.ศ. ๒๔๗๙ หลวงปู่ก่อสร้างกุฏิสงฆ์วัดโพธิ์ทรายทอง ๑ หลัง กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๙ เมตร สร้างด้วยไม้ มุงไม้สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๑๒,๐๐๐บาท
พ.ศ. ๒๔๘๔ หลวงปู่สร้างวัดบ้านโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
พ.ศ. ๒๔๙๔ หลวงปู่ช่วยในการย้ายวัดหนองติม ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยย้ายจากในหมู่บ้านไปยังนอกหมู่บ้าน (สถานที่ปัจจุบัน)
พ.ศ. ๒๔๙o หลวงปู่สร้างวัดหนองหมี ที่บ้านหนองหมี ตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
พ.ศ. ๒๔๙๐ หลวงปู่ได้สร้างศาลาการเปรียญวัดโพธิ์ทรายทอง ๑หลัง กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๕ เมตร สร้างด้วยไม้ มุงไม้ สิ้นค่าก่อสร้าง ประมาณ ๑,๕๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๐๐ หลวงปู่สร้างวัดไม้แดงที่บ้านโคกไม้แดง
พ.ศ. ๒๕๑๑ สร้างกุฏิสงฆ์วัดโพธิ์ทรายทอง ๑ หลัง เสาคอนกรีตต่อไม้ มุงสังกะสี ๑ หลังกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๕ เมตร lสิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๒๑๕,๐๐๐บาท
พ.ศ. ๒๕๑๒ สร้างกุฎิสงฆ์ วัดโพธิ์ทรายทอง ๑ หลัง สร้างกุฏิเสาไม้สร้างด้วยไม้ มุงสังกะสี ๑ หลัง กว้าง ๙ เมตรสิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทและได้ไปพัฒนาวัดต่าง ๆ ในอำเภอใกล้เคียงและต่างจังหวัดที่ได้รับนิมนต์ อาทิวัดทับเสด็จ อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

วัตถุมงคลที่ท่านไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกหรือ ปลุกเสกโดยไม่ใช่รูปเหมือนท่าน((วัตถุมงคลหลวงปู่สุข ))

- พ.ศ. ๒๔๙๘ ปลุกเสกเหรียญหลวงพ่อเพียร วัดศรีวิสุทธาราม บ้านถนนหัก ตำบลถนนหักอำเภอ นางรองกับหลวงปู่สอน วัดเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา
- พ.ศ.๒๔๙๙ ปลุกเสกเหรียญ หลวงพ่อเทิ่ง วัดอัมภาราม ตำบลตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติร่วมกับหลวงพ่อเป็น วัดเจริญนิมิต อำเภอละหานทราย
- พ.ศ.๒๕๐๐ ร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษก ที่ท้องสนามหลวง ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
- มกราคม ๒๕๑๕ ร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ในพิธีมหาจักพรรดิ์ “กริ่งนเรศวรวังจันทร์” จังหวัดพิษณุโลก
- เมษายน ๒๕๑๕ ร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลของวัดโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
พระปลัดมานพ ทุลฺลโภ ท่านเกิดในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ที่บ้านหนองปรือ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ พออายุได้ ๒๒ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้อุปสมบทที่วัดโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ที่วัดโพธิ์ได้ระยะหนึ่งก็เดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัยที่ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้มาอยู่วัดชิโนรสาราม อยู่จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้ไปอยู่วัดโพธิ์ จังหวัดนครราชสีมา และได้มรณภาพในปลายปี พ.ศ.๒๕๑๕

ช่วงอยู่ วัดชิโนรสาราม ได้สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ไว้มากมาย อาทิ ซ่อมพระอุโบสถ ซ่อมตำหนักหอสมุด สร้างกุฎิ สร้างถนน สร้างฌาปนสถาน สิ้นงบประมาณดำเนินการ ๗๔๘,๐๐๐ บาท และได้ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส วัดชิโนรสาราม ท่านสนใจในเรื่องพุทธาคม และเลื่อมใสในองค์สมเด็จพุฒาจารย์โตพรหฺมรังสี มาก ได้สร้างพระเครื่องและพระบูชา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ – ๒๕๑๒ ณ วัดชิโนรสาราม เป็นพระผงสมเด็จ พระกริ่งปรมา พระพุทธชินราชจำลอง ขันน้ำมนต์จารึกพระคาถาชินบัญชร และพระคาถาพาหุง ๘ บท ขันนิมันต์พระปริตร และพระกริ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พิมพ์เล็ก รุ่นแรก ของวัดชิโนรสาราม

การสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ได้ร่วมกับ พระอาจารย์พิชัย รตฺนญาโณ จัดสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ประมาณเดือนสิงหาคม พระปลัดมานพ ทุลฺลโภ ได้นิมนต์ หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต มาร่วมในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลของวัดชิโนรสาราม และได้หล่อรูปเหมือนบูชา เนื้อโลหะ ขนาดหน้าตัก ๓ นิ้ว เป็นรุ่นแรกรูปเหมือนลอยองค์ พิมพ์หน้าบาก เนื้อทองผสม และรูปถ่ายอัดกระจก
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ มาจำพรรษาที่ วัดโพธิ์ทรายทอง ได้สร้างรูปหล่อลอยองค์เนื้อตะกั่วเถื่อนเป็นช่อจำนวน ๑๐๘ องค์ และได้สร้างพระผงรูปสี่เหลี่ยม ตะกรุดสามกษัตริย์
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้สร้างรูปหล่อลอยองค์ พิมพ์หน้าบากเล็ก เนื้อทองแดง
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้จัดสร้างรูปหล่อรูปองค์เนื้อตะกั่วเถื่อนผสมจ้าวน้ำเงินให้กับวัดโพธิ์อำเภอเมืองนครราชสีมาในพิธีพุทธาภิเษกรุ่น “อยู่ เย็น เป็น สุข”

พระกริ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พิมพ์เล็ก รุ่นแรก ของวัดชิโนรสาราม เป็นพระกริ่งที่สร้างถูกต้องตามคติโบราณกาล ตามตำรับการสร้างพระกริ่งของสมเด็จเมธี (เจีย ป.๙) ได้รับตำราเป็นมรดกทอดและได้เมตตา ลงยันต์การสร้างต่าง ๆ ให้ ซึ่งประกอบด้วยยันต์ร้อยแปด กับ นะปัตถมัง ๑๔ นะ มีพระเกจิอาจารย์โด่งดังยุคนั้น ร่วมปลุกเสกนับเป็นพระเครื่องที่โงดังของวัดชิโนรสาราม และหาได้ยากในปัจจุบัน

จากตำนานการสร้างพระกริ่งสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) ดังกล่าว คือ ที่มาของการจัดสร้างรูปหล่อลอยองค์ หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง ที่โด่งดังในยุคปัจจุบัน นับว่าพระปลัดมานพ ทุลฺลโภ และพระอาจารย์พิชัย รตฺญาโณ คือ ผู้สร้างสรรค์และเผยแพร่เกียรติคุณให้กับหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ให้มีชื่อเสียงขจรขจายโดยเฉพาะในด้าน วัตถุมงคลของของหลวงปู่สุขซึ่งเป็นที่เสาะแสวงหาของลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ราคาเช่าหากในปัจจุบัน จึงมีราคาแพง เพราะเสาะหาได้ยากยิ่ง

พระอาจารย์พิชัย รตฺญาโณ หรือ พิชัย โสมศรีแก้ว ปัจจุบันได้ลาสิกขาบทและประกอบอาชีพส่วนตัวเปิดโรงพิมพ์อยู่ที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรัมย์ ได้กล่าวถึงพระอาจารย์หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต ดังนี้

พระอาจารย์พิชัย รตฺญาโณ ในขณะนั้นดำรงคำแหน่งรองเจ้าอาวาส ได้หลวงปู่พัฒนาและถาวรวัตถุอาทิ เช่น ศาลาการเปรียญ โบสถ์ โดยท่านได้ขออนุญาตหลวงปู่สุข จัดสร้างวัตถุมงคลตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ จนกระทั่งหลวงปู่มรณภาพ ได้ร่วมกับ พระปลัดมานพ ทุลฺลโภ วัดชิโนรสาราม กรุงเทพมหานครซึ่งพระปลัดมานพ ท่านเป็นชาวนางรอง นับถือเลื่อมใสหลวงปู่สุขมาก
LEE
.....ส่วนผมมีพระหลวงปู่สุขที่ออกที่ วัดชิโนรส ธนบุรีเท่านั้น เหรียญนั้นผมหายังไม่เจอ ขอนำชมแค่ขันน้ำมนต์นะครับ happy.gif

ขันน้ำมนต์จารึกพระคาถาชินบัญชร ปี ๒๕๐๘



LEE
.......ตลาดพระช่วงนี้รู้สึกว่าพระสายวัดป่าอิสานกำลังมาแรง คงจะถึงรอบ และ กำลังซื้อของคนอิสานท้องถิ่นสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรม ยาง ปามล์ smile.gif

ผมชอบพระพิธีหมู่ที่มีเจตนาการสร้างดี

พระชัยพุทธปริต เนื้อนวะ สุรินทร์




พระชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อจัดหาปัจจัยสร้างตึกสงฆ์อาพาธ ณ โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ในปีพ.ศ. 2515และได้มีพิธีพุทธภิเษกอย่างยิ่งใหญ่อีกพิธีหนึ่งของสายกรรมฐาน และของจังหวัด โดยมีหลวงปู่ดุลย์ได้เป็นประธานในพิธีนี้และครูบาอาจารย์สายกรรมฐานมากันเพียบ อาทิ ท่านอาจารย์ฝั้น,หลวงปู่ขาว,หลวงปู่อ่อน,หลวงปู่สาม ฯลฯ มาในพิธีครั้งนี้
Dick
QUOTE (LEE @ 26 August 2012, 08:11 PM) *
..

วัตถุมงคลที่ท่านไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกหรือ ปลุกเสกโดยไม่ใช่รูปเหมือนท่าน((วัตถุมงคลหลวงปู่สุข ))

- พ.ศ. ๒๔๙๘ ปลุกเสกเหรียญหลวงพ่อเพียร วัดศรีวิสุทธาราม บ้านถนนหัก ตำบลถนนหักอำเภอ นางรองกับหลวงปู่สอน วัดเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา
- พ.ศ.๒๔๙๙ ปลุกเสกเหรียญ หลวงพ่อเทิ่ง วัดอัมภาราม ตำบลตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติร่วมกับหลวงพ่อเป็น วัดเจริญนิมิต อำเภอละหานทราย
- พ.ศ.๒๕๐๐ ร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษก ที่ท้องสนามหลวง ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
- มกราคม ๒๕๑๕ ร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ในพิธีมหาจักพรรดิ์ “กริ่งนเรศวรวังจันทร์” จังหวัดพิษณุโลก
-



น่าทึ่งมาก
อ่านครั้งแรกนึกว่าข้อมูลผิดพลาด
พอไปเช็คพ.ศ. ต่างๆ ก็ต้องทึ่งๆๆๆ thumbsup.gif
LEE
รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สร้างวัดสุทัศน์โดยเจ้าคุณศรี(สนธิ์)ปี ๒๔๙๔





ในปี พ.ศ. 2494 วัดสุทัศนเทพวรารามโดยท่านเจ้าคุณศรีสัจจาญาณมุนี (สนธิ์) ได้ดำริจัดสร้างพระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดเล็กสำหรับบูชา โดยจัดพิธีเททองหล่อพระรูปดังกล่าว 2 ครั้งด้วยกัน คือ วันที่ 26 มกราคม 2494 ทำพิธีหล่อจำนวน 3,000 องค์ และในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2494 เทหล่อเพิ่มอีก 5,000 องค์ โดยใช้ชนวนเก่าที่เหลือจากการเทพระกริ่งรุ่นต่าง ๆ ในครั้งก่อนมาผสมด้วย ลักษณะของรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นรูปเหมือนเต็มองค์ทรงเครื่องกษัตริย์นักรบ สวมพระมาลาเบี่ยงพระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ ประทับนั่งบนพระแท่นฐาน 2 ชั้น กระแสเนื้อจะออกไปทางเขียวอมเหลือง (เทคราวแรกกระแสเดียวกับพระพุทธชินราช รุ่นเกาหลี 2493 และพระกริ่งเทโว ผิวองค์พระเมื่อผ่านการใช้หรือสัมผัสจะหลับเป็นสีน้ำตาล ส่วนรูปหล่อที่เทในคราวหลังหระแสเนื้อจะต่างกับคราวแรก คือกระแสเนื้อจะออกไปทางเหลือบเหลืองมีประกายน้ำทอง กระแสเดียวกับพระพุทธชินราชรุ่น มค.1

.....รูปหล่อนี้ผมยังไม่เคยเห็นใครเลี่ยมแล้วห้อยคอเลยครับอาจจะเป็นเพราะว่าขนาดเขื่องไปนิด แต่ความจริงแล้วขนาดของรูปหล่อนี้ก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากริ่งอาจารย์นำ
หรือกริ่งภูธราวดีสักเท่าไรเลย happy.gif
LEE
พระกริ่งศาสดาภปร.วัดบวรนิเวศ กรุงเทพ พศ.2532 เนื้อเงิน







สร้างเนื่องในโอกาสครบสองทศวรรษโรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ เนื้อชนวนโลหะที่นำมาหลอม นอกจากแผ่นอักขระยันต์และชนวนโลหะมงคลจำนวนมากแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานลงอักขระแผ่นทอง แผ่นนาก และแผ่นเงิน อย่างละ 5 แผ่น เพื่อนำมาหล่อหลอมเป็นองค์พระกริ่งศาสดา พิธีเททองโดยสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประกอบพิธีเททองหล่อพระศาสดาชุดนี้หน้าพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 11 พฤษภาคม 2532 เวลา 13.18 น. อันเป็นราชาฤกษ์และได้เกณฑ์เพชรฤกษ์และธนโยค พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดบวรนิเวศ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน

พระชุด พระศาสดาภ.ป.ร สร้างเมื่อปีที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช รับสถาปนาเป็นตำแหน่งที่"สมเด็จพระสังฆราช" ใหม่ๆ เมื่อปี 2532 เรียกว่าเป็นวัตถุมงคลที่สร้างในพระนาม"สมเด็จพระสังฆราช" ครั้งแรกก็ว่าได้
LEE
......วัตถุมงคล รุ่น 100 ปี แห่งการมรณภาพเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆังโฆษิตาราม ปี 2515 เป็นวัตถุมงคลที่มีการบันทึกการจัดสร้าง
ได้ละเอียดมาก โดยเฉพาะจากเวป collect9.net ซึ่งผมขออนุญาตคัดลอกมาให้อ่านกันซึ่งเป็นความสนุกในการเล่นพระอย่างหนึ่งคือศึกษาประวัติ
http://www.inform.collection9.net/index.ph...ail&id=0070

พระกริ่งจำลององค์พระประธานเนื้อนวโลหะ






ปีพุทธศักราช 2515 ที่จะมาถึงในขณะนั้น อันเป็นปีที่การมรณภาพของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เวียนมาบรรจบครบ 100 ปี ประกอบกับวัดระฆังโฆสิตารามเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ถาวรวัตถุและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมากเกินกำลังของทางวัดที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์โดยลำพัง

ม.ล.เนื่องพร สุทัศน์ เห็นว่าเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อหาทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุและส่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม จึงได้นำโครงการดังกล่าวเสนอต่อพระราชธรรมภาณี รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามสมัยนั้น ใช้ชื่อโครงการดังกล่าวว่า โครงการสร้างปูชนียวัตถุเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ 100 ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรํงสี) ณ วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ พล.ร.อ.จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือขณะนั้นรับผิดชอบเป็นประธานกรรมการดำเนินงาน พระราชธรรมภาณี รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นประธานฝายสงฆ์ พล.ร.ท.อุดม สุทัศน์ ณ อยุธยา เจ้ากรมอู่ทหารเรือในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการดำเนินการฝ่ายฆราวาส



สมเด็จ 100 ปี วัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ บล็อคแขนกลม ก่อนนี้น้อยคนนักที่จะรู้จักสำหรับบล็อคแม่พิมพ์นี้ จุดไข่ปลาอยู่ด้านซ้ายแปลกกว่าพิมพ์อื่น แต่ปัจจุบันกลับเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากขึ้น ด้วยมีข้อมูลแพร่หลายโดยกว้างแล้วว่าเป็นพระบล็อคแม่พิมพ์แรก ๆ ของพระสมเด็จ 100 ปี

พิธีในการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น อนุสรณ์ 100 ปี แห่งการมรณภาพท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม ประกอบไปด้วยพิธีทั้งทางสงฆ์และพรหมณ์ รวมทั้งสิ้น 3 วาระด้วยกัน

วาระแรก ประกอบพิธิพุทธาภิเษกทองชนวนและผงมวลสาร

หมายกำหนดการวาระแรก วันพฤหัสบดี ที่ 16 กันยายน พ.ศ.2514 พิธีการในส่วนนี้จัดขึ้นตามแบบขนบธรรมเนียมทั้งพิธีสงฆ์ และ พิธีพราหมณ์ มีการประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญบารมีแห่งเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ทำพิธีบูชาฤกษ์ บูชาเทพยดา

ประธานฝ่ายสงฆ์ พระราชธรรมภาณี ประธานฝ่ายพราหมณ์ พระราชครูวามเทพมุนี พล.ร.ท.อุดม สุทัศน์ ณ อยุธยา ประธานกรรมการดำเนินงานจุดเทียนถวายพระราชธรรมภาณี ประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย


วาระที่ 2 ประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมาจำลองและรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต

หมายกำหนดการวาระที่ 2 วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ.2514 พิธิการในวาระที่สองนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จมาเททองเป็นปฐมฤกษ์ตามกำหนดฤกษ์เวลา 15.35 น. และทรงปลูกต้นจันทน์หน้าหอพระไตรปิฎกด้วย


วาระที่ 3 ประกอบพิธิพุทธาภิเษกพระพุทธรูป และวัตถุมงคลต่าง ๆ

หมายกำหนดการวาระที่ 3 วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515 อันเป็นวันครบรอบ 100 ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พิธีพุทธาภิเกจัดขึ้นตามขนบประเพณี ทั้งพิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์ ในวาระที่สามนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นครั้งที่ 2 เพื่อทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก และทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม ณ วัดระฆังโฆสิตาราม




สำหรับบล็อคแม่พิมพ์เส้นด้ายนี้ คงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปแล้ว เพราะขณะที่หลายคนกำลังตั้งหลักในการสะสม ข้อมูลของสมเด็จ 100 ปี ยังไม่กว้างขวางนัก บล็อคไข่ปลาเลือน และ บล็อคเส้นด้าย ถูกยกให้เป็นพิมพ์นิยมที่เลือกเก็บกันก่อนเป็นอันดับแรก

วัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนั้นประกอบไปด้วย

พระพุทธรูปจำลององค์พระประธาน ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
พระกริ่งจำลององค์พระประธาน เนื้อทองคำ เนื้อนวโลหะ
รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
รูปเหมือนลอยองค์สมเด็จพุฒาจารย์โต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ
เหรียญสมเด็จพุฒาจารย์โต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ
พระผงพิมพ์พระสมเด็จ และ พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต


คณาจารย์ร่วมพิธินั่งปรกพุทธาภิเษก วาระแรก

พระรักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลย์ไลยก์ จ.สุพรรณบุรี
พระโพธิวารคุณ (ไพฑูรย์) วัดโพธินิมิตร กรุงเทพฯ
พระพุทธมนตวราจารย์ (สุพจน์) วัดสุทัศน์ราชวราราม
พระอาจารย์ผ่อง จินดา วัดจักวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ
พระครูวิริยกิตติ (โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ
พระครูโสภณกัลยาณวัตร วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ
พระครูกัลยาณานุกูล (เฮง) วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ
พระครูประสาธน์วิทยาคม (นอ) วัดกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา
พระครูสุตาธิกา (ทองอยู่) วัดหนองพะอง จ.สมุทรสาคร
พระครูสาทรพัฒนกิจ (ลมูล) วัดเสด็จ จ.ปทุมธานี


คณาจารย์ร่วมพิธิใน วาระที่ 3 วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515

พระพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในพระอุโบสถ

สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพน
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดราชบพิธ
พระธรรมวโรดม วัดสังเสชวิศยาราม
พระศาสนโสภณ วัดบวรนิเวศวิหาร
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ วัดจักรวรรดิราชาวาส
พระพรหมมุนี วัดราชผาติการาม
พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม
พระธรรมปัญญาจารย์ วัดโสมนัสวิหาร
พระธรรมปัญญาบดี วัดสามพระยา
พระธรรมปิฎก วัดปทุมคงคา

พระพิธีในมณฑลวางศิลาฤกษ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม

พระธรรมเจดีย์ วัดทองนพคุณ
พระเทพมุนี วัดอรุณราชราราม
พระธรรมวิสุทธาจารย์ วัดพิขัยญาติการาม
พระเทพวรมุนี วัดพระเชตุพน
พระเทพวรเทวี วัดปากน้ำภาษีเจริญ
พระเทพญาณมุนี วัดราชโอรสาราม
พระเทพเมธี วัดเศวตฉัตร์
พระธรรมมหาวีรานุวัตร์ วัดไตรมิตร
พระโสภณวราภรณ์ วัดอรุณราขวราราม
พระสังวรกิจโกศล วัดราชสิทธาราม

พระคณาจารย์ร่วมบริกรรมปลุกเสกวัตถุมงคล รุ่น อนุสรณ์ 100 ปี

พระเทพคุณาธาร (เจียม) วัดโสธรวราราม
พระราชสิงหวรมุนี (ทรัพย์) วัดสังฆราชาวาส
พระราชญาณดิลก (ชิต) วัดเขาเต่า
พระราชปัญญาโสภณ (สุข) วัดราชนัดดาราม
พระโพธิวรคุณ (ฑูรย์) วัดโพธินิมิตร
พระรักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลย์ไลยก์
พระวิบูลเมธาจารย (เก็บ) วัดดอนเจดีย์
พระวิบูลย์วชิรธรรม (สว่าง) วัดคฤหบดีสงฆ์
พระโสภณธรรมมุนี (พ่วง) วัดศรีโคมคำ
พระพรหมจักสังวร (พรหมา) วัดพระบาทตากผ้า
พระสังวรกิจโกศล (เลิศ) วัดราชสิทธาราม
พระโสภณวราภรณ์ (เฉลียว) วัดอรุณราชวราราม
พระพุทธมนต์วราจารย์ (สุพจน์) วัดสุทัศนเทพวราราม
พระศรีสัจจาญาณมุนี (ประหยัด) วัดสุทัศนเทพวราราม
พระครูนนทกิจวิมล (ชื่น) วัดตำหนักเหนือ
พระครูสุตาธิการี (ทองอยู่) วัดหนองพะอง
พระครูโสภณกัลยาณวัตร (เส่ง) วัดกัลยาณมิตร
พระครูวิริยะกิตติ (โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
พระครูสาทรพัฒนากิจ (ลมูล) วัดเสด็จ
พระครูกัลยานุกูล (เฮง) วัดกัลยาณมิตร
พระครูรัตนสราธิคุณ ผทอง) วัดสระแก้ว
พระครูประสาธน์วิทยาคม (นอ) วัดกลางท่าเรือ
พระครูอุทัยคณารักษ์ (ใหญ่) วัดสระแก
พระครูพิพิธวิหารการ (เทียม) วัดกษัตราธิราช
พระครูวิมลนวการ (เผ้ง) วัดหน้าพระบรมธาตุ
พระครูไพศาลวิสุทธิคุณ (สำลี) วัดห้วยยาง
พระครูพิพัฒน์สิริธร (คง) วัดบ้านสวน
พระครูวชิรรังษี (จันทร์) วัดมฤคทายวัน
พระครูจันทสโรภาส (เที่ยง) วัดม่วงชุม
พระครูพิศาลพัฒนกิจ (บุญรอด) วัดประดู่พัฒนาราม
พระครูประดิษฐ์นวการ (บุณ) วัดวังมะนาว
พระครูปิยธรรมภูษิต (คำ) วัดบำรุงธรรม
พระครูศรีปริยัตยานุรักษ์ (ไฝ) วัดพันอ้น
พระครูธรรมสาคร (กลับ) วัดโกรกกราก
พระครูวิจิตรชัยการ (สด) วัดหางน้ำสาคร
พระครูประสาธนุ์ขันธคุณ (มุม) วัดปราสาทเยอร์เหนือ
พระครุอาภัสสรคุณ (อารีย์) วัดท้ายชิด
พระครุสาธุกิจวิมล (เล็ก) วัดหนองดินแดง
พระครูสุวิชงนวรวุฒิ (ปี้) วัดลานหอย
พระครูศิลสารสัมบัน (สำรวย) วัดสระแก้วปทุมทอง
พระครูศรีพรหมโสภิต (แพ) วัดพิกุลทอง
พระครูภาวนาสังวรคุณ (เต๋) วัดสามง่าม
พระครูประสาทวรคุณ (พริ้ง) วัดโบสถ์โก่งธนู
พระคครูสมบูรณ์ศีลวัตร (สมบูรณ์) วัดแก่งคอย
พระครูพุทธิสังวรกิจ (ทอง) วัดเนรัญชรา
พระครูวิวัฒน์นครธรรม (ชาย) วัดนครธรรม
พระครูศีลคุณวัฒนาทร (โห) วัดพุทธิสาร
พระครูถาวรธรรมรัตน์ (เที่ยง) วัดเลียบ
พระครูอุดมเวทวรคุณ (เมือง) วัดท่าแหน
พระครูนันทิยคุณ (บุญตัน) วัดเชียงทอง
พระครูวิรุฬธรรมโกวิท (สิงห์คำ) วัดเจดีย์สถาน
พระครูมงคลคุณาทร (คำปัน) วัดหม้อคำตวง
พระครูภาวนาภิรัต (อินท์จักร์) วัดวนรามน้ำบ่อหลวง
พระครูวิริยะโสภิต (ทอง) วัดพระปรางค์
พระครูประกาสสมาธิคุณ (สังเวียน) วัดมหาธาตุ
พระครูปัญญาโชติวัตร (เจริญ) วัดทองนพคุณ
พระครุศีลโสภิต (แถม) วัดทองพุ่มพวง
พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (มุม) วัดดอนไร่
พระครูประภาสธรรมาภรณ์ (ลำยอง) วัดสุนทรประดิษฐ์
พระครูนิสัยจริยคุณ (วิสุทธิ์) วัดจันเสน
พระครูสมุทรวิจารย์ (จารย์) วัดประชาโฆสิตาราม
พระครูศีลวิมล (ท้วม) วัดเขาดบสถ์
พระครูโกวิทสมุทรคุณ (เนื่อง) วัดจุฬามณี
พระครูสุวรรณสุนทร (ทอง) วัดดอกไม้ (ตะกล่ำ)
พระครูอินทศิริชัย (ม้วน) วัดไทร
พระครูพุทธมัญจาภิบาล (ทองหล่อ) วัดพระแท่นดงรัง
พระครูอาจารโสภณ (เริ่ม) วัดกลางวังเย็น
พระครูโสภณรัตนากร (เพิ่ม) วัดดอนตูม
พระครูวิจิตรธรรมรส (สุดใจ) วัดบ้านโป่ง
พระครูพิทักษ์วิหารกิจ (สา) วัดราชนัดดาราม
พระครูพิลาสธรรมกิตติ์ (ทวี) วัดโรงช้าง อ.เมือง จ.พิจิตร
พระครูสุวรรณประภาส (ทอง) วัดธาตุสว่าง
พระครูวิจิตรพัฒนาภรณ์ (เจริญ) วัดดอกไม้
พระครูอภัยภาดาทร (ขอม) วัดโพธาราม
พระครูสถิตวุมิคุณ (ปลั่ง) วัดหนองกระทุ่ม
พระครุสถาพรพุทธมนต์ (สำเนียง) วัดเวฬุวนาราม
พระครูวิบูลธรรมเวท (เปรื่อง) วัดหิรัญญาราม
พระครูพิพัฒน์วรคุณ (ชู) วัดลุ่มเจริญศรัทธา
พระครูปลัดสงัด (สงัด) วัดพระเชตุพน
พระครูรัตนานุรักษ์ (อาจารย์แก้ว) วัดปงสนุกใต้
พระครูสุกิจวิริยากร (หมั่น) วัดดงสัก
พระครูธรรมธรบุญมี วัดท่าสะต๋อย
พระปลัดบุญเชิด วัดชมนิมิตร
พระครูสมุห์อำพล วัดประสาทบุญญาวาส
พระครูวิชัยณรงค์ฤทธิ์ วัดสิตาราม
พระอาจารย์ผ่อง วัดจักรวรรดิ์
พระอาจารย์แดง วัดเขาหลัก
พระอาจารย์รักษ์ วัดศรีรัตนคีรีวงศ์
พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา
พระอาจารย์บุรัชย์ วัดนายพญา
พระอาจารย์กี๋ วัดหูช้าง
พระอาจารย์จันทร์ วัดนามะตูม
พระอาจารย์ครูบาวัง วัดบ้านเด่น
พระอาจารย์แสน วัดท่าแทน
พระอาจารย์คง วัดสันพระรส
พระอาจารย์สวน วัดบางกระดาน
พระอาจารย์ใหญ่ วัดถ้ำใหญ่คูหาสวรรค์
พระอาจารย์จำรัส วัดเมืองกาย
พระอาจารย์เกลี้ยง วัดเขาใหญ่
พระอาจารย์โสภาโสภิกขุ วัดเทพนฤมิตคีรีขันธ์
พระอาจารย์ลมูล วัดพุทธวงศา
พระอาจารย์ชาย วัดสังข์ทอง
พระอาจารย์ดี วัดศรีสำราญ
พระอาจารย์หนูอินทร์ วัดพุทธคยา
พระอาจารย์ลี วัดป่าบ้านนอก
พระอาจารย์คูณ วัดหนองแวง
พระอาจารย์สุวรรณ วัดพรหม
พระอาจารย์เพ็ชร์ นนฺทเสโน วัดบ้านเด่น
พระอาจารย์อุ้ย วัดสังฆราชา
พระสุนทรธรรมภาณ (เมตตาหลวง) วัดเทพพิทักษ์ปุณนาราม




100 ปี พิมพ์ใหญ่ บล็อคเศียรไข่ เป็นอีกบล็อคแม่พิมพ์หนึ่งในกลุ่มพิมพ์ใหญ่ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มพิมพ์ธรรมดา แต่ก็ถูกเก็บเรื่อย ๆ จากนักสะสมโดยทั่วไป

ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม และวัตถุมงคลรุ่นและแบบพิมพ์ทรงต่าง ๆ โดยเฉพาะพระเนื้อผงนั้น เดิมทีหาชมศึกษาได้ยากยิ่ง เนื่องจากก่อนนี้ไม่มีคนนำออกเผยแพร่เท่าไหร่นัก

ก่อนนี้หากจะหาข้อมูลเกี่ยวกับพระสมเด็จ 100 ปี วัดระฆังฯ จากหนังสือในท้องตลาดก็เห็นจะมีอยู่เพียง 3 เล่มเท่านั้น เล่มแรกคือ หนังสือ 100 ปี วัดระฆังฯ ซึ่งเป็นหนังสือที่ทางวัดได้จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อครบรอบ 100 ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต ซึ่งเป็นหนังสือที่หายากและราคาสูงมากด้วย เน้นไปทางประวัติ เล่มที่ 2 คือหนังสือบางขุนพรหม 09 และพระผงวัดใหม่อมตรส ของคุณธีรยุทธ์ จงบุญญานุภาพ ซึ่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ไว้นานแล้วและก็มีจำนวนจำกัด เป็นหนังสือข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุมงคลสายบางขุนพรหมเป็นหลักโดยมีข้อมูลพระสมเด็จ 100 ปี วัดระฆังฯ เพียงส่วนหนึ่ง เป็นข้อมูลภาพและการจำแนกพิมพ์ทรง ภาพขนาดใหญ่ชัดเจนดี แต่ก็มีบางพิมพ์ที่ขาดหายไปบ้าง เล่มที่ 3 คือหนังสือของดีวัดระฆังฯ เป็นหนังสือที่รวบรวมประวัติและวัตถุมงคลที่จัดสร้างและเกี่ยวเนื่องกับวัดระฆังโฆสิตาราม ข้อมูลเกี่ยวกับพระสมเด็จ 100 ปี ไม่ได้จำแนกพิมพ์ทรงและข้อมูลภาพอาจเล็กไปนิดนึง

ปัจจุบันมีหนังสือ 100 ปี วัดระฆัง ที่ออกใหม่มาเล่มหนึ่งชื่อ วัดระฆังฯ 100 ปี ของคุณอิศรา เตชะสา เป็นหนังสือที่สมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับพระสมเด็จวัดระฆัง รุ่น 100 ปี ที่จัดพิมพ์มา และที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คิด ให้ข้อมูลโดยละเอียดในหลายด้านหลายมุม ทั้งในส่วนของประวัติ พิมพ์ทรง เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่คุ้มค้าและท่านที่สนใจวัตถุมงคลสายนี้ควรจะมีเก็บไว้

ความรู้เคียงคู่การสะสม คุณค่าในสิ่งสะสมไม่ใช่อยู่ที่ใครบอกว่าสิ่งไหนดีไม่ดี แบบไหนถูกแบบไหนแพง หากแต่อยู่ที่ท่านลึกซึ้งกับสิ่งเหล่านั้นเพียงใด รู้ในสิ่งที่ท่านสะสมมากน้อยขนาดไหน สิ่งดี ๆ ที่หายากในมือท่านอาจเป็นสิ่งไร้ค่าก็ได้หากท่านไม่รู้อะไรที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้นเลย ... ด้วยความปราถนาดี www.Collection9.net
Dick
มวยหมู่.....พุทธาภิเศก .......เกจิฯหลายท่าน + พิธีกรรมต่างๆ ถ้าใหญ่หน่อยก็จะมีพราหมณ์ร่วม ถ้าใหญ่ขึ้นไปอีก ต้องพราหมณ์หลวง
มวยเดี่ยว ....ปลุกเสก ..........พระอาจารย์ปลุกเสกท่านเดียว ไม่ต้องมีพิธีกรรมซับซ้อน

แบบแรก ก็อย่าง 25 พุทธศตวรรษ พระสายวัดสุทัศน์ พระสายวัดบวร พระในพิธีจักรพรรดิ์ ฯลฯ
แบบที่ 2 ก็อย่างพระหลวงพ่อเงินบางคลาน หลวงเนียม หลวงพ่อน้อย หลวงปู่ทิมรุ่นปลบุกเสกเดี่ยวๆ ฯลฯ

ผมติดตามกรุทู้ป๋าลีมาก เริ่มชอบพวกพระกลุ่มพิธีใหญ่
แต่พระส่วนใหญ่ที่ค่านิยมสูงๆ (ไม่เสมอไป) จะเป็นพระที่เกจิฯ ปลุกเสกเดี่ยว

ชอบไหนชอบกัน ยังไงพระท่านก็ประเสริฐกว่าเราอยู่แล้ว biggrin.gif
และ จะว่าไป เราไม่น่าจะมีสิทธิในการเลือกด้วยซ้ำไป biggrin.gif

อย่างไรก็ตาม นอกจากพระเครื่องทั่วไปแล้ว ยังมีกลุ่มเครื่องรางของขลัง เช่นตะกรุด มีดหมอ งาแกะ วัสดุแกะสลัก หมากทุย
เหล่านี้ สมัยก่อนท่านว่าคนเล่นของพวกนี้ถ้าไม่ใช่โจร ก็ต้องเป็นพวกมือปราบ
แต่สำหรับผม ผมคิดว่ากลุ่มเครื่องรางนี้ เป็นวัตถุมงคลเชิงรุกมากกว่าพระเครื่อง (แต่ก็ไม่เสมอไปอีกนั่นแหละ) biggrin.gif
LEE
หลวงพ่อถ้าไม่แน่จริงปลุกเศกเดี่ยวไม่ได้
แต่
พิธีหมู่สมัยโบราณถ้าไม่มีบารมีจัดไม่ได้ sleep.gif
Dick
QUOTE (LEE @ 1 September 2012, 11:03 PM) *
หลวงพ่อถ้าไม่แน่จริงปลุกเศกเดี่ยวไม่ได้
แต่
พิธีหมู่สมัยโบราณถ้าไม่มีบารมีจัดไม่ได้ sleep.gif



ขัดเจนครับ thumbsup.gif
AmongA


ล็อกเก็ต หลวงพ่อโอภาสีครับ
LEE
.....เมื่อวานซืนตอนเย็นว่างและอยากกินอาหารใต้รสเข้มข้นเลยแวะไปหาพรรคพวก เปี๊ยก เมืองตร้ง ที่บางกะปิและถือโอกาสเหมือนการเข้าเรียนด้วยเพราะว่า
มีโอกาสได้ส่องพระและถามปัญหาเกี่ยวกับพระต่างๆเนื่องด้วยที่นั่นตอนเย็นจะมีคนค้าขายพระ เล่นพระ กลุ่มหนี่งมานั่งกินนั่งดื่มประจำ happy.gif

พระส่วนหนึ่งที่ผมขอนำมาส่องและถามหาความรู้





และเหรียญสามเหลี่ยมวัดพะโค๊ะนี้เป็นพระที่ผมต้องใช้เวลาตัดสินใจตั้งนานแล้วสรุปว่าไม่เอาเพราะไม่อยากเสียเงิน biggrin.gif



LEE
......แต่ว่าอย่างไรผมต้องเสียเงินกับเม็ดนะโมด้านหลังหลวงพ่อทวดเพราะชอบ ทั้งศิลปะการลงถมของเม็ดนะโมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราช
แม้ว่าจะไม่สามารถหาเอกสารมายืนยันได้ว่าด้านหลังนั้นเป็นรูปหลวงพ่อทวดแต่ที่เจอมามีสองแบบซึ่งเขาเล่นกันเป็นพ่อท่านคล้ายและหลวงพ่อทวด
และไม่ทราบว่าสร้างปีไหนแต่คาดเดาว่าประมาณปี ๒๕๐๕หรือ๒๕๐๖ และกล่าวกันว่าปลุกเศกโดยพ่อท่านคล้าย smile.gif





งานนี้ผมเมาแล้วกวนขอเช่าพระโดยขอให้เขาลดราคาและเปี๊ยกก็ลดให้สองร้อยบาท biggrin.gif



ส่วนคนๆนี้คือ นายซิม ผมเจอเขาตามสนามพระมากว่าสิบปี ปัจจุบันยังพูดไทยไม่ชัด ก่อนหน้านี้เขาวิงรับงานเลี่ยมทองตามแผงพระต่างๆแต่ตอนนี้เขากลาย
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหลวงพ่อทวดซึ่งรู้และยอมรับกันในกลุ่มว่าเป็นตัวจริงและได้เงินจากหลวงพ่อทวดประจำ

Dick
QUOTE (LEE @ 2 September 2012, 08:55 PM) *
ส่วนคนๆนี้คือ นายซิม ผมเจอเขาตามสนามพระมากว่าสิบปี ปัจจุบันยังพูดไทยไม่ชัด ก่อนหน้านี้เขาวิงรับงานเลี่ยมทองตามแผงพระต่างๆแต่ตอนนี้เขากลาย
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหลวงพ่อทวดซึ่งรู้และยอมรับกันในกลุ่มว่าเป็นตัวจริงและได้เงินจากหลวงพ่อทวดประจำ




แหม ถ้าไม่บอก ผมนึกว่าเป็นนักฟุตบอลไปแล้ว biggrin.gif
LEE
QUOTE (LEE @ 27 August 2012, 06:36 PM) *
.......ตลาดพระช่วงนี้รู้สึกว่าพระสายวัดป่าอิสานกำลังมาแรง คงจะถึงรอบ และ กำลังซื้อของคนอิสานท้องถิ่นสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรม ยาง ปามล์ smile.gif

ผมชอบพระพิธีหมู่ที่มีเจตนาการสร้างดี

พระชัยพุทธปริต เนื้อนวะ สุรินทร์




พระชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อจัดหาปัจจัยสร้างตึกสงฆ์อาพาธ ณ โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ในปีพ.ศ. 2515และได้มีพิธีพุทธภิเษกอย่างยิ่งใหญ่อีกพิธีหนึ่งของสายกรรมฐาน และของจังหวัด โดยมีหลวงปู่ดุลย์ได้เป็นประธานในพิธีนี้และครูบาอาจารย์สายกรรมฐานมากันเพียบ อาทิ ท่านอาจารย์ฝั้น,หลวงปู่ขาว,หลวงปู่อ่อน,หลวงปู่สาม ฯลฯ มาในพิธีครั้งนี้


เคยลงให้ชมแล้วแต่อยากลงคู่กับพระชัยพุทธปริต......พระชัยนวลจันทร์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ปี 2512 เป็นพระพิธีหมู่วัดป่าสายอิสานเช่นกัน
ผมชอบตรงที่เป็นพระหล่อไม่ใช่พระฉีดและเนื้อเข้มข้นดี happy.gif



LEE
พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า ซึ่งผมเคยเอาแม่เหล็กมาทดลองดูดดูแล้วปรากฏว่าดูดได้เล็กน้อย





เราลองมาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับพระพิจิตรจากบทความในหนังสือพิมพ์กันดูนะครับ

จากบทความของ คุณแทน ท่าพระจันทร์ หนังสือพิมพ์ข่าวสด

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์
พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า พระพิจิตรเขี้ยวงู โดย แทน ท่าพระจันทร์
ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน จังหวัดพิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระยาโคตรตะบองเป็นผู้สร้างเมือง เมื่อปีพ.ศ.1601 โดยย้ายจากนครไชยบวรมา อยู่ที่ริมแม่น้ำน่าน ต่อมาในสมัยสุโขทัยเมืองพิจิตรได้รับสถาปนาเป็นเมืองลูกหลวง มีชื่อว่าเมืองสระหลวง พอถึงในสมัยอยุธยา เมืองพิจิตรมีฐานะเป็นเมืองตรีขึ้นอยู่กับเมืองพิษณุโลก และได้ชื่อใหม่ว่า เมืองโอฆะบุรี แปลว่า ห้วงน้ำ เมืองพิจิตรได้ย้ายที่ตั้งเมืองอยู่หลายครั้ง เนื่องจากแม่น้ำได้เปลี่ยนทิศทาง พอมาถึงในสมัยกรุงรัตน โกสินทร์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีฐานะเป็นจังหวัดพิจิตรตั้งแต่นั้นมา
จังหวัดพิจิตรมีพระกรุพระเก่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากมาย นอกจากนี้พระเครื่องที่เกจิอาจารย์สร้างไว้ก็มีความโดดเด่นมากก็คือ พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เป็นต้น ในส่วนของพระเครื่องที่เป็นพระกรุนั้น ก็มีหลากหลาย ที่เป็นพระเนื้อชินและพระเนื้อดิน เช่น พระพิจิตรใบตำแย พระพิจิตรซุ้มจิก พระพิจิตรท่ามะปราง พระพิจิตรหัวดง พระพิจิตรใบมะยม พระพิจิตร วัดนาคกลาง นอกจากนี้พระเครื่องที่เป็นพระกรุขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระกรุเมืองนี้และมีชื่อเสียงโด่งดังมากก็คือ พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า พระพิจิตรเขี้ยวงู พระพิจิตรเกศคด พระพิจิตรนาคปรก พระพิจิตรใบข้าว พระพิจิตรผงดำ เป็นต้น
พระเครื่องที่เป็นพระกรุมีทั้งที่เป็นศิลปะแบบสุโขทัยและศิลปะแบบอยุธยาเป็นส่วนใหญ่ กรุที่พบพระ ก็มีกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กรุวัดนาคกลาง กรุท่าฉนวน กรุมะละกอ กรุโพธิ์ประทับช้าง กรุทับคล้อ กรุหัวดง กรุวัดเขมาภิรตาราม เป็นต้น ทุกๆ กรุล้วนเป็นกรุที่นิยม พระส่วนใหญ่ที่พบนั้นจะเป็นพระเนื้อชิน ที่เป็นเนื้อดินเผานั้นพบน้อย และพระกรุที่มีชื่อเสียงจนเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพิจิตร จะเป็นพระขนาดเล็ก ซึ่งถ้าเราพูดถึงพระพิจิตรก็จะนึกถึงความเป็นพระขนาดเล็กไว้ก่อน เช่น พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า เป็นต้น ถ้าพูดถึงพระนาคปรกพิจิตรก็รู้เลยว่าเป็นพระนาคปรกขนาดเล็ก
ทีนี้เรามาดูพระเนื้อดินเผา ซึ่งก็มีขนาดเล็กเช่นกันคือ พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า และพระพิจิตรเขี้ยวงู พบที่กรุท่าฉนวน พระที่พบเป็นพระเนื้อดินเผาที่มีสีดำเป็นส่วนใหญ่ ที่พบเป็นสีแดงก็มีบ้างแต่น้อยมาก ชื่อของพระก็คือเป็นพระที่มีขนาดเล็ก และมีลักษณะเรียวๆ กลมๆ คล้ายกับเม็ดน้อยหน่า แถมมีสีดำอีกด้วยจึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียก ส่วนพระพิจิตรเขี้ยวงูนั้น ก็มีขนาดเล็กกว่าพระพิจิตรเม็ดน้อยหน่าเล็กน้อย และองค์พระมีลักษณะผอมเรียวกว่า พระเกศเรียวแหลมคล้ายเขี้ยวงู จึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกขานกันครับ
พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า และพระพิจิตรเขี้ยวงูนั้นเป็นพระที่หาแท้ๆ ยากในปัจจุบัน ยิ่งพิมพ์เขี้ยวงูยิ่งหายากกว่า พุทธคุณและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมานั้นเด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด ในวันนี้ผมได้นำรูปมาให้ชมกันทั้งพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า และพระพิจิตรเขี้ยวงูครับ


จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ของ คุณเต้ สระบุรี
ชั่วโมงเซียน-พระเหนียวในอดีต
พุทธคุณของพระเครื่อง นั้น เป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากในอดีต แต่เนื่องด้วยปัจจุบันนี้ เรียกกันว่าเป็นยุคดิจิตอล ซึ่งกลุ่มคนสะสมพระเครื่องยุคใหม่ มักมองเรื่องพุทธคุณของพระเครื่องเป็นเรื่องรองจากความงดงาม และ ค่านิยมตามกระแสของพระเครื่อง จนอาจลืมเลือนเสียไปด้วยซ้ำว่า พระเครื่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จึงเกิดคำถามตามมามากมาย จนตอบไม่ทัน และไม่รู้จริงว่า "ในวันนั้นนายสนธิแขวนพระอะไร?"

หลายต่อหลายท่าน ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า “เป็นเรื่องของคุณพระช่วย” ทั้งๆ ที่อาจเป็นเรื่องของความบังเอิญก็ย่อมเป็นไปได้

แต่ในอดีตนั้น เรื่องราวของปาฏิหาริย์ความคงกระพัน ที่เกิดขึ้นกับผู้อาราธนาพระขึ้นคอนั้น เกิดขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน พระเรื่องหลายๆ อย่างถูกกล่าวขานถึงความเป็นสุดยอดทางด้านคงกระพันชาตรี

พระเครื่องส่วนใหญ่ที่ถูกล่าวถึง มักเป็นพระกรุ แน่นอนที่สุดว่า นักเลงพระยุคก่อน ย่อมรู้ว่า มีพระอะไรบ้าง แต่นักเล่นพระยุคใหม่ รวมทั้งผู้ที่สนใจศึกษาสะสมพระเครื่องจะมีสักกี่คน ที่จะรู้ว่า “สุดยอดพระเครื่องที่ขึ้นชื่อเรื่องความคงกระพันชาตรี มีอะไรบ้าง?”

ในฉบับนี้ จึงอยากเขียนถึง สุดยอดพระเครื่องที่มีพุทธคุณโดดเด่นเรื่องความคงกระพันชาตรี หรือ พระเหนียว ซึ่งมีประสบการณ์ที่ชัดเจน

สุดยอดพระเหนียวองค์แรก ต้องยกให้ พระท่ากระดาน จ.กาญจนบุรี ฺเป็นพระเครื่องประทับนั่งแบบมารวิชัย รูปแบบนูนสูงครึ่งซีก ด้านหลังแบนเรียบ หนา แบน ฐานสำเภา

สถานที่พบครั้งแรกจากกรุถ้ำลั่นทม ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำแควใหญ่ มิได้อยู่ในเขตตำบลท่ากระดาน

และต่อมาก็พบพระท่ากระดานเป็นจำนวนมาก ในเมืองท่ากระดาน เมืองศรีสวัสดิ์ และเมืองกาญจนบุรีเก่าในยุคนั้น กระทั่ง พ.ศ.๒๕๓๗ ก็ยังมีการพบที่ตำบลลาดหญ้า ใกล้ๆ กับ ค่ายทหารกองพลที่ ๙

ทั้งนี้ พระท่ากระดานเป็นหนึ่งในพระเครื่องชั้นนำ ที่ถูกกล่าวขานของนักเลงพระในอดีต และเซียนพระในปัจจุบันว่า แคล้วคลาด คงกระพัน ถึงกระทั่งมีผู้กล่าวขานกันว่า พระท่ากระดาน คือ "ขุนศึกแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง"

ส่วนชื่อที่เรียกติดปากกกันว่า "เกศคด ตาแดง" นั้น เดิมทีในการสร้างพระท่ากระดาน เกศตรงทุกองค์ ก่อนนำลงบรรจุกรุ ด้วยเหตุที่ถูกฝังอยู่ในกรุเป็นเวลานาน ทำให้เกศปิดงอไปมา จึงเรียกกันว่า "เกศคด"

และที่เรียกว่า "ตาแดง" นั้น บริเวณหน้าตาขององค์พระนั้นเป็นส่วนนูน จึงถูกสัมผัสมากกว่าจุดอื่น ทำให้เกิดผิวสนิมแดงมากกว่าจุดอื่น จึงทำให้เห็นเป็นตาสีแดงเด่นชัด มากกว่าจุดอื่นๆ นั่นเอง

องค์ถัดมาต้องยกให้ พระมเหศวร เป็นพระที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น และมีความโด่งดังมากของ จ.สุพรรณบุรี ถูกค้นพบร่วมกับ พระผงสุพรรณ ที่ถูกบรรจุไว้ในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นพระเครื่องเนื้อชินเงินผิวสนิมสีดำ เป็นพระสองหน้าประกบกัน และที่สำคัญทั้งสองหน้าที่ประกบกันแบบกลับหัว เป็นเหตุให้นักเลงพระยุคนั้นเรียกว่า "พระสวน" ซึ่งเป็นการเรียกตามพุทธลักษณะของพระ

จนเมื่อพระสวนนี้ปรากฏพุทธคุณด้านแคล้วคลาดคงกระพันอย่างโดดเด่น ถึงกับทำให้จอมโจรชื่อดังท่านหนึ่งนำชื่อ พระมเหศวร นี้มาใช้เป็นชื่อ "จอมโจรมเหศวร" เพื่อความยิ่งใหญ่คงกระพัน ซึ่งคำว่า "มเหศวร" นี้ปรากฏในชื่อพระเครื่องมาเนิ่นนาน

องค์ที่ ๓ คือ พระพิจิตร กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิจิตร เป็นวัดหลวงของเมืองเก่าพิจิตร อยู่ในบริเวณพระราชวังโบราณ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ พระพิจิตร ที่มีชื่อเสียง และที่โด่งดังมาก คือ พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า และจัดได้ว่า เป็นพระเครื่องที่มีความนิยมสูงสุด

พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า เป็นพระที่สร้างด้วยเนื้อชินเงิน ทั้งนี้ในตำนานมีความเชื่อกันว่า พระพิจิตรมีส่วนผสมของ เหล็กน้ำพี้ อยู่ทุกองค์

สังเกตได้ว่า พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า ที่เป็นพระแท้ทุกองค์ แม้ว่าจะสร้างจากเนื้อผงสีดำทุกองค์ ก็ยังจะใช้แม่เหล็กดูดให้หมุนไปตามแรงแม่เหล็กได้ แสดงให้เห็นว่า ต้องมีส่วนผสมที่เป็นโลหะ หรือ เหล็กผสมอยู่ในพระพิจิตรทุกๆ องค์ อย่างแน่นอน

พระที่พบในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ นอกจากพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า และพระพิจิตรเม็ดน้อยหน่าแล้ว ยังพบอีกหลายพิมพ์ทรง เช่น พระพิจิตรหน้าวัง พระพิจิตรนาคปรก พระพิจิตรผงดำ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นพระที่มีพุทธคุณเด่นด้านคงกระพันชาตรีมาแต่โบราณ

เพราะในอดีตนั้น เมืองพิจิตรเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ พระจากเมืองนี้ จึงเน้นมากด้านงกระพันชาตรี แม้กระทั่ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก็ยังทรงนำพระเครื่องของเมือพิจิตรติดพระองค์เวลาออกศึก โดยได้ติดไว้ที่พระมาลา จากหลักฐานที่สมเด็จพระวันรัตน์ วัดป่าแก้ว ที่ประพันธ์ไว้ใน "ลิลิตตะเลงพ่าย" นั่นเอง

องค์ที่ ๔ คือ พระโคนสมอ เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผา และเนื้อชิน มีทั้งประทับนั่ง ประทับยืน หรือ ไสยาสน์ รวมทั้งอีกหลายๆ ปาง ประทับอยู่ในซุ้มเรือแก้ว ศิลปะอยุธยาตอนปลาย ต่อเนื่องรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เหตุที่ได้ชื่อนี้ เนื่องจากได้มีการพบพระเครื่องส่วนหนึ่ง กองอยู่โคนต้นสมอ ในบริเวณพระราชวังบวร หรือที่เรียกกันว่า “วังหน้า” เป็นจำนวนมาก

นักเลงพระยุคก่อนกล่าวไว้ว่า พระชุดนี้นำออกมาจากเพดานในวังหน้าจำนวนมากถึง ๑๓ ปี๊บ จึงได้ชื่อว่า “พระโคนสมอ”
และในกาลต่อมา ยังพบพระโคนสมอที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพฯ อีกหลายวัด

พระโคนสมอ ไม่ว่าจะเป็นพระเนื้อใด ต่างก็มีประสบการณ์เป็นที่กล่าวขานด้านคงกระพันชาตรี ชนิดที่เรียกว่า “ลองได้”
ที่สำคัญ คือ เป็นพระดีราคาไม่แพง จึงมีคำกล่าวอีกคำว่า “พระโคนสมอดีเสมอ”

และองค์สุดท้าย ที่จะเขียนถึง คือ พระหลวงพ่อโต จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระประทับนั่งปางมารวิชัย และปางสมาธิ มีซุ้มโค้งอยู่ด้านข้าง พบมากที่กรุวัดบางกระทิง จนเป็นที่ติดปากว่า “หลวงพ่อโต บางกระทิง” นอกจากนี้ ยังมีพระหลวงพ่อโตจากกรุอื่นๆ และจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งมีการพบทั้งเนื้อดินและเนื้อชิน

ทั้งนี้ เป็นพระที่สร้างในรูปแบบอิทธิพลของศิลปะอยุธยายุคต้น องค์พระล่ำสัน พระพักตร์โต ขนาดองค์พระค่อนข้างเขื่อง จึงเรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อโต”

เนื่องจากพระที่พบ มีปริมาณค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ราคาไม่สูงมาก แต่คุ้มค่าที่สุดในด้านพุทธคุณแน่นอน จนเป็นที่นิยมของนักเลงพระยุคก่อน ที่นิยมพกพระหลวงพ่อโต ไปปะทะกับคู่อริได้อย่างไร้กังวล

จนมีวลีติดปากของคนรุ่นเก่าว่า “หลวงพ่อโต คงกระบอง” ซึ่งหมายความว่า กระบอง คมแฝก ทำอะไรกับผู้ที่มีพระหลวงพ่อโตไม่ได้นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีพระเครื่องที่มีชื่อเสียงด้านคงกระพันมากมาย เช่น พระหูยาน ลพบุรี พระคง ลำพูน พระวัดตระไกร พระสรรค์ ชัยนาท พระกริ่งคลองตะเคียน พระท่ามะปรางค์ เป็นต้น

ที่กล่าวมานี้ อาจทำให้ท่านผู้อ่าน ที่หวังพุทธคุณพระไว้คุ้มครองตนเอง เผื่อจะไปเกิด ปะ ฉะ ดะ กับใครเขา จะได้ลองหามาไว้ในครอบครองใช้ดูบ้าง นอกจากจะเป็นเพียงวัตถุโบราณเก่าๆ เพียงอย่างเดียว

เต้ สระบุรี
LEE
QUOTE (Dick @ 25 August 2012, 12:04 AM) *
เอามาฝากป๋าลีครับ

ดูรูปแรกนะครับ
เชื่อไหมว่า ตลอดเวลาผมนึกว่าเป็นเหลี่ยมที่สะท้อนเเสงที่ตกกระทบ




แท้จรริง มันคือภาพโคมไฟทั้งโคมที่สะท้อนออกมา



องค์นี้เจ้าเอิ๊บทำงานแค่ดูๆแล้วปล่อยไปแบบแค่เปลี่ยนมือทันทีได้กำไรสองพัน....งานสบายจริงๆ biggrin.gif
Dick
พระแบบนี้ ผมพอจะแจมได้หน่อยนึง

LEE
QUOTE (Dick @ 4 September 2012, 11:39 PM) *
พระแบบนี้ ผมพอจะแจมได้หน่อยนึง


ในส่วนตัวผม ผมสงสัยว่าพระกรุมาตราฐานประเภทที่เขาเล่นมาแต่โบราณในปัจจุบันกลับมีราคา
ต่ำกว่าพระหลวงพ่อใหม่ๆเยอะมากอาจเป็นเพราะว่าผู้ขายมีคนเป็นน้อยประกอบกับผู้เล่นชอบเล่น
ตามยุคตามสมัยแต่ผมชอบและขออนุญาตจัดขึ้นคอถ้ามั่นใจว่าแท้ พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่าองค์
ของผมไม่ได้มาจากสายตรงด้านพระกรุแต่ผู้ขายก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสีเทาไว้ต้องหาโอกาสทำใจนำ
ไปขอความรู้จากผู้รู้อีกครั้งก่อนครับ smile.gif
Dick
QUOTE (Dick @ 4 September 2012, 11:39 PM) *
พระแบบนี้ ผมพอจะแจมได้หน่อยนึง




thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
ผมดีใจกับเขาด้วยครับ

บทเรียนมีอยู่ว่า อย่าเอาพระแท้ไปแห่เซียนเก๊ down.gif


biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif
LEE
.......เหรียญผูกพัทธสีมาวัดละหารไร่ หลวงปู่ทิม ปี 2517 ผมชอบเหรียญนี้เพราะเมื่อก่อนเป็นพระย่อยผมน่าจะเช่ามาร้อยกว่าบาทและรูปแบบเป็นแบบพระที่
วัดทางต่างจังหวัดนิยมสร้าง ดูบริสุทธิ์ดีไม่มีอารมณ์พุทธพาณิชย์ happy.gif



Dick
QUOTE (LEE @ 6 September 2012, 10:27 PM) *
.......เหรียญผูกพัทธสีมาวัดละหารไร่ หลวงปู่ทิม ปี 2517 ผมชอบเหรียญนี้เพราะเมื่อก่อนเป็นพระย่อยผมน่าจะเช่ามาร้อยกว่าบาทและรูปแบบเป็นแบบพระที่
วัดทางต่างจังหวัดนิยมสร้าง ดูบริสุทธิ์ดีไม่มีอารมณ์พุทธพาณิชย์
happy.gif




นักเล่นพระมือใหม่ น่าจะดูแบบอย่างมาตรฐานการเล่นพระ
ป๋าลีเล่นพระ ถ้าเปรียบกับการเล่นหุ้น ก็ถือว่าเล่นเฉพาะที่มี โครงสร้างพื้นฐาน ( Fundamental ) ที่ดี
ไม่ต้องหาเงินให้เซียนใช้ แต่ได้พระดีไปบูชา
LEE
QUOTE (Dick @ 7 September 2012, 12:33 AM) *
นักเล่นพระมือใหม่ น่าจะดูแบบอย่างมาตรฐานการเล่นพระ
ป๋าลีเล่นพระ ถ้าเปรียบกับการเล่นหุ้น ก็ถือว่าเล่นเฉพาะที่มี โครงสร้างพื้นฐาน ( Fundamental ) ที่ดี
ไม่ต้องหาเงินให้เซียนใช้ แต่ได้พระดีไปบูชา


ตัวอย่างข้างบนเป็นเพียงเพื่อการพลาดและขาดทุนมีน้อยที่สุดและเอาไว้ใช้เอง
แต่
ถ้าต้องการกำไรต้องเช่าให้สวยที่สุดเท่าที่เรามีตังค์เพราะว่าพระสวยเบ่งได้ smile.gif

ขออนุญาตเพิ่มอีกข้อนะครับ ถ้าเป็นไปได้อย่าโลภหาของฟลุ๊ค กรุณาเช่าหาจากผู้ขายที่ขายของดีเป็นที่ยอมรับของวงการและยินดีรับคืนพระที่เช่าจาก
เขาโดยไม่ต้องถามเหตุผลใดๆด้วยความยินดี
LEE
ปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง



......บ่ายวันหนึ่งเมือกว่าสิบปีมาแล้ว ณ.ศูนย์พระเล็กๆในห้างใหญ่ๆแห่งหนึ่งมีคนเอาปิดตาองค์ข้างบนมาปล่อย เหล่าบรรดาเซียนก็มุงส่องและวิจารณ์
และต่อรองราคากันชุลมุลในที่สุดมีเซียนพระคนหนึ่งได้ไปหลังจากเขาจ่ายเงินเสร็จพระก็เป็นของเขา เขาได้ยื่นพระปิดตาองค์นี้ให้ผมดูแล้วบอกปล่อย
ต่อผมในราคาแพงกว่าที่เขาได้มานิดหน่อยตามธรรมเนียมซึ่งราคานี้ก็ถือว่าถูกมากๆ
.......ผมไม่รู้จักพระพิมพ์นี้แต่ดูแล้วเป็นพิมพ์พระปิดตาวัดหนังจากที่เคยเห็นภาพตามหนังสือพระและเซียนคนที่ยื่นพระให้ผมก็ถือว่าเป็นขาใหญ่ของศูนย์
พระที่นี่อยู่ผมเลยรับมา แต่ว่าภายหลังนำไปให้เซียนใหญ่ตัวจริงดูผมเพียงแค่ยื่นพระให้แกดูแกไม่ต้องจับพระยื่นคอมาดูแล้วบอกว่า......เก๊ biggrin.gif

สรุป....พระปิดตานี้เก๊ครับ อยู่ในวงหนึ่งมุงส่องกันหลายคนว่าแท้ แต่ อีกวงหนึ่งแค่ชำเลืองก็เก๊ ขอให้เลือกเข้าวงถูกกันนะครับ พระแท้ต้องขายได้ไม่ว่าที่ไหน yes.gif
Dick
QUOTE (LEE @ 9 September 2012, 10:20 PM) *
ปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง



......บ่ายวันหนึ่งเมือกว่าสิบปีมาแล้ว ณ.ศูนย์พระเล็กๆในห้างใหญ่ๆแห่งหนึ่งมีคนเอาปิดตาองค์ข้างบนมาปล่อย เหล่าบรรดาเซียนก็มุงส่องและวิจารณ์
และต่อรองราคากันชุลมุลในที่สุดมีเซียนพระคนหนึ่งได้ไปหลังจากเขาจ่ายเงินเสร็จพระก็เป็นของเขา เขาได้ยื่นพระปิดตาองค์นี้ให้ผมดูแล้วบอกปล่อย
ต่อผมในราคาแพงกว่าที่เขาได้มานิดหน่อยตามธรรมเนียมซึ่งราคานี้ก็ถือว่าถูกมากๆ
.......ผมไม่รู้จักพระพิมพ์นี้แต่ดูแล้วเป็นพิมพ์พระปิดตาวัดหนังจากที่เคยเห็นภาพตามหนังสือพระและเซียนคนที่ยื่นพระให้ผมก็ถือว่าเป็นขาใหญ่ของศูนย์
พระที่นี่อยู่ผมเลยรับมา แต่ว่าภายหลังนำไปให้เซียนใหญ่ตัวจริงดูผมเพียงแค่ยื่นพระให้แกดูแกไม่ต้องจับพระยื่นคอมาดูแล้วบอกว่า......เก๊ biggrin.gif

สรุป....พระปิดตานี้เก๊ครับ อยู่ในวงหนึ่งมุงส่องกันหลายคนว่าแท้ แต่ อีกวงหนึ่งแค่ชำเลืองก็เก๊ ขอให้เลือกเข้าวงถูกกันนะครับ พระแท้ต้องขายได้ไม่ว่าที่ไหน yes.gif



พิมพ์ "ยันต์นะหัวเข่า"
สภาพแบบนี้ เดี๋ยวนี้เห็นเขาตั้งราคากัน 3-40,000.-
สิบปีก่อน น่าจะ 3000-5000 ?

ไม่เสียดายเงินที่จ่ายไป แต่เสียดายโอกาส ถ้าเป็นของแท้ ..........
AmongA


หลวงปู่ทวด วัดไทร นครสวรรค์ พิมพ์เตารีดหน้าแก่ มีหู เนื้อเหลือง


หลวงปู่ทวด วัดไทร นครสวรรค์ เนื้อว่าน พิมพ์เล็ก
หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ราคาไปไกลแล้ว ลองมาดูพระหลวงปู่ทวด ที่ อ.ทิม วัดช้างให้ อธิษฐานจิต แต่ออกวัดอื่นๆ
สำหรับ 2 องค์นี้ ออกวัดไทร นครสวรรค์ เค้าว่า หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ท่านมาร่วมในพิธีด้วยครับ
แต่จะเช่าหาก็ระวังกันนิดนึงครับ โดยเฉพาะพิมพ์เตารีด เนื้อโลหะผสม พิมพ์ทรงต้อง ลึก ชัด องค์ใหญ่ หล่ำ
เนื้อโลหะมีหลายพิมพ์ แต่ที่เป็นมาตรฐานจะมีพิมพ์หน้าหนุ่ม กับพิมพ์หน้าแก่ และยังแยกออกเป็นพิมพ์มีหู กับไม่มีหูอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีเนื้อเหลือง กับเนื้อแดง อีกด้วย พิมพ์หน้าหนุ่มนิยมกว่าพิมพ์หน้าแก่ เนื้อแดงนิยมกว่าเนื้อเหลือง
ส่วนเนื้อว่าน องค์นี้เป็นพิมพ์เล็ก หลังจะอูมเล็กน้อย ราคายังเบาอยู่ครับ
LEE
QUOTE (AmongA @ 10 September 2012, 10:13 PM) *


หลวงปู่ทวด วัดไทร นครสวรรค์ พิมพ์เตารีดหน้าแก่ มีหู เนื้อเหลือง




......เตารีดวัดไทรองค์นี้ของผมไม่ทราบว่า พิมพ์หน้าหนุ่มหรือหน้าแก่ นิยมหรือไม่ แต่ผมชอบและได้มากว่าห้าปีแล้ว จากพรรคพวกตู้พระที่พันธ์ทิพย์
งามวงค์วาน ที่ผมเรียกเขาว่า บี กะไหล่ทอง ทั้งนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้เขาชอบนำพระที่สวยแต่ผิวไม่ดี หรือ นำพระไปเสียเงินแต่แล้ว มากะไหล่ทอง
แบบค่อนข้างโรคจิตที่เป็นความชอบส่วนตัว ทั้งนี้เขารู้ทั้งรู้ว่าในวงการพระปล่อยผิวไว้เดิมๆจะได้ราคาดีกว่า บี เป็นคนนครศรีธรรมราชที่เก่งสายใต้
แบบดูเดี่ยวซื้อเดี่ยวได้และฉายหนังเก่ง พระเตารีดวัดไทรนี้ผมเช่าเพราะว่าฟังเจ้าบีฉายหนังแบบอ้างชื่อคนได้ว่าได้รับจากมืออาจารย์ทิมที่วัดช้างให้
ผมเลยเช่าและจัดการเลี่ยมทองซึ่งแพงกว่าราคาพระอีก biggrin.gif
Dick
วันศุกร์ยี้ ตอนบ่ายๆ
ผมจะเข้าพันธ์ทิป งามวงวานนะครับ
เรียนเพื่อทราบ เผื่อใครจะแวะไป
ต.ตาปี
ของผมเจ้าของเดิมบอกว่าเป็นวัดไทรใต้แต่
ค้นในเน็ตแล้วไม่เคยเจอหน้าตาแบบนี้


Dick
QUOTE (ต.ตาปี @ 12 September 2012, 02:38 PM) *
ของผมเจ้าของเดิมบอกว่าเป็นวัดไทรใต้แต่
ค้นในเน็ตแล้วไม่เคยเจอหน้าตาแบบนี้





พระแบบนี้
หล่อโบาณที่ถือว่าคมชัดลึก
ผิวพรรณท่านแบบนี้ดูธรรมชาต
นับเป็นลักษณะที่ถือเป็นต้นแบบของพระแท้ได้เลย
พระสวยครับพี่โต้ใส่พระแบบนี้สบายใจแท้ไหนแท้กัน
ต.ตาปี
QUOTE (Dick @ 12 September 2012, 06:25 PM) *
พระแบบนี้
หล่อโบาณที่ถือว่าคมชัดลึก
ผิวพรรณท่านแบบนี้ดูธรรมชาต
นับเป็นลักษณะที่ถือเป็นต้นแบบของพระแท้ได้เลย
พระสวยครับพี่โต้ใส่พระแบบนี้สบายใจแท้ไหนแท้กัน

ขอบพระคุณมากครับพี่ตั้งแต่พีดิ๊กมอบพระ 25 ศตวรรษให้ผม ผมกลายเป็นคนชอบพระไปเลยครับ
LEE
.....วันนี้พี่แจ้งเล่าให้ฟังว่าแกพกเหรียญหล่อหลวงพ่อทารุ่นสองที่ป๋าดิ๊กฝากไปให้พี่ navajas แล้วเล่นมีดเผอญถูกมีดบาดจนเจ็บนึกว่าเหวอะแล้วแต่พอ
ใส่แว่นมามองหาแผลไม่เจอ ผมยุแกไปบอกพี่navajasว่าทำพระหายแล้วยึดครองเสีย ninja.gif
Dick
QUOTE (LEE @ 13 September 2012, 10:23 PM) *
.....วันนี้พี่แจ้งเล่าให้ฟังว่าแกพกเหรียญหล่อหลวงพ่อทารุ่นสองที่ป๋าดิ๊กฝากไปให้พี่ navajas แล้วเล่นมีดเผอญถูกมีดบาดจนเจ็บนึกว่าเหวอะแล้วแต่พอ
ใส่แว่นมามองหาแผลไม่เจอ ผมยุแกไปบอกพี่navajasว่าทำพระหายแล้วยึดครองเสีย ninja.gif



มีดพี่แจ้งทำไว้บางเฉียบ
ผมรับประกันว่าคมมากกกๆ
เป็นมีดที่ผมทำกับมือ
jaeng
confused.gif พูดถึงเหรียญอะไรผมไม่เห็นรู้เรื่อง ผมไม่มี เพราะพี่ลีบอกว่าผมแขวนหลวงปู่ทวดองค์เดียวที่มีอยู่ก็พอแล้ว whistling.gif thumbsup.gif thanks.gif
bkk123
เหรียญที่สมคำร่ำลือจริงๆ
Danny Boy
QUOTE (AmongA @ 10 September 2012, 10:13 PM) *


หลวงปู่ทวด วัดไทร นครสวรรค์ พิมพ์เตารีดหน้าแก่ มีหู เนื้อเหลือง

หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ราคาไปไกลแล้ว ลองมาดูพระหลวงปู่ทวด ที่ อ.ทิม วัดช้างให้ อธิษฐานจิต แต่ออกวัดอื่นๆ
สำหรับ 2 องค์นี้ ออกวัดไทร นครสวรรค์ เค้าว่า หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ท่านมาร่วมในพิธีด้วยครับ
แต่จะเช่าหาก็ระวังกันนิดนึงครับ โดยเฉพาะพิมพ์เตารีด เนื้อโลหะผสม พิมพ์ทรงต้อง ลึก ชัด องค์ใหญ่ หล่ำ
เนื้อโลหะมีหลายพิมพ์ แต่ที่เป็นมาตรฐานจะมีพิมพ์หน้าหนุ่ม กับพิมพ์หน้าแก่ และยังแยกออกเป็นพิมพ์มีหู กับไม่มีหูอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีเนื้อเหลือง กับเนื้อแดง อีกด้วย พิมพ์หน้าหนุ่มนิยมกว่าพิมพ์หน้าแก่ เนื้อแดงนิยมกว่าเนื้อเหลือง
ส่วนเนื้อว่าน องค์นี้เป็นพิมพ์เล็ก หลังจะอูมเล็กน้อย ราคายังเบาอยู่ครับ


เห็นแล้วชอบจังครับ อยากได้จังครับ biggrin.gif
OvERWaRM
สวัสดีครับป๋า LEE...

ป๋าพอจะมีพระหลวงพ่อทบเหลืออยู่ไหมครับ ?
navajas
[quote name='Dick' post='278999' date='14 September 2012, 01:56 AM']มีดพี่แจ้งทำไว้บางเฉียบ
ผมรับประกันว่าคมมากกกๆ
เป็นมีดที่ผมทำกับมือ[/qu
navajas
QUOTE (LEE @ 13 September 2012, 10:23 PM) *
.....วันนี้พี่แจ้งเล่าให้ฟังว่าแกพกเหรียญหล่อหลวงพ่อทารุ่นสองที่ป๋าดิ๊กฝากไปให้พี่ navajas แล้วเล่นมีดเผอญถูกมีดบาดจนเจ็บนึกว่าเหวอะแล้วแต่พอ
ใส่แว่นมามองหาแผลไม่เจอ ผมยุแกไปบอกพี่navajasว่าทำพระหายแล้วยึดครองเสีย ninja.gif

เรียบร้อยโรงเรียนพี่แจ้งไปแล้วครับ
jaeng
QUOTE (navajas @ 17 September 2012, 09:55 PM) *
เรียบร้อยโรงเรียนพี่แจ้งไปแล้วครับ


ขอบคุณมากครับ wub.gif thanks.gif whistling.gif ด้วยความเกรงใจอย่างแรง แต่ว่าท่านมาหาถึงบ้านแล้ว

ใครๆก็บอกผมว่าต้องนิมนต์ไว้ครับ ผมก็เชื่อที่น้องๆเขาบอกเพราะเดี๋ยวคนจะหาว่าเอาพระพี่ตุ๊มาแห่

แล้วพี่ดิ๊กอย่าลืมหาให้พี่ตุ๊อีกนะครับ yes.gif thumbsup.gif
Dick
QUOTE (jaeng @ 17 September 2012, 10:32 PM) *
ขอบคุณมากครับ wub.gif thumbsup.gif whistling.gif ด้วยความเกรงใจอย่างแรง แต่ว่าท่านมาหาถึงบ้านแล้ว

ใครๆก็บอกผมว่าต้องนิมนต์ไว้ครับ ผมก็เชื่อที่น้องๆบอกครับ แล้วพี่ดิ๊กอย่าลืมหาให้พี่ตุ๊อีกนะครับ yes.gif thumbsup.gif



ครับพี่ thumbsup.gif
บ่ายนี้บอกอาจารย์ลิ้ม นครปฐมไปแล้วครับ
LEE
QUOTE (jaeng @ 17 September 2012, 10:32 PM) *
ขอบคุณมากครับ wub.gif thanks.gif whistling.gif ด้วยความเกรงใจอย่างแรง แต่ว่าท่านมาหาถึงบ้านแล้ว

ใครๆก็บอกผมว่าต้องนิมนต์ไว้ครับ ผมก็เชื่อที่น้องๆเขาบอกเพราะเดี๋ยวคนจะหาว่าเอาพระพี่ตุ๊มาแห่

แล้วพี่ดิ๊กอย่าลืมหาให้พี่ตุ๊อีกนะครับ yes.gif thumbsup.gif


พี่แจ้งหาสร้อยแบบสามห่วงแล้วจัดให้ครบ
กลาง...หลวงพ่อทวดเตารีดพิมพ์ใหญ่
ขวา.....เหรียญหล่อหลวงพ่อทารุ่น๒
ซ้าย.....เหรียญหล่อหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน สมุทรสาคร

แล้วขึ้นเหนือล่องใต้สบาย happy.gif
LEE
QUOTE (OvERWaRM @ 17 September 2012, 06:35 PM) *
สวัสดีครับป๋า LEE...

ป๋าพอจะมีพระหลวงพ่อทบเหลืออยู่ไหมครับ ?


ที่ผมลงให้ชมนั้นอยู่ครบครับ no.gif
Dick
QUOTE (LEE @ 17 September 2012, 11:02 PM) *
ขวา.....เหรียญหล่อหลวงพ่อทารุ่น๒



ผมเสนอแนะให้ลูกช่ายพี่แจ้ง แขวนเดี่ยวเลยครับ
LEE
.....ที่สนามพระท่านจะได้พบกันนักนิยมพระเครื่องทุกรูปแบบ ผู้พิพากษา นายแพทย์ นายตำรวจ พ่อค้า ชาวจีนต่างชาติ สิงคโปร มาเลเซีย เยอะแยะไปหมด
วันนี้ที่พันธ์ทิพย์งามวงศ์วานผมก็ได้เจอนักนิยมพระเครื่องซึ่งเจอกันบ่อยมากที่สนามและขออนุญาตท่านถ่ายภาพพระมาให้ชมกัน ท่านทั้งสองเป็นตำรวจยศ
พลตรี และ พลเอก ครับ ผมไม่บอกนะครับว่าพระองค์ไหนเป็นของท่านใด

พระกริ่งทองทิพย์ เจ้าคุณศรี แต่งเก่าโดยอาจารย์หนู



พระหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว แกะด้วยไม้โพธิ์ก้นอุดชันรง



LEE
และนี่เป็นพระที่เพื่อนผมไปรับมาวันนี้ คู่นี้ไม่รวมทองหนึ่งแสนครับจากเดิมออกจากวัดทั้งชุดที่มีแถมเหรียญอีกหลายชิ้นแค่หกพัน

พระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวลจันทร์





แล้วคนขายก็ยกพระบูชามายั่วผม

LEE
........เพื่อนผมเจอคนฉายหนังเลยตกลงรับพระบูชารุ่นนี้แต่เนื้อรมมันปูไว้ ที่ผมจำรายละเอียดได้มีเพียงแต่ว่า ออกวัดพระธาตุม่อนอะไรทางเหนือตอนใต้
และมีหลวงปู่สิมร่วมปลุกเศกทั้งนี้เพราะว่าตอนเขาฉายหนังผมไม่อยู่

LEE
ส่วนผมวันนี้หยิบกริ่งเจ็ดรอบวัดบวรองค์นี้กลับบ้านโดยจะเอาองค์ก่อนที่ผมเช่าจากเขาไปแลกและเพิ่มเงินอีกหน่อย happy.gif



Dick
QUOTE (LEE @ 20 September 2012, 10:04 PM) *


[/indent]



องค์จริง อยู่ที่พี่ที่เคารพท่านหนึ่ง
เมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมายังคุยกันอยู่ถึงองค์นี้เลย thumbsup.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.