Help - Search - Members - Calendar
Full Version: ทริปแม่ฮ่องสอน 2012
ชุมชนคนรักมีด > ร่มไม้ชายคา (Club House) > หอมกลิ่นป่า
Pages: 1, 2, 3, 4
Dick
1. มิตรภาพ กับการเดินท่าง


เมื่อปีที่แล้ว พี่หมอ Kamet ที่มีรายชื่ออยู่ในคณะ มีความจำเป็นยิ่งยวดต่อสถาบัณที่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถไปร่วมทริป

"อย่างน้อย .....อยากให้มีสักครั้งในชีวิต ที่ผมได้เดินทางสู่บรรยากาศป่าแบบที่เคยมีแต่ในอดีต และจะหาไม่ได้อีกแล้วในอนาคตอันใกล้"

ข้างต้นเป็นคำปรารภที่พี่หมอกาเม็ทได้กล่าวไว้สั้นกว่านี้ แต่ผมเอามาเรียบเรียงคำพูดใหม่ ให้สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้พูด

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วพี่หมอ Kamet เป็นท่านแรกที่สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการจัดทริปลักษณะเดียวกันอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมศกใหม่

หลังจากได้กำหนดวันเวลากันไว้หลวม ปรากฏว่าหลายท่านไม่สะดวกจึงปฎืเสธไว้แต่เเรก
และหลายท่านก็สามารถยืนยันได้ในนาทีสุดท้าย

ส่วนตัวผมเอง ยืนยันการเดินทางไปพร้อมกับพี่หมอ Kamet พร้อมๆกับพี่หมอหนองคาย เจ้าตี๋จิ๊บ และPor_Ce ซึ่งเคยพบกับผมหลายครั้ง และขอตามไปด้วย โดยฝากไว้กับผมมาก่อน และผมได้เคยรับปาก

ผมมีความรู้สึกอาวรณ์อยู่ว่าหลายท่านที่เคยไปด้วยกันเมื่อปีก่อน ไม่สามารถไปร่วมด้วย เช่น พี่แจ้ง หมอลูนาติก และพี่อดิสรณ์ ทุกท่านรักการเดินทางทริปแบบนี้ และเป็นเพื่อนร่วมทางที่น่ายกย่องทั้งสิ้น

กลุ่มเมื่อปีที่แล้ว


ในที่สุด ยิ่งใกล้วันเดินทาง สหายร่วมทางก็ยืนยันกันเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้กลุ่มเรามีสมาชิกประกอบกันแล้วถึง 9 คนรวมพี่ชัชวาลย์เจ้าถิ่นเป็น 10
เท่ากับหายไป 3 เพิ่มมา 6 ทุกท่านล้วนรู้จักรักใคร่





ภาพข้างต้นนี้ เป็นภาพที่เราร่วมกันถ่ายเมื่อเสร็จสิ้นจากการเก็บสัมภาระขากลับ นับเป็นช่วงเวลาที่เราทำพร้อมเพรีบยงกันแม้ว่าวันไปถึงแม่ฮ่องสอนที่แรก เราต่างมาจากหลายสารทิศ

ชีวิต กับ การเดินทาง.....มีบรรยากาศรอบข้าง และอุ่นไอมิตรภาพที่ไม่มีเรื่องของฐานะ หน้าที่การงาน อายุ เพศ และวัยนี่แหละที่ทำให้ความสุขในการเดินทางแสนวิเศษ

ภาพถ่ายข้างต้นขาดพี่สนั่นไป (เพราะเป็นคนถ่ายภาพ) มิเพียงบอกจำนวน และบุคคลทั้งหลายในทริป หากแต่ว่าบอกอะไรหลายๆอย่างที่คนทั้งกลุ่มได้ร่วมกันใช้เวลากัน ....เป็นเวลาที่ทรงคุณค่าให้จดจำในชีวิต

บาทความตอนที่ 1 นี้ ถูกเขียนไปพร้อมๆกับข้อความหลากหลายข้างล่างที่ปฤเสธไม่ได้เลยว่า .......

"เพื่อนร่วมทาง เป็นปัจจัยสำคัญที่ให้ทริป มีความหมายแก่การจดจำ"
Dick
2. จากแหล่งพำนัก สู่หมู่บ้านห้วยกล้วย .....และผืนป่า

พวกเราทั้งหมด 9 ชีวิต
1 ชีวิตจาก หนองคาย.....พี่ MOR
1 จากโคราช ..............ตี๋จิ๊บ
1 จากมหาสารคาม.........WARLOCK
และอีก 1 คือตัวผมเอง เดินทางด้วยเครื่องบิน
ทั้ง 4 ค่อนข้างเก๋าเกมส์ เพราะปีที่แล้วพบว่า เรี่ยวแรงในการเดินทางป่า ถูกบั่นทอนไปแล้วเกือบหมดเพราะการเดินทางโดยรถยนต์

พี่หมอกาเม็ท สนั่น พสิทธิ์ น้าบูน และพี่ต่อตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์
เป็นรถตู้นั่งชั้นที แสนสบาย
ที่เลือก Mopde นี้กันเพราะพี่หมอกาเม็ทอยากเดินทางทางช้าๆ และเเวะเที่ยวระหว่างทาง

กลุ่มที่เดินท่างโดยรถยนต์ต้องออกเดินทางไปก่อน 1 คืน เพื่อไปยังที่หมายปลายทางพร้อมเพรียงกับกลุ่มที่ขึ้นเครื่องบินไป
ค่ำวันที่ 12 จึงมีจุดนัดหมายกันที่บ้านผม
โดยที่ตลอดบ่าย - เย็น มีผู้ที่มาส่ง และให้กำลังใจ ได้แก่ พี่แจ้ง พี่ลี พี่แอ๊ด พี่ศักดา (ขออภัย หากตกหล่นท่านอื่นใด)



รถออกเดินทาง
ในเวลาประมาณ สามทุ่มเศษ
และด้วยว่า การเดินทางเป็นเวลาดึกดื่นร้านอาหารคงจะปิดหมดแล้วระหว่างเดินทาง
ผมได้จัดเอาซาลาเปาให้ใส่รถไปกิน 2-3 กล่อง

เมื่อรถยนต์ไปถึงบ้านพี่ชัชวาลย์ ซาลาเปาที่เตรียมไว้ เหลืออยู่ 1 กล่อง
พี่สนั่นของเรา จัดแจงส่งให้พี่แมว ภรรยาพี่ชชัชวาลย์ตามที่ประชุมคุยกันว่าเอาเป็นของฝากก็ได้ เพราะเป็นของดีที่ยังน่ากินอยู่

พี่สนั่นยิ้ม และรีบเอาไปใหเพี่แมว
บอกพี่แมวอย่างเอาใจ " พี่ตนับ ....ซาลาเปากล่องนี้ ...พวกผมกินเหลือ เลยเอาให้พี่" biggrin.gif




ผมออกเดินทางด้วยนกแออร์จากกทม. ในวันรุ่งขึ้นเพื่อไปพบพี่หมอ กับ Warlockที่เชียงใหม่
พี่ MOR..... นาย Warlock บินไปถึงก่อนเวลาผม และสมทบกับหมอเหล็กแหนบ มายืนรับผม




โดยมีน้องผู้หยิงคนนี้กำลังทำหน้าที่มัคคุเทศน์ นั่งอยู่ไม่ไกล




เราคุยกันสักครู่ จึงรีบไปต่อเครื่องเพื่อไปแม่ฮ่องสอน ด้วยสมควรแก่เวลา




พี่ชัชวาลย์ กับคณะที่เดินทางด้วยรถยนต์ มารอรับพวกเราที่สนามบิน



ผมออกจากสนามบิน หลังคนกลุ่มที่มารับ
เมื่ออกไป ก็ให้แปลกใจว่าทำไมคนกลุ่มนี้ เมื่อสักครู่หันไปมาทางเดียวกันหมด กล้องถ่ายรูปผมก็ทำงาน




เธอสวย และโดดเด่นจริงๆ





พบกันแล้ว ใยต้องจาก
พวกเราออกจากสนามบินกันด้วยความรู้สึกเสียดายภาพความงามที่เห็นตรงหน้า

Dick
จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อนเข้าป่า

ขณะนี้เป็นเย็นวันที่ 13 มกราคม 2012
คณะส่วนใหญ่มาถึงกันแล้ว คงเหลือเจ้า"ตี๋จิ๊บ" ซึ่งจะบยินมาถึงในวันรุ่นขึ้น

การท่องเที่ยวป่า สามารถทำได้แบบงบประมาณจำกัด ถึงจำกัดที่สุด
แต่พวกเรา คงดำเนินชีวิตอย่างสายกลาง กล่าวคือ ใช้งบประมาณ และเลือกเเนวทางที่สมควรแก่ฐานะ
งบประมาณที่ใช้ ก็จ่ายกันตามสมควร ผู้ใหญ่จ่าย 2 หุ้น ผู้ที่อ่อนอาวุโสจ่ายหุ้นเดียว ใครไม่พร้อม ก็มีผู้ใหญ่บางท่านให้การสนับสนุนกันอย่างพี่ อย่างน้อง

บ่ายนั้น ยังไม่ถึงเวลาอาหาร
พวกเราเชิญพี่ชัชวาลย์กลับบ้านไปรับพี่แมวมาร่วมรับประทานมื้อเย็น
เเต่เราใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการขึ้นไปที่พระธาตุดอยกองมู
ไหว้พระ ทำบุญ และดื่มกาแฟที่ร้านยอดนิยม



บรรยากาศในร้านก็ดีไม่น้อย







เมื่ออยู่ในเมือง เราใช้ชีวิตอย่างคนเมือง
ร้านอาหารที่ดีๆในเมืองร้านนี้ชื่อว่า "ใบเฟิร์น" ทำอหารรสชาดดี มีมาตรฐาน
สำหรับการเดินทางไกล หรือเดินทางทุรกันดาร ผมเลือกการกินอาหารจากร้านที่มั่นใจในเรื่องความสะอาดเสมอ
ไม่ใช่ว่าจะต้องแพง และ เกรดสูง
แต่ต้องไม่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในระบบทางเดินอาหาร เพราะจะทำให้ทริปนั้นกลายเป็นการเดินทางแบบป่วยๆโทรมๆ
เป็นภาระต่อเพื่อนร่วมทางโดยไม่จำเป็น





พี่ชัชวาลย์ เป็นตัวแทนพวกเราเชิญปะโด่ที นายบ้านบ้านห้วยกล้วยมาร่วมมื้อเย็นด้วยกัน เพราะวันรุ่งขึ้นปะโด่ที จะทำหน้าที่นำเราเข้าหมู่บ้าน
ส่วนตัวพี่ชัชวาลย์ และพวกเราอีกส่วนหนึ่งจะรอตี๋จิ๊บ ที่จะเดินทางมาถึงในวันรุ่งขึ้น

ผมเย้าประโด่ทีว่า พวกเราจะพาประโด่ทีไปตัดผมทรงหัวขวานแบบเดียวกับ Warlock
ประโด่ทีหันไปมองทรงผมของ Warlock แบบจ้องแล้วจ้องอีก นึกถ้อยตำปฏิเสธไม่ออก




ที่โต๊ะอาหาร น้าบูนเอาเครื่องรางของขลังออกมาแสดง
ตัวเองเป็นคนเห็นผี ถ้าที่ไหนมีผี น้าบูนจะต้องสัมผัสก่อนใคร
นานมาแล้ว ตั้งแต่บูช่าหลวงพ่อโอภาสี ก็ไม่พบผีอีกเลย
ครั้งนี้ ยังเสริมด้วยตะกรุดโทนหลวงพ่อทองสุข วัดตะฏหนดหลวงอีกดอกหนึ่ง

Dick
สู่บ้านห้วยกล้วย

ที่บ้านพี่ชัชวาลย์ ทองวัฒนา
เป็นจุดเริ่มต้นของน้องๆอย่างพวกเราทุกครั้งก่อนการเดินทางสู่ป่า
ที่บ้านอบอุ่นแห่งนี้ พร้อมเสมอในการต้อนรับพักแรมสำหรับน้องๆ
น้องคนไหนน่ารัก จะได้รับการเชิญมาใหม่ ส่วนน้องคนไหน ไม่น่ารักแม้จะหน้าตาดี มีตระกูลขนากไหน เจ้าของบ้านก็พร้อมที่จะกล่าวว่า คราวหน้าไม่ต้องมาแล้ว

บ้านที่อบอุ่นด้วยสมาชิกในบ้านที่มีความรัก พร้อมจะเอื้ออาทรต่อผู้คนแปลกหน้าจากทั่วสารทิศที่จะมาพักพิงด้วยความเดือดร้อน ด้วยภาระกิจในการเดินทาง ขอเพียงมีจิตใจที่ดีงาม มีความประพฤติดี จะรับน้ำใจจากที่นี่ไม่ยาก ไม่ซับซ้อน

พวกเรา อาจจะนับได้ว่าเป็นน้องรัก (ผมคิดอย่างนั้น เพราะพวกเราได้รับเชิญอยู่เป็นนืองๆ)
สมัยก่อนนี้ มีนักการเมืองหลายคนที่ไปขอวีซ่าเข้าอเมริกาแล้วไม่ผ่าน เพราะพัวพันกับอาชญากรรมที่ทางประเทศเขารังเกียจ
การรับวิซ่าในสมัยนั้น จึงเป็นมาตรวัดอันหนึ่งถึงความสะอาดของนักการเมือง

ในหมู่คนเล่นมีด นักเดินทางท่องเที่ยวจำนวนๆไม่น้อยที่บ้านหลังนี้ต้อนรับ มีหลายคนที่ไม่ได้รับเชิญไปอีก
มิใช่เพราะความเกลียดชัง แต่ผมเดาว่าด้วยความที่เป็นผู้เอื้อเฟื้อ หากขาดการคัดกรอง แล้วจะต้องเดือดร้อนมากมาย
น้ำใจมีให้อยู่มหาศาล แต่ผู้ให้จะต้องป้องกันตนด้วย ....คนเราแม้มิได้เกลียดชังใคร แต่สิทธิในการป้องกันตน เป็นสิ่งชอบธรรม
ในวงการพวกเรา คงจะได้เห็นกันอยู่แล้วว่ามีผู้คนส่วนใหญ่ได้รับเชิญไปที่นี่อีก
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนดี biggrin.gif

ปีที่แล้ว เจ้ากานต์ มีหน้าที่เดินประกบหลังรั้งท้ายขบวน
เจ้ากานต์เด็กหนุ่ม มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในอำเภอเมือง ที่หมู่บ้านหลังตลาดแม่ฮ่องสอน

ผมซึ่งเรี่ยวแรงน้อยกว่าใครในคณะ เมื่อต้องพาสังขารที่น้ำหนักเกินมาตรฐานเดินขึ้นเขา ก็ให้ต้องพักหายใจตลิดเส้นทาง
คงมีเจ้าตี๋จิ๊บ กับเจ้ากานต์ที่รับหน้าที่มอบหมายจากพี่ชัชวาลย์ให้คอยประกบ
เจ้ากานต์จะเดินตามเงียบๆ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือทันหากจำเป็น
แม้นว่ายังไม่จำเป็น เจ้ากานต์ก็จะรักษามารยาทโดยการยืนรักษาระยะ และมองไปทางอื่น (ไม่มองมาที่ผมที่กำลังยืนหอบแฮ่กๆ)

พฤติกรรมของเจ้ากานต์อีกหลายอย่างเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของหมู่คณะเรา
เข้ากานต์หายหน้าไป ขาดการติดต่อจากพี่ชัชวาลย์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
จนถึงตอนที่เรากำลังวางแผนเดินทาง และเราถามหาเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้

พี่ MOR บอกว่า "มันคือแงซาย" มันหายไป และมันจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนการเดินทาง .........
แล้วเจ้าเด็กหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นจริงก่อนการเดินทางของพวกเรา




ภาพถ่ายจากระเบียงบ้านพี่ชัชวาลย์



บรรยากาศก่อนการเดินท่าง
มีการตรวจการบ้านกันนิดหน่อย ใครสะพายกระเป๋าอะไร น้ำหนักขนาดไหน
ข้าวของข้างเอว มีอะไร น้ำหนักเป็นอย่างไร



พี่หมอกาเม็ทกอดเจ้าปุ้งกี๋ มีเสียงบอกว่าขนเจ้าปุ้งกี๋ ติดเสื้อผ้าพี่หมอฯเต็มๆไปหมด
แต่พี่หมอก็ตอบว่า หมาตัวใหญ่ และน่ารักขนาดนี้ หากอดยาก เสื้อผ้าเปื้อนเรื่องเล็ก



ข้าวของถูกจัดขึ้นรถเสร็จ
ดูราวกับว่า พ่อ (พี่ชัชว่าลย์) กับเพื่อนกำลังจะเดินทางหายไปหลายวันอีกแล้ว
เจ้าปุ้งกี๋ จะเริ่มนอนลงหมอบ ซึมทันที




พี่ชัชวาลย์เลือกเอาหมอกาเม็ท กับพสิทธิ์ไว้ 2 คน ขณะที่จะรอตี๋จิ๊บที่กำลังเดินทางมาด้วยเครื่องบิน
ทั้งนี้ มีการตกลงกันก่อนหน้านี้อยู่แล้วว่า ในทริปแบบนี้ ใครอยากออกความเห็นอะไร สามารถทำได้ แต่ไม่จำเป็นที่ผู้นำจะทำตาม
เมื่อผู้นำคณะ ได้แก่พี่ชัชวาลย์ และพี่ MOR บอกอะไร ให้ทำตามกันโดยไม่ต้องโต้แย้ง

รถยนต์ 2 คันแรก พาชุดเเรกออกไปตามถนนออกนอกเมือง




รถแล่นไปได้สักครึ่งชั่วโมง ความร้อนของเจ้า TIGER SPORT ก็พุ่งขึ้นถึงขีดแดง
เจ้ากานต์ เอารถจอดหลบข้างทางที่จุดพักรถ



ชายผู้นี้ขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมา
เจ้ากานต์เข้าไปเจรจาแป๊บเดียว ขอยืมมอเตอร์ไซด์ขี่เข้าเมืองไปตามช่าง




ไม่เกิน 20 นาที ช่างมาด้วยอาหลั่ยท่อน้ำหม้อน้ำที่รูปทรงคล้ายๆกัน
วางทาบๆกะขนาด แล้วก็เอามีดตัดท่อยาง
มีดพกพวกเรามีอันต้องใช้เพียงแค่ชั่วโมงแรกที่ออกนอกเมือง




คุณลุงช่างไม่พูด ไม่จา ทำงานไปเรื่อยๆเนิบๆ จนเกือบเสร็จ
ระหว่างนั้น เราคุยกันเรื่องเหล้าที่เอาเข้าป่า ว่าซื้อมาหลายขวด
คุณลุงหยุดทำงาน ตาเบิกกว้างใสสว่าง รีบมองมาที่คนกลุ่มที่กำลังคุยเรื่องเหล้า และยิ้มอย่างมีชีวิตชีวา
ผมเห็นอย่างนี้จริงๆ
Dick
อาหลั่ยรถโตโยต้า หาง่ายอย่างน่าทึ่ง
ท่อยางแตก ไม่ถึงชั่วโมง ตามช่างมาพร้อมอาหลั่ย ไม่เกินชั่วโมง เราก็เดินทางต่อได้
รถยนต์พาเราขึ้นยอดดอยสูงขึ้นไปรื่อยๆ







เราพบกับพระธุเงส์ 3 รูปเดินสวนลงมา
แวะจอดรถ ถามท่านว่าขาดสิ่งใดหรือไม่ ?

ท่านบอกว่า ขาดน้ำตาล และ อยากได้รองเท้าแตะเก่าๆ เพื่อเดินเข้าเมือง
ผมรีบตอบทันทีว่าได้ครับ นิมนต์ให้รอก่อน



ผมนึกถึงกล้วยตากอบน้ำผึ้งที่อยู่ก้นสุดของถัง จึงรีบคุ้ยออกมา
ส่วนน้ำตาล หาไม่พบ

เมื่อได้กล้วยตากออกมาจำนวนหนึ่งเตรียมถวาย
พระท่านที่อาวุโสที่สุดบอกว่า อาตมาขอปฎิเสธ ขณะนี้เวลา 110.45 น. เลยเพลแล้ว การเก็บสะสมอาหาร หรือรับประเคนทำไม่ได้ มันผิด
ผมกลับไปที่สัมภาระอีกครั้ง หาน้ำตาลไม่พบ พบน้ำผลไม้
จึงเอามาประเคน
พระท่านมองอย่างพิจารณา จึงรับไว้

ส่วนรองเท้าแตะ พี่สนั่นเป็นผู้สละรองเท้าส่วนตัวถวายไป 1 คู่
หากพี่หมอกาเมททราบเรื่องนี้ กรุ(ณาให้พี่สนั่นเบิกเงินค่ารองเท้าแตะคู่ใหม่ จักได้กุศลยิ่ง biggrin.gif

เจ้า warlock ควักเงินออกมาจำนวนหนึ่งจะถวายปัจจัย
พระท่านบอกว่า เราไม่รับปัจจัย

จากการพูดคุย เราทราบว่า ตั้งแต่เมือว่านนีจนถึงขณะนี้ รวมเวลาจากมื้อสุดท้าย พระท่านไม่ได้ฉันท์อาหารใดๆ เพราะเดินทางป่า ไม่พบบ้านเรือนผู้คนที่จะใส่บาท
การเดินทางธุดงส์ครั้งนี้ เริ่มเดินทางตั้งแต่ก่อนปีใหม่ จากเชียงราย โดยเดินป่าไปเรื่อยๆ
เราไม่พบว่า พระท่านจะอิดโรยแต่ประการใด และไม่ทุศีล แม้จะต้องขาดอาหารต่อไปอีก 24 ชั่วโมงจนถึงวันใหม่





พระท่านถามเราว่า เรา "จะไปไหนกัน ไปทำอะไร"
ผมตอบว่า "เราจะไปเดินป่า เดินเล่นๆ"
ท่านถามว่า "ไปเดินกับพระเอาไหม ?"
ผมตอบว่า "ไม่เอาครับ"

ผมกับพี่ต่อขอถ่ายภาพกับท่านพระอาจารย์สงวนชัย จากเชียงราย
ก่อนจะแยกกัน ผมหันไปมองท่านเดินกันด้วยความสำรวมจนลับตา ทิ้งให้พวกเราจอดรถคอย ทุกคนอยู่บนรถเรียบร้อยเเล้ว



การพบกับพระครั้งนี้ หากเป็นนิยายป่า คงได้รับกาทำนายว่าเราอาจจะพบเมืองลับแลอยู่ข้างหน้า
พี่ต่อกับผม ผิดหวังเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับคำทำนายนั้น biggrin.gif

ในที่สุด เราก็ถึงลานกว้างที่หมู่บ้านห้วยกล้วย
ที่นี่คือจุดสุดท้ายของการเดินทางด้วยพาหนะ จากนี้ไป เราจะเดินเท้ากันต่อไป
พี่อรุณ นั่งมองพวกเราออกมาจากหน้าต่างบ้าน ดูพี่อรุณแก่ไปมากเลยปีนี้




Dick
ณ บ้านห้วยกล้วย

พี่อรุณเชิยพวกเราขึ้นบ้าน
ผม กับพี่ต่อขึ้นไปข้างบน และถ่ายรูปกับเจ้าบ้าน
ขณะจัดท่าถ่ายรูป ผมยื่นมือไปจับหัวเข่าพี่อรุณ พี่อรุณรับไมตรีอย่างถ่อมตัวด้วยการเอามือทั้ง 2 มือรับมือผมที่ยื่นไป
เป็นอาการถ่อมตัวที่ผมรู้สึกเกรงใจ

ในป่า พี่อรุณเคยช่วยพวกเราแบกของขึ้นเขา
ของทั้งหนักมาก แต่พวกพี่เขาเดินกันตัวตรง ดุจทหารเทพเจ้า ก้าวเดินพร้อมเพรียงกัน แค่อึดใจ เราก้แหวนคอตั้งบ่าดูพวกพี่เขาเดิน



มราบริเวณลานบ้าน
ทุกอย่างดำเนินไปเป็นระบบอัตโนมัติ
มอเตอร์ไซด์ในหมู่บ้านถูกเกณฑ์มาเพื่อช่วยบันทุกของพวกเราไปส่งกลางทางก่อนที่จะแบกเดินเท้าไปยังจุดตั้งแค้มป์

พี่ MOR ลุงมือเหล็ก โกชัย และพี่อีกคนที่ผมจำชื่อไม่ได้ชักภาพร่วมกัน
หลังจากที่พวกเราพบ กอดกันอย่างพี่น้องที่นึกถึงกันมาตลอด










วิวจากลานหมู่บ้านมองไปที่สุดปลายทางที่เรากำลังจะเดินเท้าไป

Dick
เดินเท้า เข้าป่า

เมื่ออกจากบ้านห้วยกล้วย ราก้อยู่ในป่าดิบเเล้ว
สิ่งเเรกที่ต้องทำก็คือ หาไม้เท้าประจำตัวกัน

การเดินป่าขึ้นเขา ลงเขา ไม้เท้า สามามารถช่วยการทรงตัวได้ดีมาก ยิ่งเห็นความสำคัญเมื่อเดินเฉียดเหวที่มีอยู่ตลอดทาง

การเดินขึ้นเนินสูง ตัวเราจะโน้มไปข้างหน้า เราควรจะร่นการถือไม้ให้สั้นกระชับขึ้น เป็นการชดเชยระดับพื้นขาขึ้นที่สูงกว่าตำแหน่งยืนของเรา
ส่วนการเดินลงที่ต่ำกว่าจุดที่เรายืนนั้น เราจะโน้มตัวมาข้างหลังเพื่อรักษาแนวดิ่งของร่างกาย กับแรงดึงดูดของโลก
ครานี้ เราต้องจับไม้ที่ตำแหน่งสูงขึ้นเพื่อชดเชยระดับพื้นที่ต่ำลงไป

ผมเคยเอาไม้เท้า Walking Stick ไปด้วยเมื่อครั้งก่อน แต่สู้ไม้ไผ่ที่ลุงมิอเหล็ก กับพี่อรุณทำให้ไม่ได้
เมื่ออกสู่ปา สิ่งเเรกที่เราต้องการคือไม้ช่วยเดิน








ออกจากบ้านมาวันสองวัน พี่นายฮ้อยต่อเริ่มออกอาการคิดถึงบ้านให้เห็นแล้ว
ไม่เหมือนน้าบูน ที่ทำหน้าที่เคร่งครัดตลอดการเดินทาง




เส้นทางเดิน เป็นไหล่ทางเดินแคบๆ บางจุดเหวลุก บางจุดก็มีแนวต้นไม้บังไว้ลดความหวาดเสียวลงไปบ้าง



เราเดินกับครึ่ง
วัน ในที่สุดก็ถึงจุดพักแรม





Dick
พวกเราพักเหนื่อย แต่ลุงมือเหล็กกลับเร่งทำงานก่อนที่จะมืด เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ให้พวกเราใช้ระหว่างพักแรมอีก 3 วัน



เมื่อหายเหนื่อย พวกเราก็เตรียมกางเตนท์ แข่งกับความมืดที่คืบคานเข้ามา
ในป่าจะมืดเร็วหากเราอยู่ในหุบเข้า เพราะพระอาทิตย์อาจจะลับเหลี่ยมเขาตั้งแต่ 3-* 4 โมงตอนบ่าย





พวกเรายังกางเตนท์กันไม่เสร็จ พี่ชัชวาลย์ พี่หมอกาเม็ท พสิทธิ์ และตี๋จิ๊บก็มาถึงแล้ว
ดูเหมือนว่าตี๋จิ๊บจะมีความสุขจนออกนอกหน้า ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พี่ชัชวาลย์ถามตี๋จิ๊บว่าจะปแอบในป่าสักหลายชั่วโมงดีไหม แล้วหลอกพวกพี่ๆว่าตี๋จิ๊บมาไม่ทันเครื่องบิน .....ตี๋จิ๊บไม่หลลงกล biggrin.gif



ไม่นานนัก ความมืดก้เข้ามเยือน





แล้วพรานปลาก็ออกล่าเหยื่อตามซอกหินด้วยไฟฉายตีกบ







Dick
เช้าวันแรก ในแค้มป์

เช้าแล้ว
ทุกชีวิตในหมู่เราตื่นกันแล้ว
เมื่อคืนนี้ไม่ค่อยหนาวนัก อากาศแต่เย็นสบาย





พี่สนั่น เอาปืนลมมาเก๊กท่าถ่ายรูปกัน
และพี่สนั่นก็ถูกหลอกให้แบกเจ้าปืนกระบอกนี้ กับเบ็ดตกปลาอีกกองใหญ่ ติดตามพี่น้องกระเหรี่ยงไปเดินเล่นอยู่หลายเขา





ภาชนะไม้ไผ่ ถูกเตรียมไว้ให้โดยลุงมือเหล็กกับพวก
มีดลาบแม่ฮ่องสอนขนาดเขื่องใบมีดไม่ต่ำกว่า 10 นิ้ว ฟันไม้ไผ่ขนาด 6 นิ้ว 4 ครั้งขาดดังใจ ทำงานแบบนี้ไม่ยากเลย
แต่ถ้าใครจะมาหลอกว่า มีดใบยาว 7 นิ้วทำได้ขนาดนี้ ท่านอย่าไปเชื่อ
มีด 7 นิ้วตัดไม้ไผ่ขนาดนี้ได้ด้วยความยากลำบาก แม้จะทำได้ ก็ไม่น่าทำ
มีดลาบแม่ฮ่องสอน ผมอยากตั้งชื่อให้ใหม่ว่าเป็น Bamboo Knife
มีแต่มีดขนาดนี้เท่านั้นที่จะจัดการกับไม้ไผ่ 6 นิ้วได้อย่างชะงัด








Dick
เราผ่านพ้นวันแรกของการเดินเท้าอย่างเหนื่อย
ไม่ปรากฏว่าผู้ใดจะป่วย จะเจ็บจากการเดินทาง
พี่ชัชวาลย์ปล่อยให้พวกเราพักผ่อนกันตามอัทยาศัย
วันที่ 14 มกราคมนี้ แม้เป็นวันเบาๆสำหรับหลายท่าน แต่เป็นวันหนักๆสำหรับนายฮ้อยต่อ

เวลาอยู่กทม. นายฮ้อยต่ออยากกินขนมปังอร่อย แค่ขับรถไป 5 นาทีก็ถึงร้าน Coffee Bean หรือ Starbuck
แต่ที่แห่งนี้ นายฮ้อยต่อเป็นคนนวดแป้ง....เป็นลูกมือพี่ชัชวาลย์





พร้อมๆกับพี่ชัชวาลย์กำลังประกอบเตาอบ Coleman โดยวิศวกรเครื่องกลอย่างน้าบูนเป็นผู้ช่วย
หลักของเตานี้ คือเอาเตาไว้ข้างใต้ แล้วเอาแป้งขนมปังใส่เข้าไปในเตาอบ
ความร้อนในเตามีมาตรวัดแสดงอุณหภูมภายในไว้อย่างดี

บางทีเนื่องจากความที่เป็นโครงวร้สงบางๆ ภายในเตาจึงไม่มีพลังงานความร้อนเพียงพอในการอบขนมปัง
เราได้ขนมปังที่ด้านนอกสุก แต่ภายในยังเป็นแป้งเหนียว
ไม่เป็นไร ........เอาแป้งขนมปังไปย่างก้ได้ ทำเป็นแผ่นบางๆ รสชาดที่ได้เหมือน Nun ขนมปังแขก หรือจะว่าไปแล้วก็เหมือนๆกับ แป้งปิซซ่าเลย หอม กรอบ อร่อยดี





เวลาในป่าช่างเชื่องช้า
เช้าขึ้นมา เราทำอะไรกันมากมาย
พี่ชัชวาลย์ทำอาหาร ผมต้มกาแฟ ตี๋จิ๊บช่วยพี่ชัชวาลย์ พี่หมอกาเม็ทจ่ายยา
ทุกคนล้วนทำอะไรอย๔ทั้งนั้น เพื่อดูแลตัวเอง และหมู่คณะ

ได้เวลาออกเที่ยวป่า
ผมเพิ่งสังเกตุว่า โอ ....พวกเราเกือบสิบคน มีชาวบ้านอีกกลุ่มใหญ่กว่ามาช่วยกันดูแล
ชาวบ้านมากันเกือบหมดหมู่บ้าน ผลัดกันมา โดยที่ทุกบ้านพยายามส่งตัวแทนมาอยู่ใกล้ๆพวกเรา มาทำโน่นทำนี่ให้

พี่หมอกาเม็ท นายวอร์ล็อก นายพสิทธิ์ เตรียมพร้อมออกเที่ยวป่ากัน
พี่สนั่นจะแยกออกไปอีกคณะหนึ่ง เป็นคณะที่ทำโปรโมชั่นพิเศษ biggrin.gif





คำว่าโปรโมชั่นพิเศษ หมายถึงการแจก/แถม
พวกที่ฟิตมากๆ กระตือรือร้นมากๆ ตลอดจนที่ชอบโม้ พี่ชัชวาลย์มักจะจัดโปรโมชั่นให้ เช่น พาไปเดินขึ้นเขาลงห้วยโหดหน่อย
คงจะมีแต่ผมเท่านั้น ที่พี่เขาไม่กล้าแตะต้อง
เพราะขืนมาจัดดปรโมชั่นให้ผม เกิดผมเป็นลมเป็นเเร้งไป ต้องรับผิดชอบมาแบกมาหาม เดือดร้อนกันไป biggrin.gif

จะว่าไปแล้ว การจัดดปรโมชั่น เป็นการแสดงออกอย่างรักมใคร่ หยอกล้อเสียมากกว่า
เพราะจริงๆแล้ว การพาเดินป่าหนักๆ คนที่จัดดปรโมชั่นเอง หรือลูกมือนั่นแหละที่ลงไปเดินด้วยกัน เหนื่อยด้วยกันอยู่



การออกเที่ยวป่าในวันนี้ มีเป้าหมายเดินขึ้นยอดเขาอีกลูกหนึ่ง
พี่หมอกาเม็ท พสิทธิ์ วอร์ล็อก ต่างลองกำลังกัน โดยติดตามกลุ่มใหญ่ข้างต้นออกไป
เมื่อไปได้ระยะทางหนึ่ง พี่หมอกาเม็ท และพสิทธิ์ตัดสินใจกลับ เพราะเกรงว่าตนเองจะเป็นภาระ
สำหรับวอร์ล็อกที่ตัดสินใจเดินทางต่อไปกับคณะ เมื่อไปถึงระยทางหนึ่งก็กลับเช่นกัน
และแล้ว ขากลับของวอร์ล็อกนี่เอง ที่พบกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าใด

นายวอรล็อกเดินคนเดียว
เริ่มรู้สึกว่าเส้นทางทำไมจึงมีทางแยกมามายทั้งที่ขาไป ดูเหมือนว่าเป็นเส้นทางเดี่ยว
เครื่องมายต่างๆที่ทำไว้พลันหายไป
แล้วทำไมมีเสียงคนเดินตามตลอดเวลาแต่เมื่อหันไปมอง ก็ไม่เห็นใคร
หลายครั้งที่นายวอร์ล็อกเดินถอยหลัง เพื่อทดสอบอะไรอย่างอย่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียงเดินมาหาตนจากทิศอื่นๆที่ไม่ได้มองก็ไม่ได้หายไป
การพลัดหลงครั้งนี้ พานายวอร์ล็อกไปที่ป่าไผ่ .......ป่าไผ่ที่เองที่แงซาย หรือกานต์ เมื่อปีที่แล้วพบประสพเหตุการณ์เดียวกับที่วอร์ล็อกกำลังเผชิญ


วอร์ล็อกหันเดินไปที่ทิศทางตรงกันข้ามทันที โดยเน้นมุ่งไปที่ด้านล่าง เพื่อไปให้ถึงลำธาร หวังให้ลำธารพากลับมาที่ตั้งแคมป์
เราพบกับวอร์ล็อกตอนบ่ายแล้ว ในสภาพหน้าตาตื่น เสื้อผ้าขาด และอิดโรยนิดหน่อย
Dick
วันเเรกผ่านพ้นไปแบบเอื่อยๆ
ย่างเข้ากลางคืนที่สองของการพักแรก
คืนนี้ช่างหนาวเหน็บกว่าเมื่อคืนอย่างมาก

เมื่อปีที่แล้ว ผมพกพาทั้งผ้าห่มแบบเดินทาง และถุงนอน
ปรากฏว่า ผมใช้ถุงนอนเพียงแค่หนุนแทนหมอน
ปีนี้ หลังจากที่ตรวจสอบจากเจ้าถิ่นเรื่องสภาวะอากาศ ผมตัดสินใจไม่เอาถุงนอนไป เพราะเกรงใจลูกหาบ
ผมมีสิทธิจะเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างถุงนอน กับผ้าห่ม แลบะผมตัดสินใจผิด

การทำงานของถุงนอน คือว่า ตัวเราจะอยู่ในถุงที่ห่อหุ้มป้องกันไว้รอบตัว ไม่ให้เราสูญเสียความอบอุ่นออกจากร่างกาย
ส่วนผ้าห่มนั้น จะห่มจากด้านบนลงมาโดยทิ้งชายผ้าออกไปข้างๆ ร่างกายเราที่นอนบนแผ่นรองนอน ในส่วนที่พ้นจากแผ่นรองนอนคือพื้นโลกที่เย็นดุจน้ำแข็ง
กรณีนี้ ผ้าห่มแทบจะป้องกันการสูญเสียอุณหภูมิไม่ได้เลย
ผมนอนสั่นราวกับนอนบนก้อนน้ำแข็งก็ว่าได้

กองไฟสำหรับกลุ่มชาวบ้านคืนนี้ใหญ่กว่าคืนก่อนมาก แต่ก็ยังหนาวเหน็บ



เราเข้าสู่เช้าวันที่ 2 ในป่าดิบ
วันนี้ พวกเรามีแผนจะเดินเท้าไปที่แค้มป์ 2 ที่อยู่ลึกเข้าไป และยังมีการวางแผนจะเดินต่อไปที่ "ต่าน้ำร้อน" ไปแช่น้ำที่มาจากภายใต้พื้นผิวโลกที่ยังอุ่นระอุอยู่

เส้นทางที่เราเดินไป เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง เราเดินไปไปตามขอบเหว
มีการข้ามน้ำลำธารไปมา เดี๋ยวข้ามจากซ้ายไปขวา เดี๋ยวจากขวาไปซ้าย












พื้นที่ที่จองไว้ ไม่พอเสียแล้ว กรุณาข้ามไปอ่านต่อที่โพสท์ 131 เป็นต้นไปครับ
poximus
biggrin.gif มารอชมครับ biggrin.gif อยากรู้จัง คนไหน ดาริณ คนไหน มาเรีย biggrin.gif
kamet
ดารินกลับมาก่อนพร้อมพี่ดิ๊ก เป็นสาวที่สวยที่สุดในคณะ





ภาพคุณหญิงดารินสาธิตการยิงปืน









ส่วนมาเรีย เอารูปมาลงให้ชมครับ ภาพกำลังจู๋จี๋กับนายฮ้อยไชยยันต์(ต่อ)ครับ
Born Identity
ตั้งตารอชมครับ biggrin.gif
kamet
ทริปนี้ทุกคนทำได้ดีครับ และสนุกจนไม่อยากกลับออกจากป่าเลยครับ
พี่ชัชวาลย์กับพี่แมวก็ดูแลเราเป็นอย่างดีสุดยอดครับ
ยังไม่มีใครในคณะถูกประกาสิทธิ์พี่แมวว่า**ที่หลังอย่ามาเหยียบบ้านนี้นะ**แบบคนบางคน
แต่ผมต้องคอยดูพี่ชัชวาลย์ตลอดเวลาไม่ให้คาดสายตา
ไม่งั้นเดี๋ยวถูกทิ้ง biggrin.gif
กราบขอบพระคุณพี่ชัชวาลย์และพี่แมวอีกครั้งครับ
Add.fat
หลังกลับออกจากป่า ได้คุยกับพี่อุ๊อยู่นาน
ดีใจครับที่ พี่หมอชอบชี่วิตป่าๆแบบนี้
พี่อุ๊พูดชมพี่หมอให้ผมฟังอยู่ตลอดว่า
ไม่น่าเป็นห่วงเลย สบายมาก ยอดครับ thumbsup.gif
ชัชวาลย์
QUOTE (Add.fat @ 20 January 2012, 11:31 AM) *
หลังกลับออกจากป่า ได้คุยกับพี่อุ๊อยู่นาน
ดีใจครับที่ พี่หมอชอบชี่วิตป่าๆแบบนี้
พี่อุ๊พูดชมพี่หมอให้ผมฟังอยู่ตลอดว่า
ไม่น่าเป็นห่วงเลย
สบายมาก ยอดครับ thumbsup.gif



....งง มาก????? teehee.gif ohmy.gif no.gif
kamet
พี่แอ๊ดต้องห่วงผมนะครับ เพราะพี่อุ๊ จะจ้องคอยทิ้งผมครับ confused.gif
Mor
QUOTE (ชัชวาลย์ @ 20 January 2012, 01:08 PM) *
....งง มาก????? teehee.gif ohmy.gif no.gif



เท่าที่ฟังการถ่ายทอดสดอยู่ พี่อุ๊น่าจะชมน้าบูนให้พี่แอ๊ดฟังมากกว่ามั๊ง..... whistling.gif tongue.gif
Add.fat
ฮา มากๆ ไม่ได้ไปกับเขาหรอก แต่คอยติดตามอยู่ตลอด

รอฟังเรื่องเล่าอยู่นะครับ tongue.gif
yyyon
ได้ข่าวว่ามีคนฟิตจัดแบกหินเข้าป่าด้วย biggrin.gif tongue.gif
warlock
พี่อุ๊...สุขภาพสมบูรณ์มาก ระบบหายใจชั้นเยี่ยม เดินถึงไหน ถึงไหน ไม่มีหอบ ไหวพริบ สายตา ประสบการณ์ ของแท้เลยครับ

พี่ดิ๊ก...น่ารักมาก ใจดี สนุกสนาน และในทริปนี้ พี่ดิ๊กเดินไกลมาก แต่เอาอยู่ บอก ปีหน้ารบกวนพี่อุ๊จัดไกลกว่าเดิม

พี่หมอ...สุขุม พูดน้อย นุ่มลึก แต่มากด้วยความเข้าใจและประสบการณ์

พี่หมอคาเม๊ท...มีพลัง อารมณ์ดี เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขเวลาที่อยู่ในป่า

พี่ต่อ...แข็งแรง กระฉับกระเฉง รักการผจญภัยเป็นที่สุด

น้าบูน...ฟิตกว่าที่ใครต่อใครห่วงเยอะมาก มุขเยอะแยะมากมายจนบางครั้ง ตามไม่ทัน เป็นสีสันของทริปเลยก็ว่าได้

พี่ Por_Ce...ขยันใช้มีดกว่าใคร ว่างเป็นฟัน ว่างเป็นตัด

น้องตี๋จิ๊บ...มีความอดทนสูง เป็นคนลุย ๆ รักธรรมชาติ เป็นที่รักของพี่ ๆ ทุกคน สังเกตว่าปีนี้น้องเค้าไม่ยอมปิ้งขนมปังนะฮะ

พี่สนั่น...ใช้ชีวิตได้กลมกลืนกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ กะเหรี่ยงได้เป็นอย่างดี

พี่น้องกะเหรี่ยง...เป็นกลุ่มคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไร้สิ่งปนเปื้อน เป็นกลุ่มคนที่น่ารัก และความจริงใจของพวกเขา เป็นที่น่าเคารพยิ่ง

ส่วนผม...ของใช้ทุกชนิด หนักมาก ครั้งหน้าต้องเตรียมให้ดีกว่าเดิมครับ ที่เห็นผมเดิน ๆ แบก ๆ ผมทนเอาครับ ข้อดีเรื่องเดียวของผม คือทนเก่งครับ

พี่ ๆ ทุกท่าน น่ารักมากครับ ล้วนแต่เป็นคนที่มีจิตใจดี ผมรู้สึกได้แบบนั้น จริง ๆ ครับ
ทริปนี้สนุกมาก ๆ ประทับใจ และน่าจดจำมาก ๆ ครับ smile.gif biggrin.gif laugh.gif
Dick
QUOTE (warlock @ 20 January 2012, 10:40 PM) *
พี่อุ๊...สุขภาพสมบูรณ์มาก ระบบหายใจชั้นเยี่ยม เดินถึงไหน ถึงไหน ไม่มีหอบ ไหวพริบ สายตา ประสบการณ์ ของแท้เลยครับ

พี่ดิ๊ก...น่ารักมาก ใจดี สนุกสนาน และในทริปนี้ พี่ดิ๊กเดินไกลมาก แต่เอาอยู่ บอก ปีหน้ารบกวนพี่อุ๊จัดไกลกว่าเดิม




กรูเปล่าพูด biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif
warlock
QUOTE (Dick @ 20 January 2012, 10:56 PM) *
กรูเปล่าพูด biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif


laugh.gif
จุ๊จิ๊
ทริปนี้ท่าทางจะเดินหนักพี่ดิ๊กถึงเหมือนกับไม่อยากให้ทริปหน้าไปไกลกว่าเดิม biggrin.gif

ของผมเองไปหลวงพระบางงานหนักอยู่ที่ก้นครับ นั่งรถนานมาก (ตอนแรกนึกว่าจะได้บินไปซะแล้ว)

แถมถนนยังชำรุดเป็นช่วง ๆ บางจังหวะที่ลงหลุมตัวลอยซะเกือบชนหลังคารถตู้ก็หลายครั้ง

แต่คนขับฝีมือดีมากผมนั่งเบาะหลังสุดไม่เมารถเลย whistling.gif
นายฮ้อยต่อ
หนุกหนาน หนุกหนาน biggrin.gif เป็นทริปที่สมบูรณ์แบบอีกทริปหนึ่งของการเดินทางในชีวิตของผม thumbsup.gif


พวกเราไปบ้านพี่อุ๊ เมื่อหลายปีก่อน มีพี่ดิ๊ก น้าBBB (บูนบางบอน) พี่ธเนศและผม


พี่อุ๊ ยังหนุ่ม แข็งแรงว่องไวเหมือนเดิม "พี่แมวด้วยครับ" คนนี้ลืมไม่ได้เดี๋ยวอดข้าว แฮ่ แฮ่

ประทับใจตั้งแต่ถึงแล้วครับเพราะทุกอย่างเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

มีเรื่องเกินความคาดหมาย

หมอkamet พวกเราเป็นห่วงคุณหมอ แต่คุณหมอกลับเป็นคนคล่องแคล่วว่องไวเดินเร็วกว่าทุกคน

น้าBBB (บูนบางบอน) นึกว่าไม่ไหว กลับเดินสบาย สร้างเสียงหัวเราะไปตลอดทาง

ป๋าดิ๊ก ยังปึ๋งปั๋ง เหมือนเดิม เพราะเป็นครั้งที่ 2 แล้ว

warlock เป็นคนนำทางที่ทุกคนไม่ยอมไปด้วย หลงทุกเที่ยว

คุณพสิทธิ์ ฟันทุกเรื่อง

สนั่น ว่าอึดแล้ว ยังร้องจ๊ากเพราะตามพี่น้องกะเหรี่ยงไปทุกงาน


ต้องขอขอบคุณ พี่อุ๊ พี่แมว พี่น้องกะเหรี่ยง ที่ดูแลเราอย่างดี thumbsup.gif ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย ความสนุกสนาน ประทับใจมากครับ
เหล็กแหนบ
รู้สึกว่าแต่ละท่านจะมีจุดเด่นไปกันคนละอย่างเลยนะครับ
ดีนะครับที่ไปกันไม่มาก...หากไปกันหมดก๊วน อาจจะสาธยายไม่หมด thumbsup.gif biggrin.gif whistling.gif
Dick
QUOTE (จุ๊จิ๊ @ 21 January 2012, 10:45 AM) *
ทริปนี้ท่าทางจะเดินหนักพี่ดิ๊กถึงเหมือนกับไม่อยากให้ทริปหน้าไปไกลกว่าเดิม biggrin.gif

ของผมเองไปหลวงพระบางงานหนักอยู่ที่ก้นครับ นั่งรถนานมาก (ตอนแรกนึกว่าจะได้บินไปซะแล้ว)

แถมถนนยังชำรุดเป็นช่วง ๆ บางจังหวะที่ลงหลุมตัวลอยซะเกือบชนหลังคารถตู้ก็หลายครั้ง

แต่คนขับฝีมือดีมากผมนั่งเบาะหลังสุดไม่เมารถเลย whistling.gif




ถ่ายรูปมาอวดหน่อย biggrin.gif
jaeng
ขอเพิ่มเติมนิดนึงครับ ภาพแรกปีที่แล้วขาดรูปเจ้าตี๋จิ๊บซึ่งน่าจะเป็นผู้ถ่ายภาพครับ smile.gif
จุ๊จิ๊
QUOTE (Dick @ 22 January 2012, 03:25 AM) *
ถ่ายรูปมาอวดหน่อย biggrin.gif


กลับมาบ้านแล้วถ่ายไม่ได้แล้วครับพี่ tongue.gif




รอนี้ดดนึงครับ จะพยายามคัดภาพที่พอใช้ได้มาลงซักกระทู้ ตั้งแ่ต่เข้ามาเป็นสมาชิกที่นี่ผมยังไม่เคยเปิดกระทู้ตัวเองซักที

ปล.กลับถึงบ้านปุ๊บกล้องก็พังพอดี แล้วก็ทำไปทำมารูปในเมมเมอรี่การ์ดก็ลบหายไปหมด ยังดีที่ลงรูปไว้อีกเครื่องก่อนแล้ว

แต่ตอนกลางวันผมทำงานแล้วเล่นคอมได้แ่ต่ตัวหน้าร้านเท่านั้นครับ laugh.gif
kamet
รูปส่วนหนึ่งจากกล้องของผม

1.รูปถ่ายกับมัคคุเทศน์กิติมศักดิ์ มีเงินก็จ้างไม่ได้ ถ้าจะให้พี่เขาให้ด้วยใจ ดูแลพวกเราอย่างดีตลอดทริป
ถ่ายณ.จุดชมวิว



2.เส้นทางบางตอนชำรุด กว้างแค่พอรถผ่าน ถ้าพลาดก็ตกเหวครับ





3.ถึงหมู่บ้าน หมูบ้านแห่งนี้ จะดูแลป่าของเขาอย่างดี คนนอกยากที่จะเข้าไปได้ แต่สำหรับพี่อุ๊คือพี่น้องที่เขารักและเคารพ สามารถพาคนเข้าออกได้ และพวกเขาก็ให้การต้อนรับจนเราเกรงใจอย่างมาก ปกติเสื้อผ้าพวกเขาแทบจะหาใส่ได้ยาก แต่กับคณะเรา เขาอุตสาห์มอบเสื้อที่เขาทอไว้ ให้แก่ทุกๆคนครับ

kamet
ทานอาหารกลางป่า ถุกค่อนขอดว่า พวกคุณชายเปลี่ยนที่กินข้าว เพราะมีพร้อมทุกอย่าง เหมือนอยู่บ้าน
เพื่อเพิ่มบรรยาการทานอาหาร เราใช้ไม้ไผ่เป็นจาน และแก้วน้ำ




อยู่ในป่าอย่างหรู มีขนมปังทานด้วย




นอกจากขนมปังอบแล้วยังมีขนมปังจี่ให้ทานด้วย อร่อย สนุกครับ


kamet
ภาพนี้อยากให้สังเกตุดูครับ ทางเดินไปน้ำพุร้อน
ความกว้างทางเดินเป็นทางเลียงผาเดิน กว้างแค่ประมาณ 1 ฟุต
ข้างหนึ่งติดเขา ข้างหนึ่งติดเหว ถ้าร่วงลงไป ก็ได้นอนกลับ ไม่ต้องเดินกลับครับ


kamet
ขากลับ พวกเราได้รับการตั้งชื่อใหม่ โดยบรรดาแม่บ้าน มายืนดูแล้วตั้งชื่อให้ครับ

พอโมลา=ดอกฟ้ามุ้ย=ตี๋จิ๊บ หรือคุณหญิงดารินของคณะ

ตะซุ =หมีใหญ่ =ป๋าดิ๊ก

จอนิลุ=กระรอก=พี่หมอ

จอกรี=รูปหล่อ=พี่ต่อ

กือชอ=ช้างใหญ่=น้าBBB

จาบุอึ=ตัวใหญ๋=warlock

อิโบะโซะ=เสือ=kamet

แม่บ้านที่นี้ก็กันเอง ยินดีต้อนรับเพื่อนพี่อุ๊ครับ


อยากเล่าเพิ่มนิดหนึ่งคือ ชาวห้วยกล้วย จะปลูกข้าวไร่ทานเอง โดยปลูกตามแนวลาดภูเขา อาศัยฝนเพียงอย่างเดียว
ปีนี้ฝนฟ้าไม่อำนวย ผลิตข้าวได้แทบไม่พอกิน

คืนแรกในแคมป์ ค่ำแล้วมีเด็กจากบ้านห้วยกล้วย เดินมาถึงแคมป์ พร้อมถุงข้าวขนาดเล็ก แล้วบอกพี่อุ๊ว่า
แม่ให้เอามาให้พี่อุ๊ ผมอึ้งเลยครับ จริงอยู่ข้าวขนาดนี้ถ้าอยู่ในเมืองที่เราซื้อด้วยเงินได้ มันแทบจะโปรยให้นกกินได้เลย
แต่กับชาวห้วยกล้วย ข้าวเขาแทบไม่พอจะกินเลย แต่ยังอุตสาห์ แบ่งมาให้พี่อุ๊กับคณะ และระยะทางจากหมู่บ้าน
ถึงแคมป์ เราเดินกันหอบเลย แต่สำหรับแม่บ้านที่ห่วงว่าพี่อุ๊และคณะจะไม่มีของกิน รีบให้ลูกเอาข้าวมาให้
น้ำใจเช่นนี้ตอบแทนไม่หมดครับ
Dick
QUOTE (kamet @ 22 January 2012, 10:31 AM) *
รูปส่วนหนึ่งจากกล้องของผม

1.รูปถ่ายกับมัคคุเทศน์กิติมศักดิ์ มีเงินก็จ้างไม่ได้ ถ้าจะให้พี่เขาให้ด้วยใจ ดูแลพวกเราอย่างดีตลอดทริป
ถ่ายณ.จุดชมวิว



ท่านครูมาลัย ชูพินิจ หรือ น้อยอินทนน พูดถึงความเป็นภราดรภาพในข้อเขียนเรื่องป่า
ผมอ่านผ่านไป แต่เพิ่งทราพความหมายของคำว่าภราดรภาพเมื่อไม่กี่ปีมานี้
"ถราดรภาพ" หมายถึงความเป็นพี่ เป็นน้องกัน แม้จะไม่ได้ร่วมสายโลหิต
ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เสียสละของพี่อุ๊ และที่สำคัญ สนับสนุนอุดมการนี้ด้วยพี่แมวนี่แหละครับ
ทำให้"ภราดรภาพ" เกิดขึ้นได้ในยุค 2000 ซึ่งยากเย็น








นอกจากนี้ก้พี่หมอกาเม็ทอีกท่านหนึ่งครับ
ใครไม่เคยได้ยินเสียงดุๆของพี่หมอเวลาแสดงความเป็นห่วงเรา ไม่รู้หรอกครับว่ามันอบอุ่นจริง
Add.fat
ติดตามอ่านอยู่คร๊าบ

ยั่งกับอ่าน หนังโป๊ เลยนะ

คิดอย่างนั้นจริงๆ ขอบอก

มันตื่นเต้น biggrin.gif biggrin.gif
จุ๊จิ๊
QUOTE (Add.fat @ 22 January 2012, 03:02 PM) *
ติดตามอ่านอยู่คร๊าบ

ยั่งกับอ่าน หนังโป๊ เลยนะ

คิดอย่างนั้นจริงๆ ขอบอก

มันตื่นเต้น biggrin.gif biggrin.gif

เห็นด้วยมากก ถึงมากที่สุด woot.gif
Dick
เขียนเพิ่มแล้วครับ
ตอนนี้กำลังใกล้หมู่บ้านแล้ว
เราพบอะไรอยู่ข้างหน้า
ลองตามอ่านดู
Dick
ถึงจุดพักแรมแล้วครับ
kai1
สนุกมากครับ รออ่านต่อครับ thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
Dick
ออกจากป่า ผมมีไอ้นี่ติดซอกคอมา แล้วมีเลือดไหลหน่อยๆ
เวลาสร้อยพระไหลไปโดนจะเจ็บ
ผมเลยให้คนเอาปลากรรไกวิคทอรี่น็อกตัดออกมา
เห็นเป็นแบบนี้ครับ
ใครทราบบ้างว่าอะไร

warlock
QUOTE (Dick @ 23 January 2012, 12:12 AM) *
ออกจากป่า ผมมีไอ้นี่ติดซอกคอมา แล้วมีเลือดไหลหน่อยๆ
เวลาสร้อยพระไหลไปโดนจะเจ็บ
ผมเลยให้คนเอาปลากรรไกวิคทอรี่น็อกตัดออกมา
เห็นเป็นแบบนี้ครับ
ใครทราบบ้างว่าอะไร



ดูยากครับพี่
มันเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตครับ unsure.gif

แต่ถ้าเรื่องมีด ตัวมีดลาบ L6 ของพี่ต่อ ใช้ฟันไม้ไผ่ได้ดีจริง ๆ อันนี้ ฟันธงครับ
ถ้าพี่ดิ๊กทำเพิ่ม ว่าจะรับตัว L6 นี้ไว้เข้าป่าเล่มนึงอ่ะครับ
...ส่วน Highlander จะเก็บไว้ไป EVEREST...กับพวกพี่ ๆ ครับ laugh.gif ...ต้องเอาไปใช้ในที่สูงให้สมชื่อ 555!!! woot.gif
ningrs
สนุกมากๆ ค่ะ ไม่ทราบว่าอย่างหนูและเพื่อน ปีหน้าขอติดสอยห้อยตามไปได้หรือปล่าวคะ tongue.gif biggrin.gif laugh.gif
ชัชวาลย์
...ตามอ่านอยู่ครับ thumbsup.gif
ชัชวาลย์
QUOTE (Dick @ 20 January 2012, 12:57 AM) *
สู่บ้านห้วยกล้วย

พี่หมอกาเม็ทกอดเจ้าปุ้งกี๋ มีเสียงบอกว่าขนเจ้าปุ้งกี๋ ติดเสื้อผ้าพี่หมอฯเต็มๆไปหมด
แต่พี่หมอก็ตอบว่า หมาตัวใหญ่ และน่ารักขนาดนี้ หากอดยาก เสื้อผ้าเปื้อนเรื่องเล็ก



ข้าวของถูกจัดขึ้นรถเสร็จ
ดูราวกับว่า พ่อ (พี่ชัชว่าลย์) กับเพื่อนกำลังจะเดินทางหายไปหลายวันอีกแล้ว
เจ้าปุ้งกี๋ จะเริ่มนอนลงหมอบ ซึมทันที





ผมชอบภาพบนนั้นมาก

เป็นภาพชีวิต
สื่ออารมณ์ ... ได้ละเอียดลึกซึ้งนัก

สายตาของคุณหมอ ทอดต่ำ
ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ใจดี

คุ้มตัวลงมา
มือสองข้าง แตะที่ลำคอ และหัวแผ่วเบา
เหมือนเป็นสะพานให้ความรัก -ความเมตตา ไหลริน
ลงผ่านไปยัง-เจ้าของร่างหนัก 80 กิโล ที่นอนหมอบนิ่ง

....เช้าวันนั้น

คน- อย่างผมเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก ของหมา... อย่างปุ้งกี๋ได้ดี

ราวกับว่า-ผมเป็นหมาตัวหนึ่ง

เพราะทุกครั้ง ...ที่จะพาปุ้งกี๋ไปเที่ยวนอกบ้าน
ผมจะสรวมโซ่ที่คอ
และคล้องกระเป๋าใบเก่ง
เป็นสัญลักษณ์.....

เพียงบอกเขาว่า

-มาๆๆๆ-แต่งตัว

เขาจะเข้ามาหา กระดิกหาง.... เหมือนว่า ยิ้มอย่างดีใจ

ในวันที่พวกเราจะเดินทางเข้าป่า
ผมก็แต่งตัวให้เค้าด้วย(สังเกตุดู กระเป๋าดำที่ลำตัว)

เค้าคิดว่า
"วันนี้พ่อจะพาไปเที่ยวเหมือนทุกครั้งที่แต่งตัว"

แต่ครั้น พอทุกคน ลงจากบ้าน...จะออกเดินทาง

ปุ้งกี๋จึงรู้สึกผิดหวัง ....ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่บ้าน


ที่เค้าไม่ต่อว่า อะไรผมสักคำ
ไม่ใช่เพราะว่า -เค้าเป็นหมา

แต่เค้ารักผม ....มากกว่าจะทำอย่างนั้น!!!!

เป็นอีกรักหนึ่ง-ที่ให้โดยไม่มีเงื่อนไข
และไม่ต้องการสิ่งใด ตอบแทน

มีใครให้ความรักอะไรได้ท่วมท้น...แบบนี้-แก่เราได้บ้าง!!!

ถ้าไม่ใช่ Man's Best Friend ...เพื่อนยากสี่ขาตัวนี้

...แค่แสดงความรู้สึกผิดหวัง
กริยาที่เมื่อครู่นั้น ร่าเริงเปลี่ยนไป
เป็นการนอนหมอบนิ่ง

ถ้าใครสังเกตุลึกลงไป

สายตาคู่นั้น....เศร้า ซึม ผิดหวัง
และรันทดเหลือเกิน

....กระทั่ง เราทุกคนลงจากบ้านแล้ว
เค้ายังนอนหมอบในท่านั้นอีกนาน


เป็นหมาตัวโต ที่เซนซิทีฟมาก
รับรู้อารมณ์ได้ แค่สื่อสายตา
แยกมิตรและศัตรูของผมออก

เพียงแค่ปรายตา ....และดูจากกริยาที่ผมแสดงออก

อย่างเดียวที่ทำไม่ได้ คือ พูดภาษาคน
teehee.gif
Dick
QUOTE (warlock @ 23 January 2012, 01:07 AM) *
ดูยากครับพี่
มันเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตครับ unsure.gif

แต่ถ้าเรื่องมีด ตัวมีดลาบ L6 ของพี่ต่อ ใช้ฟันไม้ไผ่ได้ดีจริง ๆ อันนี้ ฟันธงครับ
ถ้าพี่ดิ๊กทำเพิ่ม ว่าจะรับตัว L6 นี้ไว้เข้าป่าเล่มนึงอ่ะครับ
...ส่วน Highlander จะเก็บไว้ไป EVEREST...กับพวกพี่ ๆ ครับ laugh.gif ...ต้องเอาไปใช้ในที่สูงให้สมชื่อ 555!!! woot.gif


Meed Larb.....the best Bamboo Knife in the world thumbsup.gif
ผมถ่ายรูปไว้เยอะเลยครับ
กำลังจะทะยอยลง


QUOTE (ningrs @ 23 January 2012, 02:39 AM) *
สนุกมากๆ ค่ะ ไม่ทราบว่าอย่างหนูและเพื่อน ปีหน้าขอติดสอยห้อยตามไปได้หรือปล่าวคะ tongue.gif biggrin.gif laugh.gif



ถ้าสามารถก้าวขาขึ้นบันไดได้อย่างไม่เสียวหัวเข่า หรือถ้าจะให้ดีก้าวทีละ 2 ขั้นบันไดได้ ก็ไปได้ครับ
นอกนั้นเป็นเรื่องของพี่ชัชวาลย์ thumbsup.gif
Mor
QUOTE (ชัชวาลย์ @ 23 January 2012, 10:08 AM) *
เป็นหมาตัวโต ที่เซนซิทีฟมาก
รับรู้อารมณ์ได้ แค่สื่อสายตา
แยกมิตรและศัตรูของผมออก

เพียงแค่ปรายตา ....และดูจากกริยาที่ผมแสดงออก

อย่างเดียวที่ทำไม่ได้ คือ พูดภาษาคน
teehee.gif



thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif biggrin.gif
warlock
ผมเห็นเจ้าปุ้งกี๋ดีใจ แต่งตัวหล่อ เท่ห์ เหมือนกับว่าจะได้ไปเที่ยวกับทุกคน
แต่สุดท้ายก็ผิดหวังกลับไป สังเกตจากสายตาที่ฟ้อง

ผมเข้าใจอารมณ์นั้นได้เป็นอย่างดีครับ
...สมัยเด็ก ๆ ถูกพ่อกับแม่หลอกให้แต่งตัวเก้ออยู่บ่อยครั้ง...สุดท้ายก็ไม่ได้ให้เราไปด้วย

ครั้งหน้า เราพาเจ้าปุ้งกี๋ไปเที่ยวที่ไหนสักที่นึงก่อนขึ้นป่าดีมั๊ยครับ smile.gif
จุ๊จิ๊
QUOTE (warlock @ 23 January 2012, 12:55 PM) *
ผมเห็นเจ้าปุ้งกี๋ดีใจ แต่งตัวหล่อ เท่ห์ เหมือนกับว่าจะได้ไปเที่ยวกับทุกคน
แต่สุดท้ายก็ผิดหวังกลับไป สังเกตจากสายตาที่ฟ้อง

ผมเข้าใจอารมณ์นั้นได้เป็นอย่างดีครับ
...สมัยเด็ก ๆ ถูกพ่อกับแม่หลอกให้แต่งตัวเก้ออยู่บ่อยครั้ง...สุดท้ายก็ไม่ได้ให้เราไปด้วย

ครั้งหน้า เราพาเจ้าปุ้งกี๋ไปเที่ยวที่ไหนสักที่นึงก่อนขึ้นป่าดีมั๊ยครับ smile.gif


พาผมไปด้วย นะ ๆ ๆ laugh.gif
Mor
ให้warlock อยู่บ้านเป็นเพื่อนบุ้งกี๋ดีกว่ามั้ง...5555555
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.