Help - Search - Members - Calendar
Full Version: จะเอาอะไร"บำบัดน้ำเหม็น" ที่ท่วมรอบบ้านดี
ชุมชนคนรักมีด > ลานเสวนา DISCUSSION BOARD > ลานอเนกประสงค์ (General Discussion)
เด็กวัดใน
ขออนุญาตครับ

อันนี้เป็นการนำเสนอความรู้เท่าทีมี เคยทำ เคยลอง เคยคุย

(ผมไม่ใช่พวก มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ)

ถ้าท่านใดมีความรู้น่าสนใจนำมาแลกเปลี่ยนกันน่ะครับ

...........................................................................

ตอนนี้สถานการณ์สำหรับ คนที่ถูก "น้ำท่วมบ้าน" ในกรุงเทพหลายวัน

จะต้องพบกับปัญหาน้ำเสีย ส่งกลิ่นเหม็นรอบบ้าน เป็นแหล่งกำเนิดยุงได้อย่างดี

ส่งผลต่อคนที่ต้องเฝ้าทรัพย์สิน ไม่สามารถอพยพไปไหนได้

จึงมีนักวิชาการ และคนทีมีความรู้นำเสนอ โครงการปั้นลูกบอลจุลินทรีย์ (EM)

มาเพื่อบำบัดน้ำเสีย (โครงการนี้ดีมากๆครับ)

โดยองค์ประกอบหลักๆที่เป็นลูกบอล em จะมี

น้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ (ทางการค้าเรียก EM)

กากน้ำตาล (เป็นอาหารและตัวช่วยขยายเชื้อจุลินทรีย์)

รำ (เป็นอาหารชั้นดีของจุลลินทรีย์ที่จะขยาย)

ดิน หรือ ทรายหยาบ (เพื่อใช้ในการขึ้นรูปทรง)

นำมาปั้นเป็นก้อนให้แน่น โดยต้องโยนลงพื้นแล้วไม่แตก

และต้องนำมาผึ่งในร่ม ไม่ให้โดนแดด สัก 3 ถึง 5 วัน

โดยต้องดู ให้มีฝ้าขาวขึ้นรอบลูกบอล ซึ่งแสดงว่าเชื้อได้เจริญเติบโตแล้ว

ถ้าไม่มีฝ้าขาวๆขึ้น ยังใช้ไม่ได้

สำหรับผม คิดว่าลูกบอลแบบนี้น่าจะเหมาะกับ แปลงเกษตร หรือ แม่น้ำลำคลอง น่ะครับ

อย่างนาข้าว ที่อ่างทอง หรือ อยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมนานๆ (ไม่ใช่แบบปากแม่น้ำที่พัดตะกอนดินใหม่ๆมาทับถม)

จะเหมาะมากกับลูกบอลจุลินทรีย์ครับ เพราะดินที่ใช้เพาะปลูกถ้าถูกน้ำท่วมนานๆ

จุลินทรีย์ในดินที่มีประโยชน์ต่อพืช จะชิงลาตาย เมื่อน้ำลดดินจะไม่มีสารอาหารอะไรเหลือให้พืชเลย

ควรเอาลูกบอกจุลิทรีย์นี้แหละไปหย่อนลง พวก นา ไร่ สวน ทีโดนน้ำท่วมนานๆ เพื่อให้ลูกบอลค่อยๆสลายตัว

ฝังจุลินทรีย์ลงไปในดินเมื่อนนน้ำลงสามารถ กลับมาเพาะปลูกใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องรอนาน

(อันที่จริงช่วง ลอยกระทง เพื่อเป็นการขอขมา พระแม่คงคา เอาลูกบอกนี้ ไปโยนลงแม่น้ำหรือคลอง

ต่างในกรุงเทพจะเหมาะมากครับ ถ้าโยนในบ้าน เมื่อน้ำลดแล้ว เราต้องมาเก็บกวาดดิน หรือ ทราย

ที่เขาเอามาปั้นเพื่อให้มันขึ้นรูปน่ะครับ)

ร่ายมายาวกลัวจะรำคาญ ส่วนที่ผมเห็นว่าเหมาะสมน่าจะเป็น

....จุลินทรีย์แบบน้ำครับ เท่าที่ดูข้อมูลข้างกระป๋อง เขาบอกว่า บำบัดน้ำและกำจัดกลิ่น

ใช้หัวเชื้อแบบน้ำ 1 ลิตร ผสมกับน้ำเปล่า 1,000 ถึง 5,000 ลิตร

สำหรับเราชาวบ้าน ไม่ต้องคำนวณ หรอกครับ ได้หัวเชื้อแบบน้ำมาก็เทราดน้ำที่ท่วมรอบๆบ้าน หรือ

น้ำที่ท่วมในบ้านเลยครับ จะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง กลิ่นจะค่อยๆหายไปครับ ไม่ใช่ว่ากลิ่นจะหายทันทีเลยน่ะครับ

แล้วเทในบ้านเราจะเป็นอันตรายมัย

บอกได้ว่าไม่ครับ เพราะการบำบัดน้ำแบบนี้ มีใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำเช่น ปลาและกุ้ง พวกนี้อยู่ได้ คนก็อยู่ได้ครับ

เวลาที่เท น่าจะเป็นช่วงเช้าที่แดดอ่อนๆ หรือ ตอนเย็นก็ได้ครับ อย่าให้แดดแรง จุลินทรีย๋จะทำงานไม่เต็มที่

และควรเททุก 7 ถึง 10 วันครั้งครับ ไม่ใช่เทครั้งเดียวแล้วอยู่ได้เป็นเดือน ไม่ไหวครับ
เด็กวัดใน
หาได้ทีไหนตาม Net มีบอกครับ

ผมอยู่บ้านนอก ซื้อได้ที่ร้านขายของชีวภาพ กับร้านขายอาหารสัตว์

ราคาไม่ถึงที่กระป๋องมันเขียนไว้

ถ้ากลัวไม่พอ ซื้อมาแล้ว เรามาขยายเชื้อ ตามคู่มือที่เขาให้ก็ได้ครับ

ถ้าส่วนที่ขยายมัน "เป็น" แล้ว ก็สามารถใช้ต้อไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องซื้อเยอะๆหรอกครับ

(แตส่วนมากคนมักไม่ชอบเสียเวลามานั้งขยายเชื้อ ซื้อแบบสำเร็จรูปเลยเร็วดี แต่แพงไปหน่อย)


............................................................................................................

อันต่อมา "สารเร่ง พด6"

เป็นสารที่มี ยีสต์และแบคทีเรีย ที่เก่งในเรื่อง การบำบัดน้ำเสียและลดกลิ่นเหม็น ในคอกสัตว์ หรือ ท่อระบายน้ำ

อันนี้เป็นของ ฟรี ขอได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดิน ตามต่างจังหวัดครับ (บางจังหวัดทำเป็นน้ำมาแล้วก็มีไม่ต้องเพาะเชื้อเพิ่ม)

ในกรุงเทพ ก็นั่งเรือไปขอได้ที่สถานีพัฒนาที่ดิน

ใกล้ ม.เกษตร นะครับ เขามีแจก

เราได้สารมาแล้วก็ต้องมาเพาะเชื้อเหมือน จุลินทรีย์แบบน้ำล่ะครับ แล้วค่อยเอาไปใช้

พด6 จะเก่งมาก ในเรื่องของการบำบัดน้ำเสีย และลดกลี่นเหม็น

ผมเคยคุยกับคนที่เคยผลิตสารนี้ ส่งให้สถานี เขาต้องจ้างนักวิทยาศาสตร์ มานั่งเขี่ยเชื้อ เพาะเชื้อ

ไม่ใช่ทำกัน ลวกๆ และมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ อีก เป็นของฟรีที่มีคุณภาพจริงๆ ครับ

ตอนนี้ทางกระทรวงได้มีการจ้างเอกชน ผลิต พด6 แบบน้ำขึ้นมาหลายแสนลิตร โดยผลิตจากเชื้อสด

เอาไปใส่ในบริเวณที่มีปัญหา น้ำเน่าเสีย ใครที่สนใจเลยติดต่อ เวปไชค์ของสถานีพัฒนาที่ดิน

อยากบอกว่าการใช้ พด6 ต้อง ใช้บ่อยน่ะครับ 3 ถึง 4วัน ใส่หนึ่งครั้ง ไม่ใช่ใส่ไปแล้ว 1 ครั้งแล้วปล่อยเลย

มันทำงานไม่ไหวครับ

ตอนนี้พิมพ์ไหว แค่ 2 ตัว ถ้าพิมพ์ไหว จะเอามานำเสนออีกครับเพื่อเป็นทางเลือกครับ
เด็กวัดใน
พวกจุลินทรีย์ที่เรียกว่า EM



สารเร่ง พด6

warlock
เห็นด้วยครับ...

ที่พี่นำเสนอมา เป็นทางเลือกที่ดีครับ


บ้านผม เวลาบ่อปลาเกิดอาการเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น
ผมจะใช้ปุ๋ยชีวภาพชนิดน้ำของ TPI (ปุ๋ยดิน ถุงสีเขียว+เหลือง) เทลงไปในบ่อ หรือใช้ปุ๋ยต้น (ถุงสีม่วง+เขียว) ก็ได้ครับ



ทิ้งไว้สักอาทิตย์ น้ำในบ่อก็เริ่มใสขึ้น กลิ่นก็เริ่มดีขึ้น
จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมกระโดดลงเล่นน้ำกับลูกชายผมได้สบาย ๆ เลยครับ

ราคาก็ไม่แพง ถุง 5 ลิตร แค่ 100 บาท ตกลิตรละ 20 บาท
ผสมน้ำ ฉีดบำรุงต้นยาง ต้นยางก็แตกยอดออกมาเห็น ๆ
ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ให้หน้าดินมันเสียซะเปล่า ๆ


ถ้าจะให้ดี ผมคิดว่า คงต้องใช้ปุ๋ยชีวภาพ
บวกกับเครื่องเพิ่มออกซิเจนในน้ำ
น่าจะทำให้ปุ๋ยชีวภาพ ทำงานได้เร็วขึ้น เพราะมีออกซิเจนเพิ่มขึ้น
จะทำให้หมดปัญหาเรื่องน้ำขาดออกซิเจน เพราะปุ๋ยชีวภาพที่มีปริมาณที่มากเกินไป
เหล็กแหนบ
thumbsup.gif thumbsup.gif
pimmany
ชอบกระทู้นี้...

กด "Like" ให้ 30 ที.. thumbsup.gif
Werewolf
เป็นประโยชน์มากครับ thumbsup.gif

แต่เมื่อวานข่าวทีวีออกมาว่าเจ้าบอลแบบนี้
จะทำให้น้ำเสียเพิ่มขึ้นอ่ะครับ
เลยงงว่า ตกลงเป็นยังไงแน่
warlock
QUOTE (Werewolf @ 5 November 2011, 11:32 PM) *
เป็นประโยชน์มากครับ thumbsup.gif

แต่เมื่อวานข่าวทีวีออกมาว่าเจ้าบอลแบบนี้
จะทำให้น้ำเสียเพิ่มขึ้นอ่ะครับ
เลยงงว่า ตกลงเป็นยังไงแน่


ผมยังไม่ทราบแน่ชัดนะครับ ว่ากลไกภายในบอลตัวนี้ ทำงานอย่างไร
เพียงแต่ผมคิดว่า มันน่าจะเป็นหลักการเดียวกันกับการย่อยสลายสารอินทรีย์ เน่าเสีย ด้วยตัวจัดการชีวภาพ นั่นก็คือจุลินทรีย์ครับ
จุลินทรีย์ แต่ละชนิด มีคุณสมบัติในการจัดการสารอินทรย์ แตกต่างกันไป

ข่าวที่ออกมา ผมก็ฟังผ่านหูคร่าว ๆ ตอนกำลังนั่งลับมีดปังตออยู่หลังบ้าน เลยจับใจความได้ไม่ชัดนัก
เหตุผลดังกล่าวที่ทางการออกมาพูด บอลชีวภาพตัวนี้ จะทำให้น้ำเน่าเสียเพิ่มขึ้น

สันนิษฐานได้ว่า เมื่อจุลินทรีย์ไปจัดการกับสารอินทรีย์ อาจทำให้สารอินทรีย์ที่ถูกกำจัด
ตกตะกอน และเมื่อรวมตัวกัน อาจจะทำให้เน่าเสียซ้ำซากน่ะครับ
...แต่นั่น มันกรณีในบ่อ บ่อน้ำเสียที่ไม่มีการ หรือไม่สามารถถ่ายเทน้ำได้
...แต่นี่ น้ำท่วม มีมา ก็มีไป มีเพิ่ม ก็มีลด ผมเลยไม่คิดว่า มันจะทำให้น้ำเน่าเสียซ้ำซากแต่อย่างใด เพราะน้ำมันมีการเดินทาง

นอกจากแก้ปัญหาน้ำเน่าแล้ว ปุ๋ยชีวภาพ ยังช่วยคืนวัฏจักรต่าง ๆ สู่ธรรมชาติ
ใส่ไปแล้ว ปลาอยู่ได้ พืชอยู่ได้ คนก็อยู่ได้
ทั้งพืช ทั้งปลา ทั้งสัตว์ต่าง ๆ ไม่ขาดแคลนอาหาร
คนก็ไม่ขาดไปด้วย ห่วงโซ่อาหาร ครบครับ
อีกทั้งยังช่วยบำรุงหน้าดินได้เป็นอย่างดี thumbsup.gif

ภัยพิบัติ น้ำท่วม อาจถูกมองว่าเป็นภัยธรรมชาติ
แต่ลึก ๆ แล้ว เป็นเพราะน้ำมือมนุษย์ ที่ทำลายธรรมชาติลงทีละเล็กละน้อย เช่น ป่าต้นน้ำ หรือปลูกหญ้าแพรก แทนหญ้าแฝก(ล้อเล่นครับ tongue.gif )

แล้วทีนี้ทางการ ยังจะเอาสารเคมี เช่น คลอรีน หรือ...ฯลฯ
มาทำลายซ้ำเติมให้กับธรรมชาติอีก ผมว่าไม่น่าทำนะครับ...หรือใครบางคนกำลังจะนำเข้าคลอรีนล๊อตใหญ่ woot.gif ...

ปุ๋ยชีวภาพนี่แหละครับ ที่น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด
และพัฒนาพื้นแผ่นดินแบบบูรณาการ ให้อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน yes.gif
bkk123
มีประโยชน์มากครับ
cotton8088
ขอบคุณข้อมูลดีๆจากพี่เด็กวัดในและพี่ๆทุกท่านค่ะ thumbsup.gif

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ไปขอรับเจ้า EM แบบน้ำที่ กรมทรัพยากรน้ำ โทร 02-271-6000-3
ตั้งแต่ 08.30 - 00.00 น.เค้ามีเพียงพอสำหรับทุกคนค่ะ
แค่เราไปลงทะเบียนแจ้งที่อยู่ และพื้นที่บ้านที่ท่วม(ตร.วา) เท่านั้น เอากลับมาได้ ๕๐ ขวดค่ะ
ได้ขนไปให้พี่บัฟที่ ที่ว่าการอ.พุทธมณฑลทั้งหมดเมื่อวานนี้(๕/๑๑/๒๕๕๔)ค่ะ เพราะน้ำในบ้านพักส่งกลิ่นเหม็น
และรอบๆอำเภอก็เป็นฟองขึ้นมาแล้ว

แบบ ball ที่กรมทรัพยากรน้ำก็มีแจกค่ะ แต่หมดไวเพราะน้ำหนักเบากว่าขวด ปชช.เลยขอแบบบอลกลับมากกว่า
ของกรมทรัพยากรธรรมชาติเป็น EM Ball พร้อมใช้ค่ะ ใกล้ๆกันขอรับได้อีกจุดคือ
บ้านอารีย์ เลขที่ ๑๗/๑ ซอยอารีย์ ๑ ถนนพหลโยธิน เค้าให้ลงทะเบียนและขอรับได้
หลังคาเรือนละ 5 ลูกค่ะ แต่ไม่ใช้พร้อมใช้นะคะ ต้องเอาผึ่งลม ห้ามโดนแดดประมาณ ๓-๔ วันค่ะ
เพราะบอลปั้นกันทุกวัน ปั้นเสร็จก็แจกเลย เค้ารับจิตอาสาช่วยปั้นด้วยนะคะ

ขอบพระคุณค่ะ biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif
เด็กวัดใน
QUOTE (Werewolf @ 5 November 2011, 11:32 PM) *
เป็นประโยชน์มากครับ thumbsup.gif

แต่เมื่อวานข่าวทีวีออกมาว่าเจ้าบอลแบบนี้
จะทำให้น้ำเสียเพิ่มขึ้นอ่ะครับ
เลยงงว่า ตกลงเป็นยังไงแน่


ขออนุญาตครับ

ตามที่ มีอาจารย์ออก TV แจ้งว่า บอลem ทำให้น้ำเสียเพิ่มขึ้นน่าจะ

เกิดจากการไม่ควบคุม คุณภาพของลูกบอล

เช่น ส่วนผสมไม่ได้สัดส่วน ,เวลาเพาะเชื้อ(หมัก) ไม่ถึงเวลา,

ถ้าลูกบอลไม่มีฝ้าขาวๆขึ้นนอบๆลูก ก็แสดงว่าเชื้อยังไม่เกิด เกิดก็ไม่เต็มที่

ไปโยนลงน้ำ ก็เหมือนโยนก้อนดิน หรือ ทราย+ขยะ จะสร้างปัญหาให้น้ำอีกครับ

และการโยน บอลem ในบ้านไม่เหมาะต้องดูครับว่า ส่วนผสมบอลem

ตัวที่ช่วยขึ้นรูป ดิน หรือ ทราย ถ้าโยนในตัวบ้านเราบริเวณที่เป็น ปูน

เมื่อบอลแตกตัวละลายไปหมด ก็จะเหลือเศษวัสดุตกค้างในบ้านเราล่ะครับ

จะเจอดินหรือ ทราย ก็แล้วแต่ผู้ผลิต ต้องมานั่งเก็บกวาดแทน

(สมัยก่อนนิยมใช้ดินทำลูกบอล แต่ตอนนี้น้ำท่วม ดินน่าหายาก จึงเปลี่ยนมาใช้ทรายแทน)

ถ้าเป็นผมถ้าได้มา ถ้าอยู่ในบ้านตึก บ้านพื้นปูน เทาว์เฮ้าส คอนโด บ้านเช่า

ก็โยนใช้ครับ แต่จะใช้น้อยที่สุด เอาน้ำจุลินทรียem ราดดีกว่า เห็นผลเร็วกว่า


ในส่วนบ้านที่มีสนามหญ้า หรือ บ้านที่มีการจัดสวนปลูกต้นไม้

หรือบริเวณเรือกสวน ไร่นาแถวพุทธมณทล สามพราน คลองมหาสวัสดิ์

เหมาะเอา บอลem ไปโยนไว้ครับ


เพราะช่วงน้ำท่วม ช่วงที่ลูกบอลละลาย จุลินทรีย์ลงไปในดินจะทำหน้าที่ของมันครับ

เมื่อน้ำลดไม่ต้องไปฟื้นฟูดินใหม่ เป็นผมโยนเยอะครับ ราดน้ำจุลินทรีย์ด้วย

เมื่อ บอลemละลายก็ไม่ต้องไปเก็บกวาด มันจะละลายลงไปตรงที่เราปลูกหญ้า หรือ ทำสวน

เพราะการผลิตบอล em จริง เขาต้องการบำบัดน้ำเสียในแม่น้ำลำคลอง หรือ ทะเล

ไม่ค่อยใช้ในบ้านกรุงเทพที่น้ำท่วม เพราะน้ำมาเดี่ยวก็ไป แต่แม่น้ำลำคลองหรือ ทะเล อยู่กับเราตลอดไปถ้าไม่ถมซะ

อีกอย่างผมได้ยินอาจารย์ท่านแนะ ว่าให้ใช้ ปูนขาว บำบัดน้ำเสีย

สำหรับผม ปูนขาวผมว่าเหมาะกับการฆ่าเชื้อโรคมากกว่า มาบำบัดน้ำ ไม่มั่นใจว่าโรยปูนขาวแล้ว

กลิ่นเหม็นจะหายหรือเปล่า แต่สิ่งที่เจอแน่ๆ ถ้าโรยปูนขาวในบ้าน ปูนมันจะละลายน้ำแล้วตกตะกอนอยู่ในบ้านเรา

นั่นแหละไม่ไปไหน ข้างบนน้ำ ข้างล่างปูน ท่านเดินได้หรือครับ ไม่ลื่นหรือครับ ถ่าไม่ลื่นไม่เป็นไร

ถ้าน้ำลดแล้วอย่ามาโวยต้องมาเก็บกวาดโคลนที่เกิดจากปูนขาวน่ะครับ เหนี่อยนะครับ

พวกเลี้ยงกุ้งน้ำเค็มที่ใช้ สารปรับสภาพน้ำต่างๆ ถ้าตากบ่อ เขายังต้องลอกเลนที่เกิดจาก

การสะสมของอาหารกุ้งที่เหลือ ขึ้กุ้ง และ ปูนบำบัดน้ำต่างๆเลยครับ

ไม่อย่างนั้นเดี่ยวจะเกิดโรคกับกุ้งในการเลี้ยงครั้งต่อไปครับ

สุดท้ายผมสนับสนุนทุกโครงการของจิตอาสาที่ทำดีเพื่อสังคม เพื่อส่วนร่วม ให้สังคมยังน่าอยู่

แต่เราควร เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่ หรือ โอกาสครับ

เป็นกำลังใจให้กับจิตอาสา และผู้ประสบภัยทุกท่านครับ
cotton8088
ด้วยความเคารพค่ะ ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับเจ้า EM Ball ค่ะ ที่มา : @isranews_agency

คณะเทคโนโลยีชีวภาพ เอแบค โชว์ประสิทธิภาพ EM Ball ใช้ได้ผลกับน้ำที่เริ่มเน่าเสีย
คณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ชี้แจงข้อมูล การใช้งาน EM Ball ที่เหมาะสมต้องนำไปใช้เฉพาะพื้นที่
มีสภาพน้ำท่วมขัง หรือน้ำไม่ค่อยไหลเวียน และต้องใช้ในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม ถึงเห็นผลจริง

หลังจากมีการนำเสนอข่าวสารว่า การใช้ EM Ball หรือก้อนจุลินทรีย์ ไม่เกิดผลในการบำบัดน้ำเสีย และอาจก่อให้เกิดปัญหา
ต่อสิ่งแวดล้อม จนทำให้จิตอาสาจำนวนมากเกิดความสับสน และกระทบต่อการระดมอาสาสมัครช่วยทำ EM Ball ในหลายแห่ง
คณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ชี้แจงข้อมูล ดังนี้

1.การทำงานของ EM Ball มิใช่การบำบัดน้ำเสียโดยตรง แต่ใช้หลักการนำเอาจุลินทรีย์ชนิดดีมีประสิทธิภาพไปแย่งอาหาร
(ของเสีย ซากพืชสัตว์ไหลมากับน้ำ) จากจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในน้ำที่กำลังจะเน่า หรือในน้ำเสีย สกัดกั้นการ
เจริญเติบโตของจุลินทรีย์ธรรมชาติที่เป็นสาเหตุของน้ำเน่าเสีย การใช้ EM Ball ในน้ำที่เริ่มจะเน่าเสียจะเห็นผลเร็วกว่า
ในน้ำที่เน่าเสียแล้ว

2.การผลิต EM Ballที่จะช่วยปรับสภาพน้ำได้ต้องใช้กรรมวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม กล่าวคือ

2.1 ใช้หัวเชื้อน้ำจุลินทรีย์เข้มข้นชนิดดี มีคุณภาพซึ่งประกอบไปด้วยจุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจน กลุ่มที่้ไม่ใช้ออกซิเจน
และกลุ่มที่ใช้หรือไม่ใช้ออกซิเจน นำมาผสมให้เจือจางในอัตราพอเหมาะ เป็นส่วนประกอบสำคัญ

2.2 เลือกใช้สูตรและส่วนผสมในการปั้นขึ้นรูปที่มีสารอาหารน้อยที่สุด เพียงประทังชีวิตของจุลินทรีย์ชนิดดีให้พออยู่ได้ก่อน
การนำไปใช้งาน เนื่องจากมีสูตรและส่วนผสมในการผลิตหลากหลาย และมีความเหมาะสมในการใช้งาน
ตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

ห้ามใช้สูตรที่มีส่วนผสมกากน้ำตาล หรือมูลสัตว์ ซึ่งมีสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์มากเกินไป

2.3 EM Ballที่ทำเสร็จแล้วไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ต้องผึ่งลมไว้เป็นเวลา 2-3 วัน ห้ามตากแดดเป็นอันขาด

3.การใช้งาน EM Ballที่เหมาะสมต้องนำไปใช้เฉพาะพื้นที่มีสภาพน้ำท่วมขัง หรือน้ำไม่ค่อยไหลเวียน และต้องใช้ในปริมาณ
และระยะเวลาที่เหมาะสม EM Ball ขนาดลูกเทนนิส 1 ลูก ใช้ได้สำหรับน้ำท่วมขัง 4-5 ลบ.ม. โดยจะยังไม่เห็นผลต่อ
สภาพในทันที เพราะEM Ball จะค่อยๆ ปลดปล่อยจุลินทรีย์ออกมาทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 7 วัน
หากเร่งใส่ EM Ball จนเกินจำนวนที่กำหนดจะทำให้มีสารอาหารหลงเหลือในน้ำมากเกินไป และอาจก่อให้เกิดผลเสีย
ต่อสภาพแวดล้อมได้ ทั้งนี้ EM Ball ที่ผลิตเสร็จแล้วต้องนำไปใช้ภายใน 30 วัน
flycatcher_xiii
โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า EM ball ใช้บำบัดน้ำเสียได้ เพราะญาติผมก้ใช้กับบ่อดินที่ใช้เลี้ยงปลาอยู่ thumbsup.gif
แต่ก้พึงระวังนิดนึง.....ก่อนรักษาก้ต้องตรวจอาการกันก่อนเน้อว่าป่วยเป็นอะไร จะได้ให้ยาถูกโรค ถึงยังไง EM ball ก้ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล
จะใช้ EM ball รักษาน้ำเสียทุกอย่าง อาจจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาได้ confused.gif
Werewolf
เข้าใจล่ะครับ smile.gif
ขอขอบคุณทุกๆข้อมูลเลยครับ thumbsup.gif
BBB
ข้างบนที่เกี่ยวกับ EM บอล สาร พด 6 ถูกทุกข้อตามวงจรชีวิตของจุรินทรีย์
แต่ที่อาจารย์ ท่านนั้นออกมาบอกคือ ในกรณีที่น้ำท่วมแบบนี้สิ่งของที่เน่าจมอยู่ใต้น้ำ
ใช้ออกซิเจนในน้ำไปจนหมดในขบวนการย่อยสลาย เมื่อออกซิเจนหมดจุลินทรีย์ก็ตาย
นำEM บอล มาทิ้งใหม่ในสภาพที่น้ำเน่าไม่มีออกซิเจนก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ไปเพิ่ม
สิ่งที่ต้องย่อยสลายในน้ำมากขึ้นไปอีก ถ้าจะนำมาใช้ผมคิดว่าต้องเพิ่อออกซิเจนเข้าไปด้วย
จึงจะทำให้ขบวนการย่อยสลายของอินทรีย์วัตถุ ด้วยจุลินทรีย์สมบูรณ์แบบครับ
Dick
อ่านมานาน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเจ้าลูกบอลนี้ มันจะสร้างเสริมแบททีเรียชนิดใช้ออกซิเจน Aerobic bateria หรือ ไม่ใช้ออกซิเจน Anarobic Bateria ครับเนี่ย ?

คือว่าถ้าสร้างแอโรบิคฯ ต้องเติมอากาศ เมื่อนั้นแอนนาโรบิคฯจะตาย
ในทางกลับกัน ผมเข้าใจว่าเจ้าลลูกบอลฯนี้ ต้องการสร้างแอนาโรบิคฯนะครับ ดังนั้น ไม่ต้องเติมออกซิเจนครับ

เจ้าแอนนาโรบิคฯ มีหนาแน่นที่ท่อน้ำทิ้ง ตรงระหว่างชั้นน้ำ กับชั้นโคลน มีลักษณะเป็นวุ้นๆ

ถ้าหามาได้ ก็ไม่ต้องใช้เจ้าลูกบอลอันนี้ครับ

ในทางการบำบัดน้ำเสีย เขาจะให้น้ำไหลผ่านเจ้าแบ็ททีเรียตัวนี้ แต่ต้องจับให้แบ็ททีเรียตัวนี้มีที่เกาะดีๆ เพราะมันจะไหลตามน้ำไปง่ายมาก
BBB
จริงด้วยครับ พด 6 ทำงานโดยไม่ต้องมีออกซิเจน biggrin.gif
LadySmith
EM และน้ำหมักชีวภาพ แก้ไขปัญหาน้ำเสียได้จริงหรือ ?
http://www.eng.chula.ac.th/index.php?q=th%2Fnode%2F3915
Werewolf
เอ...ยิ่งอ่านยิ่งงงแล้วนะเนี่ย unsure.gif
นายสาราพัด
อยากได้บ้าง เดี้ยวพรุ่งนี้ต้องติดต่อ
บ้านแม่ยายที่ท่าอิฐ
บ้านน้องเมียที่ราชพฤกษ์
บ้านน้องที่บางกอกใหญ่
บ้านผมทีี่มีน
บ้านเพื่อนที่ลาดปลาดุก
บ้านเพื่อนที่บางใหญ่
บ้านเพื่อนที่บางบัวทอง
บ้านน้องที่บางแค
และบ้านพี่และเพื่อนที่บางบอนอีก 2 ท่าน

เเค้าจะให้เท่าไรครับ biggrin.gif
LEE
EM นี่พี่แจ้งแกคิดไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ตอนไปเจเจด้วยกันครั้งหลังสุดผมจำไม่ได้ว่าพี่ท่านซื้อไปกี่ลิตร
ผู้รอบรู้ที่รอบคอบจริงๆ thumbsup.gif
BBB
QUOTE (นายสาราพัด @ 6 November 2011, 11:30 PM) *
อยากได้บ้าง เดี้ยวพรุ่งนี้ต้องติดต่อ
บ้านแม่ยายที่ท่าอิฐ
บ้านน้องเมียที่ราชพฤกษ์
บ้านน้องที่บางกอกใหญ่
บ้านผมทีี่มีน
บ้านเพื่อนที่ลาดปลาดุก
บ้านเพื่อนที่บางใหญ่
บ้านเพื่อนที่บางบัวทอง
บ้านน้องที่บางแค
และบ้านพี่และเพื่อนที่บางบอนอีก 2 ท่าน

เเค้าจะให้เท่าไรครับ biggrin.gif

เอาแกลลอนมาใส่ได้มากเท่าที่ต้องการครับ ที่อยู่ใกล้ๆก็ บางประกง กำแพงแสน สมุทรสาคร
sonjai
เท่าที่พี่บ้านตรงข้ามที่ปักหลักอยู่บ้านใช้น้ำที่เรียกว่าชีวภาพ
ที่พี่ผู้ชายหมักไว้เอง แต่หมักใช้เวลานานเหมือนกัน
แกก็นำมาเทลาด พี่บอกว่าช่วยได้ กลิ่นลดลงมาก
เพราะน้ำที่บ้านทรง ๆ มาสัก สี่วันแล้ว จะทีขึ้นก็ 1 เซ็นต์เมื่อวาน
แต่วันนี้ยังไม่ทราบว่าน้ำเพิ่มไหม

พี่บ้านตรงข้ามบอกไว้แล้วว่าวันไหนน้ำที่บ้านลดแล้วsonjai
จะเข้าไปวันไหนพี่เขาจะนำไปสาดที่ลานหน้าบ้านให้ก่อนเลย
มีเพื่อนบ้านที่ดีก็มีความสุขมาก ๆ คนเราจะซึ้งน้ำใจกันก็คือช่วงเวลา
เช่นนี้ สุดซึ้งเลย
Home away
QUOTE (sonjai @ 7 November 2011, 07:35 AM) *
เท่าที่พี่บ้านตรงข้ามที่ปักหลักอยู่บ้านใช้น้ำที่เรียกว่าชีวภาพ
ที่พี่ผู้ชายหมักไว้เอง แต่หมักใช้เวลานานเหมือนกัน
แกก็นำมาเทลาด พี่บอกว่าช่วยได้ กลิ่นลดลงมาก
เพราะน้ำที่บ้านทรง ๆ มาสัก สี่วันแล้ว จะทีขึ้นก็ 1 เซ็นต์เมื่อวาน
แต่วันนี้ยังไม่ทราบว่าน้ำเพิ่มไหม

พี่บ้านตรงข้ามบอกไว้แล้วว่าวันไหนน้ำที่บ้านลดแล้วsonjai
จะเข้าไปวันไหนพี่เขาจะนำไปสาดที่ลานหน้าบ้านให้ก่อนเลย
มีเพื่อนบ้านที่ดีก็มีความสุขมาก ๆ คนเราจะซึ้งน้ำใจกันก็คือช่วงเวลา
เช่นนี้ สุดซึ้งเลย


หัวอกเดียวกันเลยครับ

ตอนนี้ได้พี่บ้านตรงข้ามคอยรายงานสถานการณ์น้ำให้ทราบเหมือนกันครับ
ktr78
กระทู้นี้ได้ความรู้ทั้งเชิงวิชาการและประสบการณ์ใช้จริงดีมากครับ thumbsup.gif ผมหาข้อมูลในเน็ตก็ดูงงๆไปหมด teehee.gif
pinkcow
ขอบคุณสำหรับความรู้มากครับ biggrin.gif
Oat
ในเบื่องต้น ก็คือนำขยะขึ้นจากน้ำมาก่อนครับ จะช่วยลดกลิ่นจากน้ำได้มาก (แต่อาจมีกลิ่นจากกองขยะแทน)
warlock
QUOTE (Werewolf @ 6 November 2011, 10:35 PM) *
เอ...ยิ่งอ่านยิ่งงงแล้วนะเนี่ย unsure.gif



QUOTE (ktr78 @ 7 November 2011, 12:08 PM) *
กระทู้นี้ได้ความรู้ทั้งเชิงวิชาการและประสบการณ์ใช้จริงดีมากครับ thumbsup.gif ผมหาข้อมูลในเน็ตก็ดูงงๆไปหมด teehee.gif


ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ หรือ EM Ball หรือ สารเร่ง พด.6
ต่างก็ใช้งานได้จริงครับ...ไม่ทราบจะอธิบายเพิ่มเติมอย่างไรดี

แต่สิ่งที่กล้ายืนยันได้ คือ ยกเว้น EM Ball ยังไม่เคยลอง(แต่หลักการณ์ในการจัดการสารอินทรีย์นั้นเหมือนกับปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพ)...
ผมใช้มาแล้วนานปี...
ไม่ได้มาเล่าเฉพาะในเชิงทฤษฏีนะครับ เพราะผมไม่เก่งเรื่องนี้...แต่ทว่า
ในสวนผม ไม่แตะสารเคมีเลย ไม่ว่าจะปุ๋ย หรือ ยาฆ่าหญ้า...
ครอบครัวเราพยายามเดิมตามรอยเท้าพ่อ

บ่อปลาผมเน่าอยู่พักหนึ่ง..เพราะเราไปตัดหญ้า ลอกหญ้า พอหญ้าตายคาบ่อ น้ำเลยในบ่อเลยเน่า
ผมลงปุ๋ยน้ำชีวภาพของทีพีไอ ไปอาทิตย์ละหน (ครั้งละไม่ถึง 3 ลิตรด้วย เพราะว่าเหลือจากการใส่ปุ๋ย) 3 อาทิตย์
น้ำใส เล่นได้เลยครับ กลิ่นเน่าและสีหมองคล้ำก็จางหายไป

หากปัญหาเกิดเพราะขาดอ๊อกซิเจน...ก็ต้องหาทางเพิ่มอ๊อกซิเจน

หรือทางการจะยืนยันที่จะนำเข้าคลอรีนราคาแพง...มาใช้...นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ
เด็กวัดใน
ขออนุญาตครับ

วันนี้ต่อมขยันทำงาน มาลองขยายเชื้อ พด6. เพื่อรอรับน้ำจะมาเที่ยวบ้านดีกว่า

จากสูตร ของกรมพัฒนาที่ดิน

1ละลายกากน้ำตาล 5 กก. ในน้ำ 50 ลิตร คนให้เข้ากัน



(ถังพลาสติค 2 ใบละ 180 บาท กากน้ำตาลถังละ 5 กก. ราคาลิตรละ 8 บาท

ซึ่งกากน้ำตาล 1 ลิตรหนัก 1.5 กก. ได้มากลิ่นซึอิ้วดำตรา จา... ชัด แต่พอผสมน้ำแล้ว

กลิ่นน้ำอ้อยดีๆนี่เอง บ่นกับแม่ค้าทำไมราคาสูงจังแม่ค้าบอก ทำไม่พี่มาซื้อเวลานี่ละ)

2เทสารเร่ง พด6 จำนวน 1 ซอง ลงในส่วนผสมข้อ 1 แล้วคนนาน 5 นาที


(สารพวกนี้หลับในซองมานาน เวลาคนต้องบอกให้พวกมันตื่นด้วยมีเรื่องแล้ว.....ถ้า คนไม่นานเชื้อก็ไม่เดินอีก)

3ปิดฝาถัง ขยายเชื้อ 2 วัน คนวันละ 2 ครั้ง ในระหว่างขยายเชื้อจะสังเกตุเห็นคราบขึ้นที่ผิวน้ำ


(เพื่งผสมและคนเสร็จ เก็บไว้ในที่ร่มไม่โดนแดด เชื้อจะเดินมัยหนอ จะเสียตังค์ฟรีหรือเปล่า)

.........................................................................................................

อันที่กรอกขวดมาเป็นแบบเสร็จแล้วพร้อมใช้ไปขอมาจาก สถานีพัฒนาที่ดินครับ

ไปกรอกเอกสารคำขอกับจนท. และ เอาขวดไปใส่มา

มีคนกรุงเทพไปขอกันเยอะเหมือนกันครับ



อัตราและวิธีใช้

การบำบัดน้ำเสีย เจือจางสานบำบัดน้ำเสียกับน้าธรรมดาในอัตรา 1 : 10
เทลงบริเวณที่บำบัด

ทุกวัน หรือ ทุกๆ3วัน
aoh60
ขออณุญาติมั่วความรู้ เล่าสูกันฟังครับ
ส่วนใหญ่ EM มักประกอบด้วยเชื้อที่ไม่ใช่ออ็กซิเจนในการย่อยสลายอาหาร เพื่อทำให้ไม่เกิดการเน่า ( การเน่ากับย่อยสลายโดยแบคทีเรียคนละอย่างกัน) เช่นกลุ่ม บาซิลลัส ( อย่างในยาคูลท์) และตัวอื่น ๆ (แต่ผมลืมเกือบหมดแล้ว)
กลไกของ EM มีอยู่สองอย่างคร่าว ๆ
1 แย่งอาหาร หรือแข่งกับเชื้อที่เป็นอันตราย
2 ยับยั้งการเจริญของเชื้อบางกลุ่มโดยการปล่อยสารบางชนนิด
เราต้องปั้น อีเอ็มเป็นก้อนเพื่อ เพิ่มปริมาณ และมีแหล่งพักพิงให้เชื้อ เหมือนทำป้อมรบไว้ให้
ส่วนอันตราย มีหรือไม่ มีเช่น ถ้ามีเชื้อก่อโรคผสมมาจากหัวเชื้อ หรือวัตถุดิบ แต่ถามว่า ระหว่างน้ำในท่อ กทม กับอีเอ็ม ผมเสี่ยงกับ อีเอ็ม ดีกว่า
อีเอ็มเพิ่มปริมาณจนเป็นอันตรายได้หรือไม่ ผมว่ายาก เพราะเชื้อแต่ละชนิด ต้องการปัจจัยต่างกัน เชื้อในอีเอ็ม เองก็ต้องเติมเสมอ เพราะมันเองก็ตาย และลดการเจริญเติบโตได้ เช่น เราหมักเหล้า ทิ้งไว้นานเกิน จะเปรี้ยว กลายเป็นน้ำส้ม และเชื้อก็ สละชีพกันหมด
บางการทดลอง เช่นที่คลองแสนแสบทำไมไม่ได้ผล ผมคิดว่าเป็นเพราะ ตัววัดไม่เหมาะสม และไม่ละเอียดพอ เช่น ค่า ออ็กซิเจนที่ละลายในน้ำ วัดที่ความลึกเท่าไหร่ และได้ลดการเติมของเสียเข้ามาในคลองหรือไม่ หรือ ค่าของสารแขวนลอยในน้ำ หรือความใส เกิดจากอะไรกันแน่
แต่ผลการทดลองในการใช้จริงเช่น ลดการเกิด ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ และ แอมโอเนียในกระบวนการหมัก ทั้งระบบปิด เช่นบ่อก๊าซชีวภาพ นั้นได้ผลจริง และระบบเปิดก็ได้ผลดี แต่วัดยาก เพราะกลิ่น มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง เช่นวัตถุดิบ สภาพอากาศหรือฤดู ฯลฯ หรือแม้แต่ในบ่อกุ้ง เองก็ใช้ได้ผลดี แต่เท่าสารเคมีไหม ต้องลงรายละเอีญดกันยาว
ส่วนในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน จะกระทบยังไง ต้องให้คุณหมอมาบอกกล่าว เพียงแต่ผมใช้อยู่ แล้วก็น่าพอใจกว่า สารเคมีหลายตัว
เหล็กแหนบ
ที่บอกว่าจุลินทรีย์ที่นำมาทำ EM Ball หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าถ้าบอกว่ามันคือจุลินทรีย์ชนิดไหน
แล้วมันจะไปทำปฏิกิริยาอย่างไรกับสิ่งที่อยู่ในน้ำที่กำลังเน่า...ผมว่าน่าจะไม่ต้องมาสับสนหรือถกกันให้เปลืองสมองอีก


พอดีผมทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับจุลินทรีย์อยู่(ความรู้เท่าหางอึ่ง) tongue.gif
พอจะบอกได้ว่าจุลินทรีย์มีทั้งที่เป็นประโยชน์และก็เป็นโทษ

น้ำหมักชีวภาพที่ใช้ๆกันส่วนมากจะปิดชื่อวิทยาศาสตร์ของเชื้อจุลินทรีย์ไว้เป็นความลับทางการค้า
อย่างมากก็จะบอกว่ามันเป็นกลุ่มไหนเท่านั้น...เช่นแบคทีเรียกลุ่มแลคติค...ที่ย่อยสารอาหารแล้วเกิดกรดแลคติค
ซึ่งหากมีมากเกินไปก็เป็นโทษ...บางชนิดก็ทำให้เกิดแก๊ซ...มีกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น ฯลฯ

อย่างที่ป๋า Dick บอกจุลินทรีย์มันก็ต้องการที่อยู่ โดยทั่วไปหากเพาะเลี้ยงในห้องทดลอง
จะต้องเลี้ยงในอาหาร อาจจะเป็นอาหารแข็ง(agar) หรืออาหารเหลว(Broth) หากต้องการแยกชนิดเชื้อจะต้องเลี้ยงในอาหารแข็ง
แล้วเลือกเอาเฉพาะโคโลนีที่น่าจะดี แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติต่อไป
และหากจะเพิ่มจำนวนเชื้อให้มากๆก็เลี้ยงในอาหารเหลว...และที่สำคัญอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมก็ต้องเหมาะสม
เชื้อที่ดีหากสามารถเจริญได้ทั้งในสภาวะไร้อ๊อกซิเจน...และมีอ๊อกซิเจน แบบนี้ถือว่าเยี่ยมยอด

สรุปก็คือว่า ของดีมีอยู่จริงหากใช้ให้ถูกและมีหัวเชื้อที่ดี แต่หากมีเชื้อปนเปื้อนที่เป็นโทษ ก็คงจะเป็นผลเสียมากกว่า
และที่สำคัญไม่ควรใช้กับร่างกาย หากไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อชนิดใด มีการรับรองจากสถาบันใดหรือยัง

ปล.มีนักวิชาการที่รู้เรื่องนี้มากมาย แต่ไม่เห็นได้ออกมาพูดซักเท่าไรเลย laugh.gif teehee.gif verymad.gif
aoh60
[quote name='เหล็กแหนบ' date='7 November 2011, 06:52 PM' post='254237']
ที่บอกว่าจุลินทรีย์ที่นำมาทำ EM Ball หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าถ้าบอกว่ามันคือจุลินทรีย์ชนิดไหน
แล้วมันจะไปทำปฏิกิริยาอย่างไรกับสิ่งที่อยู่ในน้ำที่กำลังเน่า...ผมว่าน่าจะไม่ต้องมาสับสนหรือถกกันให้เปลืองสมองอีก


พอดีผมทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับจุลินทรีย์อยู่(ความรู้เท่าหางอึ่ง) tongue.gif
พอจะบอกได้ว่าจุลินทรีย์มีทั้งที่เป็นประโยชน์และก็เป็นโทษ

น้ำหมักชีวภาพที่ใช้ๆกันส่วนมากจะปิดชื่อวิทยาศาสตร์ของเชื้อจุลินทรีย์ไว้เป็นความลับทางการค้า
อย่างมากก็จะบอกว่ามันเป็นกลุ่มไหนเท่านั้น...เช่นแบคทีเรียกลุ่มแลคติค...ที่ย่อยสารอาหารแล้วเกิดกรดแลคติค
ซึ่งหากมีมากเกินไปก็เป็นโทษ...บางชนิดก็ทำให้เกิดแก๊ซ...มีกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น ฯลฯ

อย่างที่ป๋า Dick บอกจุลินทรีย์มันก็ต้องการที่อยู่ โดยทั่วไปหากเพาะเลี้ยงในห้องทดลอง
จะต้องเลี้ยงในอาหาร อาจจะเป็นอาหารแข็ง(agar) หรืออาหารเหลว(Broth) หากต้องการแยกชนิดเชื้อจะต้องเลี้ยงในอาหารแข็ง
แล้วเลือกเอาเฉพาะโคโลนีที่น่าจะดี แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติต่อไป
และหากจะเพิ่มจำนวนเชื้อให้มากๆก็เลี้ยงในอาหารเหลว...และที่สำคัญอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมก็ต้องเหมาะสม
เชื้อที่ดีหากสามารถเจริญได้ทั้งในสภาวะไร้อ๊อกซิเจน...และมีอ๊อกซิเจน แบบนี้ถือว่าเยี่ยมยอด

สรุปก็คือว่า ของดีมีอยู่จริงหากใช้ให้ถูกและมีหัวเชื้อที่ดี แต่หากมีเชื้อปนเปื้อนที่เป็นโทษ ก็คงจะเป็นผลเสียมากกว่า
และที่สำคัญไม่ควรใช้กับร่างกาย หากไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อชนิดใด มีการรับรองจากสถาบันใดหรือยัง

ปล.มีนักวิชาการที่รู้เรื่องนี้มากมาย แต่ไม่เห็นได้ออกมาพูดซักเท่าไรเลย laugh.gif teehee.gif verymad.gif
[/quote

ในกรณีนี้ผมว่า เอาหัวเชื้อ พด 6 ของกรมพัฒนาที่ดินน่าจะใช้ได้นะครับ
aoh60
หรือไปซื้อในโลตัส บิ๊กซี ได้ไหมครับ ที่ส่วนน้ำยาล้างห้องน้ำล้างท่อก็มีขายอยู่ rolleyes.gif
หนึ่ง
เห็นด้วยกับหมอเหล็กแหนบครับ thumbsup.gif

สรุปอีกทีว่า

EM ที่มาจาก สถาบันวิชาการหรือการหมักบ่มที่ถูกต้องนั้น แก้ปัญหาได้จริง แต่ปัญหาคือ ไอ้EM ที่ใช้แจกๆกันอยู่ไม่แน่ใจว่าจะมีเชื้อที่ทำงานได้ ดังนั้น จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่

ผมเข้าไปอ่านในพันธ์ทิพย์แล้ว เพลียเลยครับ คนไทยสมัยนี้เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งโดยแท้ confused.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.