Help - Search - Members - Calendar
Full Version: มีดืที่ดีต้องเชิ่องมือ ....ลูบคมมีดโดยไม่ถูกบาดมือ
ชุมชนคนรักมีด > ลานเสวนา DISCUSSION BOARD > ลานอเนกประสงค์ (General Discussion)
Dick
เชิญชมสารคดีคุณโจ๋ย บางจากกันนะครับ
ผมอาจจะไม่เข้าใจเรื่องมีดอย่างลึกซึ้งเพียงพอ แต่นึกภาพออกว่ามีดที่ลูบได้โดยไม่บาดมือนั้นทำได้ แต่มันจะคมที่สุดแล้วหรือ ?
เรื่องนี้พูดกันมาหลายปีดีดัก มันจริง ไม่จริง หรือว่ามีการสื่อสารที่ผิดไปในบางรายละเอียด ?
อย่างไรกด็ตาม ผมไม่มีเจตนาลบหลู่ท่านจ่าตุ่มผู้เป็นปูชนียบุคคลของวงการมีดไทย
และ ไม่มีเจตนาลบหลู่คุณโจ๋ย ซึ่งผมศรัทธาในทุกๆผลงาน หนังสือคุณโจ๋ย ผมมีฉบับละหลายๆเล่ม เอาไว้อ่าน อ่านแล้วก็ชอบอ่านอีกประจำ



น้ำพริกหอม
คำบรรยายสวยงามเหมือนกวีนิพนธ์เลยครับ
bancha
ยุคนั้นก็เชื่อครับ
tongue.gif
ชัชวาลย์
QUOTE (bancha @ 12 March 2011, 06:27 AM) *
ยุคนั้นก็เชื่อครับ
tongue.gif



...คำพูดคุณบัญชาประโยคนี้- คมกว่ามีดอีก thumbsup.gif
walker
เป็นเรื่องที่ผมสงสัยมานานแล้วครับ และยังสงสัยอยู่
เหล็กแหนบ
ตอนนั้น ผมดูรายการ ผมก็เชื่ออย่างนั้นครับ thumbsup.gif
ทำให้หลายปีต่อมา...ผมพยายามพิสูจน์...
โดยการซื้อมีดของช่างชื่อดัง จ.อุทัย (แต่ไม่ใช่ของจ่าตุ่มนะครับ) tongue.gif


แต่ก็ไม่เป็นผล...เพราะมีดที่คม จะคมมาก คมน้อย
หากลูบ ไม่เป็น ก็ได้เลือดหมดแหละครับ... biggrin.gif

ปล.เมื่อก่อนชอบดูรายการส่องโลกของพี่โจ๋ย มาก
ส่วนหนึ่งก็เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตซึ่งได้จากรายการนี่เองครับ whistling.gif
ชัชวาลย์
QUOTE (Dick @ 12 March 2011, 01:55 AM) *
เชิญชมสารคดีคุณโจ๋ย บางจากกันนะครับ
ผมอาจจะไม่เข้าใจเรื่องมีดอย่างลึกซึ้งเพียงพอ แต่นึกภาพออกว่ามีดที่ลูบได้โดยไม่บาดมือนั้นทำได้ แต่มันจะคมที่สุดแล้วหรือ ?
เรื่องนี้พูดกันมาหลายปีดีดัก มันจริง ไม่จริง หรือว่ามีการสื่อสารที่ผิดไปในบางรายละเอียด ?
อย่างไรกด็ตาม ผมไม่มีเจตนาลบหลู่ท่านจ่าตุ่มผู้เป็นปูชนียบุคคลของวงการมีดไทย
และ ไม่มีเจตนาลบหลู่คุณโจ๋ย ซึ่งผมศรัทธาในทุกๆผลงาน หนังสือคุณโจ๋ย ผมมีฉบับละหลายๆเล่ม เอาไว้อ่าน อ่านแล้วก็ชอบอ่านอีกประจำ





คงทำนองเดียวกันกับ...

...ภาพที่งดงามที่สุด มองด้วยตาไม่เห็น
หากแต่จะสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก และใจของเรา
biggrin.gif
flycatcher_xiii
-มีดืที่ดีต้องเชิ่องมือ ....ลูบคมมีดโดยไม่ถูกบาดมือ-

ง่า.....ผมไม่เคยได้ยินครับพี่

สงสัยจะเกิดไม่ทันยุคนี้ laugh.gif tongue.gif
น้ำโบราณ
ท่ีว่า มีดดีต้องเชื่องมือ ลูปคมได้ ผมว่าถ้าไม่ใช้วิชาโบราณ พุทธคุณหรือเครื่องรางของขลังท่ีเห็นมาโดนทีไรเป็นได้เลือดทุกครั้ง แต่วัตถุประสงค์ของการทำมีดท่ีดีท่ีทุกคนปรารถนา คือคมตัดฟันทุกสิ่งได้อย่างใจ(แต่ผู้ใช้ต้องมีสติใช้อย่างรอบคอบ)ท่ีพูดข้างต้นว่าเชื่องมือ ต้องลูปคมได้ ยังสงสัยอยู่เพราะถ้ามีดดีผมฟันทีไรขาดไม่มีเหลือ สงสัยครับ
nunkasho
blink.gif wacko.gif teehee.gif
มีมีดแบบนี่ด้วยเหรอครับ











คนคม
ผมชอบคมแบบสากมือนิดๆ มากกว่าครับ คมแบบลื่นๆมันก็คมเท่าที่เคยเล่นมานะผมว่าแต่ตัดแล่เฉือนจริงๆ ผมชอบสากๆมือนิดๆมากกว่าประมาณฟันเลื่อยเล็กๆละเอียดๆผมว่าตัดง่ายกว่า thumbsup.gif
porin
สมัยก่อนที่ผมได้ดูรายการผมก็เชื่อเหมือนพี่ๆทุกท่านหละครับ biggrin.gif ก็ลองไปลูบใบมีดโกนดูลูบทีไรเป็นได้เลือดทุกที tongue.gif

แต่ก็เป็นเพราะรายการของพี่โจ๋ยนี่เหมือนกันล่ะครับที่ทำให้ผมเลือกทางเดินในการใช้ชีวิต เหตุผลก็คงคล้ายๆของพี่เหล็กแหนบ laugh.gif

ใช้ชีวิตเพื่อให้คนและป่าอยู่ได้อย่างสมดุลและพอเพียง thumbsup.gif

kamet
มีดผ่าตัดของผมคงเป็นมีดไม่ดีครับ อย่าว่าแต่ลูบเลย วางมือลงน้ำหนักนิดเดียวก็ได้เลือดแล้วครับ
Kuntida
หนูไม่กล้าลูบหรอกค่ะ กลัว ต้องไปโรงหมอ
Oat
น่าจะเป็นกรณีที่คล้ายๆกับ ดาบงามหงายครับ (งามหงาย) คือเป็นเรื่องของผล ไม่ใช่เหตุ

เมื่อเล่ากันมาหลายปาก โดยที่เนื้อหาและรายละเอียดลดทอนไปเรื่อยๆ ตามจำนวนปาก

สำหรับกรณีนี้ ผมเดาว่าเริ่มต้นน่าจะมาจากเอกสารเรื่องมีดที่มาจากต่างประเทศของจ่าตุ่ม ซึ่งตอนนั้นคนที่ศึกษาเรื่องมีดอย่างลึกซึ้งมีไม่กี่คน และไม่มีสังคมออนไลน์อย่างสมัยนี้

และเดาว่าหนึ่งในเอกสารนั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับการลับมีด คือมีดที่ลับคมดี จะต้องไม่มี Burr เหลือ

โดยทั่วไป เมื่อลับมีดถึงขอบคม เหล็กที่ขอบคมจะล้ม ม้วนไปอีกข้าง อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า burr หรือ wire edge
ขนาดของส่วนที่ล้มไปนี้ จะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่นความแข็ง ความเหนียวของเหล็ก ความแรงของการลับ ความละเอียดและชนิดของวัสดุที่นำมาลับ ฯลฯ


การเกิด burr จะบอกเราได้ว่าตอนนี้ลับถึงขอบคมแล้ว และถึงเวลาที่จะกลับมาลับอีกข้าง หรือใช้วิธีใดๆเพื่อลดขนาดของ burr ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งเมื่อ burr เล็กมากๆ หรือหายไป ก็จะเหลือแต่ขอบคมที่สุด

ภายขยายของส่วนคมมีดที่มี burr เหลือน้อย (รูปขวา) จนเกือบหายไปหมด (รูปกลาง) (SEM picture from Prof. John D. Verhoeven's "Experiments on Knife Sharpening")


ตำราฝรั่ง จะใช้วิธีทดสอบโดยลูบด้านข้างของส่วนคม ด้านตรงข้ามกับด้านที่โดนหินลับ เพื่อดูว่ามีรอยสะดุด หรือ burr หรือไม่ ถ้ามี ก็แสดงว่าลับถึงขอบแล้ว ให้ลับอีกด้านเบาๆ และ/หรือใช้ วัสดุลับที่ีเบอร์ละเอียดขึ้น และค่อยๆลบ burr ให้หมด
การลูบ จะลูบด้านข้างใบหรือค่อนมาทางด้านหน้าคมก็ได้ แต่จะลูบขนานไปกับแนวคม หรือลูบออกจากแนวคม เพื่อหา burr


นี่คือรูปแสดงลักษณะของขอบข้างคมที่ลับไม่ถึงคม และลับถึงคมแล้ว (มี burr)


สำหรับจ่าตุ่มแล้ว ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหา น่าจะเข้าใจดีว่าเมื่อพูดถึงการลูบคมแล้ว ท่านพูดถึงอะไรอยู่ แต่เมื่อแปลงเป็นภาษาไทย และถ่ายทอดออกมา คุณโจ๋ยอาจจะรับ"สาร" มาส่วนหนึ่ง และก็คงจะเข้าใจอยู่บ้าง คือเข้าใจว่าถ้าลูบแล้วสะดุด แปลว่ายังลับไม่ดี และถ้าลูบแล้วไม่สะดุด คือลับมาดีแล้ว ("สาร"ส่วนที่หายไปคือ มีดที่ทื่อจากการสึกหรอ ก็ไม่สะดุดเหมือนกัน)

และเมื่อคุณโจ๋ยถ่ายทอดออกมา ให้คนทั่วไป(ที่ไม่ได้เล่นมีด)ฟัง และด้วยข้อจำกัดของการถ่ายทำ "สาร" ก็หายไปอีกส่วนหนึ่ง คือไม่รู้ว่าการลูบนี้ ลูบยังไง ลูบเมื่อใด บาดมือ หรือสะดุดมือ มีอาการอย่างไร ฯลฯ คนดูบางคนก็เอาไปเล่าต่อ คราวนี้"สาร" ก็ยิ่งเปลี่ยนไปอีก

ทั้งหมดนี้ คือการคาดคะเนล้วนๆครับ เท็จจริงเป็นอย่างไร ก็คงต้องสืบย้อนขึ้นไปครับ


bancha
แหม ดาบงามหงาย นี่น่าจะเป็นประเด็นไปอีกนาน



Mor
ชอบคำตอบอาจารย์โอ๊ตมากครับ
ได้ความรู้ดีดีเป็นของแถมอีกด้วย
thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
Dick
QUOTE (Oat @ 13 March 2011, 03:53 PM) *
น่าจะเป็นกรณีที่คล้ายๆกับ ดาบงามหงายครับ (งามหงาย) คือเป็นเรื่องของผล ไม่ใช่เหตุ

เมื่อเล่ากันมาหลายปาก โดยที่เนื้อหาและรายละเอียดลดทอนไปเรื่อยๆ ตามจำนวนปาก

สำหรับกรณีนี้ ผมเดาว่าเริ่มต้นน่าจะมาจากเอกสารเรื่องมีดที่มาจากต่างประเทศของจ่าตุ่ม ซึ่งตอนนั้นคนที่ศึกษาเรื่องมีดอย่างลึกซึ้งมีไม่กี่คน และไม่มีสังคมออนไลน์อย่างสมัยนี้

และเดาว่าหนึ่งในเอกสารนั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับการลับมีด คือมีดที่ลับคมดี จะต้องไม่มี Burr เหลือ

โดยทั่วไป เมื่อลับมีดถึงขอบคม เหล็กที่ขอบคมจะล้ม ม้วนไปอีกข้าง อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า burr หรือ wire edge
ขนาดของส่วนที่ล้มไปนี้ จะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่นความแข็ง ความเหนียวของเหล็ก ความแรงของการลับ ความละเอียดและชนิดของวัสดุที่นำมาลับ ฯลฯ


การเกิด burr จะบอกเราได้ว่าตอนนี้ลับถึงขอบคมแล้ว และถึงเวลาที่จะกลับมาลับอีกข้าง หรือใช้วิธีใดๆเพื่อลดขนาดของ burr ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งเมื่อ burr เล็กมากๆ หรือหายไป ก็จะเหลือแต่ขอบคมที่สุด

ภายขยายของส่วนคมมีดที่มี burr เหลือน้อย (รูปขวา) จนเกือบหายไปหมด (รูปกลาง) (SEM picture from Prof. John D. Verhoeven's "Experiments on Knife Sharpening")


ตำราฝรั่ง จะใช้วิธีทดสอบโดยลูบด้านข้างของส่วนคม ด้านตรงข้ามกับด้านที่โดนหินลับ เพื่อดูว่ามีรอยสะดุด หรือ burr หรือไม่ ถ้ามี ก็แสดงว่าลับถึงขอบแล้ว ให้ลับอีกด้านเบาๆ และ/หรือใช้ วัสดุลับที่ีเบอร์ละเอียดขึ้น และค่อยๆลบ burr ให้หมด
การลูบ จะลูบด้านข้างใบหรือค่อนมาทางด้านหน้าคมก็ได้ แต่จะลูบขนานไปกับแนวคม หรือลูบออกจากแนวคม เพื่อหา burr


นี่คือรูปแสดงลักษณะของขอบข้างคมที่ลับไม่ถึงคม และลับถึงคมแล้ว (มี burr)


สำหรับจ่าตุ่มแล้ว ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหา น่าจะเข้าใจดีว่าเมื่อพูดถึงการลูบคมแล้ว ท่านพูดถึงอะไรอยู่ แต่เมื่อแปลงเป็นภาษาไทย และถ่ายทอดออกมา คุณโจ๋ยอาจจะรับ"สาร" มาส่วนหนึ่ง และก็คงจะเข้าใจอยู่บ้าง คือเข้าใจว่าถ้าลูบแล้วสะดุด แปลว่ายังลับไม่ดี และถ้าลูบแล้วไม่สะดุด คือลับมาดีแล้ว ("สาร"ส่วนที่หายไปคือ มีดที่ทื่อจากการสึกหรอ ก็ไม่สะดุดเหมือนกัน)

และเมื่อคุณโจ๋ยถ่ายทอดออกมา ให้คนทั่วไป(ที่ไม่ได้เล่นมีด)ฟัง และด้วยข้อจำกัดของการถ่ายทำ "สาร" ก็หายไปอีกส่วนหนึ่ง คือไม่รู้ว่าการลูบนี้ ลูบยังไง ลูบเมื่อใด บาดมือ หรือสะดุดมือ มีอาการอย่างไร ฯลฯ คนดูบางคนก็เอาไปเล่าต่อ คราวนี้"สาร" ก็ยิ่งเปลี่ยนไปอีก

ทั้งหมดนี้ คือการคาดคะเนล้วนๆครับ เท็จจริงเป็นอย่างไร ก็คงต้องสืบย้อนขึ้นไปครับ




อาจารย์โอ๊ทวิเคราะห์ได้ดีเยี่ยม
ผมเอาคำวิเคราะห์ของอาจารย์โอ๊ท ไปประกอบกับท่าท่างการจับคมมีดของจ่าตุ่ม แล้วเข้ากันเปี๊ยบเลย
อนึ่ง อยากให้สังเกตุท่าทางการจับมีดของจ่าตุ่มนะครับ ผมชอบแฮะ ท่านทำได้แอย่างธรรมชาติ + ปลอดภัย สมกับเป็นมือหนึ่งจริงๆ
Big G.
QUOTE (Mor @ 13 March 2011, 09:21 PM) *
ชอบคำตอบอาจารย์โอ๊ตมากครับ
ได้ความรู้ดีดีเป็นของแถมอีกด้วย
thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif


+1 biggrin.gif
JIBII
QUOTE (Mor @ 13 March 2011, 09:21 PM) *
ชอบคำตอบอาจารย์โอ๊ตมากครับ
ได้ความรู้ดีดีเป็นของแถมอีกด้วย
thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif


+1 ด้วยอีกคนนะคะ laugh.gif
ขอบคุณ คะ
คนคม
+10 ชัดเลยครับ thumbsup.gif
Lung Pong
กราบคารวะพี่จ่าครับ
aoh60
ขออณุญาติชื่นชม อ.โอ๊ต ครับ ผมเปิดฟังสองรอบ เพราะรู้สึกเห็นด้วยกับคำบรรยายคือ เขาบอกว่าลูบคมมีดแล้วไม่สากมือ ซึ่งมีดที่พวกผมใช้ก็เป็นอย่างนั้น พูดคร่าว ๆ น่าจะหมายถึงมีดที่ลับแล้วคมไม่ล้ม คมมีดที่ผมใช้ทั่วไปแบ่งคร่าว ๆ มี สองแบบ คือ คมหนา ใช้กับมิดที่ทำงานหนักเช่นฟันไม้ ตัดปาล์มสับกระดูก แต่มีดคมบางนั้นใช้สำหรับแล่ มีดที่ผมใช้ เป็นมีดสไลซ์ ตั้งคม สิบห้าองศาเวลาลับเริ่มด้วยหินหยาบ แล้วลงหินละเอียด ต่อด้วยเหล็กละเอียด มีดที่ดี และลับได้ดีคมไม่บางเกิน จะไม่ล้ม ถ้ามีดไมดีลับให้ดีได้ยาก เพราะเหล็กไม่มีความแข็งพอ มันเหนียวแต่ล้มง่าย ถ้ามีดเป็นเหล็กที่ดีและเป็นมีดที่ดี แต่ ตั้งคมหนาไป ก็ใช้สไลซ์ไม่ได้ใช้ทำงานละเอียดไม่ดี ถ้าตั้งคมบางไปมีดก็พับกลายเป็นใบเลือย และสากนิ้วเวลาลูบ และจะสะท้อนแสงเวลาส่องดูกับไฟ คมอย่างนี้ถึงเอาไปลงเหล็กต่อก็ใช้ไม่ได้ แต่ที่ทำได้ดี ชึ่งน่าจะเป็นอย่างที่ในคลิปพูดถึง คือลูบแล้วลื่น แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับคุณสมบัติของเหล็ก วิธีการลับ อุปกรณื และฝีมือการลับ ..... แต่จริง ๆ เป็นไงผมก็ไม่รู้ แต่แค่ตั้งมีดกับหินละเอียดให้เสร็จกก่อนลงเหล็ก รุ่นพี่ ๆ บอกใช้ได้ก็หัดลับนาน เกือบอาทิตย์
Dick
ความเห็นของคุณ OAH น่าคุยกัน น่าต่อยอดมากมายทีเดียว thumbsup.gif

นับว่าคุณ AIOH เป็นผู้ใช้มีดที่มีประสพการณ์ และมีฝีมือทีเดียว
มีบางประเด็น ที่ผม ในฐานะคนทำมีด และผมลับคมมีดมานับพันเล่ม
ผมขอแสดงความเห็นดังนี้ครับ



QUOTE (aoh60 @ 14 March 2011, 09:39 PM) *
ขออณุญาติชื่นชม อ.โอ๊ต ครับ ผมเปิดฟังสองรอบ เพราะรู้สึกเห็นด้วยกับคำบรรยายคือ

เขาบอกว่าลูบคมมีดแล้วไม่สากมือ ซึ่งมีดที่พวกผมใช้ก็เป็นอย่างนั้น
พูดคร่าว ๆ น่าจะหมายถึงมีดที่ลับแล้วคมไม่ล้ม

อันนี้ประเด็นเดียวกับที่อ.โอ๊ท ได้สรุปวิเคราะห์ไว้



คมมีดที่ผมใช้ทั่วไปแบ่งคร่าว ๆ มี สองแบบ คือ คมหนา ใช้กับมิดที่ทำงานหนักเช่นฟันไม้ ตัดปาล์มสับกระดูก
แต่มีดคมบางนั้นใช้สำหรับแล่ มีดที่ผมใช้ เป็นมีดสไลซ์ ตั้งคม สิบห้าองศาเวลาลับเริ่มด้วยหินหยาบ แล้วลงหินละเอียด ต่อด้วยเหล็กละเอียด
มีดที่ดี และลับได้ดีคมไม่บางเกิน จะไม่ล้ม ถ้ามีดไมดีลับให้ดีได้ยาก เพราะเหล็กไม่มีความแข็งพอ มันเหนียวแต่ล้มง่าย




มีดที่ชุบมาไม่เเข็ง สามารถลับคมได้บาง แต่อาจจะล้มได้จริง
มีดที่แข็งมากๆ .......กรณีนี้ บางครั้งเเข็งเกินไป ลับคมยาก และมักจะเเข็งเปราะ

มีดในอุดมคติ ที่เราทำกัน นั้น เราไม่ยืนยันว่ามันดีเยี่ยมที่สุด แต่ณ ปัจจุบันไม่มีอื่นใดที่ดีกว่านี้ กล่าวคือ
สภาวะของเหล็กเป็นมาร์เทนไซส์ (เป็นสภาวะหนึ่งท่างด้านโลหะวิทยา) และต้องมีเกรนที่ละเอียดสม่ำเสมอทั้งเกรน และโครงสร้างโลหะตามสภาวะคงวามร้อนเชิงเทคนิคที่ให้
เชื่อหรือไม่ว่า ตอนที่ผมเดินคมมีดด้วยสายพานกระดาษทรายคมๆ ใหม่ๆ ละเอียดละเอียด เนื้อมีดส่วนคมมีด จะบางรีดออกไปเป็นกระดาฟลอยด์ที่ห่อขนมเลย

ถ้ามีดเป็นเหล็กที่ดีและเป็นมีดที่ดี แต่ ตั้งคมหนาไป ก็ใช้สไลซ์ไม่ได้ใช้ทำงานละเอียดไม่ดี
ถ้าตั้งคมบางไปมีดก็พับกลายเป็นใบเลือย และสากนิ้วเวลาลูบ
และจะสะท้อนแสงเวลาส่องดูกับไฟ


อันนี้แสดงถึงชั่วโมงบินคุณ OAH ครับ thumbsup.gif



คมอย่างนี้ถึงเอาไปลงเหล็กต่อก็ใช้ไม่ได้ แต่ที่ทำได้ดี ชึ่งน่าจะเป็นอย่างที่ในคลิปพูดถึง คือลูบแล้วลื่น แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับคุณสมบัติของเหล็ก วิธีการลับ อุปกรณื และฝีมือการลับ ..... แต่จริง ๆ เป็นไงผมก็ไม่รู้ แต่แค่ตั้งมีดกับหินละเอียดให้เสร็จกก่อนลงเหล็ก รุ่นพี่ ๆ บอกใช้ได้ก็หัดลับนาน เกือบอาทิตย์




ผมจขอสรุปตามประสพการณ์เป็นข้อๆดังนี้ครับ

1. มีดที่ไม่ได้อบชุบแข็ง หรือชุบแข็งไม่พอ .......คมล้มง่าย แต่ลับคมให้บางได้
2. มีดที่เเข็งเกินไป แข็งเปราะ ลับคมยาก
3. มีดที่ลับคมยาก บางกรณีเกิดจาก "เกรนโต" โลหะไม่มีความละเอียดพอ ไม่สามารถลับคมให้สุดขอบคมมีดได้ เพราะเนื้อโลหะจะยุ่ยออกไปเป็นแป้งก่อน (อาจจะเป็นสาเหตุของมีดที่ลับอย่างไรก็ไม่คม ไม่มีเกษร)
4. มีดที่มีความเเข็งตามเป้าหมายของการเป็นมีดที่ดี (58-60 HRC บวกลบ) หากรักษาเกรนเหล็กให้ละเอียด (ทำยากมากๆ) ละลับคมง่าย และรักษาคมดีด้วย ตลอดจนมีความเเข็งตามอุดมคติของมีดที่ดี (เท่าที่เรามีความรู้ในขณะนี้)
watcharin
http://youtu.be/ce1MU1jsh0Q
Dick
QUOTE (watcharin @ 20 April 2011, 11:33 PM) *




นายแน่มั่ก thumbsup.gif
Sonny
หนึ่งในเอกสารที่จ่าตุ่มใช้ คือหนังสือรวมบทความชื่อ Knives ปี 86 ครับ ที่บอกว่าต้องไปจ้างคนในตลาดแปลทั้งเล่ม
เพราะผมเป็นคนให้หนังสือเล่มนั้นกับจ่าตุ่มเอง

ในนั้นผมไม่ทันเห็นว่ามีเรื่องลับมีดหรือเปล่า เพราะตอนนั้นยังไม่บ้ามีด แต่เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับจ่าตุ่มมากกว่าผม เพราะผมไม่ได้ทำมีด

จากที่มีมีดจ่าตุ่มรุ่นไปทางแรกๆ ก่อนจะให้หนังสือไป และพิจารณาการทำมีด จ่าตุ่มจะทำมีดแบบบังคม คือ convex บางเล่มจะมี hollow ด้วย
และปัดเงาคม ทำให้คมลื่น จะไม่โดนปลายคมง่ายๆถ้าลูบ
การตัดเฉือนต้องออกแรงเล็กน้อยให้คมจับวัสดุที่จะตัด คือต้องตั้งใจตัด

ส่วนที่ถือเป็นตำนาน คือดูที่แนวคิดที่ทำมีดสมัยใหม่ การออกแบบเพื่อใช้งาน ความประณีต
เมื่อนึกว่าอุปกรณ์ในสมัย 20 กว่าปีก่อน
แค่ทำ nail nick ที่ใบมีดพับ ผมก็ว่ายากแล้ว
ตอนหลังจ่าตุ่มทำงานแนว art knife ก็ยิ่งน่าทึ่ง

ขอเน้นว่าจ่าตุ่มไม่ได้ลงมือทำมีดครับ เป็นมันสมองให้ทีมช่าง
ถ้างานไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ถูกใจ ไม่ปล่อยออกมา
คนที่ซื้อไปถึงเสียดาย ไม่ใช้ แต่เก็บสะสมมากกว่า
อีกเรื่องหนึ่งคือความเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นแบบกลายๆ คือจ่าตุ่มไม่ทำมีดซ้ำแบบออกมามาก
เคยไปขอให้จ่าตุ่มทำมีดแบบหนึ่งขึ้นมาอีก
จ่าบอกว่ามีดแบบนี้ทำมาหลายเล่มแล้ว น่าจะได้ยินว่า 3 เล่ม เบื่อ ทำแบบอื่นดีกว่า

ความที่อยู่แบบบ้านๆ กับคนใช้มีด และใช้เองด้วย ทำให้น่าเชื่อถือ
เพราะออกแบบโดยคิดถึงการใช้งานของคน และทำมีดตามการใช้งานจริง

ถ้าจับมีดเหน็บลุงแป๊ะ ถึงจะเข้าใจว่าท่านขึ้นคมมีดยังไง ที่เหมาะกับมีดใช้งานเป็นหลัก
แต่ว่าไม่คมบางเฉัยบแบบกรีดกระดาษเล่น ในสมัยนี้

ขอน้อมคารวะปรมาจารย์ทั้งสองท่าน wub.gif
Dick
QUOTE (Oat @ 13 March 2011, 03:53 PM) *
น่าจะเป็นกรณีที่คล้ายๆกับ ดาบงามหงายครับ (งามหงาย) คือเป็นเรื่องของผล ไม่ใช่เหตุ

เมื่อเล่ากันมาหลายปาก โดยที่เนื้อหาและรายละเอียดลดทอนไปเรื่อยๆ ตามจำนวนปาก

สำหรับกรณีนี้ ผมเดาว่าเริ่มต้นน่าจะมาจากเอกสารเรื่องมีดที่มาจากต่างประเทศของจ่าตุ่ม ซึ่งตอนนั้นคนที่ศึกษาเรื่องมีดอย่างลึกซึ้งมีไม่กี่คน และไม่มีสังคมออนไลน์อย่างสมัยนี้

และเดาว่าหนึ่งในเอกสารนั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับการลับมีด คือมีดที่ลับคมดี จะต้องไม่มี Burr เหลือ

โดยทั่วไป เมื่อลับมีดถึงขอบคม เหล็กที่ขอบคมจะล้ม ม้วนไปอีกข้าง อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า burr หรือ wire edge
ขนาดของส่วนที่ล้มไปนี้ จะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่นความแข็ง ความเหนียวของเหล็ก ความแรงของการลับ ความละเอียดและชนิดของวัสดุที่นำมาลับ ฯลฯ


การเกิด burr จะบอกเราได้ว่าตอนนี้ลับถึงขอบคมแล้ว และถึงเวลาที่จะกลับมาลับอีกข้าง หรือใช้วิธีใดๆเพื่อลดขนาดของ burr ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งเมื่อ burr เล็กมากๆ หรือหายไป ก็จะเหลือแต่ขอบคมที่สุด

ภายขยายของส่วนคมมีดที่มี burr เหลือน้อย (รูปขวา) จนเกือบหายไปหมด (รูปกลาง) (SEM picture from Prof. John D. Verhoeven's "Experiments on Knife Sharpening")


ตำราฝรั่ง จะใช้วิธีทดสอบโดยลูบด้านข้างของส่วนคม ด้านตรงข้ามกับด้านที่โดนหินลับ เพื่อดูว่ามีรอยสะดุด หรือ burr หรือไม่ ถ้ามี ก็แสดงว่าลับถึงขอบแล้ว ให้ลับอีกด้านเบาๆ และ/หรือใช้ วัสดุลับที่ีเบอร์ละเอียดขึ้น และค่อยๆลบ burr ให้หมด
การลูบ จะลูบด้านข้างใบหรือค่อนมาทางด้านหน้าคมก็ได้ แต่จะลูบขนานไปกับแนวคม หรือลูบออกจากแนวคม เพื่อหา burr


นี่คือรูปแสดงลักษณะของขอบข้างคมที่ลับไม่ถึงคม และลับถึงคมแล้ว (มี burr)


สำหรับจ่าตุ่มแล้ว ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหา น่าจะเข้าใจดีว่าเมื่อพูดถึงการลูบคมแล้ว ท่านพูดถึงอะไรอยู่ แต่เมื่อแปลงเป็นภาษาไทย และถ่ายทอดออกมา คุณโจ๋ยอาจจะรับ"สาร" มาส่วนหนึ่ง และก็คงจะเข้าใจอยู่บ้าง คือเข้าใจว่าถ้าลูบแล้วสะดุด แปลว่ายังลับไม่ดี และถ้าลูบแล้วไม่สะดุด คือลับมาดีแล้ว ("สาร"ส่วนที่หายไปคือ มีดที่ทื่อจากการสึกหรอ ก็ไม่สะดุดเหมือนกัน)

และเมื่อคุณโจ๋ยถ่ายทอดออกมา ให้คนทั่วไป(ที่ไม่ได้เล่นมีด)ฟัง และด้วยข้อจำกัดของการถ่ายทำ "สาร" ก็หายไปอีกส่วนหนึ่ง คือไม่รู้ว่าการลูบนี้ ลูบยังไง ลูบเมื่อใด บาดมือ หรือสะดุดมือ มีอาการอย่างไร ฯลฯ คนดูบางคนก็เอาไปเล่าต่อ คราวนี้"สาร" ก็ยิ่งเปลี่ยนไปอีก

ทั้งหมดนี้ คือการคาดคะเนล้วนๆครับ เท็จจริงเป็นอย่างไร ก็คงต้องสืบย้อนขึ้นไปครับ



QUOTE (Dick @ 13 March 2011, 09:35 PM) *
อาจารย์โอ๊ทวิเคราะห์ได้ดีเยี่ยม
ผมเอาคำวิเคราะห์ของอาจารย์โอ๊ท ไปประกอบกับท่าท่างการจับคมมีดของจ่าตุ่ม แล้วเข้ากันเปี๊ยบเลย
อนึ่ง อยากให้สังเกตุท่าทางการจับมีดของจ่าตุ่มนะครับ ผมชอบแฮะ ท่านทำได้แอย่างธรรมชาติ + ปลอดภัย สมกับเป็นมือหนึ่งจริงๆ



QUOTE (Sonny @ 21 April 2011, 05:43 AM) *
หนึ่งในเอกสารที่จ่าตุ่มใช้ คือหนังสือรวมบทความชื่อ Knives ปี 86 ครับ ที่บอกว่าต้องไปจ้างคนในตลาดแปลทั้งเล่ม
เพราะผมเป็นคนให้หนังสือเล่มนั้นกับจ่าตุ่มเอง

ในนั้นผมไม่ทันเห็นว่ามีเรื่องลับมีดหรือเปล่า เพราะตอนนั้นยังไม่บ้ามีด แต่เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับจ่าตุ่มมากกว่าผม เพราะผมไม่ได้ทำมีด

จากที่มีมีดจ่าตุ่มรุ่นไปทางแรกๆ ก่อนจะให้หนังสือไป และพิจารณาการทำมีด จ่าตุ่มจะทำมีดแบบบังคม คือ convex บางเล่มจะมี hollow ด้วย
และปัดเงาคม ทำให้คมลื่น จะไม่โดนปลายคมง่ายๆถ้าลูบ
การตัดเฉือนต้องออกแรงเล็กน้อยให้คมจับวัสดุที่จะตัด คือต้องตั้งใจตัด


ส่วนที่ถือเป็นตำนาน คือดูที่แนวคิดที่ทำมีดสมัยใหม่ การออกแบบเพื่อใช้งาน ความประณีต
เมื่อนึกว่าอุปกรณ์ในสมัย 20 กว่าปีก่อน
แค่ทำ nail nick ที่ใบมีดพับ ผมก็ว่ายากแล้ว
ตอนหลังจ่าตุ่มทำงานแนว art knife ก็ยิ่งน่าทึ่ง

ขอเน้นว่าจ่าตุ่มไม่ได้ลงมือทำมีดครับ เป็นมันสมองให้ทีมช่าง
ถ้างานไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ถูกใจ ไม่ปล่อยออกมา
คนที่ซื้อไปถึงเสียดาย ไม่ใช้ แต่เก็บสะสมมากกว่า
อีกเรื่องหนึ่งคือความเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นแบบกลายๆ คือจ่าตุ่มไม่ทำมีดซ้ำแบบออกมามาก
เคยไปขอให้จ่าตุ่มทำมีดแบบหนึ่งขึ้นมาอีก
จ่าบอกว่ามีดแบบนี้ทำมาหลายเล่มแล้ว น่าจะได้ยินว่า 3 เล่ม เบื่อ ทำแบบอื่นดีกว่า

ความที่อยู่แบบบ้านๆ กับคนใช้มีด และใช้เองด้วย ทำให้น่าเชื่อถือ
เพราะออกแบบโดยคิดถึงการใช้งานของคน และทำมีดตามการใช้งานจริง

ถ้าจับมีดเหน็บลุงแป๊ะ ถึงจะเข้าใจว่าท่านขึ้นคมมีดยังไง ที่เหมาะกับมีดใช้งานเป็นหลัก
แต่ว่าไม่คมบางเฉัยบแบบกรีดกระดาษเล่น ในสมัยนี้

ขอน้อมคารวะปรมาจารย์ทั้งสองท่าน wub.gif




อีก 1 ความเห็นอันน่าสนใจ และมีคุณค่า
กระทู้นี้ เป็นเรื่องราวการ "ตามรอยจ่าตุ่ม และคุณโจ๋ย" ที่น่าสนใจทีเดียว
ผมเห็นด้วยกับป๋าซันฯว่าการวิเคราะห์ วิจารณ์ผลงานของผู้คนในอดีต จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงองค์ความรู้ และความพร้อมในด้านเครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ในขณะนั้นด้วย
ขอเน้นว่าประเด็นขององค์ความรู้ที่กล่าวไว้ข้างต้น ไม่ใช่ว่าจะจำกัด หรือไม่มี แต่ว่าเป็นประเด็นของการสื่อสารจากผู้ให้ข้อมูล สู่ผู้รับข้อมูล
Yai
QUOTE (Sonny @ 21 April 2011, 05:43 AM) *
หนึ่งในเอกสารที่จ่าตุ่มใช้ คือหนังสือรวมบทความชื่อ Knives ปี 86 ครับ ที่บอกว่าต้องไปจ้างคนในตลาดแปลทั้งเล่ม
เพราะผมเป็นคนให้หนังสือเล่มนั้นกับจ่าตุ่มเอง

ในนั้นผมไม่ทันเห็นว่ามีเรื่องลับมีดหรือเปล่า เพราะตอนนั้นยังไม่บ้ามีด แต่เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับจ่าตุ่มมากกว่าผม เพราะผมไม่ได้ทำมีด

จากที่มีมีดจ่าตุ่มรุ่นไปทางแรกๆ ก่อนจะให้หนังสือไป และพิจารณาการทำมีด จ่าตุ่มจะทำมีดแบบบังคม คือ convex บางเล่มจะมี hollow ด้วย
และปัดเงาคม ทำให้คมลื่น จะไม่โดนปลายคมง่ายๆถ้าลูบ
การตัดเฉือนต้องออกแรงเล็กน้อยให้คมจับวัสดุที่จะตัด คือต้องตั้งใจตัด

ส่วนที่ถือเป็นตำนาน คือดูที่แนวคิดที่ทำมีดสมัยใหม่ การออกแบบเพื่อใช้งาน ความประณีต
เมื่อนึกว่าอุปกรณ์ในสมัย 20 กว่าปีก่อน
แค่ทำ nail nick ที่ใบมีดพับ ผมก็ว่ายากแล้ว
ตอนหลังจ่าตุ่มทำงานแนว art knife ก็ยิ่งน่าทึ่ง

ขอเน้นว่าจ่าตุ่มไม่ได้ลงมือทำมีดครับ เป็นมันสมองให้ทีมช่าง
ถ้างานไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ถูกใจ ไม่ปล่อยออกมา
คนที่ซื้อไปถึงเสียดาย ไม่ใช้ แต่เก็บสะสมมากกว่า
อีกเรื่องหนึ่งคือความเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นแบบกลายๆ คือจ่าตุ่มไม่ทำมีดซ้ำแบบออกมามาก
เคยไปขอให้จ่าตุ่มทำมีดแบบหนึ่งขึ้นมาอีก
จ่าบอกว่ามีดแบบนี้ทำมาหลายเล่มแล้ว น่าจะได้ยินว่า 3 เล่ม เบื่อ ทำแบบอื่นดีกว่า

ความที่อยู่แบบบ้านๆ กับคนใช้มีด และใช้เองด้วย ทำให้น่าเชื่อถือ
เพราะออกแบบโดยคิดถึงการใช้งานของคน และทำมีดตามการใช้งานจริง

ถ้าจับมีดเหน็บลุงแป๊ะ ถึงจะเข้าใจว่าท่านขึ้นคมมีดยังไง ที่เหมาะกับมีดใช้งานเป็นหลัก
แต่ว่าไม่คมบางเฉัยบแบบกรีดกระดาษเล่น ในสมัยนี้

ขอน้อมคารวะปรมาจารย์ทั้งสองท่าน wub.gif


..ใครจะว่ายังไง สำหรับผมให้ความเคารพและนับถือจ่าตุ่ม และชอบสะสมงานของจ่าตุ่มไม่เคยขาย
..ต้องย้อนหลังไปกว่า 20 ปีเหมือนที่พี่พี่Sonnyว่าไว้ ผมถือว่าจ่าแก่เป็นผู้บุกเบิกและเป็นตำนานมีดของเมืองไทย thumbsup.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.