Help - Search - Members - Calendar
Full Version: บ้านขุนศึก ภาค 2
ชุมชนคนรักมีด > ลานวัฒนธรรม (Cultural Center) > วัฒนธรรมและอาวุธโบราณ (Cultural Center)
Pages: 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12
หนึ่ง
ให้ไวครับท่านพีึ่ ได้ข่าวว่า เจ้าของดาบถึงกับขายไรเฟิลเพื่อการนี้ laugh.gif laugh.gif laugh.gif
bancha
ไม่ได้แพงขนาดนั้น laugh.gif

แวบมา
ดาบในตำนาน thumbsup.gif
โอริท
QUOTE (bancha @ 1 August 2011, 01:55 PM) *
ผลงานล่าสุดของทีมงานบ้านขุนศึก
เล่มนี้เสร็จแล้วสักระยะแล้วแต่เพิ่งไปรับมาส่งมอบเจ้าของ

ดาบทรงหัวโต้แบบหนึ่งของอยุธยา
ด้ามดุนทองแดงขึ้นรูป อย่างอยุธยาตอนปลาย
ใบดาบคร่ำเงิน
สัดส่วนสมดุลดี

อิจฉาเจ้าของเลยครับ






มุมภาพกับตัวจริงอาจต่างกันได้เล็กน้อย
[font="Arial Black"][/font][size="5"][/size] สวัสดีพี่ๆและสมาชิกทุกท่านครับ ขอเข้ามาหาความรู้ด้วยคนนะครับผม เห็นงานดาบเล่มนี้แล้ว สวยงามดีจริงๆครับผม เป็นแรงกำลังใจในการสร้างงาน Reproducts จริงๆ สวยงามมากครับ
ธงอินทร์
QUOTE (แวบมา @ 2 August 2011, 09:51 PM) *
ดาบในตำนาน thumbsup.gif


ตำนาน หรือ ทำนาน ครับ
bancha
QUOTE (ธงอินทร์ @ 10 August 2011, 11:43 AM) *
ตำนาน หรือ ทำนาน ครับ


555 laugh.gif laugh.gif laugh.gif
รู้จริงครับ เล่มนี้ทำนานจริงๆ


ถ้ามีที่ทำดาบได้ดีๆก็แนะนำกันได้ครับ




bancha
งานใหม่ แต่เยี่ยมในทุกจุดอีกเล่ม
คืองานฝีมือสล่าโอเล่มนี้ สมดุลเยี่ยมจริงๆ
ลองกระซิบถามสล่าโอครับว่ากว่าจะเป็นเล่มนี้ใช้เวลาเท่าไร

แต่ถ้าสั่งใหม่คงไม่ต้องนานเพราะรู้มือกันดีแล้ว
ปัจจุบันฝีมือสล่าโอไม่แพ้คนโบราณเลย
bancha
เดี๋ยวชวนเสวนาว่าด้วย ดาบสกุลพิษณุโลก-กำแพงเพชร
พบมากกว่าดาบหุ้มเงินอื่นๆหัวเมืองเหนือของสยาม (ไม่รวมพื้นที่ล้านนา)และรูปแบบนี้ไปไกลในหลายพื้นที่ของประเทศลาว
ไม่ฟันธงดีกว่า แค่เจอแล้วเอามาเล่า

bancha
ส่วนคอมีโครงสร้างภายในไปแนวทางเดียวกับช่างภาคกลาง
ยาวกว่าที่พบในล้านช้างที่ช่วงคอถึงลูกแก้วสั้นกว่า

หนึ่ง
ตอนนี้ผมยังอยู่ในเขตเมืองพิชัย ภาระกิจยังไม่สิ้นครับ confused.gif

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรีบเอาสิ่งนี้มาอวด ขอพี่บัญชาช่วยวิจารณ์ด้วยครับ






ปล. เรียนท่านแวบมา ภาระกิจที่ท่านมอบหมาย พ่อครูทางเหนือรับทราบและจะรีบส่งมาโดยพลันขอรับ
bancha
หน้าตาดี
เจ้าของดิมบอกมั้ยครับว่าเดิมใส่อะไรไว้ข้างในหรือไม่
แวบมา
ผมว่าดูไป คล้ายสิ่งแสดงสัญญลักษณ์ของทางวัชรญาณครับ











bancha
จะว่าคล้ายก็คล้ายครับ

แวบมา
QUOTE (bancha @ 17 August 2011, 06:07 PM) *
จะว่าคล้ายก็คล้ายครับ


ถ้าไม่คล้าย จะเหมือนอะไรครับพี่ biggrin.gif
bancha
หาภาพเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินถือไม้เท้าวัชระไม่ได้ อาศัยจากเวปเกมนี่ละ(วะ)
แวบมา
QUOTE (bancha @ 17 August 2011, 07:39 PM) *
หาภาพเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินถือไม้เท้าวัชระไม่ได้ อาศัยจากเวปเกมนี่ละ(วะ)


ในภาพนั่น เป็นสัญลักษณ์วชิรญาณก็จริง
แต่เขาไม่ได้เรียกไม้เท้าวัชระนะครับพี่

เขามีศัพท์จำเพาะเรียกว่า "ขักขระ" (ปฏาก)
หรือทางอานัมนิกายเรียกว่า "ติ้ดเครื่อง" ครับ

สำหรับภาพ ใช้ภาพนี้แทนภาพจากเกมส์ก็ได้ครับพี่



ปล. ผมยังไม่สรุปว่าวัตถุชิ้นนั้นเป็นชิ้นส่วนขักขระนะครับ
อาจจะเป็นฝาเครื่องใช้ก็ได้ (แต่แหล่งผลิตน่าจะได้รับอิทธิพลวัชรญาณ)
ทั้งนี้ การตีความควรได้เห็นได้พิจารณาจากวัตถุของจริงที่สภาพสมบูรณ์

แวบมา
วันก่อนนี้ที่เชียงใหม่
พี่บัญชาตั้งคำถามถามผมเรื่อง "ขุนนางกรมท่าขวา"
ผมขออนุญาตยกมาเป็นประเด็นสนทนาในวันนี้ครับ

"กรมท่าขวา"
เป็นหน่วยงานด้านการค้า และการติดต่อกับชาวต่างชาติในสังกัดกรมพระคลัง
มีหน้าที่รับผิดชอบทางด้านการค้า การเดินเรือพาณิชย์ และการต่างประเทศ
กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างกว้างๆ ในประกาศรัชกาลที่ 4 คือ
" ให้มีหน้าที่ดูแลการค้าข้างฝ่ายแขกอินเดีย แขกอาหรับ แขกชวามลายู และพราหมณ์ที่มีบ้านเมืองตั้งอยู่ในฝั่งขวาของคุ้งทะเลไทย "
อย่างไรก็ดีกรมท่าขวายังมีหน้าที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือการควบคุมประชาคมต่างชาติ
ซึ่งประกอบไปด้วยพวกมุสลิม ฮินดู อาร์เมเนีย และพวกเข้ารีต (ชาวเอเชียที่เปลี่ยนมารับนับถือศาสนาคริสต์)
ดังนั้นถึงแม้ขุนนางกรมท่าขวาส่วนใหญ่จะเป็นพวกมุสลิมแต่ยังมีขุนนางและผู้ชำนาญการชาวต่างชาติกลุ่มอื่นๆที่รับราชการในหน่วยงานนี้
เช่นชาวโปรตุเกส ชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูและชาวอาร์เมเนีย เป็นต้น
ขุนนางต่างชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมมาจากฝั่งตะวันตกของสยามหรือเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชาวตะวันตก
ได้แก่กลุ่มพวกเข้ารีตที่นับถือศาสนาคริสต์
(ที่มาจาก "บทบาทและหน้าที่ของขุนนางกรมท่าขวาในสมัยอยุธยาถึง สมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2153-2435)" ดร. จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์)


วันนั้นผมตอบไปแต่ตำแหน่งศาสนจักร คือ "จุฬาราชมนตรี" ซึ่งเป็นตำแหน่งทางจิตวิญญาณไว้เป็นปฐม
แต่ในทางอาณาจักร ยังปรากฏตำแหน่ง "ขุนนางแขก" ไม่ว่า แขกไทย-แขกเทศ ที่สำคัญอีกหลายตำแหน่งครับ
ดังปรากฏรายนามบุคคลสำคัญเช่น "ท่านเฉกอะหมัด" (เชค อหฺมัด คูมี)
ซึ่งเดินทางเข้ามาทำการค้าในกรุงศรีอยุธยาช่วงปลายรัชสมัยพระนเรศวรมหาราช-ต้นแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม
ท่านเฉกอะหมัดนั้นตามบันทึกโบราณท่านว่า "เป็นแขกชาติ มะหง่น เมืองกุมมี"
(สันนิษฐานกันว่า ท่านเป็นชาวเมืองกุม (QUM) จากเปอร์เซีย (อิหร่าน))
จนในช่วงปลายแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ท่านได้รับตำแหน่งราชการในกรมท่าขวาเป็น
"พระยา (ออกญา) เฉกอะหมัดรัตนราชเศรษฐี" เจ้ากรมท่าขวา
(ตำแหน่งที่เทียบเคียงคู่กันในกรมท่าซ้ายฝ่ายจีน ญวน ก็มี ตำแหน่ง โชฎึกราชเศรษฐี กรมท่าซ้าย)
และท่านยังรั้งตำแหน่ง "จุฬาราชมนตรี" ควบคู่ไปด้วย (นับเป็นปฐมจุฬาราชมนตรีท่านแรกในสยาม)
ต่อมาเกิดมีเหตุพวกญี่ปุ่นก่อจลาจลขึ้นจะบุกยึดพระบรมมหาราวัง ท่านเฉกอะหมัดคุมสมัครพรรคพวกเข้าร่วมปราบจลาจลสำเร็จ
จึงโปรดเกล้าฯ ให้ท่านเป็น "เจ้าพระยาเฉกอะหมัด รัตนาธิบดี ที่สมุหนายก อัครมหาเสนาบดีฝ่ายเหนือ"
พร้อมกันนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนนายชื่น บุตรชายเจ้าพระยาเฉกอะหมัดฯ ขึ้นเป็น "พระยา (ออกญา) วรเชฐภักดี" เจ้ากรมท่าขวา สืบทอดแทนที่
นอกจากนั้น เหตุการสำคัญครั้งนี้ทำให้พระเจ้าทรงธรรม เลื่อน ออกญามหาอำมาตย์ เชื้อพระวงศ์ในแผ่นดินก่อนผู้ร่วมกับท่านเฉกอะหมัดปราบจลาจล
ขึ้นเป็น "เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหม อัครมหาเสนาบดีฝ่ายใต้" ในคราวเดียวกันนั่นเอง
ท่านหนึ่งที่สมุหนายกฝ่ายเหนือ ท่านหนึ่งที่สมุหกลาโหมฝ่ายใต้ ศักดิ์ศรีเทียบเคียงคู่กันเลยครับ
และท่านเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ผู้นี้เอง ที่ต่อมาได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
และในปลายแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (นัยว่าเห็นท่านชราภาพมากแล้ว)
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ท่านพ้นจากตำแหน่ง ที่สมุหนายก ขึ้นเป็น "เจ้าพระยาบวรราชนายกจางวางกรมมหาดไทย" เป็นตำแหน่งสูงสุด (ทำหน้าที่ที่ปรึกษา)
ท่านเฉกอะหมัดนี้ ท่านเป็นต้นแห่งสายสกุลขุนนางกรมท่าขวาหลายตระกูล รวมถึงสายสกุลสำคัญอย่างตระกูลบุนนาคด้วยครับ




หนึ่ง
QUOTE (bancha @ 17 August 2011, 03:37 PM) *
หน้าตาดี
เจ้าของดิมบอกมั้ยครับว่าเดิมใส่อะไรไว้ข้างในหรือไม่



ข้างในกลวงและไม่ทราบที่มาครับพี่ เดี๋ยวเอาไปให้ดูที่สโมสร laugh.gif
แวบมา
เรื่อง ขุนนางแขก ถ้ามีคนสนใจ

เมื่อกล่าวถึง "เฉกอะหมัด" แล้ว ที่จะละเว้นไปไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ
ตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจาก "สุลต่านสุลัยมาน (มรหุ่มหัวเขาแดง)" เจ้าแห่งเมืองหัวเขาแดง (นครรัฐอิสระสงขลา) บุตรแห่ง "ดาโต๊ะโมกอล"
ซึ่งเป็นชาวมุสลิม จากเปอร์เซีย นิกาย ซุนนะฮ์ (สุนหนี่) ในขณะที่ท่านเฉกอะหมัด เป็น มุสลิมนิกายชีอะฮ์
ว่ากันว่า ตระกูลของท่านดาโต๊ะโมกอล ได้มาตั้งถิ่นฐานค้าขายอยู่ที่เมืองสาเลห์ ชวากลาง (สเลมาน)
ก่อนจะย้ายมาตั้งรกรากสร้างบ้านเมืองอยู่ในดินแดนหัวเขาแดง สงขลา
ด้วยสภาพภูมิประเทศของหัวเขาแดงไม่เอื้อต่อการเพาะปลูก
เมื่อแรกมาถึง บริเวณนี้จึงเป็นที่ว่างเปล่าให้จับจองตั้งถิ่นฐานเป็นที่มั่นได้โดยง่าย
แต่ด้วยความที่หัวเขาแดงนี้มีชัยภูมิเหมาะสมแก่การเป็นเมืองท่า กอปรกับความสามารถในด้านการค้า การเมืองการปกครองของ ดาโต๊ะโมกอล
เมืองหัวเขาแดงนี้จึงเจริญขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าในสมัยดาโต๊ะโมกอลตั้งบ้านเมือง น่าจะยอมรับในอำนาจของสยาม ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม
พระเจ้าทรงธรรมจึงตั้งท่านดาโต๊ะโมกอลเป็น ข้าหลวงใหญ่ผู้สำเร็จราชการเมืองพัทลุง
จนกระทั่งท่านดาโต๊ะโมกอลถึงแก่กรรม มาถึงยุคท่านสุลัยมานรับตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ผู้สำเร็จราชการเมืองพัทลุงสืบต่อมา
ระหว่างนั้นทางกรุงศรีฯ มีเหตุ พระเจ้าปราสาททองปราบดาภิเษกด้วยการสำเร็จโทษพระราชโอรสของพระเจ้าทรงธรรม
เมืองสงขลาซึ่งยอมรับในอำนาจของพระเจ้าทรงธรรมจึงแข็งเมืองไม่ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา
และสถาปนาขึ้นเป็นนครรัฐอิสระ มีอำนาจสิทธิขาดในการปกครองตนเอง ท่านสุลัยมานได้ตั้งตนเป็นเจ้าครองดินแดนเรียกกันว่า "สุลต่านสุลัยมานาซาห์"
ปกครองดินแดนแถบ เขาไชยบุรี(อยู่ในพัทลุงปัจจุบัน โดยให้น้องชายคือท่านฟาริสี มาสร้างเมืองใหม่) หัวเขาแดง สิงขรานัครี (เมืองเก่าสงขลา)
รวมกันเป็นรัฐสุลต่านสงขลา เป็นอิสระอยู่ ๒๖ ปี
นครรัฐสงขลานี้ ภายหลังกลับเข้ายอมรับในอำนาจสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
และเสมือนเป็นธรรมเนียมว่า หากผู้ที่สืบเชื้อสายท่านสุลต่านสุลัยมานได้รับราชการมีความก้าวหน้าพอควรแล้ว
มักจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ข้าหลวงผู้สำเร็จราชการเมืองพัทลุงสืบกันมา
อาทิเช่น ออกญาจักรีเจ้าเมืองพัทลุง (ดะโต๊ะ ฮูเซน) เจ้าเมืองพัทลุง เป็นบุตร สุลต่านสุลัยมาน
ออกญาราชบังสัน (ตะตา) เจ้าเมืองพัทลุง เป็นบุตร ดะโต๊ะ ฮูเซน
พระยาพัทลุง (ขุน) เจ้าเมืองพัทลุงในสมัยกรุงธนบุรี เป็นบุตรชายของพระยาราชบังสัน (ตะตา)
หรือแม้แต่พระภักดีเสนา (แขก) เจ้าเมืองพัทลุงคนสุดท้ายในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถึงแก่กรรมในการรบครั้งพม่าล้อมกรุงฯ
ก็เป็นเหลน (ปู่ทวด) ของสุลต่านสุลัยมาน ก็คือเป็นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระยาพัทลุง (ขุน หรือ ขุนคางเหล็ก) นั่นเองครับ

สายตระกูลนี้ ในด้านการเมือง มักดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองสำคัญๆ ในภาคใต้ แถบ สงขลา - พัทลุง หรือแม้แต่เมือง ไชยา
ในด้านการทหาร ก็ปรากฏว่า ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ผู้ดำรงตำแหน่ง "ออกญาราชบังสัน" ที่แม่ทัพเรือ ก็สืบทอดกันมาจากคนในสายตระกูลนี้
ตรงนี้มีเกร็ดเพิ่มเติมว่า ตำแหน่ง "ราชบังสัน จางวางอาสาจาม" นี้ มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนต้น
เดิมผู้ดำรงตำแหน่งนี้ จะมาจากตระกูลมุสลิม เชื้อชาติจาม ทั้งสิ้น
จนนับแต่พระเพทราชาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านฮะซัน(บุตรสุลต่านสุลัยมานชาห์)เป็น พระยาราชวังสัน แทนที่พระยาราชวังสัน(มะหมุด) บุตรพระยารามเดโช(ชู) ซึ่งแข็งเมือง
(พระยารามเดโช(ชู) เป็นแม่ทัพสำคัญที่คุมหัวเมืองที่ขึ้นต่อนครศรีธรรมราช จงรักภักดีต่อพระนารายณ์มหาราช จึงต่อต้านการปราบดาภิเษกของพระเพทราชา)
แต่นั้นมา ตำแหน่งที่ ราชวังสัน ก็ถูกเปลี่ยนมาสืบทอดกันในสายตระกูลสุลต่านสุลัยมานมาโดยตลอด

สายตระกูลสำคัญๆ ที่สืบกันมาในสกุลนี้คือ
ณ พัทลุง, ศิริสัมพันธ์, มิตรกูล, ขัมพานนท์, เศวตรครุมัต, สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง, วัลลิโภดม, ศรุตานนท์,
ศิริธร, ทองคำวงศ์, พิทักษ์คุมพล, พิทักษ์คุมพลศิริวังษา, แสงหลากเลิศ, ปวิตต์วงศ์, ยงใจยุทธ,
แก้วไศว, ศรีสง่า, ศรีเจริญ, เรืองทอง, ศิริภาษา, วิทยุ, คชสวัสดิ์, เชาวนกวี, หวันมุดา, มุดาฮูเซ้น,
ศรีวรข่าน, ชลายนเดชะ, เศวตะดุล, จารุพันธ์ ฯลฯ
จะเห็นได้ว่า มีบุคคลสำคัญหลายท่านทั้งอดีตและปัจจุบันที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลสุลต่านสุลัยมานนี้

ปล. นาม "ตะตู มรหุ่ม ตะตู มรโหม หัวเขาแดง" ที่ชาวบ้านเรียกขานกันบ้างก็เรียกว่า "ทวดหุ่ม ทวดโหม" นั้น
สันนิษฐานว่ามาจากภาษาอารบิค มีนัยหมายถึง "กษัตริย์ผู้คืนกลับสู่พระผู้เป็นเจ้าแล้ว" คือ ท่านสุลต่านสุลัยมาน และน้องชายคือ ท่านฟาริสี ครับ

"อัล-มาร์ฮุม แปลว่า "ท่านที่ไปสู่พระมหากรุณาของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว" เป็นคำยกย่องให้เกียรติคนที่ตายไปแล้ว"
(ที่มาของคำแปล จาก http://www.reurnthai.com/index.php?topic=306.0)






โอย... คืนนี้ค้นตำราจนตาเหล่เลย wacko.gif
ไม่ได้ทำเรื่องที่มีสาระมานานแล้วครับ tongue.gif
bancha
QUOTE (แวบมา @ 17 August 2011, 08:20 PM) *
ในภาพนั่น เป็นสัญลักษณ์วชิรญาณก็จริง
แต่เขาไม่ได้เรียกไม้เท้าวัชระนะครับพี่

เขามีศัพท์จำเพาะเรียกว่า "ขักขระ" (ปฏาก)
หรือทางอานัมนิกายเรียกว่า "ติ้ดเครื่อง" ครับ

...........


เรียกตามที่จำได้จากหนังสือกำลังภายใน ซึ่งเพื่อสื่อพอเข้าใจ
ขักขระเคยได้ยินแต่นานจนลืมไปนานแล้ว ชื่ออื่นๆไม่เคยได้ยินเลย
ยังไงขอบคุณที่ค้นคว้ามาให้ครับ

แวบมา
QUOTE (bancha @ 18 August 2011, 08:13 AM) *
เรียกตามที่จำได้จากหนังสือกำลังภายใน ซึ่งเพื่อสื่อพอเข้าใจ
ขักขระเคยได้ยินแต่นานจนลืมไปนานแล้ว ชื่ออื่นๆไม่เคยได้ยินเลย
ยังไงขอบคุณที่ค้นคว้ามาให้ครับ


ชื่อเรียกทางญวนว่า "ติ้ดเครื่อง" จำง่าย
เพราะจำแค่ว่า "ติดเครื่อง"

"ขักขระ"
แรกผมก็เลือนๆ ค้นหาตั้งนาน
เพราะไปจำเป็น "กักกระ"
ดีว่าไม่กลายเป็น "กักขฬะ" คำนี้หนังสือกำลังภายในรุ่นเก่าก็นิยมใช้นี่ครับ

พูดถึงหนังสือกำลังภายใน
"ไม้เท้าวัชระ" นี่นิยมใช้ในยุคหลังๆ (สมัย หวง ยี่ หลาง เฟื่อง) ที่คนไทยเริ่มมีสื่ออ้างถึงมหายานมากขึ้น
ถ้าสำนวนเก่า เคยเห็นในวงการแปลใช้คำว่า "ไม้เท้าพระธรรม" ครับ
น้ำโบราณ
เรียนถามท่านสารวัตร ช่วยวิสัจชนา กรมท่าซ้าย ให้เป็นวิทยาทานด้วยจะเป็นพระคุณ
แวบมา
QUOTE (น้ำโบราณ @ 18 August 2011, 09:18 AM) *
เรียนถามท่านสารวัตร ช่วยวิสัจชนา กรมท่าซ้าย ให้เป็นวิทยาทานด้วยจะเป็นพระคุณ


เรื่องกรมท่าซ้าย

คงเกินความสามารถของผม
หรือจริงแล้วคือยังไม่มีแรงจูงใจในการค้น (ที่พยายามค้นเรื่องกรมท่าขวาก็เพราะดาบ)
อยากรบกวนเป็นภาระท่านอื่นค้นคว้ารวบรวมต่อไปครับ sleep.gif

และที่สำคัญคือ วิสัชนา (ไม่ใช่วิสัจชนา เพราะมาจากศัพท์บาลีว่า วิสฺสชฺชนา ครับ) แปลว่าการตอบ
เมื่อถามเหมือนไม่มีคำถาม จึงไม่ทราบว่าจะตอบให้เหมือนมีคำตอบ มาสนองความประสงค์ได้อย่างไรครับพี่ครับ wacko.gif


หนึ่ง
นำมาให้ชมเรียกน้ำย่อยครับ happy.gif happy.gif happy.gif

โอริท
QUOTE (หนึ่ง @ 24 August 2011, 03:41 PM) *
นำมาให้ชมเรียกน้ำย่อยครับ happy.gif happy.gif happy.gif



อย่าเพิ่งรีบโชว์ซีครับผม ยังเปลือยใบอยู่เลย รอฝักก่อนครู อายเค้า
obzaa555
QUOTE (โอริท @ 26 August 2011, 02:11 AM) *
อย่าเพิ่งรีบโชว์ซีครับผม ยังเปลือยใบอยู่เลย รอฝักก่อนครู อายเค้า



ชอบครับ ขอรายละเอียดด้วย....น่าสนใจมากๆ
โอริท
QUOTE (obzaa555 @ 26 August 2011, 08:29 AM) *
ชอบครับ ขอรายละเอียดด้วย....น่าสนใจมากๆ


ขอบคุณที่ให้ความสนใจครับผม ยังมีรายละเอียดที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยอีกครับ หลังจากส่งต่อมาจากครูหนึ่ง
เพื่อให้มีความสมบูรณ์ต้องขอเวลาสักครู่ก่อนครับ คุณ obzaa555
bancha


ด้ามมีดสำริดเล็กๆ
ดาบเก่า
ขอบคุณท่านสาวัตรคาวบอย ที่อุตสาห์ค้นหาเรื่อง ต้นตระกูลบุนนาค
และเรื่องราวประกอบ....ซึ่งผมคิดว่าผมมีข้อมูลมากแล้ว แต่ก็ยังพบข้อมูลใหม่จากท่านอีก..
ขอบคุณมากครับ...ถ้าจะกรุณาช่วยบอกที่มาของข้อมูลนี้ด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง...
แวบมา
QUOTE (ดาบเก่า @ 31 August 2011, 10:01 PM) *
ขอบคุณท่านสาวัตรคาวบอย ที่อุตสาห์ค้นหาเรื่อง ต้นตระกูลบุนนาค
และเรื่องราวประกอบ....ซึ่งผมคิดว่าผมมีข้อมูลมากแล้ว แต่ก็ยังพบข้อมูลใหม่จากท่านอีก..
ขอบคุณมากครับ...ถ้าจะกรุณาช่วยบอกที่มาของข้อมูลนี้ด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง...


ที่มาจากอินเตอร์เน็ตนี่แหละครับ

แต่ค้นหาจากหลายๆ แหล่งบทความ แล้วนำมาประมวลเรียบเรียงใหม่
บางส่วนที่ยกมาเลย ก็ได้อ้างอิงไว้แล้ว
ที่ผมสืบค้นคือเรื่องขุนนางกรมท่าขวา ไม่ได้ตั้งใจจะค้นประวัติต้นตระกูลบุนนาค
ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น หาจากหนังสือประวัติตระกูลของเขาน่าจะละเอียดกว่า
แวบมา
ช่วงนี้ได้ข่าวว่าทางบ้านขุนศึกมีงาน "ยุทธนาวี" อยู่นะครับ pirate.gif starwars.gif pirate.gif

คือใครจะไป ต้องลอยคอว่ายน้ำเข้าไปครับ whistling.gif
Mor
ใช้เรือดำน้ำน่าจะสะดวกกว่านะครับ tongue.gif

บ้านขุนศึกมีอะไรให้ช่วยบอกได้นะครับ
หรือจะขนของมาเก็บที่หนองคายก่อนก็ได้...ฮิฮิฮิ whistling.gif
แวบมา
QUOTE (Mor @ 27 October 2011, 08:20 AM) *
ใช้เรือดำน้ำน่าจะสะดวกกว่านะครับ tongue.gif

บ้านขุนศึกมีอะไรให้ช่วยบอกได้นะครับ
หรือจะขนของมาเก็บที่หนองคายก่อนก็ได้...ฮิฮิฮิ whistling.gif


ตอนนี้คงอยากได้แต่มีด,ดาบเพิ่มครับพี่

ส่วนของคงไม่ไปถึงหนองคาย whistling.gif
เพราะคุณหลวงอัครเทพวรากรเคยพูดแทนใจสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ไว้ว่า
"อย่าให้ของผ่านป้อมป้องปัจจามิตร ป้อมปิดปัจจนึก" yucky.gif
ฝั่งป้อมปิดปัจจานึกน้ำก็เข้าท่วมอยู่เหมือนกันยังไม่น่าวางใจ
ผมเลยมาตั้งรับคอยดักรอรับของอยู่ทางป้อมป้อมปัจจามิตรครับ wink.gif






แวบมา
มีใครรู้จักร้านขายวัสดุก่อสร้างแถบพรานนกบ้างไหมครับ

จะไปหาซื้อปูนซีเมนต์ tongue.gif
Mor
สั่งจากแถวชลบุรีง่ายกว่ามั๊ยครับสารวัตร tongue.gif laugh.gif
แวบมา
QUOTE (Mor @ 28 October 2011, 04:54 PM) *
สั่งจากแถวชลบุรีง่ายกว่ามั๊ยครับสารวัตร tongue.gif laugh.gif


ขอบคุณครับพี่ แต่ไม่ทันแล้วครับ sad.gif
bancha
QUOTE (แวบมา @ 29 October 2011, 01:26 PM) *
ขอบคุณครับพี่ แต่ไม่ทันแล้วครับ sad.gif

rolleyes.gif
Mor
QUOTE (แวบมา @ 29 October 2011, 01:26 PM) *
ขอบคุณครับพี่ แต่ไม่ทันแล้วครับ sad.gif



confused.gif
bancha
ของเก็บอยู่ชั้น 2 ตอนนี้ยังไม่หนักใจครับ whistling.gif
thanatch
เข้ามาลุันครับ
แวบมา
ตอนนี้ทราบว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น
หมายถึงชินกันแล้ว
เห็นว่าต้องกลายเป็นผู้อพยพ (จากชั้นล่างขึ้นไปอยู่ชั้นบน)

ผมก็ลุ้นบ้านตัวเองอยู่เหมือนกันครับว่า เมื่อไรจะท่วมสักที
ไม่ได้พายเรือเล่นในบ้านมานานมากแล้ว ชักจะลืมๆ
ทุกปีของเมื่อก่อนนี้ น้ำจะมาจากทางฝั่งแม่น้ำหลังบ้านให้เราได้เล่นน้ำในบ้าน ในขณะที่คนที่อื่นเขาแห้งเป็นฝุ่น
เพราะแนวป้องกันน้ำท่วมอยู่ที่บาทวิถีขอบถนน คือจะปล่อยให้บ้านผมที่อยู่นอกพนังท่วมไปตามยถากรรม
จนตอนหลังทางหลวงท่านมาวางแนวป้องกันลึกออกไปทางริมแม่น้ำ น้ำเลยห่างการท่วมไปนาน
มาคราวนี้ที่คนอื่นท่วมเอาๆ จนป่านนี้แถบบ้านผมก็ยังยันอยู่ และด้านนั้นคงยันได้อีกนานจนกว่าจะเบื่อ
แต่ดูแล้ว คราวนี้มีน้ำบางส่วนอาจจะตีโอบหลัง จากที่กวาดบ้านคนอื่นที่ไม่เคยท่วมมาทั่วแล้ว
หางๆ อาจเลยเข้ามาท่วมแถวบ้านผมจากทางฝั่งถนน
ถ้ามาจริงผมคงได้พายเรือเล่นกลางถนนประชดชีวิตสมใจอยากครับ banana.gif





แวบมา
ระหว่างรอลุ้นน้ำ

เข้าไปขอถ่ายภาพมีดคร่ำปรักมาศจากบ้านนายตำรวจท่านหนึ่งมาให้ชมกันครับ





เป็นงานเก่าไม่น้อยกว่าต้นรัตน - อยุธยาปลาย
เสน่ห์ของงานอยู่ที่ความเข้าใจเน้นจุดที่ควรเน้น
โดยไม่จำเป็นต้องเน้นรายละเอียดของลวดลาย หลักการคล้ายถมตะทองครับ
bancha
thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
ยกให้สามหัวแม่มือเลย
Anuchart
พี่ แวบมา ครับ ไม่มีฝักหรือครับ
แวบมา
QUOTE (Anuchart @ 15 November 2011, 06:16 PM) *
พี่ แวบมา ครับ ไม่มีฝักหรือครับ


ไม่ทราบเหมือนกันครับ

แต่เคยได้ยินมาว่า กรรบิด กรรไตร บางเล่มที่เป็นงานคร่ำชั้นดีแบบนี้
ก็ยังใช้แค่ซองหักทองขวางธรรมดาๆ











Anuchart
"ซองหักทองขวาง"

ไม่ทราบมีรูปร่างเป็นแบบใดครับ
แวบมา
QUOTE (Anuchart @ 16 November 2011, 05:23 PM) *
"ซองหักทองขวาง"

ไม่ทราบมีรูปร่างเป็นแบบใดครับ



รูปร่างเป็นซองกรรบิด งานหักทองขวางครับ fakenopic.gif




ขอโทษนะครับท่าน

สมมติถ้าเขาให้เลือกเพชรน้ำดีที่ยังไม่ได้ใส่ตัวเรือน
กับพลอยหุงที่ออกแบบตัวเรือนสวยงาม
เป็นคุณจะให้คุณค่ากับอะไรมากกว่า rolleyes.gif

หรือก็ถ้าเกิดมีนางสาวไทยนิสัยดีที่เป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูล แต่ชอบใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ตัวละ ๑๙๙
กับสาวหน้าตาบ้านๆ ธรรมดา แต่มาในชุดเสื้อผ้าแบรนด์เนม
ถ้าทั้งสองคนเดินมาขอเป็นแฟนคุณ คุณจะสนใจใครมากกว่ากันครับ wink.gif

ของที่มีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว
อย่างมีดเล่มนี้ ถ้าไปเจอเขาเปิดราคา
ต่อให้ใช้กระดาษพันด้วยเทปพันสายไฟทำฝัก
เท่าไรผมก็สู้ครับ cool.gif


Anuchart
ผมไม่เห็นภาพครับ
ของทุกชิ้น จะมีคุณค่าหรือไม่
ส่วนตัว ผมว่าขึ้นอยู่กับคนที่ครอบครองครับ
ว่า "รู้ค่าของมันหรือเปล่า"
navajas
[quote name='แวบมา' date='12 November 2011, 04:29 PM' post='254696']
ระหว่างรอลุ้นน้ำ

เข้าไปขอถ่ายภาพมีดคร่ำปรักมาศจากบ้านนายตำรวจท่านหนึ่งมาให้ชมกันครับ





เป็นงานเก่าไม่น้อยกว่าต้นรัตน - อยุธยาปลาย
เสน่ห์ของงานอยู่ที่ความเข้าใจเน้นจุดที่ควรเน้น
โดยไม่จำเป็นต้องเน้นรายละเอียดของลวดลาย หลักการคล้ายถมตะทองครับ
[/quote
สวยงามมาก จนพูดไม่ออกเลยครับท่านแวบมา
แวบมา
QUOTE (Anuchart @ 16 November 2011, 08:19 PM) *
ผมไม่เห็นภาพครับ
ของทุกชิ้น จะมีคุณค่าหรือไม่
ส่วนตัว ผมว่าขึ้นอยู่กับคนที่ครอบครองครับ
ว่า "รู้ค่าของมันหรือเปล่า"



เรื่องคุณค่าของของ ผมเห็นด้วยบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมดครับ

"ของมีค่า สำหรับคนที่ไม่รู้จักของมีค่าก็จะมองไม่เห็นค่า แต่ก็หาใช่ว่าของนั้นไม่มีค่า" smile.gif

หรือจะบอกว่า คนที่ไม่รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าของมีค่า ถึงได้เห็นของมีค่า หรือต่อให้มีคนบอกก็คงไม่รู้จักอยู่ดี no.gif
แต่ในทางกลับกันคนที่รู้ว่าอะไรคือของมีค่า เมื่อได้เห็นของโดยมิพักต้องรอให้มีใครบอก ก็คงรู้จักอยู่เองว่าของนั้นเป็นของดี yes.gif

และของมีค่าสำหรับคนบางคน สำหรับคนอีกคนอาจเป็นของพื้นๆ ธรรมดา
ไม่ใช่เขาไม่รู้จักของดี แต่เขาอาจรู้จักของที่ดีกว่า whistling.gif

เรื่องเหล่านี้
อาจเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า "รสนิยม"
ซึ่งรสนิยมนั้น ส่วนหนึ่งเราอาจสร้างขึ้นมาได้ด้วยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอครับ
และรสนิยมนี้อาจมีหลายด้าน
บางคนอาจรู้จักค่าของเครื่องทองเพชรพลอยว่าอย่างไหนเรียกว่าของดี
บางคนอาจรู้จักคุณค่าของเข็ม-เหรียญที่ระฤกว่าอย่างไหนมีค่าหายาก
แต่บางคนอาจรู้จักคุณค่าของเศษเหล็กขึ้นสนิม ก็มี อย่างนี้เป็นต้นครับ wink.gif





แต่ก็อาจมีของบางอย่างที่มีค่าเฉพาะกับคนบางคน
กับคนอื่นอาจไม่ใช่ของที่มีคุณค่าเลยก็ได้
เพราะเป็นคุณค่าทางจิตใจ
ที่ตัดสินกันไม่ได้ด้วยรสนิยม rolleyes.gif



This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.