IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

> ประกาศจากชุมชนคนรักมีด

ชุมชนคนรักมีด ไม่อนุญาตให้นำพระเครื่องหรือเครื่องรางมาสอบถามว่าเป็นของแท้หรือไม่แท้
ถ้ามีกระทู้ที่เข้าข่ายในกรณีดังกล่าวทางผู้ดูแลจะดำเนินการลบกระทู้นั้นๆ โดยมิต้องแจ้งให้เจ้าของกระทู้ทราบ

และไม่อนุญาตให้มีการซื้อ/ขายพระเครื่อง, เครื่องราง กันในเวปไซด์แห่งนี้โดยเด็ดขาด
สมาชิกที่ละเมิดข้อห้ามดังกล่าว ชุมชนคนรักมีดจะระงับสถานะการเป็นสมาชิกของท่านโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล


** บทความใดๆ ที่สมาชิกคัดลอกมาจากเวปไซด์อื่น
กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วยนะครับ ซึ่งถือเป็นมารยาทในสังคมอินเตอร์เน็ตครับ**


จึงเรียนมาเพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่าน
ขอบพระคุณครับ
007

4 Pages V   1 2 3 > »   
Reply to this topicStart new topic
> หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ พระอาจารย์ผู้อยู่เหนือเศียรเกล้า
modx
post 17 May 2008, 01:36 AM
Post #1





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



กระทู้นี้อยากจะขอรบกวนเนื้อที่เวปคนรักมีดสักหน่อยเพื่อโพสส่วนหนึ่งของความความทรงจำ เกี่ยวกับองค์ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ที่ผมรู้จัก และได้มีส่วนรู้เห็นเป็นแง่มุมหนึ่งของลูกศิษย์คนึงที่จะเล่าถึงครูบาอาจารย์ที่เป็นที่เครพรักยิ่ง

เมื่อ 7 8 ปีที่แล้วผมเองยังชอบที่จะไปหาพระอาจารย์ดัง ๆ ตามวัดต่าง ๆ ก็พอดีได้อ่านประวัติท่านหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญจากหนังสือต่าง ๆ ก็รู้สึกว่าชอบจริยาวัตรของท่าน ก็พอมีโอกาศก็ได้มากราบท่าน ยิ่งรู้สึกชอบอุปนิสัยท่านจนมากราบท่านบ่อยครั้งขึ้น บางครั้งที่ผมได้มีโอกาศไปกราบหลวงปู่ฯท่าน และถือโอกาศพักค้างที่สุสานทีละหลาย ๆวัน

ยิ่งได้รู้มากเห็นมาก ยิ่งเครพ ยิ่งศัทธา มากขึ้นทุกที เคยได้ยินผู้ใหญ่พูดว่าถ้าจะดูว่าพระองค์นั้นดีมั๊ยให้ดูว่าชาวบ้าน ละแวกวัดมีความเครพนับถือพระองค์นั้นเพียงใด แต่กับหลวงปู่ฯท่านทุกเย็น ชาวบ้านจะพากันมากราบท่านโดยที่มีกรวยดอกไม้เข้ามากราบท่านทุกวัน พวกเด็กๆก็เหมือนกันจะพากันมารออยู่ข้างหลังผู้ใหญ่ พอผู้ใหญ่กราบเสร็จ พวกเด็ก ๆ ก็จะเข้าไปกราบต่อ

ตอนนี้หลวงปู่ท่านจะแจกขนมที่ท่านซื้อเอาไว้ให้เด็ก ๆ ทีละคน ๆ ถบางครั้งเป็นนมขวด ท่านก็จะเอาหลอดเจาะให้เด็กทีละขวด ทีละคน ๆ ไปอย่างนี้ทุกคน บางทีแม่ลูกอ่อนลูกไม่สบายก็อุ้มลูกมาหาหลวงปู่ฯ ๆ ท่านก็รับเด็กจากมือแม่ลูกอ่อน มาอุ้มแล้วก็เป่าแล้วก็เป่าให้ทั่วตัว ท่านเป่าเหมือนกับจะให้เด็กน้อยหายไข้เดี๋ยวนั้น และภาพเหล่านี้เป็นเรื่องปกติเป็นอย่างนี้มาเนิ่นนาน พอกราบหลวงปู่กันแล้วชาวบ้านก็จะพากันไปนั่งเล่น นอนเล่นที่ ศาลาเล็ก ๆ ตรงปากทางเข้าสุสาน(ย้ำ...ว่าสุสานที่แปลว่าป่าช้าครับ) เหมือนกับเป็นศาลาปรชาคม ประจำหมู่บ้านก็นั่งคุย นอนคุยจนมืดค่ำก็จะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน เป็นอย่างนี้ทุกวัน

เราซึ่งเป็นคนได้รู้ได้เห็นก้ไม่รู้ว่าจะบรรยายควารู้สึกและความทรงจำเหล่านี้อย่างไรดี อาจจจะเรียกได้ว่ารู้สึกประทับใจก็ได้ และก็รู้สึกสนิทใจและสบายใจเวลาที่อยู่กับหลวงปู่ฯท่าน ด้วยว่าเพราะเรารู้ในใจแล้วว่าเราเจอครูบาอาจารย์ของเราแล้ว

เมื่อก่อนเราแขวนพระ 5-7-9 องค์ องค์ละหลวงพ่อ ๆ อย่างเหรียญพระชินสีห์ ธรรมศาสตร์ 60 ปี เนื้อเงิน เหรียญท่านอ.วัน อุตตโม สำนักทรัพย์สิน เนื้อนวะฯ เหรียญหลวงปู่ชอบ ที่หล่อจากฝาบาตรท่าน ล็อคเก็ตหลวงตามหาบัว รุ่นแรก ทรงกลม สีฟ้า ถ่ายแค่หัวไหล่ หลังมีเกษาท่าน ลุงชาญณรงค์ที่เป็นคนถือบาตรหลวงตาฯเลามาที่สวนแสงธรรมให้มา เหรียญ รูปหล่อ รุ่นแรก เนื้อเงิน หลวงปู่เจี๊ยะ อาจารย์เรา ฯลฯ อีกมากมายทั้งของเราและของพ่อเรา

แต่พอมาเจอหลวงปู่เหมือนกับเราเจอ อาจารย์ของเราแล้วท่านจะขลังยังไง ขนาดไหนไม่ทราบได้ในตอนนั้น แต่ข้อวัตรปฏิบัติของท่าน มั่นทำให้เราอบอุ่นเย็นใจ ใจเราถึงเครพศัทธาท่านสนิทแน่บแน่น เราก็เต็มใจที่จะแขวนพระท่านเพียงองค์เดียว หรือไม่ก็จะขาดไม่ได้ต้องมีในคอเสมอ

หลวงปู่ ฯ ท่านชอบซื้อชีวิตสัตว์มาปล่อย ชอบขุดบ่อน้ำ ฝายก้นน้ำ ซื้อที่ขยายป่า ใครจับงูมาได้จะงูอะไรก็เอามาขายหลวงปู่ฯ ท่าน ๆ ก็ซื้อ ถ้าใครเคยไปสุสานจะเห็นกองหินที่เรียงรายเป็นตั้งสูงนั่นคือที่อยู่ของงู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ ที่ท่านซื้อมาปล่อย โดยที่ก่อนปล่อยท่านจะเป่าก่อน ท่านว่าเป่าให้คนมองเขาไม่เห็นและเขาก็ไม่กัดคน

ลูกศิษย์หลวงปู่ฯ(งู ะขาบ แมงป่อง) จึงไม่เคยกัดใครแม้แต่คนเดียว บางครั้งพวกขายปลาช่อน ปลาดุก จากตัวจังหวัด ขายไม่หมดก็เอามาขายหลวงปู่ ฯ ท่าน ๆ ก็ซื้อเอามาปล่อย ที่ละ 2-3หมื่นบาท(ผมยังเคยชั่งปลาและคิดเงินให้ท่าน)

มีเรื่องแปลกที่ผมได้พบอยู่เรื่องนึง คืนนั้นผทนอนเฝ้าท่านตามปกติ ก็นั่งคุยกับท่านสักพัก ก็มีศิษย์ร่วมสำนัก(แมงป่อง)ตัวใหญ่มาก กำลังมุ่งตรงเข้ามาทางเรา(ผมกับหลวงปู่ฯ) พอหลวงปู่ ฯ ท่านเห็นท่านก็พูดเปรย ๆขึ้นว่า

นั่นเขามาลาหลวงปู่

ครับ..เขามาลาหลวงปู่ ฯ แต่ถ้าเขาเข้ามาใกล้กว่านี้ผมก็จะลาอีกคน จึงกราบ ๆ ท่านแล้วก็เอาที่โกยผงมาช่วยพาเพื่อนออกไปอยู่ข้างนอก คืนนั้นนอนผวาทั้งคืน ตื่นเช้ามา ตี 3 หลวงปู่ตื่น เราก็ตื่น ล้างหน้าแปรงฟัน จัดการเรื่องของท่านเรียบร้อย พอเช้าฟ้าสางก็กวาดสุสาน พอกวาดไป ๆ ก็ไปเจอเพื่อนคนเมื่อคืนที่มาลาหลวงปู่นอนหางตก ตายสนิทเรียบร้อย เราก็มานึก

เออ..เขามาลาหลวงปู่ฯ จริงอย่างท่านว่า




Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 01:42 AM
Post #2





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ชาวบ้านเล่าว่าเมื่อก่อนตอนหลวงปู่ยังไม่ดัง ท่านได้รับกิจนิมนต์ทีนึงท่านก็จะซื้อพวกขนมถุงเล็ก แขวนตามซี่กรงข้างกะบะรถมาเพื่อเอาไว้มาเเจกเด็ก ๆ(เมื่อก่อนหลวงปู่นั่งรถกะบะ และท่านไม่นั่งหรือนอนบนเบาะที่นุ่ม ๆ) เพราะที่พื้นกะบะรถมีที่พอให้หลวงปู่กับลูกศิษย์นั่งเท่านั้น ขนมที่ซ้อมานั้นถ้าคนไม่ทราบอาจจะนึกว่าเป็นรถขายของเร่ได้

เด็ก ๆ ลูชาวบ้านใครไม่มีเงินเรียน ก็มาขอเงินหลวงปู่ ฯ ท่าน ๆ ก็ให้ไม่เคยขัด บางคนมาขอเป็นแสนบอกส่งลูกไปเรียนกรุงเทพ ท่านก็ให้(เรื่องจริงผมอยู่ตอนหลวงปู่ส่งเงินให้เขา) ท่านมีเมตตามากจริง ๆ แม้แต่ทุกวันนี้ ก็เมื่อ 14 พ.ค. 51 ที่ผ่านมาก็ได้ไปกราบหลวงปู่ ฯ และค้างคืนที่สุสาน ก็มีผู้หญิงวัยกลางคน ๆ นึงได้อุ้มเด็กน้อยเข้ามา พอหลวงปู่ ฯ ท่านทักและคุยสักพักท่านก็เอาเงินยื่นใน 1000 บาท พอหญิงคนนั้นไปโยมก็ถามหลวงปู่ ฯ ว่าเขาขอเงินหลวงปู่ ฯ ไปทำอะไร หลวงปู่ ฯ ท่านก็ตอบว่าเด็กคนนี้พ่อแม่เขาเลิกกัน ทิ้งไว้ใหญาติเลี้ยงญาติก็ยากจนไม่มีเงินซื้อนมให้เด็กมาหาหลวงปู่ ฯ เมื่อไหร่ ท่านก็จะให้เงินอย่างนี้ทุกครั้ง หลวงปู่ ฯท่านเป็นอย่างนี้เสมอมา ยิ่งได้รู้ได้เห็น ยิ่งรัก ยิ่งศัทธา
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 01:43 AM
Post #3





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



บางเรื่องที่เล่ามาแล้วหรือกำลังจะเล่าต่อไปจากนี้หลาย ๆเรื่อง อาจจะเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากสำหรับบางท่าน ผมเข้าใจเพราะผมเองก็เป็นคนหัวดื้อที่เชื่ออะไร ๆ ยากที่สุดคนนึงเหมือนกัน แต่ผมยืนยันว่าทุกเรื่องที่เล่ามา เป็นเรื่องที่ผมเห็นมากับตา เจอมากับตัว หรือไม่คนใกล้ชิดได้ประสพพบมาทั้งสิ้นครับ

ตะกรุดหลวงปู่นั้นที่หลายแบบด้วยกัน ที่สำคัญที่สุดคือ ตะกรุด 3 ดอก นอกนั้นเป็นตะกรุดโทน และที่แพร่หลายคือ ตะกรุด12 ดอก ซึ่งมีประสพการณ์มากมายที่สุด เรื่องตะกรุดนี้โป๋ยหลานหลวงปู่เพื่อนของผมเล่าให้ฟัง โป๋ยนี่เป็นหลานที่หลวงปู่ท่านเมตตามากคนนึงเคยบวชกับท่านและท่านเคยเอ่ยปาก ว่าถ้าบวชครบ 2 ปี จะให้วิชาที่มีทั้งหมด แต่แกคงบุญไม่ถึง เพราะบวชได้ 1 ปี กับอีก364วันมั๊งถ้าจำไม่ผิดเลยอดได้วิชา

โป๋ย(และอีกผู้อยู่ในเหตุการณ์หลาย ๆ คน)เล่าให้ฟังว่า วันนึงตอนเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ชาวบ้านจะมานั่งชุมนุมกันที่ศาลาหน้าสุสาน หลังจากกราบหลวงปู่เสร็จ หมู่นั้นเขากำลังคุยกันอยู่ดี ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าสุสาน บนรถมีคนซ้อนท้ายมาด้วย พอรถจอดคนที่ซ้อนท้ายก็ลงมาจากรถ ชักปืนออกมาเล็งยิงไปที่ลุงสุเมือย(ขออภัยที่เอ่ยชื่อจะได้ไปถามถูกคน ว่าเวลาโดนยิงรู้สึกยังไง) โป๋ยซึ่งตอนนั้นบวชอยู่ก็อยู่ที่ตรงนั้นด้วยเล่าว่า

พี่พอผมเห็นเขาชักปืนออกมาผมก็วิ่งแล้ว ได้ยินแต่เสียงปืน

สรุปว่าต่างคนต่างวิ่งไปกันคนละทางทิ้งลุงเมือยไว้อยู่ที่นั่น มือปืนก็ยิง ๆๆๆ จนหมดกระสุน แล้วก็หนีไป พอทุกคนกลับมานึกว่า...ซะแล้ว แต่ลุงเมือยก็ไม่เป็นอะไร ลุงแกเล่าว่าตอนที่มือปืนนั่นยิง ลูกปืนที่มันออกจากปากกระบอกปืนพอใกล้จะถึงตัวแก มันแตกเป็นลูกไฟกระจายหายไปหมดทุกนัด ก้พากันไปแจ้งความ ตำรวจมาที่เกิดเหตุเก็บหลักฐาน ก็เจอเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นคือ วิถีกระสุน

ในที่เกิดเหตุมีรถมอเตอร์ไซค์แบบผู้ชายจอดอยู่ที่ตรงศาลาด้วย โดยที่หัวรถหันเข้ามาทางด้านศาลา ซึ่งรถผู้ชายจะมีกระจกบังหน้าเกท์รถด้วย ซึ่งปรกฏว่ามีรอยกระสุนปืน แต่เป็นรอยที่กระสุนทะลุไปทางด้านหลังรถ ซึ่งที่จริงกระสุนหน้าจะทะลุไปทางด้านหน้ารถเพราะคนยิง ๆจากทางด้านท้ายรถ นับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก

ซึ่งตอนนี้ผมถึงค่อย ๆ เชื่อมั่นในองค์หลวงปู่ท่านมากขึ้นทีละอย่าง ๆ เพราะท่านเคยบอกว่ามีคาถา กันและคาถาสะท้อนกลับ ที่เอาไว้ใช้กันและสะท้อนกลับคุณไสย์ และอาวุธได้ หลวงปู่ฯท่านว่าถ้าเขายิงมากระสุนจะกลับไปถูกคนยิง ตอนนั้นผมยังถือกาลามสูตรอยู่ ก็ได้แต่ฟังไว้เฉย ๆ จนมาทราบเรื่องนี้ถึงเชื่อท่านสนิทใจครับ

เรื่องนี้ไปถามคนที่ต.ทุ่งมนได้ครับว่าจริงหรือไม่ หรือจะไปถามลุงสุเมือนเองก็ได้ครับอาจจะได้รายละเอียดที่ถูกต้องชัดเจนกว่านี้ครับ

Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 01:43 AM
Post #4





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



หลวงปู่ท่านไม่สอนธรรมอะไรมากมาย แต่ทุกคำที่สอนผมว่าดีกว่าคำเทศนายาว ๆ แต่จับหลักใจความไม่ได้มากนัก อย่างท่านทราบว่าพ่อผมเสียไปแล้ว คืนนึงก่อนนอนท่านก็พูดกับผมว่า

ให้รักแม่ รักครูบาอาจารย์ และรักตัวเอง แล้วจะเจริญ

ผมมาคิดดู เออ ไม่เคยมีใครสอนเราอย่างนี้ พระอริยาจารย์ของเราหลายรูป สอนเราภาวนาล้วนแต่ลึกซึ้งและ รู้ได้ยากเป็นไปได้โดยยาก แต่หลวงปู่ ฯ ท่านบอกอย่างนี้เป็นเรื่องจริง ตั้งแต่เกิดมาไม่มีใครสอนเรา เราก็ไม่เคยคิด แปลกแต่จริง ตั้งแต่นั้นทำตามที่ท่านบอก ชีวิตถึงจะลุ่ม ๆดอน ๆ แต่ก็เจริญก้าวหน้าในอาชีพมาโดยลำดับ

และ

ใจเราก็เหมือนบ้าน มีจิตเป็นเจ้าของ ถ้าเราไม่ทำความสะอาดวันนึงก็สกปรกมากขึ้นวันนึง ต้องทำความสะอาดทุกวัน

และ

ใครจะทำอะไรเรา หนีอย่างเดียวชนะทั้งโลก

อันนี้เมื่อก่อนไม่เข้าใจแต่เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้วครับ และก็ใช้เป็นประจำ

คำสอนท่านเหมือนมีดสั้น ที่แทงทีเดียวทะลุถึงหัวใจเลย ถึงไม่วิจิตรพิศดารแต่ก็ มากด้วยคุณค่าสมควรที่จะเอามปฏิบัติทุกประการ

และก็

ถ้าเรารักครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ก็รักเรา

ครับผมนึกถึงคำพูดนี้เสมอครับ ขอกราบหลวงปู่ ฯ ก่อนนอนที่ตรงนี้ด้วยครับ



Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 01:46 AM
Post #5





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



เคยสร้างพระกริ่งของหลวงปู่กับ คุณ วีรพงษ์ แซ่เตี้ย อยู่รุ่นนึงมีพระอะไรเท่าไหร่ทุ่มใส่ลงไปเป็นชนวนหมด (ประมาณ 200 องค์ และเป็นเนื้อเงินเสียส่วนมาก) และได้ทองแดงที่ดาดเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ชนวนรูปหล่อครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้ม ชนวนพระกริ่งไจยเบงชร ครูบาอิน แผ่นทองแดงกะไหล่ทองที่ดาดองค์ พระธาตุหริกุญไชย ฯลฯ อีกมากมาย

หล่อเป็นเนื้อชนวนล้วน ๆ ได้กี่สิบองค์จำไม่ได้ แต่หล่เป็นเนื้อทองผสมน่าจะ ราว 1000 องค์ ตอนนี้เนื้อชนวนเหลือองค์เดียวห้อยคออยู่องค์นี้หลวงปู่เสกมานับครั้งไม่ถ้วน หลวงพ่ออุตตมะเสกน่าจะ 2-3 ครั้ง เนื้อทองผสมที่มีอยู่ 100กว่าองค์ ก็ถายหลวงปู่ไปแจกพวกเจ้าสีหณุที่พนมเปญหมดแล้ว เหลืออยู่ 6 องค์ อยู่กับแม่ 1 องค์

องค์ที่อยู่กับแม่นี้ แม่เคยเอาทำน้ำมนต์เพราะ วันนั้นเราได้โทรไปหาแม่ถามสารทุกข์สุก ๆ ดิบ ๆ ตามประสาแม่ลูก แม่ก็บอกว่าปวดฟันมากจะไปหาหมอถอน วันสองวันนี้ปวดจนนอนไม่หลับ เราก็จำได้ว่าเคยให้พระกริ่งแม่ไว้ 1 องค์เลยบอกถ้าเชื่อเดี๋ยว เอาพระกริ่งแช่น้ำ ท่อง นะเมติ และระลึกถึงหลวงปู่ฯ ท่าน แล้วดื่มดู แม่ก็เชื่อทำตาม พอวันรุ่งขึ้นเราโทรไปอีก แม่ก็บอกว่า เมื่อคือ"ฉันทำตามเราบอกพออมน้ำมนต์ปุ๊ป ฟันมันก็หายปวดทั้นที" และต่อมาทราบว่าไม่เคยปวดอีกเลย

จนเรากลับไปบ้านและลืมเรื่องนี้ไปแล้ว มาวันนึงแม่อาบน้ำ พออาบเสร็จแม่ ก็ถือเอาฟันซี่นึงมายื่นให้เรา เราก็ว่าถอนหรือ แม่ก็ว่า "ปล่าวแปรงฟันแล้วมันหลุดเอง ซี่นี้แหละที่ปวดแล้วฉันกินน้ำมนต์หลวงปู่"



เมื่อก่อนนี้เคยได้ยินหลวงปู่ท่านเล่าเรื่องทีท่านพาเจ้าสีหณุและพวกหนีพวกเขมรแดง(มั๊ง) ออกมาจาก เขาพนมมาลัย ประเทศเขมร และในประวัติที่คนอื่นเอาไปเขียนไว้ก็มีอยู่ แต่เราลูกศิษย์หัวดื้อของท่านก็ยังถือกาลามสูตรไว้อย่างเหนียวแน่นเช่นเคย

จนเมื่อประมาณปี 2545 ได้มีข้าราชการชั้นสูงของเขมรมาทำพิธีอะไรสักอย่างกับหลวงปู่ฯ ท่าน พอกลับไปก็ไปทูล พระญาติของเจ้าสีหณุ พระญาติพระองค์นั้นก็เสด็จมาทำพิธีบ้าง พอหลวงปู่ฯท่นทราบว่า เจ้าพระองค์นี้เป็นพระญาติของเจ้าสีหณุ หลวงปู่ ฯ ท่านก็ บอกว่า

บอกเจ้าสีหณุด้วยว่าพระครูพนมมาลัยยังไม่ตาย

เจ้าพระองค์นั้นก็นำความไปกราบบังคมทูลเจ้าสีหณุ ๆ ท่านก็เลยนิมนต์หลวงปู่ไปที่พระราชวังที่กรุงพนมเปญ หลายต่อหลายครั้งนับจากนั้นมาซึ่งผมยังเคยเห็นรูปถ่ายตอนหลวงปู่ฯ ท่านไปที่นั่นด้วย ปลื้ม....ครับ

ที่มาที่ไปเรื่องมันมีอยู่ว่า

เมื่อตอนที่เขมรเกิดสงครามกลางเมือง เจ้าสีหณุและกองทหาร ได้พากันไปหลบที่ภูเขา พนมมาลัย แล้วโดนทหารฝ่ายตรงข้ามตีกรอบล้อมจะบุกขึ้นมาจากตีนเขา บุญยังรักษาหลวงปู่ซึ่งตอนนั้นท่านยังธุดงค์อยู่ ได้ผ่านไปธุดงค์ที่เขาลูกนั้นพอดี พอหลวงปู่ฯท่านทราบเรื่อง ท่านก็ทูลเจ้าสีหณุว่าไม่เป็นไร จะพาเจ้าสีหณุและกองทหารของท่านฝ่าทหารที่ล้อมเขาหมู่นั้นไปเอง

เจ้าสีหณุก็ว่า(ราชาศัพย์มั่ง ชาวนาศัพย์บ้างคงไม่ว่ากันนะครับ) ถ้าหลวงปู่ฯท่านพาท่านและทหารฝ่าวงล้อมศัตรูออกไปได้จริง จะตกรางวัลบำเน็จเป็นแผ่นดิน ที่พระองค์ถือครองให้ครึ่งนึง แต่หลวงปู่ท่านก็บอกปฏิเสธไป ท่านว่าท่านเป็นพระไม่ทราบจะเอาแผ่นดินไปทำอะไร แล้วท่านก็บอกเจ้าสีหณุว่า ให้เจ้าสีหณุ จับชายจีวรท่านไว้ แล้วให้ทหารทุก ๆ คนแต่ละคนก็จับชายเสื้อเจ้าสีหณุและจับต่อ ๆ กันไปเรียงไปจนครบทุกคน

แล้วท่านก็พาเจ้าสีหณุและพวกเดินลัดเลาะผ่านกองกำลังทหารข้าศึกหมู่นั้นไปได้อย่างปลอดภัยทุกคน (ความจบเท่านี้ก่อน เพราะได้รับทราบเรื่องมาถึงเท่านี้ อยากทราบมากกว่านี้ไป เรียนถามองค์หลวงปู่ฯท่านเองนะคร้าบ)

นี่เป็นอีกเรื่องนึงในการกำบังกายของหลวงปู่ท่าน ท่านกล่าวเสมอว่าพระท่าน อย่าทำองค์ใหญ่เวลามีภัยจะได้อมเข้าปากได้ ท่อง นะเมติ ๆ แล้วครูบาอาจารย์จะมากำบังให้ศัตรูมองไม่เห็น ได้ฟังก็(กาลามสูตร) พอมีหลักฐานพยานให้เห็นอย่างนี้เลยเชื่อท่านมากขึ้นไปอีกขั้นนึง

หลวงปู่ท่านไหว้ครูลงกระหม่อมปีละ 3 ครั้ง (น่าจะ ขึ้น15ค่ำเดือน4) และเข้าพรรษา และก็ออกพรรษา รวม 3 ครั้ง ทุกครั้งจะมีชาวเขมรเดินทางมาร่วมพิธีด้วยทุกครั้ง บ้างก็เดินมาก็มี หลายคนมาทุกครั้ง หลายคนมาทุกปี เพราะศัทธาท่านตั้งแต่ท่านยังธุดงค์อยู่ในเขมร เมื่อครั้ง 30 กว่าปีก่อน และยังเล่าว่า ลูกปืนเท่าปลายนิ้วนะเรื่องเล็ก สมัยหลวงปู่ฯท่นอยู่เขมร ลูกปืนลูกเท่าศอก(เขาเรียกปืนคอมั้ง) ยังทำอะไรพวกลูกศิษย์ไม่ได้เลย เราก็ หา....

บางท่านก็เป็นพระสงฆ์ พอเราเข้าไปคุยด้วยคุยไปคุยมาก็พูดอยู่ประโยคนึงเราจำไม่รู้ลืมเลยท่านว่า

หลวงปู่หงษ์ น่ะท่านเป็นพระในตำนานของประเทศเขมร

เราก็ หา.........อีก

และความศัทธาเหล่านี้แม้ทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่ยังไม่จางหายไป แม้แต่เมื่อครั้ง ปี 2545 ที่หลวงปู่ท่านกลับไปเหยียบแผ่นดินเขมรอีกครั้ง ชนชาวเขมรตามชายแดนยังมารอรับท่านเป็น หมื่น ๆ คน บางคนเป็นลูกศิษย์ท่านตั้งแต่เมื่อครั้ง 30 กว่าปีที่แล้วนู้นก็มีมาก

ด้วยเหตุและผลหลาย ๆ ประการที่กล่าวมานี้นั้นและอีกหลายเรื่องราวที่กล่าวต่อ ๆ ไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึง รักและเครพครูบาอาจารย์ของเราองค์นี้มากมายเหลือเกิน




Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 01:56 AM
Post #6





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ขอคั่นด้วยพระเครื่องที่ร่วมสร้างกับเพื่อน ๆ ลูกศิษย์คนอื่น ๆ ของหลวงปู่ ฯท่าน สักหน่อยนะครับ
พระผงหลวงพ่อพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ จ.อยุธยานี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา และมีเจตนาที่บริสุทธิ์โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆทั้งสิ้น โดยปราถนาให้พระนี้จะมีผลในการทำนุบำรุงพระศาสนาได้ไม่มากก็น้อย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งหรืออย่างน้อยก็ให้ท่านที่ได้รับไปได้เอาไว้เป็นอนุสสติ คือการระลึกถึงพระรัตนไตรอย่างน้อยเวลาจะใส่พระได้นึกถึงคุณพระ
อันสงบร่มเย็นสักวันละหนก็นับว่าดีนักแล้ว และพื่อเป็นการสร้างกุศลให้แก่ตนเองและครอบครัว รวมถึงน้อมถวายให้แด่ครูบาอาจารย์องค์ผู้อยู่เหนือเศียรเกล้า
อันมี สมเด็จเจ้าฯหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และท่านพระครูปราสาทพรหมคุณ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ วัดเพชรบุรี อ. ปราสาท จ. สุรินทร์ เป็นที่สุด
ซึ่งพระผงนี้ได้สร้างจาก อิฐ-ปูน-ดินใต้ฐานชุกชีหลวงพ่อพระพุทธนิมิตฯ วัดหน้าพระเมรุ อยุทธยา จำนวนมาก (2 กระสอบปุ๋ย) ผงกระเบื้องโมเสส-ทองเปลว หลวงพ่อโต วัดอินทร์ บางขุนพรหม จำนวนมาก (1 ปี๊ปฮอลล์) ปูนฐานชุกชี หลวงพ่อมงคลบพิตร บัวรอบฐาน
หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง กระเบื้องโบสถ์วัดเจดีย์หลวง ช.ม. หินข้าวเย็นฤษีวัดพระพุทธบาทสี่รอย ผงรักทองพระประฐานวัดกษัตราธิราช ผงรักทอง พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ วัดสุทัศน์ กิ่ง-ใบ-ด้วงเลียบ(ตาไม้ของต้นเลียบ)ต้นที่ฝังรกหลวงปู่่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด สงขลา 1กระสอบ

เกศา หลวงปู่ชม วัดนางใน จ.อ่างทอง เกศา-อังษะ หลวงปู่เมตตา วัดโพธิ์เลื่อน จ.ปทุมธานี เกศา-อังษะหลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน จ.อยุทธยา อังษะหลวงปู่หรุ่ม วัดบางจักร อ่างทอง หลวงพ่อสิริ วัดตาล นนทบุรี หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว ผ้าคาดอกหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ท่านให้หลังพิธีเสกพระที่วัดบวรฯ

พลอย 5 สีแทนพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ (1บาตรเต็ม ๆ ) ปัฐวีธาตุจากแม่น้ำปาย จแม่ฮ่องสอน ซึ่ง 2 อย่างนี้หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ท่านกรุณาแช่น้ำมนต์เสกให้ที่ห ัวนอนท่านนานนับเดือน ลูกอมดินเจ็ดนคร เก้าบุรี ดินโป่ง จอมปลวก รังตัวชันโรงที่ขึ้นบนยอดจอมปลวก ดินโป่งจากโป่งอาถรรพ์ เขาพ่อตาโจงโดง ระนอง กะลาตาเดียว ข้าวสารหินของ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ท่านเสกมากว่า 2 ปี (2 ถังสังฆทาน)ท่านกรุณามอบให้เพื่อเอามาไว้สร้างพระ

ผงพุทธคุณของ วัดนครอินทร์ เมืองนนท์ ผงพุทธคุณหลวงพ่อฑูรณ์ วัดโพธินิมิตร ตลาดพูล ผงพุทธคุณ-เกษา ท่านครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้ม (1ขัน ) ช.ม. สายประคำที่ หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ ตกสายประคำ เสกทีละเส้นกับมือทุกเส้น 56 เส้น
ผงสร้างพระพิมพ์สมเด็จ รุ่นญาณวิลาส หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี
แป้งเสก หลวงปู่บุดดา ถาวโร แร่บางไผ่ แร่เหล็กโคกยายเหลือง แร่เหล็กน้ำพี้
แร่เพชรหน้าทั่ง ว่านมงคล 32 ชนิด เช่น เกราะเพชรไพฑูรณ์ พระตะบะ
ถอนโมกขศักดิ์ ปลาไหลเผือก เพชรน้อย เพชรใหญ่ หัวว่านดอกทอง ดินสอฤษี
พญากาหลง จูงนางฯลฯ

ชานหมาก กรวย-ดอกไม้บูชาครู ทราย-บายศรีสีผึ้ง (อย่างละ 2 กระสอบปุ๋ย) พระเครื่องรุ่นก่อนๆที่ชำรุด ของหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ หลายร้อยองค์

ซึ่งมวลสารทั้งหมดได้ผ่านการอธิฐานจิตมาก่อนที่จะนำมาสร้างทั้งสิ้นโดย หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวการาม เสกผงมลสาร 2 ครั้ง หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ เสกผงให้ที่พิธีของวัดลุ่มเจริญศัทธาธรรม และองค์ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เมตตาเสกมวลสารเองอีกหลายครั้ง
และในส่วนของการอธิฐานจิตนั้น เมื่อทำเป็นองค์พระแล้วได้จัดพิธีเมื่อ 14-15 ธันวาคม 2545 ณ.ศาลาไชยสินธพ วัดปทุมวนาราม โดยเป็นพิธีที่คณะศิษย์จัดถวาย หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ซึ่งวันที่ 14 นั้นเป็น พิธีพุทธาภิเษก และวันที่ 15 นั้นเป็น พิธีครอบมงคลจักรวาล ซึ่งเป็นวิชามหาพิชัยสงครามตำรับขอมโบราณสามารถคุ้มครองตนได้ตราบเท่าที่ยังอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม
และรำลึกนึกถึงครูบาอาจารย์อยู่เสมอ
ซึ่งพิธีมหามงคลนี้หลวงปู่ฯท่านได้เกิดศุภนิมิตอันเป็นมงคล เห็นครูบาอาจารย์มาในรูปเทพยดาเจ้ามาประทับยืน กายสูงใหญ่ ผายมือออกดั่งจะกางกั้นกันภัยอันตรายต่างๆและโอบอุ้มเอาวัตถุมงคลและผู้ร่วมพิธีทั้งหมดไว้
ซึ่งพระพิมพ์หลวงพ่อพระพุทธนิมิตฯ นี้ ได้จัดสร้างเป็น 2 เนื้อคือเนื้อขาวธรรมดา 10,000 องค์ เนื้อแดงพิเศษ 1,000 องค์ ในส่วนของการอาราธณาบูชานั้น ท่านต้องรักษาศีล 5 โดยเฉพาะข้อสุราฯ และกาเมฯ อย่างเคร่งครัด และห้ามด่าพ่อล้อแม่ ซึ่งถ้าท่านถือได้แล้วก็นับได้ว่าท่านมี พระรัตนไตรอันประเสิรฐ์เป็นสรณะ และมีคุณครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง อันอบอุ่นร่มเย็นอย่างมิต้องสงส ัย
เมื่อจะอาราธณาพระของหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ตั้ง "นะโมฯ" 3 จบ
และ"นะเมติ" 12 จบ จึงอธิฐานตามปราถนา
และขอฝากคำสอนของหลวงปู่ฯท่านไว้ว่า
"ถึงเราจะสร้างพระให้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนแต่ถ้าเขาถือ (ศีล)ไม่ได้ก็ไม่ขลัง"
ป.ล. 1.พระที่สร้างทั้งหมดได้ถวายโดยมิได้หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ท่านที่ต้องการได้ไว้บูชากรุณาติดต่อที่ วัดหน้าพระเมรุเท่านั้น
2.เกษาใส่เฉพาะพระเนื้อแดง เท่านั้น

3. นะเมติ คือรสน้ำนมแม่พระธรณีย์หมายถึง ข้าวและพืชพรรณทุชนิดที่เลี้ยงทุกชีวิตบนโลก เปรียบคุณครูบาอาจารย์เหมือนความรักของแม่ ที่ไม่มีวันจืดจางและคอยตามดูแลรักษาลูก(ศิษย์) ให้ได้อยู่ดีมีสุขทุกประการ

เนื้อแดงไม่ทราบว่าทางวัดจัดการอย่างไร แต่เนื้อแดงนี้คนสร้างเขาเอาไปงานทำบุญพระกรรมฐานที่ กระทรวงศึกษาฯ ปี 2545 เอาไปให้ หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิเวศ หลวงปู่พวง วัดศรีธรรมมาราม ยโสธร หลวงปู่ท่อน ญาณธโรเมืองเลย หลวงปู่พวง วัดป่าปูลู เมืองอุดรฯ ครูบาแสงหล้า พม่า เสกซ้ำให้อีก


Attached File(s)
Attached File  ________________.jpg ( 138.45K ) Number of downloads: 93
Attached File  ________________.jpg ( 129.24K ) Number of downloads: 82
 
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 01:59 AM
Post #7





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



มีพระชุดนึงที่หลวงพ่ออุตตมะกับหลวงปู่หงษ์ ท่านเสกร่วมกัน เป็นรูปพระแก้วมรกต หลัง นะเมติ ล้อมด้วยสายประคำ และรูปพระตรีมูรติ หลังฤาษี 3 องค์ ตอนที่เสกนั้นคนสร้างเขาเอาไปขอให้หลวงพ่ออุตตมะเสก ที่พุทธมณฑล สาย 3 เขาเรียนท่านว่าเป็นพระของหลวงปู่หงษ์ จะทำถวายหลวงปู่กับหลวงพ่อ หลวงพ่ออุตตมะ ท่านก็ว่า เอามาเลย

พอเอาพระตั้งปั๊ปท่านก็สั่งให้ไปเอาเทียนจากหน้าหิ้งพระในสำนักมาจุดเทียน ท่านก็สวดไปเสกไปประมาณ 1ชั่วโมง พอดีพระมาทำวัตรกัน หลวงพ่อท่านก็ว่า

เฮ้ย ๆ มาช่วยกันสวดช่วยกันก่อน

พระท่านก็มาช่วยกันสวดมนต์ น่าจะธรรมจักรฯ พอเสร็จพิธีหลวงพ่อพรหมน้ำมนต์ก้ขนพระกลับ ไปให้หลวงปู่หงษ์เสกต่อ พระแก้วมรกตเสกที่สุสาน ส่วน ฤษี กับพระอื่น ๆ ขนขึ้นไปเสกันที่เขาพนมรุ้ง พิธีของวัดทุ่งเศรษฐี มีหลวงพ่อฤทธิ์ หลวงปู่หงษ์ หลวงพ่อเณร และอีกหลายองค์ หลวงปู่ท่านเสก อยู่นานมาก ประมาณ 4 ช.ม. พอเสร็จหลวงพ่อเณรก็ถามหลวงพ่อฤทธิ์ว่าพิธีดีมั๊ย เป็นยังไงบ้าง หลวงพ่ฤทธิ์ ท่านก็ให้ไปถามหลวงปู่หงษ์ นู่น

หลวงปู่ท่านก็ว่า ดีม๊าก..มาก..พระอิศวรสูง 88 ศอกมาเป็นประธานครูบาอาจารย์มากันมาก ฤษี มากันมากกว่า 108 องค์ คนสร้างเขาได้จังหวะเพราะมีพระรูป ฤษี 3 องค์ ที่ทำถวายหลวงพ่ออุตตมะ กับหลวงปู่ ไปเข้าพิธีด้วย ก็เลยถามว่ามีองค์ไหนที่หลวงปู่ไม่รู้จักบ้างมั๊ยครับครับ

ท่านก็ว่า มี มีอยู่บางองค์หลวงปู่ไม่รู้จัก

คนสร้างก็คิดเอาเองว่า น่าจะเป็ฯฤษีครูของ หลวงพ่ออุตตมะ ก็เก็บคำถามไว้ พอมาถึง กทม. ก็ตรงไปสำนัก หลวงพ่ออุตตมะ เอาพระแก้ว กับ ฤษี ไปถวายท่านทันที่ ก็ไปบอกท่านว่าหลวงพ่อครับ พระเสกเสร็จแล้วท่านก็ลุงขึ้นนั่งทันที ถามว่า ไหน ก็เปิดกล่องให้ท่านดี แล้วบอกว่าถวายท่าน ท่านยังถามว่าถวายหมดเลยหรือ คนสร้างก็ตอบว่าครับ

แล้วก็ตั้งปุจฉาทันทีว่า

หลวงพ่อครับพระ ฤษี เอาไปเสกพนมรุ้ง หลวงปู่หงษ์ ท่านว่า ฤษี มากันมาก และมีบางองค์ท่านไม่รู้จักครู ฤษีสามองค์ ได้ไปร่วมพิธีหรือไม่ครับ

ท่านก็นั่งเข้าที่ภาวนาสักอึดใจ และก็บอกว่า

ไป

คนสร้างเขาว่าปลื้มใจที่สุดครับ ทราบว่าตอนหลวงพ่อท่านมรณะภาพ พระทั้งสองรุ่นนี้ก็หมดไปจากสำนักพร้อม พระอื่น ๆ ของท่านด้วยเช่นกันครับ

ป.ล.สายประคำ 56 เส้น ก็มาจากพิธีนี้ครับ

และเมื่อต้นปีได้คัดเอาพระแก้วฯ องค์ที่สวยและพอสวยไปถวาย หลวงพ่อหอม หลานแท้ๆ และลูกศิษย์ก้นกุฏิ ของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งท่านจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์หลวงพ่ออุตตมะ ส่วนองค์ที่ไม่สวยและชำรุดได้เก็บเอาไว้ทำมวลสารพระรุ่นต่อๆ ไป

เพื่อน้อมถวายเป็นกุศลแด่หลวงพ่ออุตตมะฯ ซึ่งองค์ท่านได้ไปสู่เเดนอันเกษมแล้ว และถวายแด่หลวงปู่หงษ์ฯ องค์ซึ่งยังอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรใหญ่ให้ศิษย์พึ่งพิงอยู่ให้บุญนี้แม้น้อยนิดแต่ก็ขอให้ได้มีส่วนค้ำชูให้ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้ยืนยาวต่อไป

จึงอยากจะบอกทุกท่านที่ ศัทธาในองค์ หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ และ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เเละอยากได้พระเครื่องที่พระคุณเจ้าทั้งสององค์ร่วมกันเสก ให้ทราบเผื่อจะได้ไปทำบุญที่สำนักสงฆ์หลวงพ่ออุตตมะ พุทธมณฑล สาย2 ทางเข้าเดียวกับโรงเรียนเทคโยโลยีปิ่นมณฑล ครับ ช่วยไปทำบุญ เอาบุญต่อบุญด้วยนะครับ





Attached File(s)
Attached File  ___________.jpg ( 40.68K ) Number of downloads: 73
Attached File  ________.jpg ( 79.47K ) Number of downloads: 63
 
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:02 AM
Post #8





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ที่จริงยังมีพระหลวงปู่อีกมากที่คนไม่รู้จัก บางรุ่นมีอภินิหารย์เหลือเชื่อ แต่ไม่มีใครรู้จักก็มีเยอะ อย่างรุ่น วัดราชบูรณะสร้าง เด็กน้อยโดนรถเบนซ์(หนักมาก) ทับแต่ไม่เป็นอะไรเลย พ่อแม่เด็กยังพาเด็กมากราบหลวงปู่ตอนท่านเข้าโรงพยาบาล สมิติเวช ผมก็อยู่ในตอนนั้นด้วย

หรือตะกรุด 12 ดอกที่พระที่วัดจารแล้วเอามาขายหลวงปู่ หลวงปู่ท่านเสกแค่ 5 นาที 10 นาที ลุงสุเมือยโดนปืนลูกซองยิงยังไม่โดนเลย(กระสุนออกแต่แตกเป็นลูกไฟก่อนถึงตัวหมด) หรือพระ รุ่นใจรวมใจของครับครัวป๋องสร้างที่เสกพิธีเดียวกับพระฤษี คนที่บูชาโดนแทงด้วยขวดปากฉลามไม่เข้าก็ยังมี หรือแม้แต่สายสินธุ์แค่เส้นเดียวก็ยังทำให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และคณะผู้มีเกีรติทึ่งในอานุภาพมาแล้ว

และยังมีอีกเยอะที่มีคนที่เจตนาบริสุทธิ์และสร้างถวายหลวงปู่ด้วยศัทธา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น ซึงของหลวงปู่นั้น ถ้าเสกแล้วล้วนแล้วแต่ขลังแท้ และแน่นอนที่สุดทุกสิ่งทุกอันไป แต่ถ้าชิ้นไหนอันใดไม่ได้ให้หลวงปู่ท่านเสก คนสร้างเสกเองล่ะก็ .............ครับ

พระโต๊ะหมู่นั้นมี 2เนื้อ คือธรรมดาจะบางๆ เนื้อสีอ่อนหน่อย และพิเศษจะหนาบึ้ก สีเหมือนช็อคโกแลต เนื้อธรมดานั้นเจ้าภาพคนสร้างถวายเขาเอาไว้แจกจ่ายของเขา และถวายหลวงปู่
ส่วนพระเนื้อหนาพิเศษนั้นลูกศิษย์หลวงปู่เจ้าของมวลสาร เขาทำไว้ถวายหลวงปู่ ฯ ถวายแล้วก็ให้กรรมการไปจัดการกันเอง คนสร้างไม่ได้เข้าไปยุ่งอีก ที่ทำถวายก็เพื่อไว้ร่วมสร้างปราสาทฯ ไว้บรรจุสรีระหลวงปู่และพระบรมสารีริกธาตุ
เนื้อพิเศษนี้เท่าที่ผมเห็น จะมีคราบปูนคราบว่าขึ้นเกือบทุกองค์ ผมเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง และพระหลาย ๆพิมพ์นี้เท่าที่ผมส่องกล้องดู ถ้าแสงพอทุกองค์จะมีประการระยิบระยับในเนื้อ จะเห็นมวลสารชัดเจน ทุกองค์ครับ
ป.ล.ต้องขอโทษด้วยครับที่เอารูปจากเว็ปอื่นมาโพส แต่ถ่ายรูปแล้วยังไงก็ไม่ชัดสักนิดเลยจำเป็นต้องอาศัยรูปของเขาครับ


เมื่อตอนเขาเริ่มสร้างพระชุดแรกของหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ นั้น มีมวลสารหลักคือ กระเบื้องโมเสส และทองคำเปลว จากพระบาทขององค์ หลวงพ่อพระศรีอาริยเมตไตร วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม เขาถึงชอบพูดบ่อย ๆ ว่าพระเขาสร้างมีเลือดเนื้อ(กระเบื้องโมเสส) และสมบัติ(ทองคำเปลวของพระศรีอาริยเมตตไตรผสมอยู่

และพลอย 5 สีได้จากเพื่อนที่เป็นพ่อค้าพลอย และหินแม่พระธรณีปัฐวีธาตุ จากแม่น้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมืองแม่เมืองเดียวในประเทศไทย มวลสารที่มีอยู่แค่ 2 3 อย่างนี้ (แต่หนักนับ10 ก.ก.) ก็ได้หอบหิ้วลงไป จ.สงขลา ปัตตานี เพราะมีใจศัทธาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

เมื่อไปถึงสงขลาก็ได้เอามวลสารที่ได้มานั้นถวายให้หลวงพ่อพล วัดนาประดู่ เสกเป็นองค์แรก และนำไปอธิฐานที่สถุปหลวงปู่ทวดฯที่วัดช้างไห้ และต่อมาได้ถวายหลวงพ่อสุข วัดมุจจลินวาปี ปัตตานี เสกเป็นองค์ที่สอง และนอนค้างที่วัดนี้ 1 คืน วันต่อมาก็ไปหาดใหญ่ ไปถวายให้หลวงปู่ทอง วัดป่ากอ เสกทานเมตตาเสกให้ 1 คืนเต็ม

ในเย็นวันต่อมาก็ไปสทิ้งพระไปสำนักสงค์ต้นเลียบ วันนั้ฝนตกพรำ ๆ ตอนแรกกะว่าจะไปขอด้วงเลียบมาสักหน่อย ก็เลยพอไปถึงก็ไปหาคนดูแลเขาก็ให้ด้วงเลียบ มา 9 องค์(ขอเรียกเป็นองค์) องค์ขนาดเม็ดถั่วเเหลือง เราก็ไม่ว่าไร ก็เดินไปไหว้รอบ ๆ ต้นเลียบ เห็นกิ่งเลียบที่เปียกน้ำฝนหักลงมาเราก็คิดว่า ไม่ได้ด้วงเลียบ ตูเอากิ่งเลียบก็ได้

ก็เก็บ ๆ มาได้ 1 กระสอบ และยังเจอเศษไม้อยู่ชิ้นหนึ่ง ขนาดเท่านิ้วก้อยหงิกงอ ก็เก็บมางั้น ก็ไปนั่งพักคุยกับกรรมการวัดสักพัก เขาก็ว่าเออเก็บไปได้เยอะนิ ดีที่ฝนตกกิ่งเลยหักลงมาเยอะ นี่ฝนแรกของปีเลยนะ เราก็ โห.. เราก็คุยสักพัก ก่อนกลับก็ควักเศษไม้ที่เก็บได้มาให้คนดูแลดู แกก็รับไปดู แกก็ โห..........มั่ง นี่ด้วงเลียบตัวใหญ่จริง ๆ ไม่เคยเห็นใหญ่ขนาดนี้ นี่หลวงปู่ท่านให้แล้วนะเก็บไว้ให้ดี เราก็ โห.......อีก

พอเสร็จเรื่องทางนี้ ก็รีบกลับไปวัดป่ากอ ไปถึงจัดข้าวของเสร็จไม่อาบน้ำละ ห้องน้ำวัดอยู่นู่น..... ก็เลยหลับไปเลย พอตอนเช้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พอลืมตาก็รู้ว่าเรานอนตะแคงอยู่ ตาก็มองไปที่พื้นเห็น กระดาษห่อด้วงเลียบที่คนดูแลต้นเลียบให้มาตกอยู่บนพื้น ก็ตกใจรีบลุกขึ้นค้นหาทันที ก็ถามคนที่เดินทางไปด้วยกันว่าตอนตื่น เห็นตาไม้ลักษณะอย่างนี้ ๆ มั๊ย

เขาก็บอกไม่เห็นเราก็เสียดายซะ เพราะตอนนั้นคิดว่ามีแค่ 10 องค์ จะเก็บไว้บูชาส่วนกิ่งเลียบจะไว้จ้างร้านยาบดทำพระ ก็นั่งทำใจอยู่พักนึง ก็เก็บที่นอน พอยกหมอนขึ้น ก็เห็นด้วงเลียบ 9 องค์ ที่ไขให้มา และปู่ด้วง มารวมกันอยู่ใต้หมอนเรา ครบทุกองค์ไม่ขาดหายไปสักองค์เดียว (นี่เป็นเหตุผลที่เราเรียกด้วงเลียบเป็นองค์)

เราก็เลยเรียกคนที่ไปด้วยกันและพระหลวงตาที่เป็นเจ้าของห้องให้มาดู ก็ตืนเต้นกันใหญ่ หลวงตาท่านก็ใจดี พอรู้ว่าเราจะกลับยังมาส่งที่หาดใหญ่และเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวอีก คนละชาม

พอกลับมาถึงกรุงเทพ เอากิ่งเลียบไปตากแดด พอแห้งก็ว่าจะส่งไปร้านยาบด ก็เอามาเรียง ๆ ดู ก็พบว่า ตามกิ่งเลียบมี ตาไม้เลียบ หรือที่เรียกว่าด้วงเลียบอยู่เต็มไปหมด เราก็ โห..... รีบแกะ ๆ เก็บ ๆ ได้ 100 กว่าองค์ สุดยอด แต่ตอนหลังก็เอาไปบดทำพระหมดละ คัดที่ใหญ่เท่าเม็ดถั่วเหลืองไว้ 8 องค์ และปู่ด้วงไว้ตรงกลาง เป็น 9องค์ พอดี ก็บูชากราบไหว้มาจนทุกวันนี้
ตอนหลังมารูจักคนมาเข้า ๆ เขารู้ว่าจะสร้างพระถวายหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เขาก็ช่วยสละผงที่เก็บรักษามาร่วมทำบุญ ก็คัดแล้วเลือกแล้ว ดูหน้าคนให้แล้วถึงเอามาผสม และอธฐานว่าครูบาอาจารย์อยากให้เอาอะไรผสม ก็ให้ดลใจให้ไปเอา ก็ได้แต๊และมีที่มาที่ไปแน่นอนทั้งสิ้น อย่างปูนดินใต้ฐานชุกชีหลวงพ่อพระพุทธนิมิตฯ
คนสร้างภูมิใจเป็นนักหนาที่ได้เอามาสร้างพระถวายหลวงปู่ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่เครพบูชามาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไปกราบไหว้เพราะอยู่คนละภาค คนละจังหวัด ก็ได้แต่ตัดรูปท่านจากหนังสือไว้บูชา และบูชามาจนถึงทุกวันนี้เป็น 10 กว่าาปีแล้ว

และดินใต้ฐานนั้นคืออุปมาได้กับพระแม่ธรณีย์ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาของหลวงปู่ ฯ ท่านด้วย อย่างว่าน 32 ชนิด ทำไมต้อง 32 ชนิด ทำไมไม่ 108 ชนิด คนสร้างเขาคิดว่าเอาว่านที่มีอานุภาพจริง ๆ แค่ 32 อย่างก็พอ เหมือนเราทานไข่เจียว ก็ให้มันมีรสชาติ เค็มนิด หวานประแล่ม ๆ ก็อร่อย แต่ถ้าเอารสชาติ ที่มีอยู่ทั้งหมดมาใส่รวมกันลงไป ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม มัน หวาน ขม ฝาดฯ ก็คงจะรสชาติพิลึก

ว่านนี้ก็ได้จากพี่ชาติเจ้าของร้านว่านที่จุตจักร์(รองแชมป์แฟนพันธุ์แท้เรื่องว่าน) ให้มา 1 กระสอบ เพราะว่านนี้ถึงเวลาต้องกู้ขึ้นมา เฉพาะหัวว่านดอดทอง แท้ ๆ ให้มาประมาณ 1 ขัน (ดอกว่านพี่แกก็มีขายครับ 6 ปีที่แล้วดอกละ 300 บาท เดี๋ยวนี้เท่าไหร่ไม่ทราบ) เกราะเพชรไพฑูรณ์ (คงกระพัน)ที่พี่ชาติบอกว่าหายากนักหนา ก็ให้มาอีก1ขัน พระตะบะ ถอนโมกขศักดิ์ (กันคุณไสย) นี่คือความศัทธาที่คนเขามีให้หลวงปู่ฯ ท่านครับ

มีวันนึงในระหว่างที่ไปพักที่สุสานทุ่งมน สำนักของหลวงปู่ฯท่าน ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวไปเอาเหล็กโคกยายเหลืองมาไว้ทำพระก็ยังไม่ทราบ ว่ามันคืออะไร อยู่ที่ไหน ก็มาคุยกับโป๋ย หลานหลวงปู่ฯ โป๋ยก็บอกว่าโอ้ยพี่ที่นั่นมันแรง คนจูงควายเดินผ่าน พอควายผ่านโคกมันหยุดเดิน เจ้าของมันตีควายด่าควาย ปากก็เบี้ยว แขนขาก็บิดหมด เดี๋ยวนั้นเลยพี่ คนไปทำนามาใกล้ๆโคก ด่าลูกก็ปากเบี้ยว ต้องเอาดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาถึงหาย
เขากลัวกันทั้งนั้น เราก็แกว่า หลวงปู่ฯท่านสั่งให้เราไปเอามาทำพระ โป๋ยแกก็ว่าหลวงปู่ท่านจะลองพี่แล้วว่าพี่เจตนาบริสุทธิ์จริงหรืเปล่า เราก็ อืม......หลวงปู่สั่ง อย่าว่าแค่นี้เลยต่อให้ยิ่งกว่านี้ก็จะไปเอามาถวายให้

โป๋ยแกก็ว่างั้นผมไปด้วย ก็เลยชวนพวกลูกศิษ์หลวงปู่ฯรุ่น เล็กที่นอนเฝ้าท่านด้วยกัน ไปด้วยกันอีก 2 คน พากันไปเก็บพอไปถึงโคกบอกกล่าวแล้วก็เก็บ ๆๆๆๆ มีอยู่ชิ้นหนึ่งเป็นแผ่นเหล็กมันวาวใหญ่ขนาด 2 ฝ่ามือสวยงามมาก โป๊ยแกเก็บได้ก้พาใส่ย่ามมาได้สัก 5 กระป๋องสังฆทาน ก็กลับ มาถึงสุสานก็เอามาเท ๆ ออกกองรวมกัน

โป๋ยแกก็ว่าเอ ชิ้นสวย ๆ ที่ผมเก็บได้ไปไหนล่ะ หากันไงก็ไม่เจอ ไม่มีใครเอาไปทางไหนแน่เพราะแกถือใสย่ามแกมาคนเดียว ตอนเทก็เห็นกันอยู่ สรุปว่าหาไม่เจอ หาย.. พอชาวบ้านเขามาเห็นเขาก็ว่าเหล็กอย่างนี้ที่ป่านู้นก็มี โป๊ยก็บอกว่า นี่เห็ลกโคกยายเหลือง ลุงคนนั้นก็ร้อง โอ้...แล้วยกมือไหว้ทันที ชาวบ้านเขาฮือฮากันใหญ่

ก็เอาไปถวายให้หลวงปู่ฯ เสกตามระเบียบ วันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่โคกอีก เพราะเมื่อวานของหลวงปู่ฯ ท่าน แต่วันนี้เราจะไปเอาของเราเอง ก็ไป ไปถึงก็บอกเจ้าที่ว่าขอแค่ชิ้นเดียวขอสวย ๆ ก็ไปเก็บ วันนี้เจอชิ้นที่สวย ๆ เหมือนคนมาแกะเกลาไว้สวย ๆ ตั้งหลายชิ้นก็เกิดโลภ จะเอาหมด (สัก6-7 ชิ้น) พอจะก้าวออกจากโคก หูมันเกิดดับไม่ได้ยินเสียงอะไรขึ้นมา เราก็ นะ...ตูโดนละ

และก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ว่าฝูงวัวแถวนั้นมันตื่น มันพากันร้อง เราก็ตัดใจเราคงเอาเหล็กชุดนี้ออกไปหมดในวันนี้ไม่ได้แน่ เพราะขอแค่ชิ้นเดียว ก็เลยเอาไปซ่อนไว้ที่โพรงต้นไม้ตรงกลางโคก บอกฝากเจ้าที่พรุ่งนี้จะมาเอา แต่วันนี้เอาไปแค่อันเดียวก่อน หูก็ได้ยินเสียงชัดเจนดังเดินทันที เราก็เอาเหล็กชิ้นนั้นมาให้หลวงปู่ฯ ท่านดู ท่านเห็น ท่านก็ว่า อันนี้ขลัง ม๊าก มาก

เราก็เลยถวายท่านไป วันรุ่งขึ้นอีก ก็ไปอีกรีบตรงไปที่โพรงไม้ไปค้นดู หาไม่เจอหายหมดเลย ก็เลยอดหมด ไม่มีใครเข้าไปเอาแน่นอน เพราะโคกนั้นเป็นที่เครพเกรงกลัวของชาวบ้านมานับ ร้อย พันปี คนสร้างพระคณะอื่นมาเอาเหล็กยังมากันเป็นสิบ ชาวบ้าบแถวนั้นไม่ต้องพูดถึง และคิดให้ดีถึงมาจริง จะรู้หรือว่าเราซ่อนเหล็ก 6 ก้อนไว้ในโพรงไม้กลางโคก อย่างนี้ นับว่าเป็นเรื่องแปลกมากอย่างหนึ่ง




Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:04 AM
Post #9





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



แม่พระธรณี ปัฐวีธาตุ ได้เก็บรวบรวมจากแม่น้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมืองแม่เมืองเดียวในประเทศไทย ในส่วนนี้ได้แยกไปถวายหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย นครพนมท่านเสก ไม่ได้หวังจะให้เป็นปัฐวีธาตุแบบของหลวงปู่คำพันธ์ท่าน แต่ขอให้ท่านเสกธาตุให้ ท่านก็เมตตาเสกให้

ออกจากหลวงปู่คำพันธ์ก็เข้าอุดร ไปกราบขอความกรุณาหลวงปู่ถิร วัดทิพยรัฐนิมิต ที่หลังคุกเมืองอุดรท่านเสกให้ ท่านก็เมตตาเสกให้ ก็ทราบมาว่าท่านไม่ค่อยยินดียินร้ายกับการเสกอะไร ๆนักพระทีวัดว่ามีก็เหรียญ รุ่นเดียว (7-8ปีก่อน)แต่เราก็ใจกล้าเข้าไปขอท่านว่าจะเอาไปสร้างพระแจกทหาร ตำรวจ

ท่านก็มองหน้า แล้วก็บอกให้เราตามมาท่านก็ดินนำไปกุฏิท่านเข้าไปในห้อง พอท่านนั่งท่านก็ให้เราส่งปัฐวีธาตุมาท่านนิ่งสั่งพักแล้วบริกรรมมนต์อยู่ 5-6คำ (แค่5-6คำจริง)แล้วก็ยื่น ปากถุงปัฐวีธาตุให้เราเราก็จับแต่ท่านไม่ยอมปล่อยสักพักท่านถึงปล่อย เราไม่ทราบว่าเป็นอะไรแต่มันรู้สึกได้ว่า ท่านตั้งใจเสกจริง ๆ และรู้สึกเกิดความหวงแหนปัฐวีธาชุดนี้ขึ้นมาทันที

ต่อมาถึงเอาไปให้หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญท่านเสก พร้อมกับพลอย 5 สี โดยที่แช่น้ำมนต์ไว้ในบาตรเอาไปวางที่หัวนอนท่าน นานเป็นเดือน ๆ หลานท่านเพื่อนเรา เล่าว่า ท่านเมตตาตาคอยเอาน้ำมนต์มาเติมให้เต็มอยู่ตลอด พอท่านไปไหนไม่อยู่ท่านกลัวหายท่านก็สั่งให้เก็บเข้า ห้องนอน(เก็บของ)ท่าน ซึ่งท่านที่เคยไปกราบหลวงปู่ที่สุสานคงทราบว่าหลวงปู่ท่านนอนตรงที่ท่านรับแขกนั่นแหละครับ ห้องนอนของท่านท่านไว้เก็บของ

เรื่องปัฐวีธาตุนี้ที่เอามาผสมเพราะเห็นหลวงปู่พูดถึงบ่อยๆ ท่านเล่าว่าสมัยท่านธุดงค์ที่เขมรเขมรรบกัน ทหารหมู่นั้นมาขอของป้องกันตัวจาหลวงปู่ฯ ๆท่านก็เสกน้ำมนต์ให้ไปใส่ขวดเล็กห้อยคอบ้าง กิ่งไม้ ใบไม้ เอามาจารเป็นตะกรดบ้าง ก้อนกรวดเอามาเสกบ้าง ท่านยังกล่าวสำทับว่า ไม่เห็นมีลูกศิษย์คนไหนเป็นอะไร และท่านว่า

ถ้าเชื่อหลวงปู่นะ นี่...(เอานิ้วเคาะไปที่กระโถนหมาก)เอามาห้อยคอ(ท่านยกกระโถนขึ้นมาที่อกท่าน) ก็ยิงไม่ออก

แล้วท่านเคยสั่งผมว่า

ไปเก็บก้อนหินมาหลวงปู่จะเสกให้ กันได้ทุกอย่าง

เราก็ว่า ครับ เขามีขายเป็นกระสอบเดี๋ยวผมไปซื้อมาเลยนะครับ

ท่านว่า อย่า อย่าไปซื้อเรา(หมายถึงผม) ไม่ค่อยมีเงิน ไปเก็บมาตามข้างทาง เอาที่สวย ๆ หลวงปู่จะเสกให้ เราฟังแล้วมัน ตื้อขึ้นมาจุกออกเลย

Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:06 AM
Post #10





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



เกษาที่ผสมในพระพุทธนิมิต เป็นเกศา หลวงปู่ชม วัดนางใน จ.อ่างทอง เกศา-อังษะ หลวงปู่เมตตา วัดโพธิ์เลื่อน จ.ปทุมธานี เกศา-อังษะหลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน จ.อยุทธยา อังษะหลวงปู่หรุ่ม วัดบางจักร อ่างทอง หลวงพ่อสิริ วัดตาล นนทบุรี หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว ผ้าคาดอกหลวงปู่ทิม วัดพระขาว

เกษา-อังษะของท่านพระคุณเจ้าเหล่านี้ก่อนจะนำไปผสมทำพระเครื่องนั้นผมเอาไปถวายให่หลวงปู่ท่านพิจจารณาดูให้ องค์ไหนท่านบอกว่าดีผมถึงจะเอามาผสมในพระเครื่อง ซึ่งของท่านทุกองค์ที่เอามาผสม นี้เมื่อหลวงปู่ท่านพิจจารณาแล้ว ท่านเอา(เกษาบ้าง อังษะบ้าง)ไปจบที่หน้าผากท่านทุกองค์ครับ หลวงปู่ฯ ท่านว่า พระองค์นี้ดีม๊าก มาก

ท่านพระคุณเจ้าเหล่านี้ทุกท่าน มีความเมตตาอย่างที่สุด ไปขอท่าน ๆก็ให้ ซื้ออังษะไปเปลี่ยนก็ไม่เอา ถอดให้เดี๋ยวนั้นเลย แต่มีองค์หนึ่ง ท่านประทับใจเรามากที่สุด คือ หลวงปู่ พระครูเมตตาธรรมคุณ วัดโพธิ์เลื่อน ปทุมธานี

เราไปกราบท่านครั้งแรกไปขอแผ่นจาร ท่านก็บอกว่าจะเอากี่แผ่น ก็เรียนท่านว่า แล้วแต่หลวงปู่จะเมตตาครับ ท่านว่า งั้นเอามา 3แผ่น อีก 2-3 วันมาเอา พอต่อมาเราไปเอา ท่านก็จารยันต์แบบมอญ มาให้เต็มทั้ง 3 แผ่น และบอกว่า ถ้าวันหลังมีอะไรให้หลวงปู่ช่วยทำก็บอกนะ หลวงปู่จะช่วยเอาบุญ เราก็ค่อนข้างจะทึ่งท่านหน่อย ๆ แต่ก็ประทับใจมาก ๆ ท่านยังให้ตะกรุดโทนดอกเล็ก ๆ มาดอกนึง ท่านว่าท่านจารเองทุกดอก

ตอนหลังมาไปกราบท่านอีก พอดีมีโยมมาพบท่านอยู่ก่อนแล้วเป็นผู้หญิง กับ ผู้ชาย 2-3คน คนผู้หญิงก็ถามท่านว่า หลวงปู่คะตะกรุดของหลวงปู่เอาใส่กระเป๋าได้มั๊ยคะ หลวงปู่ท่านว่า ได้เอาใส่ได้ โยมนั่นก็ว่าเนี่ยคะหนูเอาใส่พวงกุญแจแล้วใส่ในกระเป๋ากางเกง พอหนูเอากุญแจไปสตาร์ทรถยนต์ ยางรถมันระเบิดเลยค่ะ หลวงปู่ท่านก็ว่า เออ เอาใส่กระเป๋ากางเกงไม่ได้ มาเอาดอกใหม่ไป เราก็ทึ่งท่านอีกครั้งนึง

มาอีกครั้งนึงเราพาเพื่อนและคณะไปกราบท่านอีก เวลาประมาณ 5 โมงเย็น วัดท่านเป็นวัดที่ติดแม่น้ำ ยุงตัวเล็ก ๆ หลังสีขาว ๆ กัดเจ็บเหมือนมดคันไฟ มีเป็นโขยง เราก็นั่งด้านหน้าสุด คนละด้านกับเพื่อน หลวงปู่ท่านก็นั่งบนยกพื้นหน้ากุฏิท่าน พอนั่งกันไปได้สักพักกองทัพยุง ก็ยกกันมาโจมตีเราทุกคน จริง ๆอยากจะตบ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก็เกรงใจหลวงปู่ท่าน เลย ฮึ่ม....สัพเพ สัตตา...ฯ

พอคุยกับท่านไปได้อีกสักพัก เราก็เริ่มสังเกตุ เอ..ยุงไม่กัดท่านเลยนี่หว่า ก็ดูจนแน่ใจ เราอยู่ห่างท่านแค่2 คืบยุงกัดเป็นสิบ ๆ ตัว แต่ตรงที่ท่านนั่ง ไม่มียุงบินขึ้นไปเลยสักตัวเดียว เราดูจนแน่ใจ ก็กระซิบบอกเพื่อน เพื่อนก็เลยดู ก็เห็ฯว่าจริง เราเลยเอ่ยปากขอเกษา กับอังษะท่าน หน้าซื่อ ท่านก็เมตตาเข้าห้องไปถอดมาให้ทันที และเอาเกษามาให้อีก 1 ขันเต็ม ๆ และบอกว่า เออ...ช่วยกันเอาบุญ ไม่รู้จะบรรยายว่าอย่างไร แต่หลวงปู่พระครูเมตตาธรรมคุณ องค์นี้เรายังกราบไหว้ระลึกถึงท่านมาจนทุกวันนี้ และจะไม่ลืมเมตตาของท่านเลย


ผงพุทธคุณของ วัดนครอินทร์ เมืองนนท์ ผงพุทธคุณหลวงพ่อฑูรณ์ วัดโพธินิมิตร ตลาดพูล ผงสร้างพระพิมพ์สมเด็จ รุ่นญาณวิลาส หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี ผงรักทองพระประฐานวัดกษัตราธิราช ผงรักทอง พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ วัดสุทัศน์

อันนี้ลุงสุขสันต์ พรจินดา ลูกศิษย์หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ คนนึงให้มา ลุงสุขสันต์ หรือที่เราเรียกกันว่าลุงกุ๊ก ๆ นี่เป็นกุ๊กจริง ๆ เก่งมากด้วย แต่ถึงวัยปลดเกษีรณแล้ว ด้วยความเป็นคนใจบุญสนใจเรื่องพระตั้งแต่ยังหนุ่ม ประกอบกับรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่(จริง ๆ)ที่ท่านชอบสร้างพระเช่นกัน ลุงกุ๊กจึงได้รับแบ่งผงวิเศษนานประการมาเก็บสะสมไว้ หลายชนิดจนเวลาผ่านมานานหลายปี จึงมอบส่วนหนึ่งมาร่วมทำบุญกับหลวงปู่ท่านด้วย



Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:06 AM
Post #11





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยรู้จักหลวงปู่ในแง่ของพระขลัง และขมังพระเวท นั่นเป็นเรื่องจริงครับ

แต่หลวงปู่ท่านเคยพูดในอีกแง่มุมนึงให้ผมฟังว่า

หลวงปู่เสกพระไม่ให้เขาผิดศีลไม่ให้เขาทำบาป(เสกให้เขาฆ่ากันไม่ตาย เสกให้กำบังให้เขามองไม่เห็น เขาจะทำร้ายกัน ขโมยของกัน ก็มองไม่เห็น ก็ทำผิดศีลไม่ได้)

เราได้ฟังก็มาคิดดูก็จริงของท่านแฮะ ท่านมีความคิดข้ามหัวเราไปไม่รู้เท่าไหร่ ท่านมองทะลุถึงแก่นแท้จริง ๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:08 AM
Post #12





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



เกี่ยวกับการ "เห็น" ของหลวงปู่ ฯ ท่าน ๆ เคยเล่าว่าท่าน "เห็น" อะไร ๆ ที่คนทั่วไปไม่เห็นมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ท่านว่าเวลาเดินผ่านป่าช้าเวลากลับบ้านต้องหันหน้าหนีไปทางอื่นไม่มองไปทางป่าช้า ....ยืนอยู่ในนั้นเต็มไปหมด เรื่องนั้นผมไม่ได้ไปเห็นกับท่านด้วยผมจึง ฟังท่านไว้ด้วยความเคารพอย่างที่สุด

แต่มีครั้งนึงที่วัดนก ซ.พาณิชย์ธนฯ ทางวัดได้นิมนต์หลวงปู่ฯ ท่าน มาให้คนทำบุญกับทางวัด หลังจากที่หลวงปู่ ฯท่านไปถึงวัด ทางวัดก็ได้จัดที่พักให้ท่านพักผ่อน มีโยมคนนึงโทรมาที่วัดบอกว่าอ่านหนังสือเจอว่าทางวัดนิมนต์หลวงปู่ ฯ ท่านมา เขาบอกว่าเขามีเรื่องให้หลวงปู่ ฯ ท่าน ช่วย

คือพ่อของเขาได้ติดคุกแล้วเกิดไปเสียชีวิตในคุก เขาก็ได้ทำพิธีทางศาสนาครบทุกอย่างแล้ว แต่พ่อก็ยังมาเข้าฝันว่ายังออกจากคุกไม่ได้ เขาจึงอยากการบเรียนปรึกษาหลวงปู่ ฯ ท่าน ๆ ก็เลยบอกว่าให้เอาดินไปวางตรงที่พ่อของเขาตาย แล้วให้นิมนต์พระไปชักบังสกุลตรงดินนั้น แล้วให้เอาดินมาให้ท่านที่วัดนก

พอเวลาผ่านไปเมื่อถึงเวลาหลวงปู่ ฯ ท่านรับแขก คนก็เข้าแถวกันยาวเหยียด ผมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ท่านคอยรับดอกไม้ที่คนเอามาถวาย อยู่หลวงปู่ ฯ ท่านก็พูดว่า

นั่นมาแล้ว พ่อเขามาด้วย หมดเคราะห์แล้ว

ผมก็งงอยู่ชั่วอึดใจพอมองไปที่แถวคนที่มากราบท่าน ก็เห็นผู้ชายคนนึงถือถุงกระดาษกำลังเข้ามากราบท่าน พอเข้ามาถึงท่าน ก็ล้วงเอาของจากในถุงกระดาษออกมาถวาย ให้ท่านดูแล้วเรียนว่าหลวงปู่ ฯ ท่านว่า เขาเป็นคนที่โทรมาปรึกษาเรื่องที่พ่อเขาตายในคุกแล้วออกมาไม่ได้ ตอนนี้เขาทำตามที่หลวงปู่ ฯ ท่านแนะนำแล้วครับ หลวงปู่ฯ ท่านจึงบอกเขาว่าพ่อเขาออกมาแล้ว เขาก็ลากลับไป

ผมพอเข้าใจว่าที่ท่านพูดในตอนแรกหมายถึงอะไร ก็ขนลุก(ขอโทษนะครับ)ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าครับ ไม่ใช่กลัวนุครับแต่ขนมันลุกเองครับ

และจากอีกที่หลาย ๆ คนประสพมาจึงเชื่อได้ว่าเรื่องเห็นอะไร ๆ ของหลวงปู่นี่แน่นอน แม่นยำที่สุดครับ

ต่ออีกเรื่องเกี่ยวกับการ "เห็น"ของหลวงปู่ฯท่าน เรื่องนี้ม่บุคคลผู้มีเกิตริย์(เขียนยังไงหว่า) สูงเข้ามาเป็นผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย กล่าวคือ

เมื่อครั้งที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ได้สร้างวัตถุมงคลที่สร้างจากกระเบื้องหลังคาโบสถ์ของโบสถ์พราหมณ์ ซึ่งมีโบสถ์พระอิศวร โบสถ์พระนารายณ์ โบสถ์พระพิฆเณศวร มาบดผสมทำพระและจัดพิธีมหาพุทธาภิเษก-เทวาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ เหลือที่จะกล่าว เป็นพิธีที่ถูกต้องตามตำรับพราหมณ์อย่างที่สุดเพราะท่านทั้งหลายที่เป็นเจ้าพิธีล้วนแต่เป็นพราหมณ์หลวง เป็นผู้มียศศักดิ์ทางราชการทั้งสิ้นและยังสืบสายเลือดมาแต่ตระกูลพราหมณ์ผู้มีศักดิ์สูงทุกท่าน

หลวงปู่ ฯ ท่านก็ได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีด้วย จำได้ว่าในชุดที่หลวงปู่ฯ ท่านเสกนั้นมีหลวงปู่เมตตาธรรมคุณ วัดโพธิ์เลื่อนท่านนั่งด้วยแต่ท่านเสกไม่นานประมาณ 30นาทีก็กลับ แต่หลวงปู่ ฯ ท่านเสกรวดจนจบพิธี พอเสกกันไปสักระยะ (2-3ช.ม.) ใกล้จะเสร็จพิธี ก็เกิดเสียงเหมือนอะไรถล่มลงมาจากทางโบสถ์พระพิฆเณศ ก็ทราบว่าเป็นกองกระเบื้องหลังคาที่ จะเอาไว้มุงโบสถ์ถล่มลงมา พิธีก็ดำเนินไปจนจบ

เมื่อหลวงปู่ ฯ ท่านกลับไปพักที่บ้านอีตาป๋อง อีตานี่ก็โทรมาบอกว่า หลวงปู่ท่านบอกว่าพิธีนี่พระอิศวรสูง 88 ศอกเสด็จมมาในพิธี มายืนคร่อมโบสถ์(เสกที่โบสถ์พระอิศวร) ในโบสถ์มีเทวดามาชุมมุมประสาทพรกันอยู่แน่นไปหมด และข้างนอกโบสถ์ ก็มีครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ มาล้อมโบสถ์พระอิศวรอยู่แน่นไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นแต่ครูบาอาจารย์

แต่ครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ท่านไม่เข้ามาในโบสถ์เพราะผู้ประกาศโองการ(น่าจะพระราชครูวามเทพมุนี ) ไม่ได้ประกาศกล่าวอัญเชิญ พระสงฆ์ เชิญแต่เทวดา แต่ที่พระสงฆ์มาเพราะพระคณาจารย์ที่รับนิมนต์มาเสกได้อธิฐานจิตอัญเชิญมา ครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ท่านจึงทำให้ดูว่าท่านมาจริง ด้วยการทำให้กระเบื้องหลังคาโบสถ์ทางโน้นถล่มลงมา

เราได้ฟังเรื่องแล้วก็ทึ่ง อึ้งกิมกี่ เรื่องอะไรที่ได้รับทราบเกี่ยวกับหลวงปู่ฯ ท่านล้วนแล้วแต่มหัศจรรย์ก็จริง แต่ลองนึกภาพว่าในพิธีหลวงปู่ฯท่านได้เห็นอะไร บ้างก็ไม่รู้จะบรรยายยังไงมันสุดที่จะบรรยายจริง และในวันต่อ ๆ มาผมกับตาป๋องได้ไปที่โบสถ์พราหมณ์กันอีกครั้ง ก็ได้พบกับท่านพระราชครูฯก็เรียนความที่หลวงปู่ฯท่านเล่าให้ฟัง ให้ท่านพระราชครูฯท่านฟังต่อ ท่านก็ยอมรับว่า ท่านไม่ได้อัญเชิญพระสงฆ์ ท่านเชิญแต่เทวดาจริง ๆ เราก็นะหลวงปู่ของเราถ้าเรื่องนี้ไม่พลาดดอก

ครั้งหลังมาพอทางโบสถ์พราหมณ์จัดสร้างพระตรีมูรติทองคำถวายในหลวง ก็ยังได้นิมนต์หลวงปู่ฯ ท่านมาอีก และพอหลวงปู่ไปถึง ท่านพระราชครูก็เข้ามาเรียนถามหลวงปู่ ฯ ท่านทันทีว่าพิธีที่จัดนี้ถูกต้องหรือยังคราวที่แล้วพลาดไป หลวงปู่ท่านก็ดูให้แล้วบอกว่า ถูกต้องแล้ว

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเล่าดีมั๊ยเพราะต้องอ้างถึงท่านผู้มีกิตติคุณสูง และยิ่งด้วยยศศักดิ์แต่คิดแล้วก็เล่าเสียก็ดี แต่ถ้าใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็ ถามป๋อง หรือใครใจกล้า ก็ไปเรียนถามท่านพระราชครูวามเทพมุนีดูได้ครับ แต่พึงรำลึกไว้เสมอว่าท่านเป็นผู้มียศและศักดิ์สูงส่งนะครับ








Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:09 AM
Post #13





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



เกี่ยวกับกุมารของหลวงปู่ฯท่านมาเล่า เมื่อก่อนนี้ผมเคยปั้นกุมารจากดินอาถรรพ์ไว้หลายองค์ และได้ถวายให้หลวงปู่ท่านเสกให้ ก็ตามประสาคนใจง่ายเพื่อน ๆ เขารู้เข้าใครขอเราก็ให้ไป จนเหลือองค์สุดท้าย เป็นองค์ปุ้ม ๆ ต้อ ๆ เพราะปั้นเองเอาแค่พอดูรู้ว่าเป็นตุ๊กตารูปคน ไม่ใช่อย่างอื่นก็ถือว่าใช้ได้ละ

องค์สุดท้ายนี่เลี้ยงมานานพอสมควรก็เงียบจนลืมไปเลย แต่ก็เลี้ยงอยู่ไม่เคยขาด จนมาวันนึงได้ฝันไปว่าไปที่บ้านทรงไทยหลังหนึ่ง แล้วไปเดินเล่นบริเวณบ้านพอเดินลัดเลาะลังจะเลี้ยวเข้าตรงหัวมุมอาคาร ก็เห็นว่ามีเด็กอ้วนมาแอบมองอยู่ที่มุมตึก ทำท่าเหมือนะเล่นซ่อนหากับเรา เราเองเราก็ชอบ(แกล้ง >"<)เด็กอยู่แล้ว พอเห็นเขามาแอบอยู่ ก็เลยวิ่งไล่ตามหลังไป ก็สังเกตุเห็นอย่างนึงว่า ที่กลางหลังบริเวณก้นกบของเด็กนั่นมีปานดำดวงใหญ่เท่ากำปั้นติดอยู่

พอเราวิ่งตาทันเราก็กอดปล้ำเล่นเจ้าเด็กอ้วนนั่น กอดมัน เค้นมัน นืด ๆๆๆๆ เล่นจนเราตื่น ก็มานึกว่านี่ เราฝันบ้าอะไรฟะ ก็มานั่งลำดับดูก็จำได้หมด ก็ไม่คิดอะไรจนวันต่อมาไม่นานนักหลังจากฝันได้ทำความสะอาดหิ้งพระ ก็เอากุมารลงมาดู ดูไป ๆ พอพลิกด้านหลังดูก็เห็นตราประทับเป็นรูปยันต์กันอาวุธ เราก็มานึกถึงที่เราฝัน ก็แปลกใจว่าเออ ตราประทับที่เราประทับไว้บนกุมารนั้น เป็นตำแหน่งเดียวกับปานบนหลังเจ้าเด็กอ้วนในฝันเราเลยแฮะ

Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:15 AM
Post #14





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



หลวงปู่ ฯ ท่านเคยพูดเสมอ ๆ ว่าเดี๋ยวนี้คนฆ่ากันตายน้อย(เมื่อ 5-6ปีที่แล้ว) รถชนกันตายเยอะกว่า ผมเห็นด้วยเพราะผมเองก็เจอเรื่องรถกับหลวงปู่ฯท่าน มาหลายหน

เมื่อก่อนผมมีธุระต้องไปทำงานแถวม.รามคำแหงเสมอ แถวหน้ารามนั้นจะมีท่ารถเมล์ อยู่และก็จะมีเส้นถนนขีดเป็นเส้นแนวยาวกั้นไว้ คืนนั้นฝนตกพรำ ๆ ผมก็ขับรถไปตามปกติ พอมาถึงหน้าราม รถเมล์คันที่ขับอยู่ข้างหน้าผม ก็หยุดเพื่อจะเข้าจอดป้าย ผมซึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์ตามหลังมาก็เบรครถชลอ ก็พอดีว่าไปขับทับเส้นที่ขีดยาวกั้นสำหรับป้ายรถเมล์ไว้พอดี รถก็ส่ายเพราะลื่นมาก (เรื่องเส้นขีดกั้นถนนลื่นเวลาเจอน้ำนี่ผมเจอหลายครั้งแล้วลื่นมากต้องระวังครับ) เบรคแล้วรถไม่ยอมหยุดไถลไปกำลังจะชนท้ายรถเมล์ในใจก็นึกถึงหลวงปู่ฯท่าน

ทันใดนั้นเองก็มีความรู้สึกเหมือนมีมือขนาดใหญ่มาจับท้านรถให้ค่อย ๆ หยุดส่ายและค่อย ๆยุด ห่างจากรถเมล์ไม่กี่มากน้อย

อีกครั้งเมื่อตอนขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านตอนกลางคืนคืนนั้นง่วงมาก ๆ จำได้ว่ากำลังข้ามสะพานตรงแถวเจริญกรุง(จำชื่อไม่ได้) พอใกล้จะถึงตีนสะพานก็วูบไป(หลับใน) มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงตีนสะพานแล้วพอได้สติก็เอามือตบอกที่ห้อยพระอยู่ทันที นี่ครูบาอาจารย์คงคุ้มครองอีกครั้ง

หรืออย่างลูกศิษย์หลวงปู่ท่านนึง(ไม่สนิทกันขอไม่เอ่ยชื่อครับ)ขับรถไปทำธุระที่สระแก้ว พอขับไปใกล้จะถึงแล้ว ก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ที่ใต้ท้องรถก็จอดรถเพื่อจะดู แกเล่าว่า พอจอดรถรถก็ยุบลงไปข้างนึง พอออกไปดูก็ปรากฏว่ายางแตกไป 1เส้น แต่ยางเกือบจะไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ตัวล้อเหล็กเท่านั้น แกว่าแกได้เกษาหลวงปู่ ฯ ท่านมาหน่อยนึงแกจึงเอามาใส่กรอบเลี่ยมไว้หน้ารถ กับสติ๊กเกอร์รูปท่านเท่านั้นครับ

บางคนนึงเป็นคนขับรถรับจ้าง ตะแกมีพระหลวงปู่ฯ ท่านติดตัวอยู่ วันนึงขับรถไปติดไฟแดงอยู่ ขณะที่กำลังรอไฟแดงนั้น ได้ยินเสียงดังตูม แล้วก็เห็นรถพุ่งมาจากทางข้างหลังแก แล้วเลี้ยวไปชนรถคันข้างหน้า พอทุกอย่างสงบตะแกก็ลงไปดูว่า what happen ก้ได้ความว่ารถคันหลังแกก็คือคันที่พุ่งผ่านรถแกไปชนรถคันหน้า ได้ถูกรถคันหลังถัดไปเสียหลักพุ่งมาชนตามหลักน่าจะชนรถแก แต่กลายเป็นว่ารถมานอ้อม ไปชนรถคันหน้า แปลกจิง ๆ

Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:15 AM
Post #15





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ลูกศิษย์หลายท่านที่เคยนิมนต์หลวงปู่ ฯ ท่านไปจำวัดที่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ท่านก็เมตตาไปให้มีอยู่ครอบครัวหนึ่งก็ได้นิมนต์หลวงปู่ ฯ ท่านไปจำวัดที่บ้านเช่นเดียวกับครอบครัวอื่น ๆ โดยจัดห้องที่พักและจัดเครคื่องใช้ต่าง ๆ สำหรับหลวงปู่ ฯ ท่านเป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ

รวมถึงพวก จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ฯลฯ เพื่อที่เมือ่หลวงปู่ ฯ ท่านกลับไปแล้วจะได้เอาไว้บูชาเป็นที่ระลึก ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่ก็มีเรื่องไม่ปกติธรรมดาเกิดขึ้นจนได้ จนต้องเอาของที่เป็นต้นเหตุของเรื่องไม่ธรรมดา มาถวายให้หลวงปู่ท่านดู ของนั้นก็คือ แก้วน้ำ ใบหนึ่งและเป็นแก้วน้ำที่ตรงก้นแก้วมีรอยร้าวพาดผ่านจากด้านนึงไปอีกด้านนึง

ก็ได้รับทราบความว่า เมื่อก่อนหน้านี้ได้นิมนต์หลวงปู่ ฯ ท่านไปจำวัดที่บ้าน ก็ได้จัดข้าวของเครื่องใช้ถวายท่านตามปกติ และก้ได้เก็บของเหล่านั้นไว้บูชาต่อไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะด้วยเหตุใดมิทราบได้ มีคนเอาแก้วน้ำที่ท่านเจ้าบ้านได้ถวายให้หลวงปู่ ฯ ท่านใช้ไปใช้ต่อ พอยกแก้วขึ้นดื่มน้ำก็ปรากฏว่าก้นแก้วร้าวดัง เพี๊ยะ ทันทีจึงเอามาพูดกัน ในสมาชิกครอบครัว

ท่านเจ้าบ้านพอเห็นแก้วแล้วก็จำได้ว่า เป็นแก้วใบที่เคยถวายให้หลวงปู่ ฯ ท่านใช้ จึงอัศจรรย์ใจเหลือประมาณ พอมีวันว่างก็รีบเอาแก้วน้ำมาถวายให้หลวงปู่ ฯ ท่านดู หลวงปู่ ฯ ท่านก็ยิ้ม ๆ ไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้ม ๆ เท่านั้น เป็นคำอธิบายของหลวงปู่ฯท่าน


Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:16 AM
Post #16





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



เรื่องการลงกระหม่อมของหลวงปู่ ฯ ท่าน แบ่งเป็น 2 อย่างคือลงกระหม่อธรรดา กับลงกระหม่อมสาริกา ซึ่งลงกระหม่อสาริกานี้น่าสนใจ เพราะต่างจากที่เคยเข้าใจว่าเป็นเรื่องของทางเมตตา แต่วิชาของหลวงปู่ท่าน ๆ เรียกว่า สาริกาแม่ทัพ สาริกาคุมทัพ

คน ๆ เดียวที่ลงสาริกาแล้วถือได้ คุมคนได้ หนึ่งหมื่นคน คือถ้าเราเป็นแม่ทัพนายกองนำทัพออกรบ ถ้าลูกน้องช่วยเราสู้ไม่ถอย ก็คุ้มครองคนทั้งกองทัพได้ ผมเองก็เคยร่วมพิธี แต่ไม่ได้ลงกระหม่อม ท่านให้จับไตรถวายเฉย ๆ แต่ท่านว่าใช้ได้เหมือนกัน ท่านยังประสิทธิ ให้ว่า "ตราบใดแม่น้ำในมหาสมุทรทั้งสี่ไม่เหือดแห้งไปหมด ใครก็ฆ่าไม่ตาย แต่ถ้าไปหาเรื่องเขาก่อน จะแพ้เขา ให้หนีอย่างเดียว" นี่เป็นคำพรที่ท่านเคยให้ไว้

ลูกศิษย์รุ่นเก่า ๆ หลาย ๆ คนเคยเล่าให้ฟังเสมอถึงประสพการณ์จากการลงกระหม่อม เช่น

โดนรถชนจนกระเด็นสลบไป ฟื้นขึ้นมาไม่เป็นอะไร

หรือไปเดินลัดผ่านทุ่งนาตอนฝนพรำ ๆ โดนฟ้าผ่าใส่ ก็ทรุดลงไปแต่สักพักก็ลุกขึ้นเดินได้ตามปกติ

โดนลอบยิง(รายละเอียดไว้เล่าตอนหลัง) แต่มือปืนเห็นคนเดินไปเดินมาเต็มบ้านเลยไม่ได้ยิง

เหล่านี่เป็นส่วนน้อยจากประสพการณ์มากมายที่เกิดขึ้นจากการลงกระหม่อม บางคนถึงขั้นเผาไม่ไหม้ หรือเวลาหมอจะกรีดเส้นเลือดเพื่อฉีดยากันเน่าแต่กรีไม่เข้าก็มี(ไว้เล่าตอนต่อไป) ลูกศิษย์ที่เป็ฯลูกศิษย์จริง ๆ ของหลวงปู่ ฯ ท่านถึงให้ความสำคัญกับการไหว้ครูลงกระหม่อมมาก จึงเก็บเอามาเล่าไว้เผื่อท่านใดจะมาจากไหนก็ตาม ถ้ามาเจอเรื่องราวต่าง ๆ ที่โพสไว้จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็หวังว่าจะได้สัมผัสถึงละอองแห่งศัทธาในครูบาอาจารย์บ้างไม่มากก็น้อยครับ


Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:16 AM
Post #17





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



เคยได้ยินพวกลูกศิษย์รุ่นเดียวกันกับเราคุยให้ฟังหลายคนว่า หลวงปู่ท่านมีวิชาเสกท่านปลัดอยู่แต่ท่านไม่เสก และไม่น่าจะเคยเต็มใจเสกให้ใคร เพราะท่านไม่ชอบเวลาถ้าใครไปขอทำปลัด ท่านก็จะบอกว่า

ทะลึ่ง ไม่ชอบ

พวกเราก็เลยพับโครงการท่านปลัดเอื้ออาทรไป แต่ก็มีพระทางชลบุรีที่มาพักอยู่กับหลวงปู่ฯ ท่าน ได้แอบเอาเข้าไปในเขตบายศรีเวลาเขามาลงสาริกาเหมือนกัน และเท่าที่ทราบไม่ว่าใครได้ท่านปลัดชุดนี้ไปก็จะฝันแปลก ๆ กันทุกคน (ฝันว่า....)

และก็มีลูกศิษย์ที่คอยติดตามหลวงปู่ ฯ ท่านไปทุกที่ อยู่คนชือ่นายบูรณ์ คนนนี้ก็เป็นหลานหลวงปู่ ฯ ท่าน คู่กับตาโป๋ย นายคนนนี้ตามหลวงปู่ไปทุกที่ มีครั้งนึงแกเล่าให้ฟังว่า แกไประนองกับหลวงปู่ ฯ ท่านและคนเขาให้ท่านปลัดหลวงพ่อยิด มา 2 ท่านปลัด เป็นกระดูกปลาพยูน(แต่ผมว่ากระดูกช้างนะ)แกก็เอาปลัดที่รอ้ยไว้กับกุญแจต่าง ๆ มาโชว์ให้ดู แล้วแกก็เล่าว่า

พี่ ตอนนั้นผมนอนเฝ้าหลวงพ่อ(บูรณ์เรียกหลวงปู่ว่าหลวงพ่อ) พอหลวงพ่อตื่นผมก็ลุกขึ้นมาสวดมนต์ผ มก็เอาพวงกุญแจที่ผมถอดเอาวางไว้ข้างที่นอน มาวางไว้ข้างหน้าบนยกพื้น ข้าง ๆ ที่นอนหลวงพ่อ ผมกำลังง่วง ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง แคร็ก ๆ ๆ ก็ลืมตาดู(ตานี่นั่งหลับเฝ้าหลวงปู่) เห็นพวงกุญแจมันขยับได้ ก็นึกได้ว่ามีปลัดขิก พลวงพ่อท่านก็หันมาดูผมเลยรีบเก็บมาใส่กระเป๋าไว้ ผมเลยเชื่อว่าหลวงพ่อท่านก็เสกปลัดให้เคลื่อนไหวได้

Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:18 AM
Post #18





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ครั้งนึงเพื่อนของเฮียที่เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ฯของเรา ไปกราบหลวงพ่อเปิ่นที่วัดบางพระ พอดีว่ามีคนเขาพาผู้ที่ถูกคุณไสยมีอาการเหมือนผีเข้ามาให้หลวงพ่อเปิ่น ท่านรักษา พอหลวงพ่อเปิ่นท่านทราบเรื่องท่านก็นิ่งไปสักครู่ ท่านก็หันมาพูดกับเพื่อนของเฮีย(ลูกศิษย์หลวงปู่ฯเรา) ว่าเออมีปากกาอาจารย์หงษ์ใช่มั๊ยเอามาลองไล่ดูซิ เพื่อเฮียคนนั้นก็กลัว ๆกล้า พอหลวงพ่อเปิ่นท่านย้ำอีกที จึงเอาปากกาออกมาตั้งจิตอธิฐานและเดินไปใกล้ ๆ คนที่โดนของ คนที่โดนของนั้นก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งทันที และทราบตอนหลังว่าได้หายเป็นปกติดี

หลวงพ่อเปิ่น เทพเจ้าแห่งวัดบางพระเป็นพระคุณเจ้าอีกรูปที่หลวงปู่ท่านถามถึงบ่อย ๆ ยิ่งเมื่อตอนที่หลวงพ่อเปิ่นจะมรณะภาพและเข้าโรงพยาบาล หลวงปู่ท่านก็ถามถึง และอีกองค์ก็คือหลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ เป็นพระคุณเจ้าอีกรูปที่หลวงปู่ท่านดูจะเป็นห่วงและถามถึงเสมอ ๆ แม้แต่ตอนที่ หลงพ่ออุตตมะ มาเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฏ หลวงปู่ฯ ท่านก็ได้ตามมาเยี่ยมหลวงพ่อ ฯ ด้วยเช่นกัน (ผมก็ได้ตามไปด้วย อิอิ) ท่านเหล่านี้เป็นผู้วิเศษ ที่มีใจผูกพันกัน และมีคุณธรรมและคุณวิเศษเป็ฯที่ประจักษ์ทั้งสิ้น

Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:19 AM
Post #19





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



นะเมติ

พระคาถาบทนี้เป็นคาถา ประจำสำนัก ที่ไว้ให่ศิษย์ภาวนาเวลาจะสื่อกับครูบาอาจารย์ หลวงปู่ท่านเคยบอกผมว่า

เราภาวนา นะเมติ นี้หนาสะเทือนขึ้นไปถึงพรหมโลก

หมายถึง นะเมติ นี้ถ้าเราภาวนาจะสื่อไปถึงสุดแดน ครูบาอาจารย์ผู้สถิตย์อยู่บนชั้นพรหมโลก

และความหมายของ นะเมติ นี้หลวงปู่ท่านบอกว่าหมายถึง

รสน้ำนมแม่พระธรณีย์ คืออาหาร พืชพันธุ์ ข้าว น้ำต่าง ๆ ที่เลี้ยงดูทุก สรรพชีวิต อย่างไม่ลำเอียง ใครจะปลูก ใครจะหว่าน ใครจะเก็บเกี่ยว เอาไปกินไม่ว่า คนหรือสัตว์ ไม่ว่าคนรวยหรือคนจน พระสงฆ์ เณร ชี หรือ อลัชชี มหาโจร คนต่ำทราม แม่พระธรณีย์ก็ไม่เคยรังเกียจมีคุณให้การเลี้ยงดูเท่า ๆ กันหมด แล้วแต่ใครจะเก็บเกี่ยวใช้สอยได้มากเท่าใด

นะเมติ รสน้ำนมแม่พระธรณีย์ นี้จึงเปรียบเหมือนคุณครูบาอาจารย์ ที่ไม่เคนรังเกียจเดียจฉันท์ ลูกศิษย์คนใด ที่เคารพนับถือ หลวงปู่ ฯ ท่านถึงไม่เคยดุด่าว่ากล่าวลูกศิษย์คนไหน ก็ด้วยใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา หนักแน่น เยือกเย็นดั่งคุณของพระแม่ธรณีย์นั่นเอง




Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 02:24 AM
Post #20





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ตอนนี้หลวงปู่ ฯ ท่าน ก็หายเป็นปกติแล้วและกลับมาจำพรรษาที่สุสานทุ่งมนแล้วนะครับ ท่านที่อยากไปกราบไหว้ก็เชิญครับ เวลาเข้ากราบนมัสการ 03.00 น.-06.00น. 11.00น.-12.00น. และ 17.00น.- 20.30น. ครับ และตอนนี้หมอที่คอยดูแลหลวงปู่ ฯท่านเขากำลังกลุ้มเรื่องอาหารของท่านเพราะท่านต้องคุมอาหารอยู่ ใครจะเอาอะไรไปถวายก็คิดถึงสุขภาพหลวงปู่ ฯ ท่านด้วยนะครับ หมอบอกว่าโดยเฉพาะทุเรียนห้ามเด็ดขาดนะครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
gong
post 17 May 2008, 05:27 PM
Post #21





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 239
Joined: 7 November 2007
From: ระยอง
Member No.: 2,971



ก่อนอื่น อ่านแล้วรู้สึกดีใจที่ท่านหายเป็นปกติ กลับมาจำพรรษาที่วัดได้

ขยันพิมพ์มาก ๆ เลยตั้งใจอ่านจนจบครับ
ที่บ้านมีพระของท่านอยู่ 1 องค์ ก็เป็นพระปิดตาคนรักมีด
ไม่รู้ชาตินี้จะได้มีโอกาสไปกราบท่านหรือเปล่า ถ้าพี่ไปหนหน้าฝากกราบท่านด้วยนะครับ

อ่าน ๆ ไป สงสัยว่า ปากกาอาจารย์หงษ์ หน้าตาเห็นอย่างไรครับ
พอมีวิธีหาได้ที่ไหนบ้างครับ .. เผื่อมีมีวาสนาได้มาครอบครอง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 17 May 2008, 08:31 PM
Post #22





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ปากกา
สุดยอดอิทธิมงคลวัตถุของท่าน หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เป็นศาสตร์วิชาที่เป็นวิชาเฉพาะองค์หลวงปู่ ฯ ท่าน เพียงองค์เดียวเพราะได้จากกรรมฐาน และไม่มีลูกศิษย์คนใดที่ได้รับถ่ายทอดวิชานี้ไปแม้แต่คนเดียว หลวงปู่ ฯ ท่าน มักจะกล่าวถึงอาณุภาพของวัถุมงคลต่าง ๆ ว่าใช้อะไรได้บ้าง แต่ก็มักจะใช้ได้ 108 ประการ ตามแต่ผู้บูชาตั้งจิตอธิฐานขอเอา
แต่ ปากกา หลวงปู้ ฯ ท่าน เน้นย้ำเสมอว่าใช้ได้ 1000 ประการ มีอานุภาพมากมายสุดที่จะประมาณ อาจจะบูชาแทน มีดหมอ หวายครู ตะกรุด ฯลฯ แม้แต่เป็นตัวแทนหลวงปู่ ฯ ท่านได้ในบางกรณีย์
ปากกา มีวิธีบูชาโดยย่อคือ
เมื่อทำกิจใดแล้วมีอุปสรรคขัดข้องให้เอาปากกาออกมาถือแกว่งไปมา พร้อมท่องคาถา นะเมติ’ และนึกอธิษฐานในสิ่งที่ต้องการอุปสรรคทั้งปวงจะหายไป หลวงปู่รับรองความศักดิ์สิทธิ์ ขนาดว่าคนถือปืนจะยิงเรานี่ มือตก ยิงเราไม่ได้ เราสามารถเดินไปเก็บปืนจากมือได้เลย
ถ้าถูกศัตรูล้อมแม้จะหนีออกมา ให้เอาปากกาวางบนศีรษะ ท่อง ‘นะเมติ’ ระลึกถึงหลวงปู่ให้แน่วแน่ จะเป็นมหากำบังคนมองไม่เห็นตัว
หากต้องการน้ำมนต์ ให้จุดธูป 5 ดอก และเทียน 1 คู่ สบง 1 ผืน กรวยดอกไม้ 1กรวย หมากธรรม (ก้านกล้วย ตกแต่งด้วยก้านมะพร้าวและ หมาก) ธูปเทียน อย่างละมัด จากนั้นตั้ง นะโม 3 จบ เอาปากกาวางบนปากขันหรือภาชนะที่ใส่น้ำมนต์ ถ้าภาชนะใหญ่ จะวางข้างๆก็ได้ และท่อง ‘นะเมติ’ 108 จบยิ่งดี รอจนธูปหมดดอก หรือสักพักหนึ่งจึงขอน้ำมนต์มาใช้ได้ และภาชนะใส่น้ำมนต์มีจำนวนมากก็ไม่เป็นไร เอามาตั้งไว้ใกล้ๆ กับเทียน 1 คู่นั้น ไม่ว่าจะมีกี่ขันกี่ตุ่มในบริเวณนั้น เมื่อแสงเทียนส่องรัศมี คลอบคลุมไปสิ้นสุดตรงไหน น้ำที่อยู่ในรัศมีความสว่างนั้นจะเป็นน้ำมนต์ทรงอานุภาพทั้งหมด
ถ้าจะทำของขลังแจกเพื่อน หรือลูกหลาน เช่นเราจะแจกวัตถุมงคลแก่ทหาร หลวงปู่บอกว่าให้หาปากกามาเป็นพลาสติกหรือโลหะได้ทั้งนั้น หรือจะเป็นก้อนหินก้อนกรด หรืออะไรก็ได้ให้เอาปากกาด้ามครู (ด้ามที่หลวงปู่ฯ ท่านจาร)มัดติดกับปากกาที่จะทำ เช่น ทหารมีจำนวน 1 ล้านคน ก็เอาปากกา 1 ล้านด้าม มัดให้ติดกัน หรือเป็นก้อนหินก็เอาวางบนก้อนหิน เอาปากกาด้ามครูวางทับข้างบนสวด ‘นะเมติ’ ให้ได้ 108 จบ ห้ามขาดเมื่อท่องจบปากกา 1 ล้านด้ามนั้น หินทั้งหลายเหล่านนั้นก็จะล้วน จะมีอานุภาพอธิฐานได้แล้วแต่จะปรารถนา ดุจเดียวกับด้ามครูทุกประการ แต่จะเอาปากกาด้าม ‘ต่อ’ มานั้นไป ‘ต่อ’ ด้ามอื่นๆ อีกไม่ได้ คงขลังอยู่เฉพาะตัวเอง เท่านั้น และของเหล่านนี้ถ้าละลายเป็นน้ำ (ด้วยตัวมันเอง) เมื่อไรจึงเสื่อม
ถ้ามีเรื่องทุกข์ใจหนัก ต้องการถามเทวดาที่รักษาปากกา ให้จุดธูป 5 ดอก และเทียน 1 คู่ และตั้งขันธ์ 8 มีสบง 1 ผืน กรวยดอกไม้ 1กรวย หมากธรรม (ก้านกล้วย ตกแต่งด้วยก้านมะพร้าวและ หมาก) ธูปเทียน อย่างละมัด เอาปากกาวางบนพาน ปูผ้าขาวท่องนะเมติไปเรื่อย จนกว่าปากกาในพานจะลุกขึ้นตั้งได้เอง จากนั้นเราจะถามสิ่งใด ปากกาจะตอบเราหมดสิ้น เป็นไปด้วยอำนาจครูบาอาจารย์ที่มาสงเคราะห์เรา หลวงปู่ย้ำว่า “เป็นไปได้จริงๆ ไม่โกหก มีคนทำได้ผลมาแล้ว แต่อย่าทดลองทำเล่นนะ”
ปากกาด้ามครูหมึกหมด ก็เปลี่ยนไส้ปากกาได้ อานุภาพยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


นี่ก็คือสุดยอดของหลวงปู่ ฯ ท่านครับ ปากกา

Go to the top of the page
 
+Quote Post
หนุ่ม
post 17 May 2008, 09:41 PM
Post #23





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 355
Joined: 30 September 2007
From: คนโพธารามจ้า
Member No.: 2,482



ยังไม่มีวัตถุมงคลหลวงปู่เลย แต่อ่านที่พี่เล่าแล้วบอกได้คำเดียวผมศรัทธาครับ


--------------------
คนเราถ้าไม่รวยก็อย่าจน ให้มีหิริโอตัปปะ ให้มีความอดทนและเพียรพยายามจะไม่อดตาย ความจนความรวยเราไม่ได้เอามาตั้งแต่เกิด แต่เราทำตัวเราให้รวย ให้จนได้ทั้งนั้น เป็นหนี้ก็เอามาให้พระแก้ เราต้องแก้ที่ต้นเหตุคือตัวเราเอง หาได้ใช้เป็น ใช้ให้น้อย หาพอเพียงก็จะไม่จน”
Go to the top of the page
 
+Quote Post
MVPhoenix
post 18 May 2008, 03:30 AM
Post #24





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 108
Joined: 30 May 2007
Member No.: 1,066



ขออนุโมทนา กับคุณมดเอ็กด้วยนะครับ
ที่เล่าเรื่องหลวงปู่ให้ผมฟังเป็นธรรมทาน...สาธุ...สาธุ...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bkk123
post 18 May 2008, 11:14 AM
Post #25


เสือขาวแห่งชุมชนคนรักมีด


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 5,810
Joined: 9 January 2007
Member No.: 72



ปากกาของหลวงปู่หน้าตาแบบไหนครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 18 May 2008, 07:29 PM
Post #26





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ครับ
ปากกา ของหลวงปู่ หน้าตาเหมือน ปากกา ทั่ว ๆ ไปไม่มีอะไรแตกต่างครับ เพียงแต่เราต้องเอา ปากกา ที่เป็นโลหะที่ไม่เคลือบสีอย่างในรูปข้างบน ไปให้ท่านแล้วก็ตั้งขันธ์ 8 บูชาครู ท่านก็จะจารอักขระและเสกให้ เท่าที่เห็นท่านจะจารพระคาถา 108 บท เท่าที่เห็นส่วนมากจะเป็นอักขระขอม 4 แถว และยังมีจุดสังเกตุว่าหลวงปู่ ฯ ท่านเป็นผู้จารจริงหรือไม่ โดยดูที่ตรงหัวหรือตรงท้ายปากกาด้วยนะครับ
แต่ตอนนี้ท่านงดจารวัตถุมงคลทุกประเภทแล้วครับ ตะกรุดก็ลูกศิษย์จารให้ท่านเสก หวายก็ลูกศิษย์จารให้ท่านเสก ยันต์ต่าง ๆ ก็ลูกศิษย์จารให้ท่านเสก แต่ ปากกา ไม่มีใครจารได้ครับท่านไม่สอนใครครับ
คนที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วก็ดีแล้ว ใครที่ยังไม่มีก็เอาวัตถุมงคลอื่น ๆ แทนก็ได้ครับ ผมเองผมก็พอมี ปากกา อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้พกพาบูชาติดตัว เพราะคิดว่าไว้กับบ้านดีกว่าแค่พระของท่านก็พอแล้วครับ
I_modxsuper1
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 18 May 2008, 07:38 PM
Post #27





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ครับ
และก็ขอบคุณทุกท่านที่อ่านเรื่องราวที่ผมโพสนะครับ ผมเองก็เป็นลูกศิษย์ปลายแถวคนนึง เพียงแต่อยากจะทำอะไรบ้างเพื่อครูบาอาจารย์ ก็คิดว่าการถ่ายทอดเรื่องราวที่เราได้พบเห็นกับตัวเอง คงจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย และน่าจะเป็นแหล่งข้อมูลเรื่องราวของหลวงปู่ ฯ ท่านในอีกแง่มุมนึงที่ลูกสิษย์อีกคนนึงได้เล่าให้คนอื่นทราบ ผมก็คิดจให้เกิดผลเพียงเท่านนี้ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bkk123
post 18 May 2008, 09:25 PM
Post #28


เสือขาวแห่งชุมชนคนรักมีด


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 5,810
Joined: 9 January 2007
Member No.: 72



ขอบคุณพี่แหลมสำหรับรูป
ของคุณคุณmodxสำหรับข้อมูล
อยากฟังอีกครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
hong
post 20 May 2008, 12:12 AM
Post #29





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 12
Joined: 12 May 2007
From: สงขลา
Member No.: 882



ผมเป็นคนนึงที่รักและเคารพหลวงปู่มาก
ทั้งๆที่ไม่เคยเจอแต่ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงปู่เสมอ
ถ้ามีโอกาศจะไปกราบหลวงปู่ให้ได้ครับ ผมไหว้ท่านทุกๆวัน
biggrin.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
modx
post 20 May 2008, 09:04 PM
Post #30





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 60
Joined: 22 December 2007
Member No.: 3,487



ครับ
คนใดที่ศัทธาศัทธาย่อมมีผลครับ อย่างที่หลวงปู่ท่านเคยบอกผมว่า เรารักครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ก็รักเรา นี่เป็นคำที่หลวงปู่ท่านกล่าวไว้ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post

4 Pages V   1 2 3 > » 
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 13 July 2014, 10:47 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design