IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

> ประกาศจากชุมชนคนรักมีด

ชุมชนคนรักมีด ไม่อนุญาตให้นำพระเครื่องหรือเครื่องรางมาสอบถามว่าเป็นของแท้หรือไม่แท้
ถ้ามีกระทู้ที่เข้าข่ายในกรณีดังกล่าวทางผู้ดูแลจะดำเนินการลบกระทู้นั้นๆ โดยมิต้องแจ้งให้เจ้าของกระทู้ทราบ

และไม่อนุญาตให้มีการซื้อ/ขายพระเครื่อง, เครื่องราง กันในเวปไซด์แห่งนี้โดยเด็ดขาด
สมาชิกที่ละเมิดข้อห้ามดังกล่าว ชุมชนคนรักมีดจะระงับสถานะการเป็นสมาชิกของท่านโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล


** บทความใดๆ ที่สมาชิกคัดลอกมาจากเวปไซด์อื่น
กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วยนะครับ ซึ่งถือเป็นมารยาทในสังคมอินเตอร์เน็ตครับ**


จึงเรียนมาเพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่าน
ขอบพระคุณครับ
007

 
Reply to this topicStart new topic
> พระปิดตา หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้
หนุ่ม
post 11 April 2008, 12:33 PM
Post #1





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 355
Joined: 30 September 2007
From: คนโพธารามจ้า
Member No.: 2,482




ในบรรดา "พระปิดตาเนื้อเมฆพัด" ที่มีการสร้างหลายวัดด้วยกันนั้น ก็มีการจัดเข้าเป็นชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อเมฆพัดด้วยเหมือนกัน ซึ่งได้แก่

พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม

พระปิดตาหลวงปู่จันทร์ วัดบ้านยาง จ.ราชบุรี

พระปิดตาหลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน จ.ราชบุรี

พระปิดตาหลวงปู่ทิม วัดบางปลา จ.นครปฐม

พระปิดตาหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม

จะเห็นว่าพระปิดตาเนื้อเมฆพัดที่วงการนิยมกันสูงๆ นั้นจะเป็นพระปิดตาที่มีแหล่งกำเนิดในเขต จังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียงอีกทั้งพระเนื้อเมฆพัดพิมพ์อื่นๆ ก็มักจะมีการสร้างโดยสำนักต่างๆ ที่อยู่ในละแวกนี้ด้วย

ในบรรดาพระปิดตาเนื้อเมฆพัดด้วยกันแล้ว แต่ไหนแต่ไรมาบรรดานักเลงพระเขายกให้พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ เป็นสุดยอดอันดับหนึ่งของพระปิดตาเนื้อเมฆพัดด้วยกันทั้งหมด สมัยก่อนพระปิดตาสำนักนี้มีชื่อเรียกติดปากกันว่า "พระปิดตาห้วยจระเข้" ซึ่งถือว่าเป็นพระปิดตาที่มีประสบการณ์เยี่ยมยอดด้านคงกะพัน กับมหาอุดเป็นที่สุด ส่วนทางเมตตามหานิยมกับโชคลาภก็ไม่เบาเหมือนกัน

เชื่อหรือไม่?


สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง พระปิดตาห้วยจระเข้ได้รับความนิยมสูงกว่าพระสมเด็จวัดระฆังเสียอีก


ทำไมพระปิดตาห้วยจระเข้ถึงได้รับความนิยมกันมากขนาดนั้น?


สมัยก่อนเขานิยมด้วยพุทธคุณเป็นหลัก ไม่ได้นิยมเพราะการเชียร์หรือประชาสัมพันธ์กันเหมือนสมัยนี้
เชื่อหรือไม่?


พระปิดตาห้วยจระเข้นอกจากจะมีพุทธคุณสูงอันเกิดมาจากพลังจิตอันแก่กล้าของผู้ปลูกเสกอย่างหลวงปู่นาคพระเกจิอาจารย์ระดับชั้นปรมารย์แล้ว ยังเป็นพระปิดตาที่สร้างโดยกรรมวิธีอันเข้มขลังสุดยอดอีกด้วย

พระปิดตาห้วยจระเข้เป็นพระปิดตาที่ "ดีนอกและดีใน" คือ ดีทั้งเนื้อหาและการปลุกเสกโดยเฉพาะเนื้อ "เมฆพัด" นั้น ตำราทางไสยศาสตร์เรียกว่า "โลหะธาตุกายสิทธิ์" เป็นโลหะที่สำเร็จขึ้นด้วยกรรมวิธีการนำเอา "แร่ธาตุ" บางชนิดมาหลอมรวมกันในเบ้าโดยมี "น้ำว่าน" บางชนิดเป็นส่วนผสม อีกทั้งมีการบริกรรมคาถาปลุกเสกไปตลอดของการหลอมผสมแร่ธาตุ และซัดด้วยน้ำว่านนี้ เมื่อสำเร็จออกมาจึงเป็นเนื้อโลหะที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว เมื่อนำมาสร้างวัตถุมงคลก็จะยิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปอีกเป็นพิเศษ

นั่นคือคุณวิเศษของเนื้อเมฆพัดที่สร้างถูกต้องตามกรรมวิธีการสร้างตามตำราของวิชาไสยศาสตร์ ไม่ใช่เนื้อเมฆพัดที่สร้างจากโรงงานเหมือนอย่างทุกวันนี้

วัดห้วยจระเข้ ตั้งอยู่เลขที่ 447 ถนนพิพิธประสาท ด้านหน้าวัดใกล้คลองเจดีย์บูชา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เดิมมีชื่อวัดว่า วัดนาคโชติการาม ต่อมาเปลี่ยนเป็น วัดใหม่ห้วยจระเข้ ปัจจุบันได้ชื่อเป็นทางการว่า วัดห้วยจระเข้ เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดคือ หลวงปู่นาค โชติโก (พระครูปัจฉิมทิศบริหาร) ท่านเป็นผู้สร้างวัดนี้ให้เป็นวัดบริวารขององค์พระปฐมเจดีย์ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

หลวงปู่นาค โชติโก เกิดปี พ.ศ. 2358 (ร.ศ.35) ตรงกับปีกุน จ.ศ. 1177 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 อุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี ณ พัทธสีมา วัดพระปฐมเจดีย์ ตรงกับปี พ.ศ. 2379 พระอุปัชฌาจารย์ไม่ปรากฏนาม ทราบแต่พระกรรมวาจาจารย์คือ พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระปฐมเจติยานุรักษ์ (หลวงปู่กล่ำ) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้รับฉายา "โชติโก"

อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้วจำพรรษาอยู่วัดพระปฐมเจดีย์กับหลวงปู่กล่ำ เจ้าอาวาสทั้งสองเป็นสหธรรมิก มีความสนิทสนมกันดี หลวงปู่กล่ำเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาหลวงปู่นาคเป็นรองเจ้าอาวาส ช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยดีตลอดมา

ปี พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดฯแต่งตั้งพระเถระ 4 รูป เพื่อทำหน้าที่รักษาองค์พระปฐมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ


พระครูปริมานุรักษ์ (นวม พรหมโชติ) วัดสรรเพชร รักษาด้านทิศตะวันออก

พระครูทักษิณานุกิจ (แจ้ง ธมมสโร) วัดศิลามูล รักษาด้านทิศใต้

พระครูปัจฉิมทิศบริหาร (นาค โชติโก) วัดห้วยจระเข้ รักษาด้านทิศตะวันตก

พระครูอุตตรการบดี (ทา) วัดพะเนียงแตก รักษาด้านทิศเหนือ

หลวงปู่นาค ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูปัจฉิมทิศบริหาร ทำหน้าที่รักษาองค์พระปฐมเจดีย์ด้านทิศตะวันตก และยังดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะมณฑลนครชัยศรี ถ้าเปรียบสมัยนี้เท่ากับรองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม

หลวงปู่นาค สร้างพระปิดตามหาอุตม์ เนื้อเมฆพัด เมื่อ พ.ศ. 2432 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่หลวงปู่นาคได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ หลวงปู่นาคท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการสร้างเนื้อเมฆพัดมาก การผสมเนื้อแร่ต่างๆ การปั้นพิมพ์ และการเทหล่อองค์พระท่านทำด้วยตัวท่านเอง องค์พระที่ท่านหล่อออกมาสวยงาม ไม่มีรอยตะเข็บ ไม่เป็นฟองอากาศ เนื้อพระเป็นสีดำอมเขียว สีดำเงาคล้ายปีกแมลงทับ สวยงามพิสดาร เนื้อพระผิวตึง สมบูรณ์แบบด้านรูปทรง ว่ากันว่า "หลวงปู่นาค" กับ"หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว" มีความสนิทสนมกัน เป็นสหธรรมิกรุ่นน้อง(หลวงปู่นาค มีอายุมากกว่าหลวงปู่บุญ 35 ปี) และมีการแลกเปลี่ยนวิชาซึ่งกันและกันด้วย โดยหลวงปู่บุญขอเรียนวิชาการสร้างเนื้อเมฆพัดไปจากหลวงปู่นาคส่วนหลวงปู่นาคก็ได้ขอเรียนวิชาอื่นจากหลวงปู่บุญไปเป็นการแลกเปลี่ยน สำหรับหลวงปู่บุญท่านได้ก็สร้างพระเนื้อเมฆพัดขึ้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งพระเนื้อเมฆพัดของหลวงปู่บุญที่ท่านสร้างเองลักษณะเนื้อจะเหมือนๆ ของหลวงปู่นาคมากผิดกับเนื้อเมฆพัดพิมพ์กลีบบัว และพิมพ์ปิดตาที่วางตามสนามทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นพระที่สั่งทำจากโรงงานมาปลุกเสกทีหลัง

ในการสร้างพระปิดตาของหลวงปู่นาคท่านสร้างหลายครั้งด้วยกัน สร้างไปเรื่อยๆตามแต่จะมีโอกาส พระปิดตาของท่านจึงมีประมาณ 4-5 พิมพ์ นับแล้วพระปิดตาห้วยจระเข้ก็มีอายุร่วมๆ หนึ่งร้อยปีเห็นจะได้

เอกลักษณ์ของพระปิดตาห้วยจระเข้นอกจากจะดูพิมพ์เป็นหลักแล้ว พระปิดตาห้วยจระเข้จะต้องมีการลงเหล็กจารทุกองค์ด้วย ในการลงเหล็กจารนั้นมีเรื่องเล่ากันว่าหลวงปู่นาคท่านนำเอาพระปิดตาที่สร้างเสร็จแล้วไปลงเหล็กจารที่ท่าน้ำข้างๆ วัด โดยท่านจะนำลงไปจารอักขระใต้น้ำ เมื่อจารเสร็จแล้วก็จะปล่อยให้พระปิดตาลอยขึ้นมาเหนือน้ำเองโดยมีลูกศิษย์ที่อยู่บนฝั่งคอยเก็บ ถ้าพระปิดตาองค์ไหนลงจารแล้วไม่ลอยน้ำขึ้นมา แสดงว่าพระปิดตาองค์นั้นไม่มีพลังพุทธคุณ อันอาจจะเกิดอักขระวิบัติจากการจารอักขระก็ได้

การที่พระเกจิอาจารย์ท่านใดสามารถดำลงไปทำวัตถุมงคลใต้น้ำได้นานๆ แบบนี้ ก็แสดงว่าพระเกจิอาจารย์ท่านนั้นสำเร็จวิชากสิณที่สามารถแปลงธาตุน้ำให้เป็นช่องว่างมีอากาศหายใจได้ นอกจากการจรอักขระพระปิดตาใต้น้ำแล้ว หลวงปู่นาคท่านก็มีวิธีการจารอักขระอีกวิธีหนึ่งคือ ท่านจะไปจารที่กลางทุ่งนา หรือในป่าริมคลองที่มีปูอาศัยอยู่มากๆ เมื่อไปถึง และหารูปูเจอแล้ว ท่านก็จะยืนโดยเอาหัวแม่เท้าขวาอุดที่ปากรูปู จากนั้นก็จะกำหนดจิตบริกรรมคาถา และลงเหล็กจารไปพร้อมๆ กัน ขณะนั้นทั่วทั้งทุ่ง และป่าริมคลองนั้นจะเงียบสงัดทันที เสียงนก หรือแมลงร้องจะไม่มีได้ยิน สัตว์ทุกตัวที่อยู่บริเวณนั้นจะหยุดนิ่งชะงักเป็นจังงังกันหมด เมื่อท่านผ่อนคลายกำหนดจิตจากการลงอักขระเสร็จแล้วนั่นแหละ ทุกอย่างจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนที่จะกลับหลวงปู่นาคท่านจะทำน้ำมนต์รดที่รูปูนั้นเพื่อเป็นการคลายอาคม หากมิเช่นนั้นปูที่อยู่ในรูจะออกมาไม่ได้ หรือถ้าปูอยู่ข้างนอกก็จะกลับลงรูไม่ได้เหมือนกัน

อักขระที่ท่านใช้คือ "นะคงคา" เป็นตัวหลัก เพราะหลวงปู่นาคสำเร็จ อาโปกสิน วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกจึงหนักไปทางพลังเย็นเร้นเข้มขลังอย่างเอกอุ

จากพิธีกรรมการสร้างอันเข้มขลังนี้เอง จึงทำให้พระปิดตาห้วยจระเข้เป็นจักรพรรดิของพระปิดตาเนื้อเมฆพัดทั้งปวง แต่พระปิดตาห้วยจระเข้ไม่ใช่มีแต่เฉพาะเนื้อเมฆพัดชนิดเดียว แต่ได้มีชนิดที่สร้างด้วย "เนื้อชิน" อีกด้วย ซึ่งพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินเป็นแบบ "ชินตะกั่ว" โดยหลวงปู่นาคท่านนำเอาแผ่นตะกั่วมาลงอักขระแล้วหลอมเทเป็นพระปิดตา และลงเหล็กจารด้วยกรรมวิธีการเช่นเดียวกับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด กล่าวถึงพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินตะกั่วนี้ก็มีการสร้างในยุคแรกๆ เป็นพระปิดตาที่หลวงปู่นาคท่านสร้างขึ้นก่อนที่ท่านจะสร้างเนื้อเมฆพัดได้สำเร็จ แต่ในการเล่นหาพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินตะกั่วจะถูกกว่าเนื้อเมฆพัด

พ.ศ. 2441 หลวงปู่นาค โชติโก ได้ย้ายจากวัดพระปฐมเจดีย์ มาสร้างวัดห้วยจระเข้ เพื่อให้เป็นวัดบริวารขององค์พระปฐมเจดีย์ ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งพื้นที่บริเวณนั้นเป็นป่ารก มีสัตว์ป่าชุกชุม ลำห้วยมีจระเข้มาก ริมคลองเจดีย์บูชา อันเป็นคลองประวัติศาสตร์ที่ทรงโปรดฯให้ขุดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2407 เพื่อเชื่อมต่อกับแม่น้ำนครชัยศรี ให้เป็นเส้นทางเสด็จมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ทางชลมารค หลวงปู่นาคใช้เวลา 3 ปี จึงสร้างวัดสำเร็จ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา โดย สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงลงพระปรมาภิไธยด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2443 โดยให้ชื่อว่า "วัดห้วยจระเข้"

หลวงปู่นาค จัดเป็นพระปรมาจารย์เมืองนครปฐมในสมัยแรก เป็นต้นตำรับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อคราวเสด็จประพาสพักแรม ณ พระราชวังสนามจันทร์ จะต้องเสด็จแวะกราบนมัสการหลวงปู่นาคเป็นประจำ และหลวงปู่นาคได้มอบพระปิดตาทั้งสองพระองค์ไว้บูชาคู่พระวรกายด้วย

หลวงปู่นาค โชติโกไ ด้เป็นผู้สร้างวัดห้วยจระเข้ร่วมกับประชาชน ปกครองวัดมานาน 11 ปี ถึงกาลละสังขารเมื่อปี พ.ศ. 2453 ด้วยโรคชรา รวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา ก่อนที่หลวงปู่นาคท่านจะมรณภาพ ก็ได้ถ่ายทอดวิชาการสร้างพระปิดตาให้กับ "หลวงปู่ศุข" ลูกศิษย์ซึ่งต่อมาหลวงปู่ศุขท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ต่อจากหลวงปู่นาค หลวงปู่ศุขท่านนี้ก็เป็นพระเกจิอาจารย์ของเมืองนครปฐมที่มีชื่อเสียงรุ่นราวคราวเดียวกับ "หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง" และ "หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา" ที่มีคนนับถือมากเช่นกัน หลวงปู่ศุขท่านสร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัดพิมพ์แบบเดียวกับหลวงปู่นาคทุกอย่าง เพียงแต่ท่านไม่ได้ลงเหล็กจารเพื่อให้มีความแตกต่างไม่เป็นการวัดรอยเท้าอาจารย์ แต่ก็มีบ้างอยู่เหมือนกันที่มีการเอาพระปิดตาหลวงปู่ศุขมาลงเหล็กจารแล้วหลอกขายเป็นของหลวงปู่นาคเพื่อให้ได้ราคาสูง จึงควรพิจารณารอยเหล็กจารว่าต้องมีความเก่า ถ้าเป็นรอยจารใหม่แต่เป็นพิมพ์เดียวกันก็แสดงว่าเป็นของลูกศิษย์แน่ครับ

โดยส่วนตัวผมเองไม่มี และคงไม่มีวาสนาในการครอบครองครับ เพียงแต่ชื่นชอบกรรมวิธีการสร้างและปลุกเสก และนับถือหลวงปู่นาคครับ biggrin.gif

คัดลอกจากhttp://www.mac.in.th/~pra/index.html ขอบคุณครับ


--------------------
คนเราถ้าไม่รวยก็อย่าจน ให้มีหิริโอตัปปะ ให้มีความอดทนและเพียรพยายามจะไม่อดตาย ความจนความรวยเราไม่ได้เอามาตั้งแต่เกิด แต่เราทำตัวเราให้รวย ให้จนได้ทั้งนั้น เป็นหนี้ก็เอามาให้พระแก้ เราต้องแก้ที่ต้นเหตุคือตัวเราเอง หาได้ใช้เป็น ใช้ให้น้อย หาพอเพียงก็จะไม่จน”
Go to the top of the page
 
+Quote Post
กุ๊ก กาญจนบุรี
post 11 April 2008, 04:26 PM
Post #2





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 426
Joined: 29 August 2007
From: เชียงใหม่
Member No.: 2,037



อ่านเพลินเลยครับ...ขอบคุณที่นำมาให้อ่าน thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif


ขอบพระคุณครับ


--------------------
" คนรวยร่ำรวย ยิ่งรวย เพราะคนยากจน

คนจนยากจน ยิ่งจน เพราะคนร่ำรวย "


http://lifeblack.multiply.com/
Go to the top of the page
 
+Quote Post
prinya
post 11 April 2008, 06:32 PM
Post #3


บุ่นเป้งนิ้วพิฆาต


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,016
Joined: 26 March 2007
Member No.: 612



.
._/|\_..สาธุ.._/|\_.

wub.gif

.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pe14pe
post 11 April 2008, 08:17 PM
Post #4





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 15
Joined: 5 July 2007
Member No.: 1,453



ได้รับความรู้มากเลยครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pepae
post 11 April 2008, 10:16 PM
Post #5





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 31
Joined: 1 April 2008
Member No.: 4,442



ขอบคุรมากครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
hiran
post 12 April 2008, 01:14 AM
Post #6





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 54
Joined: 28 January 2007
Member No.: 297



thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เด็กน้อย
post 12 April 2008, 09:22 AM
Post #7





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 176
Joined: 10 July 2007
From: ปณศ.พลับพลาไชย (เจ้าหน้าที่ ems) ถิ่นกำเนิดราชบุรี
Member No.: 1,491



อยากทราบประวัติหลวงปู่จันทร์ วัดบ้านยางนะครับ เพราะท่านได้เข้าร่วมงานวัดราชบพิตรด้วย 2481 และท่านสร้างพีเครื่องชนิดใดบ้าง
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 25 November 2014, 12:32 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design