IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
> ขอประวัติจ่าดำวีรชนนครศร๊สมัยสงครามโลกครั้งที่2
CROW
post 27 January 2008, 05:30 PM
Post #1





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 1
Joined: 11 January 2008
Member No.: 3,712



อยากทราบรายละเอียดนะครับว่าท่านเป็นใครมาจากใหน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Sonny
post 27 January 2008, 08:32 PM
Post #2





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 7,053
Joined: 8 January 2007
Member No.: 4



http://www.nakhonsi.com/information/details.php?image_id=33


--------------------
.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
river of no retu...
post 28 January 2008, 02:46 PM
Post #3





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 124
Joined: 11 January 2007
Member No.: 134



เมื่อญี่ปุ่นได้ก่อสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นในปลาย พ.ศ. ๒๔๘๔ นั้นได้ยกพลขึ้นบกเพื่อเข้าประเทศไทยทางภาคใต้ จุดที่กองทัพญี่ปุ่นบุกขึ้นนั้น คือ จังหวัดปัตตานี สงขลา ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์และนครศรีธรรมราช ทุกจุดที่กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกต่างก็ถูกกำลังของกองทัพบกไทยต่อต้านอย่างเหนียวแน่นและทรหดเป็นที่สุด ในบรรดาวีรกรรมของทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ ๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช วีรกรรมครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกครั้งหนึ่ง ที่จะต้องดำรงอยู่ในประวัติศาสตร์ไม่มีวันรู้เลือน ลำดับของการเกิดวีรกรรมครั้งนี้เป็นมาดังนี้

1.ทราบข่าว ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 เวลาประมาณ 06.30 น. พลตรี หลวงเสนาณรงค์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่6 ค่ายวชิราวุธนครศรีธรรมราช ได้รับโทรเลข ซึ่งนายไปรษณีย์นครศรีธรรมราช และบุรุษไปรษณีย์ได้นำมาส่งให้ที่ บ้านพัก ความว่า ญี่ปุ่นได้ส่งเรือรบประมาณ 15 ลำ มาที่ชายทะเลสงขลา และลำเลีบงพลขึ้นบก เมื่อเวลา 04.00 น. โทรเลขฉบับนี้นายไปรษณีย์สงขลาได้แจ้งแก่นายไปรษณีย์นครศรีธรรมราช ตั้งแต่เวลา 02.30 น. ภายหลังที่ได้รับข่าวทางโทรศัพท์จากหลวงอรรถโกวิทวที อัยการจังหวัดสงขลา ซึ่งแลเห็นเรือรบจำนวนมากจอดอยู่นอกฝั่งสงขลา และเตรียมยกพลขึ้นบกที่บ้านสำโรงและเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

2.เตรียมรับมือข้าศึก ภายหลังที่ได้รับโทรเลขฉบับนั้น ผู้บังคับบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 จึงสั่งการให้แตรเดี่ยว ณ กองทัพรักษาการณ์ประจำกองบัญชาการ เป็นสัญญาณเหตุสำคัญ และเรียกหัวหน้าหน่วยที่ขึ้นตรงมาประชุมที่กองบัญชาการมณฑลเพื่อเตรียมรับมือข้าศึกซึ่ง ผบ.มณฑล คาดว่าคงจะบุกขึ้นนครศรีธรรมราชด้วย ในขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก

ขณะที่ ผบ.มณฑล ได้สั่งการและมอบหมายหน้าที่รับข้าศึกอย่างรีบเร่งอยู่นั้น ก็ได้รับแจ้งข่าวจาก พลฯ จ้อน ใจชื่อ และ พลฯ เติม ลูกเสือ สังกัดหน่วยป.พัน 15 ซึ่งเป็นเวรตรวจเหตุการณ์ที่บ้านท่าแพ (ใกล้ค่ายวชิราวุธ) ว่าได้พบกองทหารญี่ปุ่นกำลังยกขึ้นจากเรือรบไม่ทราบจำนวนพลทหาร และลำเลียงกำลังด้วย เรือท้องแบนมาตามคลองท่าแพ จะขึ้นที่ท่าแพ ในขณะที่จะพยายามจะกลับมารายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก็ถูกทหารญี่ปุ่นควบคุมตัว แต่ พลฯ จ้อน ใจซื่อ พยายามหลบหนี มารายงานผู้บังคับบัญชาได้ในเวลา07.00 น. และในเวลาเดียวกัน ส.ท.ประศาสน์ ลิทธิ์วิลัย ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งข่าวนี้แก่ผู้บังคับการมณฑลด้วย

ผบ.มณฑล ได้สั่งการให้เปิดคลังแสงและจ่ายอาวุธปืนเล็ก ปืนกล และปืนประสุนให้แก่ทุกคนที่ยังไม่มีอาวุธประจำกาย และประกาศให้ทุกคนทำการสู้อย่างเต็มสติกำลัง โดยความมุ่งหมายที่จะมิให้กองทหารญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารได้เป็นอันขาด ผู้ที่ไม่มีผู้บังคับบัญชาแน่นอน ก็ให้เข้าสมทบกับหน่วยใดหน่วยหนึ่งซึ่งประจำอยู่ตามแนวต่างๆ ในหน่วยร.17

3.ประจำการรบ อาจกล่าวได้ว่า พอคำสั่งด้วยวาจาไม่ว่าจะเป็นคำสั่งประกาศขาดคำลง ผู้รับคำสั่งทุกคนทุกหมู่ทุกเหล่า ได้รีบลงมือปฏิบัติตามโดยทันที โดยมิได้มีการสะทกสะท้านหวาดกลัว หรือแสดงอาการตื่นเต้นลังเลแม้แต่น้อย ทหารทุกหน่วยในมณฑลที่6 ได้เข้าประจำการในลักษณะและหน้าที่ ดังนี้
3.1 หน่วย ป.พัน 15 หน่วยนี้ได้ทำหน้าที่ดังนี้
3.1.1 เติมน้ำมันแก่รถยนต์ทุกคันและสำรองไว้อีกคันละ 2 ปีบ ที่เหลือให้กองพลาธิการนำไปซุกซ่อนตามภูมิประเทศหลังโรงที่อยู่ของหมวด สภ.
3.1.2 พลาธิการเตรีบมสัมภาระพร้อม เสบียงอาหาร เพื่อขนย้ายได้ทันท่วงที
3.1.3 ส่งทหารเข้ายึดแนวรั้วไร่กสิกรรม ของ ป.พัน 15 ร้อย 2 ด้านใต้ เพื่อยิงต้านทานและเมื่อมีกำลังมาเสริมก็ได้ต่อแนวไปทางทิศตะวันตก สักครู่ปรากฏว่ามีกระสุนของฝ่ายญี่ปุ่นยิงมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโรงอาหาร ผบ.ร้อย 1 จึงนำปืนใหญ่ 2 กระบอกไปตั้งยิงสวนไป
3.1.4 กองร้อย 1 ใช้ปืน ปบค.105 จำนวน 4 กระบอก ปืน ป.63 จำนวน 2 กระบอก จากโรงเก็บออกมาตั้งยิงบริเวณหน้าและข้างโรงเก็บ ส่วนทหารในกองรักษาการณ์ภายในใช้ปืนเล็กทำการต่อสู้
3.1.5 กองร้อย 2 ลากปืนใหญ่ ป.105 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งไปนำคืนมาจากร้านงานฉลองรัฐธรรมนูญ ณ สนามหน้าเมือง ในตอนเช้าตรู่มาตั้งยิงใกล้คลังกระสุน แต่เนื่องจากกองร้อยนี้ต้องไปรักษาการณ์ภายนอก จึงมีทหารอยู่น้อยไม่พอที่จะทำหน้าที่พลประจำปืน ประกอบกับที่อยู่ของกองร้อยนี้อยู่ใกล้ไปทางท่าแพมาก พอฝ่ายญี่ปุ่นเริ่มเคลื่อนที่และยิงมา ก็ทำให้หมดความสามารถที่ทหารจะเข้าไปลากเอาปืนใหญ่มาตั้งยิงเสียแล้ว จึงต้องใช้ปืนเล็กยิงต่อสู้
3.2 หน่วย ร.พัน39 หน่วยนี้ได้ทำหน้าที่ดังนี้
3.2.1 ร้อย 1 และหมวด ส. เป็นกองรบซึ่งยกไปต้านทานทหารญี่ปุ่นที่ตลาดท่าแพ โดยวางแนวรบเป็น 2 แนว แนวแรกคือ แนวบ้านพักนายทหาร ป.พัน 15 กับโรงที่อยู่ของทหาร ป.พัน15 ส่วนแนวที่ 2 คือ แนวตลาดท่าแพ
3.2.2 รอง ผบ.ร.พัน 39 นำกำลังบางส่วนคือ ทหารของ ร.17 ที่ฝากฝึกในหมวด สภ. นายสิบกองหนุนที่เข้ารับการอบรมกับ ปก.หนัก 1 หมวด ที่เหลือไปยึดภูมิประเทศทางทิศตะวันออกของที่ตั้ง ร.พัน 39 เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารจากทิศตะวันออกได้
3.2.3 เข้าเสริมแนวรบโดยต่อแนวไปทางปีกขวาบ้าง ปีกซ้ายบ้าง ยึดภูมิประเทศข้างหลัง แนวรบเพื่อทำหน้าที่เป็นกองหนุนบ้าง และเมื่อฝ่ายญี่ปุ่นได้กำลังส่วนหนึ่งเข้าโอบทางปีกขวา หน่วยนี้ก็ได้ส่งกำลังเข้าปะทะต้านทานไว้
3.3 หน่วย พ.มณฑล ๖ หน่วยนี้ได้ทำหน้าที่ดังนี้
ผู้รับมอบหมายนำทหารขึ้นรถยนต์มายังหน้าที่ตั้งกองรักษาการณ์ของ ป.พัน 15 แล้วขยายแถวเข้ายึดแนวไร่กสิกรรมของ ป.พัน 15 ร้อย 2 โดยสมทบกับทหาร ป.พัน 15 และกองรักษาการณ์ภายนอกประจำ จว.ทบ.นศ. บ้าง และเข้าต่อแนวไปทางปีกขวาบ้าง ทหารหน่วยนี้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เข้าประจำแนวยิงแรก อีกส่วนหนึ่งคงมียึดภูมิประเทศในแนวที่ 2 ซึ่งห่างจากแนวแรกประมาณ 100 เมตร แต่ยังมิได้ทำการยิง ก็ได้เวลาสงบศึกเสียก่อน
3.4 หน่วย ส.พัน ๖ ได้ทำหน้าที่ดังนี้
จัดทหารถือปืนเล็กยึดภูมิประเทศบริเวณโรงที่อยู่ของทหาร ใน พ.มณฑล และโรงที่อยู่ของทหารใน ส.พัน 6 เพื่อไว้เป็นกำลังหนุนในโอกาสต่อไป แต่ยังมิได้ทำการยิง ก็พอดีการรบยุติลง
3.5 หน่วย สร.มณฑล ๖ ได้ทำหน้าที่ดังนี้
จัดเปลออกไปรับคนเจ็บ ขนเวชภัณฑ์และสัมภาระมีค่า ออกมาจากแนวยิง

นอกจากนี้ยังมียุวชนทหารจากหน่วยฝึกยุวชนที่ 55 จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนประมาณ 30 คน มีปืนเล็กประจำกายมาสมทบ เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. และได้รับคำสั่งให้ยึดภูมิประเทศในแนวเดียวกับหน่วย ส.พัน 6 แต่ยังมิได้ทำการยิงก็พอดีการรบยุติลง

http://www.benjama.ac.th/HomePages/tours-n...dam/jadam1.html
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 21 November 2014, 09:10 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design