![]() ![]() |
4 July 2007, 08:39 AM
Post
#1
|
|
|
นายแพทย์ประจำชุมชน Group: ผู้ดูแลลานเสวนา Posts: 532 Joined: 9 January 2007 Member No.: 35 |
แมลงต่อย/กัด
ผึ้ง ต่อ แตน และแมลงภู่เป็นแมลงที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน อวัยวะที่ใช้ในการต่อยของแมลงในกลุ่มนี้ถูกดัดแปลงมาอวัยวะ ซึ่งใช้สำหรับวางไข่ อยู่ด้านหลังของส่วนท้อง ดังนั้นเฉพาะเพศเมียเท่านั้นที่มีความสามารถในการต่อย มักไม่ทำอันตรายคนยกเว้นเมื่อถูกกระตุ้น เช่น เมื่อรังถูกคุกคาม บางรังที่มีขนาดใหญ่พบว่ามีผึ้งอยู่รวมกันได้มากถึง 100,000 ตัว ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้มักเกิดจากถูกต่อหรือแตนต่อย ซึ่งมักทำรังอยู่ตามพื้นดิน กำแพง และมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวมากกว่าผึ้ง มักไม่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ถูกรบกวนโดยกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ตัดหญ้า ทำสวน เล่นกีฬา ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ จึงมักพบในบริเวณที่มีเศษอาหารตกค้าง เช่น ตามถังขยะ เหล็กไนของแมลงในวงศ์นี้ประกอบด้วยอวัยวะปลายแหลมคล้ายเข็มสองอัน (lancet) มีเงี่ยงอยู่ที่ปลาย ที่โคนมีท่อต่อกับถุงพิษซึ่งท่อดังกล่าวมีรูเปิดที่ปลาย lancet เมื่อผึ้งต่อยสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เงี่ยงที่ปลายของเหล็กไนจะยึดแน่นติดกับเนื้อเยื่อ เหล็กไนจึงถูกดึงหลุดออกจากตัวพร้อมกับท้องส่วนปลายทั้งหมด ปมประสาท กล้ามเนื้อรอบๆ ถุงพิษ และส่วนปลายของระบบทางเดินอาหารของผึ้ง ทำให้ผึ้งตัวนั้นถึงแก่ความตาย แต่บางกลุ่มมีจำนวนเงี่ยงที่ปลายเหล็กไนน้อยกว่า สามารถต่อยได้หลายครั้งโดยเหล็กไนไม่หลุดออกจากตัว เมื่อเหล็กไนของผึ้งหลุดออกหลังจากต่อย กล้ามเนื้อที่อยู่รอบเหล็กไนซึ่งควบคุมโดยปมประสาทที่หลุดออกมาด้วยจะหดตัว ทำให้เหล็กไนทั้งสองอันเคลื่อนที่ตามความยาวสลับกันไปมา เงี่ยงที่อยู่ที่ปลายเหล็กไนจะทำให้เหล็กไนนั้นเคลื่อนที่ได้เพียงทิศทางเดียว จึงทำให้เหล็กไนค่อยๆ เคลื่อนตัวลึกเข้าไปในเนื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันกล้ามเนื้อรอบถุงพิษก็ยังคงทำหน้าที่บีบตัวเพื่อสูบฉีดพิษเข้าไปยังเนื้อเยื่อของเหยื่อต่อไป ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่า เมื่อถูกผึ้งต่อยไม่ควรใช้ปลายนิ้วหยิบเหล็กไนออก เพราะจะเป็นการบีบถุงพิษ ทำให้พิษไหลเข้าไปในบาดแผลมากขึ้น ควรใช้วัสดุแบนๆ เช่นใบมีดหรือบัตรพลาสติกขูดออก แต่ปัจจุบันพบว่าไม่ว่าการใช้ปลายนิ้วหยิบหรือใช้วัสดุอื่นขูดเหล็กไนออก ก็ไม่มีผลในการทำให้พิษไหลเข้าไปในบาดแผลมากขึ้น การเสียเวลาหาวัสดุที่จะใช้ในการขูดเหล็กไนออกกลับจะยิ่งทำให้พิษถูกขับเข้าไปในบาดแผลมากขึ้น ยิ่งกว่านั้น การขูดเหล็กไนออกมีโอกาสที่จะทำให้เหล็กไนตกค้างอยู่ในแผลมากกว่าด้วย อาการและอาการแสดง ผู้ที่ถูกแมลงในกลุ่มนี้ต่อยจะมีอาการปวด บวม แดง และคันบริเวณที่ถูกต่อย โดยจะพบตุ่มนูน สีซีด มีรอยแดงตรงกลาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 มม. โดยพบได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังถูกต่อยและจะค่อยๆ ยุบลงในเวลาประมาณ 20 นาที ถ้าเป็นรอยโรคที่ถูกผึ้งต่อย อาจพบเหล็กไนติดอยู่ ความเจ็บปวดรุนแรงที่พบในช่วงแรกจะค่อยๆ ทุเลาลงในเวลาไม่กี่นาที และจะหายไปหมดภายใน 2-3 วัน ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดปฏิกริยาที่รุนแรงได้ ปฏิกริยาเฉพาะที่ พบในรายที่เคยถูกต่อยมาก่อน โดยจะพบอาการบวมในบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีความรุนแรงและกินเวลานานมากกว่าปรกติ ถ้าเป็นรุนแรงมากอาจมีผลต่อข้อต่อซึ่งอยู่ใกล้เคียง ถ้าเกิดขึ้นบริเวณปากหรือคออาจทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ในรายที่ถูกต่อยบริเวณเปลือกตาหรือใกล้ตาอาจทำให้เกิดต้อกระจก ม่านตาฝ่อ ฝีในเลนส์ ลูกตาทะลุ ต้อหิน ปฏิกริยารุนแรง ในรายที่ถูกผึ้งหลายๆ ตัวต่อย (50-100) อาจทำให้เกิดปฏิกริยารุนแรงได้ พบมีคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวได้บ่อย นอกจากนั้นยังอาจมีอาการเป็นลม ปวดศีรษะ มีไข้ กล้ามเนื้อกระตุก ในรายที่รุนแรงอาจชักได้ มักมีอาการรุนแรงที่สุดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก และอาจมีอาการได้นานถึง 7 วัน เชื่อว่าเกิดจากผลของพิษโดยตรงต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย Anaphylactic reaction อาจพบได้ตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมากจนกระทั่งเสียชีวิต ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายใน 15 นาทีแรก และเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน 6 ชั่วโมง ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กันระหว่างการเกิดปฏิกริยาชนิดนี้กับจำนวนครั้งที่ถูกต่อย แต่พบว่ายิ่งระยะเวลาระหว่างการถูกต่อยและการเกิดอาการยิ่งสั้นเท่าใด ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้นจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น การเสียชีวิตภายในชั่วโมงแรกหลังถูกต่อยส่วนใหญ่มักเกิดจากการอุดกั้นของระบบทางเดินหายใจ อาการเริ่มแรกที่พบได้ คือ คันตา หน้าแดง ผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว ไอแห้งๆ อาการอาจเป็นรุนแรงขึ้นโดยมีแน่นหน้าอก หอบ เหนื่อย เขียว ปวดท้อง ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก ช็อก หมดสติ กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ และเสมหะเป็นฟองสีชมพู อาการที่เห็นว่าไม่รุนแรงในระยะแรกอาจเปลี่ยนเป็นช็อกได้ภายในเวลาสั้นๆ ไม่มีอาการใดที่จะสามารถทำนายได้ว่าผู้ใดมีโอกาสที่จะแพ้พิษผึ้ง ยกเว้นในรายที่มีประวัติเคยมีอาการแพ้มาก่อนเท่านั้น โดยทั่วไปเด็กมีโอกาสเกิดปฏิกริยารุนแรงหลังถูกแมลงต่อยครั้งต่อไปน้อยกว่าผู้ใหญ่ Delayed reaction เกิดขึ้น 10-14 วันหลังจากถูกแมลงต่อย มีอาการได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีผื่นลมพิษ ต่อมน้ำเหลืองโต และข้ออักเสบแบบหลายข้อ บางครั้งผู้ป่วยลืมเหตุการณ์ที่ถูกแมลงต่อยไปแล้ว การวินิจฉัย วินิจฉัยจากประวัติถูกแมลงต่อย โดยเฉพาะถ้าเป็นผึ้ง อาจตรวจพบเหล็กไนติดอยู่ที่บริเวณบาดแผล แต่โดยปรกติแล้วไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกว่าถูกแมลงชนิดใดต่อย เพราะอาการและอาการแสดงเหมือนกัน การรักษา ถ้ายังมีเหล็กไนติดอยู่ ซึ่งพบในรายที่ถูกผึ้งต่อย ควรเอาออกให้เร็วที่สุด ล้างบริเวณที่ถูกต่อยด้วยน้ำสบู่เพื่อลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องให้วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง การให้ยาต้านฮีสตามีนเพื่อลดอาการคัน และยาแก้ปวดก็เพียงพอแล้ว ยาในกลุ่ม NSAIDs ก็มีประโยชน์ในแง่ลดการเจ็บปวด ถ้าบริเวณที่ถูกต่อยบวมมาก ควรให้นอนพักและยกส่วนที่บวมให้สูง การประคบด้วยน้ำแข็งจะช่วยให้ยุบบวมและทำให้การดูดซึมของพิษช้าลง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ที่รุนแรง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล ผู้ที่เคยมีประวัติการแพ้พิษผึ้งอย่างรุนแรง ควรมีป้ายหรือเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าเคยแพ้พิษผึ้งติดตัวไว้ตลอดเวลา และเมื่อต้องออกนอกบ้าน ควรพกชุดปฐมพยาบาลซึ่งมีกระบอกฉีดยาซึ่งบรรจุ epinephrine 1:1000 พร้อมสำหรับฉีด เมื่อมีอาการแพ้หลังถูกผึ้งต่อย ผู้ป่วยต้องฉีดยาเข้าในชั้นใต้ผิวหนังทันที |
|
|
|
20 July 2007, 11:33 PM
Post
#2
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 96 Joined: 19 May 2007 Member No.: 925 |
เราไม่รู้เรื่องแบบนี้เลย ก็ก็ได้ความรู้อีกแบบค่ะ
|
|
|
|
11 November 2009, 09:13 AM
Post
#3
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 1,790 Joined: 17 July 2009 From: Chiang Mai Member No.: 9,775 |
เมื่อวานโดนต่อสีดำสลับเหลืองหรือส้มประมาณนี้ครับ
ต่อยที่หน้าแข้ง...บวมเป็นต้นกล้วยเลยครับ ![]() พอดีมันมาตอมดอกกล้วย..เทพพนม..ที่กำลังออกปลี.อยู่หลังบ้าน ![]() แล้วคงไม่ยอมกลับรัง..ต่อเจ้ากรรม..ดันพำนักยาวอยู่กับกาละมัง ผมหยิบมาแช่ขวดนมลูก..กำลังหยิบสายยางมาเปิดน้ำใส่ ปวดจี๊ดเหมือน...อะไรบอกไม่ถูก..วิ่งขึ้นมาเป็นสายเลยครับ ![]() ต้องรีบเอาน้ำล้าง..และไปซื้อยาคลอเฟนฯและบูเฟนฯมากิน แล้วประคบน้ำแข็ง..ลดบวมได้ดีมากครับ แต่รอยที่โดยต่อยเหมือนมีรอยเนื้อตายเล็กๆด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นต่อชนิดอะไร..แต่ว่าผมจัดการมันไปแล้วครับ โทษฐานไม่กลับบ้าน(ผมอุตสาห์ไม่ตัดปลีกล้วยทิ้งเพราะเห็นมีแมลงมาตอมทุกวัน) ตอนเช้านี้อาการก็ยังปวดอยู่..แต่โชคดีที่ไม่แพ้ครับ ![]() ต่อตัวเมื่อคืนยังอยู่แต่ปีกมันขาดไปแล้วครับเพราะเอามีดสับ...ดูโหดไปหน่อย ![]() แต่ไม่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้านครับ..ก็เลยต้องเด็ดชีพซะเลย -------------------- **ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ขนาดเหล็กเป็นแท่งยัง กลายเป็นมีดได้**
![]() |
|
|
|
12 November 2009, 03:34 AM
Post
#4
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 1,790 Joined: 17 July 2009 From: Chiang Mai Member No.: 9,775 |
-------------------- **ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ขนาดเหล็กเป็นแท่งยัง กลายเป็นมีดได้**
![]() |
|
|
|
13 November 2009, 10:38 AM
Post
#5
|
|
![]() เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก Group: ฝ่ายโครงการ Posts: 9,636 Joined: 28 January 2007 From: BANGKOK Member No.: 304 |
|
|
|
|
14 November 2009, 09:20 PM
Post
#6
|
|
|
Group: สมาชิกชุมชน Posts: 8 Joined: 2 July 2009 From: ระยอง Member No.: 9,629 |
ขอบคุณครับมีประโยชน์ดีเคยโดนตอนเด็กๆวิ่งเล่นอยู่ดีๆพวกเด็กๆที่เล่นใก้ลๆกันเอาก้อนหินไปปารังผึ้งแล้วเราวิ่งอยุ่ก็มาหาทั่งรังป่วยไปหลายวันต้องมานั่งแกะเหล็กไนเพลินไปเลย
|
|
|
|
14 November 2009, 10:11 PM
Post
#7
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 1,790 Joined: 17 July 2009 From: Chiang Mai Member No.: 9,775 |
สะสมต้นกล้วยด้วยหรือครับ ต้นนี้ชื่อสมตัวดี ทุกปีthe Mallจะมีการจัดนิทรรศการแสดงพันธุ์กล้วยแปลกๆของบ้านเรา ผมไม่ได้สะสมกล้วยหรอกครับ..อายุยังน้อยยังไม่บังอาจสะสมสิ่งใด เพียงแต่ว่ากล้วยพันธุ์นี้..ผู้มีพระคุณท่านหนึ่งให้มา..ให้มาเก็บรักษาพันธุ์ไว้ครับ อย่างอื่นก็มีอีกเล็กน้อย..มีกล้วยสิบสองปันนา...และกล้วยผา ![]() กล้วยผาตอนเริ่มออกปลี ![]() กล้วยสิบสองปันนา...ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ ![]() ส่วนน้ำว้าผมปลูกไว้ให้ลูกสาวกินครับ ตอนนี้กล้วยผาออกเครือแล้วคงอีกไม่นานก็คงสุก...จากนั้นก็เอาเมล็ดมาเพาะได้ ถ้าป๋าลีสนใจจะปลูก...เดี๋ยวผลกล้วยแก่แล้วจะแจ้งให้ทราบครับ -------------------- **ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ขนาดเหล็กเป็นแท่งยัง กลายเป็นมีดได้**
![]() |
|
|
|
14 November 2009, 10:22 PM
Post
#8
|
|
![]() เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก Group: ฝ่ายโครงการ Posts: 9,636 Joined: 28 January 2007 From: BANGKOK Member No.: 304 |
![]() กล้วยผาตอนเริ่มออกปลี ![]() กล้วยสิบสองปันนา...ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ ตอนนี้กล้วยผาออกเครือแล้วคงอีกไม่นานก็คงสุก...จากนั้นก็เอาเมล็ดมาเพาะได้ ถ้าป๋าลีสนใจจะปลูก...เดี๋ยวผลกล้วยแก่แล้วจะแจ้งให้ทราบครับ ขอบคุณมากครับ สองพันธุ์นี้ก็น่าสนใจดีครับ แต่เสียดายว่าบ้านผมไม่มีพื้นที่ที่จะปลูกแล้วครับ |
|
|
|
16 November 2009, 12:50 PM
Post
#9
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 257 Joined: 20 November 2008 Member No.: 7,550 |
อ่านแล้ว เสียว มากมาย ครับ ผมเคยโดนแตนตัวเหลืองๆ ต่อย
เรามองไม่เห็นอาจจะ เดิน ไปโดนรังมันเข้า เดินๆ ดุ่มๆ เข้าพงอยู่ จู่ๆได้ยิน เสียง หึ่งๆ ทางด้านหลัง สึก เหมือน โดนใครเอา น้ำอุ่นๆ มาพ่นใส่ วูบๆ ทำได้อย่างเดียว คืด วิ่งๆๆ ให้เร็วที่สุด ออกจากตรงนั้น โชคดีที่มันไม่ตามมาถึงบ้าน ถอดเสื้อออกดู โดน 6-7 ตุ่ม เต็มหลัง เลย โชคดีที่ เราไม่แพ้ กินพารา ทายาหม่อง ก็หายไปเอง ตรงที่โดนเหล็กใน เป็น เม็ดหนอง คันไปเป็นเดือนเลย ครับ ปล......กล้วย ถ้ามีเมล็ด ขอรับบริจาคบ้างนะครับ ขอบคุณครับ This post has been edited by คนแซ่กิม: 16 November 2009, 12:58 PM -------------------- เคารพพี่ ดีกับเพื่อน คอยเตือนน้อง
"คณะเรา" |
|
|
|
21 January 2010, 06:25 PM
Post
#10
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 247 Joined: 6 February 2009 From: กทม. Member No.: 8,376 |
โดนมาครบ ตัวต่อเล่นทั้งเบิ้ลทั้งรุมเจ็บสุดๆ -------------------- รักษ์น้ำใจ
|
|
|
|
3 February 2010, 09:05 AM
Post
#11
|
|
![]() Group: สมาชิกชุมชน Posts: 436 Joined: 24 March 2008 From: จังหวัดราชบุรี Member No.: 4,332 |
ต่อไม่เคยโดนครับโดนมาแต่ผึ่งครับ และมีอาการแพ้บวมทั้งตัวด้วยครับ แต่ก็ได้สมุนไพรพื้นบ้านช่วยไว้ครับ 1กำ ตำเอาแต่น้ำกิน ใช้เสลดพังพอนตัวผู้นะครับ |
|
|
|
![]() ![]() |
|
Lo-Fi Version | Time is now: 19 May 2013, 07:32 PM |