IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
> พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน, วันนี้ที่รอคอย..........
samun007
post 15 July 2013, 08:48 PM
Post #1





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 381
Joined: 22 March 2007
Member No.: 595



เมื่อเวลา 16.22 น. วันที่ 15 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯยังลานพลับพลาประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช (บริเวณสถานีรถไฟธนบุรีเดิม)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดสองข้างทางเสด็จพระราชดำเนิน ประชาชนที่ทราบข่าวและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างมาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนมาประทับรถเข็นพระที่นั่ง โดยมี ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุญย์ เป็นผู้ถวายการเข็นรถเข็นพระที่นั่ง พร้อมด้วย ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมแพทย์และพยาบาล ตามเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพักตร์สดใส ทรงฉลองพระองค์เชิ้ตสีเหลืองอ่อนลายตาราง พระสนับเพลาสีกรมท่า รองพระบาทหนังสีดำ

โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินยังพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ทอดพระเนตรนิทรรศการในห้องต่างๆ 4 ห้อง ประกอบด้วย ห้องศิริสารประพาส, ห้องศิริราชขัตติยพิมาน, ห้องสถานพิมุขมงคลเขต และห้องโบราณราชศัสตรา ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

สำหรับพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน เป็นนามพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลัง ต่อมามีการสร้างสถานีรถไฟธนบุรีและโรงพยาบาลศิริราช รวมทั้งเป็นพื้นที่ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนบางกอกน้อย โรงพยาบาลศิริราชจึงได้รวบรวมประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ นำมาจัดแสดงในอาคารสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) ที่เป็นอาคารอนุรักษ์ มีสถาปัตยกรรมงดงาม นิทรรศการ ประกอบด้วย พระราชประวัติกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ประวัติสถานีรถไฟสายใต้แห่งแรก พัฒนาการทางการแพทย์ของไทยและโรงเรียนแพทย์ศิริราช ชุมชนบางกอกน้อย มีสิ่งจัดแสดงที่น่าสนใจ อาทิ ศาสตราวุธในราชการสงครามที่ได้รับมอบจากทายาทของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยที่ขุดพบ

นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์ 4 มิติ ประวัติสถานีรถไฟธนบุรี ห้องผ่าตัดจำลอง ห้องการแพทย์ของไทย เรือโบราณ โรงหุ่นกระบอก และวิถีชีวิตชุมชนบางกอกน้อย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งฉาก ระบบแสง สี เสียง ภาพ และเทคนิคพิเศษตามมาตรฐานสากล มีพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมพิเศษ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการจัดทางสัญจรเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการแพทย์ของไทยแล้ว ยังช่วยประสานประโยชน์ของประชาชนในละแวกคลองบางกอกน้อยและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ฯลฯ ให้สามารถใช้พื้นที่นี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ



ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

This post has been edited by samun007: 15 July 2013, 08:50 PM


--------------------
IPB Image
Go to the top of the page
 
+Quote Post
samun007
post 15 July 2013, 08:49 PM
Post #2





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 381
Joined: 22 March 2007
Member No.: 595



ในที่สุดพระแสงที่เชื่อกันว่าตกทอดมาแต่สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ก็คงใกล้จะได้ชมกันแล้วนะครับ ดีใจจริง ๆ whistling.gif whistling.gif whistling.gif whistling.gif whistling.gif


--------------------
IPB Image
Go to the top of the page
 
+Quote Post
samun007
post 15 July 2013, 09:06 PM
Post #3





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 381
Joined: 22 March 2007
Member No.: 595



เสริมข้อมูลจาก นสพ อีกเล่มครับ

การจัดสรรพื้นที่ประกอบด้วย พื้นที่จัดนิทรรศการถาวร พื้นที่จัดนิทรรศการชั่วคราวและกิจกรรมพิเศษ คลังพิพิธภัณฑ์ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการจัดการสัญจรเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุ ทั้งนี้ห้องจัดแสดงอยู่ในพื้นที่ อาคารพิพิธภัณฑ์ 1 และ 3
อาคารพิพิธภัณฑ์ 1 ประกอบด้วยห้องจัดแสดง คือ
1. ศิริสารประพาส เป็นห้องบรรยายบอกเล่าเรื่องราวโดยรวมของพิพิธภัณฑ์ผ่านวิดีทัศน์ ตกแต่งบรรยากาศเสมือนห้องสมุด เก้าอี้นั่งเป็นเก้าอี้ที่นักศึกษาแพทย์เคยใช้นั่งเรียนในห้องบรรยาย

2. ศิริราชขัตติยพิมาน เป็นส่วนจัดแสดงพระบรมสาทิสลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ พระราชดำรัส พระราชเสาวนีย์ และพระดำรัส ในพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณต่อโรงพยาบาลศิริราช

3. สถานพิมุขมงคลเขต ความสำคัญของห้องนี้คือ พระราชประวัติกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขที่นำเสนอผ่านภาพจิตรกรรมไทยชื่อ “อนุรักษ์เทเวศร์กิตติประกาศ” เป็นภาพจิตรกรรมไทยแบบประเพณีพร้อมเสียงบรรยายด้วยทำนองเสนาะ และจัดแสดงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง “พระศรีเมือง” และวรรณคดีเรื่อง “ไซ่ฮั่น”

4. ฐานป้อม จากการดำเนินงานทางโบราณคดีบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี พบแนวกำแพงก่อด้วยอิฐระหว่างด้านหลังอาคารสถานีรถไฟและอาคารปิยมหาราช การุณย์ สันนิษฐานว่าเป็นฐานป้อมพระราชวังหลัง ระหว่างการขุดค้นได้เก็บโบราณวัตถุรวมทั้งตัวอย่างดินและอิฐ เพื่อนำไปวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเห็นความสำคัญของฐานป้อม ซึ่งเป็นหลักฐานทางโบราณคดีเพียงชิ้นเดียวที่ยืนยันถึงตำแหน่งที่ตั้งของ พระราชวังบวรสถานพิมุข หน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราชจึงได้บันทึกการขุดค้นฐานป้อมไว้ตลอดการทำงาน และนำเสนอผ่านวิดีทัศน์ พร้อมทั้งเรื่องราวของเครื่องถ้วยที่ค้นพบจากการสำรวจพื้นที่นี้ นอกจากนี้ทางเดินก่อนเข้าห้องศาสตราวุธยังจัดแสดงภาพพิมพ์แผนที่เมืองธนบุรี และปริมณฑล เขียนโดยชาวพม่าที่เข้ามายังแผ่นดินไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสมัยธนบุรีถึง ต้นรัตนโกสินทร์

5. โบราณราชศัสตรา จัดแสดงศาสตราวุธที่คณะแพทยศาสตร์ฯ ได้รับมอบจากราชสกุล “เสนีวงศ์” เป็นราชสกุลสืบเชื้อสายจากกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข มีการนำเสนอวิดีทัศน์ขั้นตอนการบูรณะศาสตราวุธและวิดีทัศน์การพระราชสงคราม ของศึกท่าดินแดง พ.ศ. 2329 ซึ่งเป็นสงครามที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลคุมทัพหน้าเข้าตีค่ายพม่าที่สามสบ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชคุมทัพหลวง และกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขตามเสด็จ กองทัพหลวงเข้าตีค่ายที่ท่าดินแดงรบกับพม่าอยู่ 3 วัน พม่าก็ทิ้งค่ายแตกไป หลังจากนั้นก็ไม่มีสงครามใหญ่กับพม่าอีก

6. คมนาคมบรรหาร จัดแสดงประวัติสถานีรถไฟธนบุรี ประกอบด้วยห้องฉายภาพยนตร์สี่มิติ ใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้ผู้ชมเสมือนร่วมเดินทางโดยรถไฟย้อนไปสู่การเริ่มต้น เดินทางโดยรถไฟ

7. ศิริราชบุราณปวัตติ์ จัดแสดงเกี่ยวกับกำเนิดโรงพยาบาล การตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งแรกในประเทศไทย พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ทรงพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขของ ไทย ทั้งเป็นผู้เจรจากับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ให้เข้ามาช่วยเหลือพัฒนาด้านการ แพทย์ไทย การสอนทางปรีคลินิก ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคบรรยาย แสดงอุปกรณ์การสอนที่ใช้ในยุคก่อน จำลองห้องผ่าตัดให้ผู้ชมร่วมแสดง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนและผู้เข้าชมสนใจอยากเป็น "หมอ"

8. สยามรัฐเวชศาสตร์ จัดแสดงให้เห็นถึงความเจ็บป่วยของมนุษย์ ความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ เหตุแห่งโรค วิธีการเยียวยาความเจ็บป่วย และบทสรุปของการมีสุขภาพดีด้วยแนวคิด “ธรรมานามัย” นำเสนอในรูปแบบด้วยเทคนิคทันสมัยที่ผู้ชมสามารถประยุกต์ใช้ได้ เช่น วิดีทัศน์สาธิตการบริหารกายด้วยวิธีก้าวเต้น-ก้าวตา และท่าฤาษีดัดตน การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสมุนไพร และการพัฒนาจิตให้มีสุขภาพดี สิ่งแสดงในห้องนี้ ส่วนหนึ่งนำมาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติการแพทย์ไทยอวย เกตุสิงห์ เมื่อออกไปนอกอาคารจะสามารถชมสวนสมุนไพรได้อีกด้วย




อาคารพิพิธภัณฑ์ 3 เป็นส่วนจัดแสดงชื่อ “นิวาสศิรินาเวศ”
เป็นอาคารโกดังสินค้าริมคลองบางกอกน้อย จัดแสดงบรรยากาศวิถีชีวิตสองฝั่งคลองบางกอกน้อยในอดีต มีชาวบางกอกน้อย ชุมชนใกล้เคียงและข้าราชการมาตั้งถิ่นฐาน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม งานศิลป์ ภูมิปัญญา และความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันแต่ก็ได้หลอมรวมเป็นวิถีชีวิตของชุมชนบางกอกน้อย และจัดแสดงสิ่งแสดงสำคัญที่ขุดค้นพบขณะสำรวจทางโบราณคดี คือ เรือโบราณขนาดใหญ่ ที่พบบริเวณเยื้องอาคารพิพิธภัณฑ์ 4 ปัจจุบันตรงกับบริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำการเก็บกู้ อนุรักษ์ พร้อมทั้งศึกษาค้นคว้าในเชิงลึก
เรือโบราณลำนี้ถูกกลบฝังอยู่ใต้รางรถไฟ ลึกลงไปจากผิวหน้าดินปัจจุบันประมาณ 5-7 เมตร มีขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 24 เมตร ลำเรือเชื่อมต่อส่วนต่างๆ ด้วยตะปู เขี้ยวโลหะ และหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองตลอดทั้งลำ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยหลากหลายประเภทในชั้นดินภายในลำเรือ ซึ่งได้มาจัดแสดงรอบเรือโบราณด้วย พร้อมกันนี้ยังได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศวิถีชีวิตและทิวทัศน์ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย จากภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังโดยรอบอีกด้วย

This post has been edited by samun007: 15 July 2013, 09:07 PM


--------------------
IPB Image
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แวบมา
post 16 July 2013, 12:20 AM
Post #4


สารวัตรคาวบอย


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,593
Joined: 10 January 2007
Member No.: 113



QUOTE (samun007 @ 15 July 2013, 08:49 PM) *
ในที่สุดพระแสงที่เชื่อกันว่าตกทอดมาแต่สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ก็คงใกล้จะได้ชมกันแล้วนะครับ ดีใจจริง ๆ whistling.gif whistling.gif whistling.gif whistling.gif whistling.gif


อ้าววว...

นี่ทางสายนักวิชาการโบราณคดีไม่มีใครเขาทราบ ส่งข่าวกันเลยหรือครับ

เพราะผมทราบว่าเขาเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการมาได้สักพักหนึ่งแล้วครับ
(หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นงาน ๑๒๕ ปี ศิริราช)
ผมได้เข้าไปรอบที่หนึ่งมาแล้ว

หมายเหตุ : เน้นย้ำเลยนะครับ
ขออนุญาตโฆษณาบอกใบ้ลายแทง ว่า อย่าลืมชม "ศึกท่าดินแดง"
ตาดี ได้เห็นของดี ครับ


--------------------
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤๅ

มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม

ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี
Go to the top of the page
 
+Quote Post
samun007
post 16 July 2013, 08:51 PM
Post #5





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 381
Joined: 22 March 2007
Member No.: 595



QUOTE (แวบมา @ 16 July 2013, 12:20 AM) *
อ้าววว...

นี่ทางสายนักวิชาการโบราณคดีไม่มีใครเขาทราบ ส่งข่าวกันเลยหรือครับ

เพราะผมทราบว่าเขาเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการมาได้สักพักหนึ่งแล้วครับ
(หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นงาน ๑๒๕ ปี ศิริราช)
ผมได้เข้าไปรอบที่หนึ่งมาแล้ว

หมายเหตุ : เน้นย้ำเลยนะครับ
ขออนุญาตโฆษณาบอกใบ้ลายแทง ว่า อย่าลืมชม "ศึกท่าดินแดง"
ตาดี ได้เห็นของดี ครับ


โอ๊ย ไม่มีเลยครับสารวัตร ผมน่ะ อยู่นอกวงการครับ ฮ่า ๆ ๆ

แต่เท่าที่อ่านตามบอร์ดต่าง ๆ ก็ไม่มีใครบอกอะไรเลยนะครับ

ส่วนที่สารวัตรบอกเรื่องศึกท่าดินแดง ผมเห็นแวบ ๆ แล้วครับ ฮิ ๆ ๆ


--------------------
IPB Image
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 24 November 2014, 05:05 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design