IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
> การดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บ ณ ที่เกิดเหตุ
scalpel
post 10 May 2007, 02:51 PM
Post #1


นายแพทย์ประจำชุมชน


Group: ผู้ดูแลลานเสวนา
Posts: 533
Joined: 9 January 2007
Member No.: 35



ผมเคยเขียนไว้สำหรับบุคลากรในโรงพยาบาล
เลยนำมาดัดแปลงให้อ่านง่ายขึ้นเท่าที่จะพอทำได้
มีเนื้อหาหลายส่วนในเชิงลึกถูกตัดทอนออกไปถ้าอ่นแล้วงงๆ ก็ขออภัยด้วยครับ

การดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บ ณ ที่เกิดเหตุ

ในความคิดเห็นของหลายๆ คน อาจคิดว่าไม่จำเป็นนักสำหรับการช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
แต่ในบางกรณีเวลาไม่กี่นาท ีที่รอรถนำส่งโรงพยาบาลอาจไม่เพียงพอ ที่จะต่อชีวิตให้ผู้เคราะห์ร้ายบางราย แม้กระทั่งสามารถผ่อนให้การบาดเจ็บไม่เพิ่มความรุนแรง หรือมีผลเลวร้ายไปกว่าที่เป็น เช่น การดามกระดูกหัก, การห้ามเลือดเบื้องต้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้ประสบเหตุเป็นบุคคลที่เรารู้จักมักคุ้น อาจเป็นญาติสนิท หรือคนที่เรารัก การช่วยชีวิตคนเหล่านี้ หรือกระทั่งคนที่ไม่รู้จัก ย่อมเป็นการกระทำที่ดีงามและเหมาะสม
แต่ต้องไม่ลืมหลักการสำคัญ ที่จะต้องรีบนำผู้ประสบเหตุส่งสถานพยาบาลที่เหมาะสมให้เร็วที่สุด
หากว่าเราอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ ย่อมไม่อาจปล่อยให้ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรเลย ข้อจำกัดอย่างมากในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการช่วยชีวิต ซึ่งมีเพียงวัสดุที่ติดตัวอยู่รวมทั้งข้าวของต่างๆ ที่พอหาได้จากในรถหรือหยิบยืมจากผู้ร่วมเห็นเหตุการณ์ ตลอดจนหาได้รอบๆ จุดเกิดเหตุ
อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยชีวิตที่หาได้ ณ จุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง
- ปากกา
- มีด,มีดพับ, คัตเตอร์
- เชือก/เข็มขัด
- เสื้อผ้า
- ถุงพลาสติก
- นิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ต่างๆ
- พลาสเตอร์พันสายไฟในรถยนต์ หรือ กระดาษกาว หรือ พลาสเตอร์อื่นๆ
- กิ่งไม้, ท่อนไม้ หรือ ประแจ

การดูแลระบบทางเดินหายใจ
ทางเดินหายใจอาจอุดตันภายหลังได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ลิ้นตก, การบวมของเนื้อเยื่อบริเวณคอ, ก้อนเลือดในช่องปากและ ทางเดินหายใจส่วนบน, สิ่งแปลกปลอม, ฟัน, และเศษอาหารที่ผู้ป่วยอาเจียนขึ้นมา ผู้ป่วยที่มีโอกาสจะเกิดการอุดตันต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนสูงได้แก่ ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวจากสาเหตุต่าง ๆ (เช่นได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ, เมาสุรา), ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บต่อกระดูกหน้ารุนแรง และผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่คอ
ผู้ป่วยที่มีการอุดตันของทางเดินหายใจส่วนบนอาจมีอาการกระวนกระวาย, หายใจมีเสียงดัง, เขียว, บางรายมีอาการเสียงแหบ, พูดไม่ออก หากผู้ป่วยที่เมื่อแรกรับสามารถพูดจาตอบคำถามได้ดีและหายใจได้ดี บ่งว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจอุดตัน
ผู้ป่วยที่อาจมีปัญหาเรื่องการอุดตันของระบบทางเดินหายใจส่วนบน มักมีปัจจัยเสี่ยงที่จะมีการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ จึงควรระมัดระวังว่าผู้ป่วยอาจมีการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลังส่วนคอด้วยเสมอ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ ไม่รู้สึกตัว, มีการบาดเจ็บต่อกระดูกหน้า, มีการบาดเจ็บที่ศีรษะ, มีการบาดเจ็บที่คอ, และผู้ป่วยบ่นว่าปวดต้นคอ ผู้ป่วยเหล่านี้ควรได้รับการปกป้องกระดูกคอ, ระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเมื่อจะทำหัตถการต่างๆ ที่ต้องเคลื่อนไหวคอผู้ป่วย
ณ ที่เกิดเหตุมีอุปกรณ์ที่จำกัด เราสามารถดูแลทางเดินหายใจได้จำกัดเช่นกัน โดยเริ่มจากการประเมินผู้ป่วย หากพูดเสียงปกติไม่น่าจะมีปัญหาทางเดินหายใจ แต่หากหมดสติไปอาจเกิดปัญหาเช่น สำลักเศษอาหาร หรือฟันปลอมเข้าไปได้ หรือมีลิ้นตกไปขวางทางเดินหายใจได้
หัตถการที่พอจะทำได้ในสถานการณ์นี้คือ เปิดปากผู้ป่วยแล้วหยิบหรือล้วงเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากปาก เช่น อาหาร ฟันปลอม เป็นต้น ห้ามทำการหมุนหรือห้ามเอียงหรือห้ามขยับคอ เนื่องจากไม่ทราบว่าผู้ป่วยมีการบาดเจ็บต้นคอหรือไม่ การป้องกันกระดูกต้นคอสามารถทำได้โดยการหาวัสดุมาวางประกบข้างหูทั้ง 2 ข้างกั้นไม่ให้หันคอได้ หรืออาจใช้หนังสือนิตยสารห่อครึ่งหลังของศีรษะและต้นคอไว้เป็นการชั่วคราว

การดูแลระบบไหลเวียนโลหิต
ระบบไหลเวียนโลหิตในที่นี้หมายถึงภาวะช้อค สาเหตุของภาวะช้อค ในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือ การเสียเลือด สิ่งสำคัญที่ควรทำ คือ การหยุดเลือดที่กำลังออก ถ้าเลือดออกจากบาดแผลภายนอกที่เห็นได้ชัดเจน ควรหยุดเลือดโดยใช้การกด เช่น กดแผลไว้, พันแขน/ขาที่มีเลือดออก
สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ ผู้ป่วยอาจมีการเสียเลือดในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากกว่า 1 แห่ง จึงควรระมัดระวังในข้อนี้ไว้เสมอ
ในที่เกิดเหตุ ควรห้ามเลือดหรือลดอัตราการเสียเลือดให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ทำให้มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เพิ่มขึ้น การขันชะเนาะหรือรัด Tourniquet นั้น ไม่แนะนำอย่างยิ่งเพราะจะทำให้อวัยวะส่วนปลายจากบริเวณที่รัด มีอาการขาดเลือดรุนแรงมากขึ้น
การยกขาผู้ป่วยให้สูงขึ้นกว่าระดับหัวใจจะทำให้เลือดจากช่วงล่างของร่างกายไหลเวียนกลับเข้าหัวใจมากขึ้น ช่วยเสริมชีพจรและความดันโลหิตได้บ้าง
การห้ามเลือดบริเวณบาดแผลภายนอกที่เหมาะสม ควรใช้การกดที่แผลโดยตรง โดยการใช้ผ้าที่สะอาดกดเอาไว้หรือพันให้แน่นขึ้นโดยใช้เข็มขัด, เชือก หรือ เศษผ้าที่หาได้ แต่ต้องคอยตรวจสอบชีพจรส่วนปลายเสมอว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลังจากกดหรือพันไปหรือไม่
บางตำแหน่งไม่สามารถพันรอบได้หรือกดได้ถนัด เช่น บาดแผลถูกแทงบริเวณคอ ซึ่งหากแน่นเกินไปอาจก่อปัญหาทางเดินหายใจได้ จึงควรใช้นิ้วกดบริเวณบาดแผลไว้ เป็นการชั่วคราวระหว่างรอและนำส่งโรงพยาบาล
บริเวณกระดูกที่หักควรดามกระดูกไว้ชั่วคราว โดยการใช้กิ่งไม้หรือท่อนไม้รอบๆ ที่เกิดเหตุ หรือแม้กระทั่งใช้ประแจหรืออุปกรณ์ซ่อมรถอื่นๆ ที่หาได้ดามบริเวณที่หักไว้ แล้วใช้เชือก, เข็มขัด หรือเศษผ้าพันไว้ก่อน จะสามารถลดอัตราเลือดที่ออกได้ และลดความเจ็บปวดของผู้ประสบเหตุได้อย่างมาก
หากสงสัยว่ามีกระดูกเชิงกรานหักจากการตรวจร่างกายเบื้องต้น ควรใช้ผ้าพันรอบกระดูกเชิงกรานที่ระดับสะโพก (Pelvic binding) จะลดการเสียโลหิตไปได้

นอกจากนั้นที่พอกระทำได้ในที่เกิดเหตุ คือ การป้องกันกระดูกสันหลังและไขสันหลัง โดยระมัดระวังให้กระดูกสันหลังผู้ป่วยอยู่ในแนวเส้นตรงเสมอ ไม่เอียง ไม่งอ ไม่ก้ม ไม่เงย หรือไม่บิดไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือไม่ก็ตาม เพื่อไม่ก่อให้เกิดความพิการเพิ่มเติม

หลังจากนั้นควรห่มผ้า และให้ความอบอุ่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะตัวเย็น ( hypothermia )ทำให้เลือดแข็งตัวยาก และเสียเลือดมากขึ้นระหว่างที่อยู่กับผู้ป่วยในที่เกิดเหตุ จึงควรระมัดระวัง เป็นอย่างยิ่ง โดยให้หาเสื้อผ้าหรือผ้าห่มมาคลุมให้ผู้ป่วย เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อนออกไปจากร่างกาย
การนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ถือเป็นจุดประสงค์หลัก ส่วนการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บ ณ ที่เกิดเหตุ สามารถกระทำได้ระดับหนึ่งโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิตและลดอัตราความพิการตามศักยภาพที่มีในทรัพยากรที่จำกัด โดยคำนึงถึงการนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดไปพร้อมๆ กัน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Tum79
post 10 May 2007, 04:36 PM
Post #2


ขอพลังจงสถิตย์ในตัวข้า!


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 1,160
Joined: 23 March 2007
From: บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
Member No.: 603



ขอบคุณครับ :)
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Yai
post 10 May 2007, 10:31 PM
Post #3





Group: กรรมการชุมชน
Posts: 3,719
Joined: 8 January 2007
From: ชุมชนคนรักมีด นนทบุรี
Member No.: 5



..ขอบคุณครับ..เป็นความรู้และคำแนะนำที่ดีมากเลยครับ


--------------------
คณะเรา...รักเพื่อน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Werewolf
post 10 May 2007, 10:54 PM
Post #4





Group: กรรมการชุมชน
Posts: 7,943
Joined: 8 January 2007
From: Home
Member No.: 3



ขอบคุณหมอครับ :)


--------------------
Live to ride...Ride to live...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
prinya
post 10 May 2007, 11:02 PM
Post #5


บุ่นเป้งนิ้วพิฆาต


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,015
Joined: 26 March 2007
Member No.: 612



ขอบคุณครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 11 May 2007, 03:18 AM
Post #6





Group: ผู้ดูแลชุมชน
Posts: 22,501
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



วันหนึ่งเราย่าจะทำเป็นคู่มือ ใส่ไว้ในรถ หรือชุดเดินทาง หรือแม้แต่ใส่ไว้ในแผ่นซีดี
ผมมีกระเป๋าเอกสารใบหนึ่ง สำหรับใส่หนังสือสำหรับการเดินทางครับ
สิ่งที่อยู่ในหนังสือ เช่น

แผนที่ทางหลวง
หนังสือชื่อ ลายงูไทย ที่รวบรวมเอางูชนิดต่างๆในประเทสไทยไว้มากมากมาย
หนังสือเกี่ยวกับการถ่ายภาพ
ตำราเกี่ยวกับการเดินทาง ท่องเที่ยว เที่ยวป่า
สมุดบันทึกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ผมคิดว่า อยากได้อะไรทำนองนี้ ไว้ในกระเป่าชุดตำราการเดินทางด้วยครับ

ยอดมากเลยครับ
ขอบพระคุณอย่างสูง


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
KRM Performance Mob. Tel. 0860113399
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
สำริด
post 11 May 2007, 09:07 AM
Post #7


หนอนตำรา


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 773
Joined: 8 March 2007
Member No.: 528



เห็นด้วยสุดๆ ครับพี่ดิ๊ก
:lol:


--------------------
Share joy... Double joy , Share sorrow... Half sorrow.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
นายสาราพัด
post 13 May 2007, 10:26 PM
Post #8


ลูกผู้ชายตัวจริง


Group: ผู้ดูแลชุมชน
Posts: 4,542
Joined: 8 January 2007
Member No.: 6



QUOTE (Rick ฅนมหากาฬ @ 11 May 2007, 10:30 AM) *
เห็นด้วยครับว่ารถทุกคันต้องมีกระเป๋าช่วยชีวิตพร้อมคู่มือติดอยู่ทุกคัน :)

เห็นด้วยครับ :)


--------------------
สำหรับทุกอย่างของเพื่อน
สำหรับเพือน ..น้อยกว่านี้ได้ยังไง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
kamet
post 15 May 2007, 06:40 PM
Post #9


นายแพทย์ประจำชุมชน


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 2,172
Joined: 10 January 2007
Member No.: 105



มาเสริมพี่ scalpel ครับ ผมจะถูกสอน เรื่องการจัดการผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยใช้สูตร ABCD ครับ
A=Air way ครับ ทางเดินหายใจไงละครับ อันนี้สำคัญมากๆ หากทางเดินหายใจอุดตันหรือคนไข้หายใจไม่ได้ คนไข้ก็คงไม่รอด หรือรอดก็สมองตายเป็น เจ้าชาย เจ้าหญิงนิทราไป ดังนั้น เมื่อเจอคนที่เกิดอุบัติเหตุ ที่ค่อนข้างสาหัส ไม่รู้ตัว หรือ เกิดบาดแผลฉะกัน (ฉกรรณ์ )บนใบหน้า ต้องดูเรื่องทางเดินหายใจเป็นอันดับแรก ถ้ามีของแปลกปลอม ก็ต้องเอาออกเช่นฟันปลอม หรือเศษอาหาร อาจโดยการเอามือกวาด หรือตบกลางหลังระหว่างสะบัก ถ้ายังไม่หาย แล้วได้ยินเสียงครอกๆๆๆๆ แสดงว่า ทางเดินหายใจส่วนบนอุดตัน ถ้าคนไข้หน้าเขียวแล้ว โอกาศตายสูงอาจต้องเสี่ยงเจาะคอ อย่างที่ผมเคยเรียนไว้ว่า เคยมีแพทย์ ที่เดินอยู่บนถนนแล้วเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เลยเอาปากกาบิ๊ก แทงเข้าไปที่หลอดลม ซึ่งอยู่ด้านหน้าคอ แล้วดึงไส้ปากกาออก ทำให้ช่วยชีวิตคนไข้ได้ครับ หรือถ้าคนไข้ไม่รู้สึกตัว แล้วมีอ้วก ก็นี้เลยครับ จับคอหันตะแคงจะได้ไม่สำลัก แต่ต้องระวังหน่อยว่าคนไข้ไม่ได้มีการบาดเจ็บที่ก้านคอ เพราะอาจทำให้คนไข้กลายเป็นอัมพาตไป ทางที่ดี ตะแคงทั้งตัวเลยดีกว่า
B=Bleeding เลือดครับ เลือดสดสด เอาไปทำลู่ก็ไม่อร่อยครับ แต่ถ้าเสียมากก็ทำให้คนไข้ช๊อคแล้วเสียชีวิตได้ครับ ดังนั้นเราต้องห้ามไม่ให้มันไหลครับ ทางที่ดีก็อย่างพี่scalpelบอกไว้ละครับ กดครับกดเข้าไว้ จนถึงมือหมอครับ ผมเคยเจอครับ หลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ(carotid) โดนปาดครับ พอดีมีคนที่มีความรู้อยู่ใกล้ เขากดเอาไว้จนมาถึงมือหมอ และคนไข้รอดครับ ดังนั้นเลือดออก เอาผ่าทบๆกับให้หนา วางบนปากแผลแล้วกดครับ
C=cieculation อันนี้ก็คือการไหลเวียนของเลือดในร่างกายครับ ขาดการไหลเวียนก็ช๊อคได้ครับ ถ้าหัวใจหยุดเต้นก็ขาดตัวปั้มเลือด การไหลเวียก็ขาด ชีวิตก็สูญครับ ดังนั้นหากหัวใจหยุดเต้นก็ต้องนวดหัวใจครับ การนวดหัวใจ เราเอานิ้วเรา 2 นิ้ว(ชี้กับกลาง )มาวางทาบลงบนลิ้นปี่ที่หน้าท้อง เหนือลิ้นปี่ขึ้นไป 2 นิ้วมือเป็นตำแน่งใช้นวดหัวใจครับ การนวดก็เอามือ2ขางประสานกัน แล้วเอาส้นมือกดลงไปครับ ถ้ามีคนช่วยเป่าปาก (ไม่ใช่ดูดนะครับ ) ก็จะทำเช่นนี้ครับ กดลงไป1,2 เป่า 1,2 เป่า ไปเรื่อยๆ ก็จะช่วย นวดหัวใจที่หยุดเต้นให้เต้นได้ครับ ส่วนถ้าการไหลเวียนที่สะดุดจากการขาดเลือด ก็อาจต้องให้เลือดหรือน้ำเกลือ ซึ่งคงหายากและแทงน้ำเกลือลำบาก รีบส่ง ร.พ. ดีกว่าครับ
D=drug อันนี้อาจต้องเกี่ยวกับบุคลลากรทางการแพทย์ที่จะใช้ยาช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจครับ แต่ยาบางตัวอาจมีประโยชน์เช่น silver nitrate สามารถนำมาช่วยห้ามเลือดได้ ในกรณีอยู่ในป่าคิดว่าคงต้องเดินทางอีกเป็นวัน อาจช่วยโรยแผลห้ามเลือดครับ แต่แสบบรมเลยครับ แล้วเนื้อเยื่อบริเวณนั้นก็จะตายครับ แต่ก็เป็นการหยุดเลือดในยามจำเป็น ผงชูรส ในสมัยสงครามแบ่งแยกทางความคิด ถือว่าเป็นยุทธปัจจัย ในการใส่ห้ามเลือดของเพื่อนๆเราที่อยู่ในป่าครับ
พี่ scalpel ได้ให้ความรู้มากเลยครับ ส่วนผมก็มาร่วมแจมด้วยครับ เผื่อมีประโยชน์บ้างครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Thanate
post 15 May 2007, 08:15 PM
Post #10





Group: ผู้ดูแลชุมชน
Posts: 2,372
Joined: 8 January 2007
From: เยาวราช
Member No.: 9



ขอบคุณพี่หมอทั้ง 2 ท่านมากครับ สงสัยต้อง print ออกมาเก็บใส่รถ กับ บนหัวนอน ซะแล้ว :D


--------------------




Tel : 081-866-4584

I carried a gun because I cannot carry a cop.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แงซาย
post 16 May 2007, 11:21 AM
Post #11


(ใฝ่ธรรม)


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 2,675
Joined: 30 March 2007
From: กรุงเทพฯ
Member No.: 632



ขอบคุณพี่หมอทั้ง 2 อย่างยิ่งครับ
ที่ช่วยสอนให้รู้จักขั้นตอนและวิธีการ
จัดการกับผู้ป่วยฉุกเฉิน

จะได้มีความรู้พอที่จะจัดการเหตุฉุกเฉินที่พบ
ได้อย่างมีหลักการ ความรู้และสติครับ
:) :)


--------------------
มโนปพฺพงฺคมา ธมฺมา
มโนเสฏฐา มโนมยา.
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 1 November 2014, 04:33 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design