IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
> ลิลิตยวนพ่าย, วรรณกรรมชั้นยอดสมัยอยุธยา
bancha
post 25 January 2012, 10:17 PM
Post #1





Group: ผู้ดูแลลานเสวนา
Posts: 4,221
Joined: 9 January 2007
Member No.: 43



สันนิษฐานว่าแต่งในรับกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ราว พ.ศ. ๒๐๑๗


ร่าย
๏ ศรีสิทธิสวัสดิ ชยัศดุมงคล วิมลวิบูลย์ อดูลยาดิเรก เอกภูธรกรกช ทสนัขสมุชลิต วิกสิตสโรโชดม บรมนบอภิวาท บาทรโชพระโคดม สํนุพระสัทธรรมาทิตย์ บพิตรมหิทธิมเหาฬาร มหานดาทธยาศรย หฤทยธวรงค์ ทรงทวดึงษมหาบุรุษลักษณ์ อัครอัษโฎษดร บวรสัตมงคล อนนตญาณอเนก อเศกษาอภิต อสิตยานุพยญชนพิรญชิต ฉายฉัพพิธรังษี พยงรพีพรรณ จันทรโกฏิ โชติสหัสชัชวาล วิศาลแสงรุ่งเร้า เท้าหกท้องฟ้าหล้าสี่สบ ดารนพมณฑล สรณาภิวนทนสัทธรรมาคม อุดํมาภิวันทนอรรษฎารยาภิวาท อาทิยุคขุกเข็ญ เป็นกรลีกรลำพรธรณิดล จลพิจลต่างต่าง พ่างจะขวํ้าทั้งสี่หล้า ฟ้าทังหกพกหงาย รสายสยบภพมณฑลในกษษนั้น บั้นพรหมพิษณุ อิศวรอดุลเดช เหตบพิตรคิดกรุณาประชาราษฎร อยยวจพินาศทังมูล สูญภพสบสิง ธจิ่งแกล้งแส้งสรวบ รวบเอาอัษเฎามูรรดิมามิศร ด้วยบพิตรเสร็จ ก็เสด็จมาอุบัติในกระษัตรี ทวีดิวงษพงษอภิชาต รงับราชรีปู ชูแผ่นดินให้หงาย ทายแผ่นฟ้าบให้ขว้ำ ลํ้ากรัณธรัตนวัดถวี ตรีโลกยบให้อูน หนุนพระพุทธศาสนให้ตรง ดำรงกรษัตรให้กรสานต์ ประหารทุกขให้กษย ไขยเกษตรให้เกษม เปรมใจราษฎรนิกร กำจรยศโยค ดิลกโลกยอาศรย ชยชยนฤเบนทราทรงเดช ฤๅลงดินฟ้าฟุ้งข่าวขจร ฯ



โคลงสี่
๏ พรหมพิษณุบรเมศรเจ้า จอมเมรุ มาศแฮ
ยำเมศมารุตอร อาศนม้า
พรุณคนิกุเพนทรา สูรเสพย
เรืองรวีวรจ้า แจ่มจันทร ฯ

๏ เอกาทสเทพแส้ง เอาองค์ มาฤๅ
เป็นพระศรีสรรเพชญ ที่อ้าง
พระเสด็จดำรงรักษ ล้ยงโลกย ไส้แฮ
ทุกเทพทุกท้าวไหงว้ ช่วยไชย ฯ

๏ พระมามลายโศกหล้า เหลึอศุข
มาตรยกไตรภพฤๅ ร่ำได้
พระมาบันเทาทุกข ทุกสิ่ง เสบอยแฮ
ทุกเทศทุกท้าวไท้ นอบเนึอง ฯ

๏ พระมายศยิ่งฟ้า ดินชม ชื่นแฮ
มาแต่งไตรรัตนเรือง รอบหล้า
พระมาสมสํภาร เพญโพธ ไส้แฮ
ใครแข่งใครข้องถ้า ถ่องเอง ฯ

๏ พระมาคฤโฆษเรื้อง แรงบุญ ท่านนา
ทุกทั่วดินบนเกรง กราบเกล้า
พระเสด็จแสดงคุณ ครองโลกย ไส้แฮ
เอกกษัตรส้องเฝ้า ไฝ่เห็นขอเห็น ฯ

๏ พระมาเพญโภคยพ้น ไพศรพ โสดแฮ
ภูลบ่อเงินทองเป็น บ่อแก้ว
พระมาเกอดเกษมภพ ทังสี่ เสบอยแฮ
มาสำแดงกล้าแกล้ว เกลื่อนรณ ฯ

๏ พระมามล้างท้าวทั่ว ธรณี
อ้นอาจเอากลเอา ฬ่อล้ยง
พระมาก่อภูมี ศวรราช
อันอยู่โดยยุคดิพ้ยง พ่างอาริย์ ฯ

๏ พระมาแมนสาธุสร้อง ถวายพร เพิ่มแฮ
มาสำแดงไชยชาญ ช่ยวแกล้ว
พระมารบาลบร ทุกทวีป ไส้แฮ
มาสำแดงฤทธิแผ้ว แผ่นดิน ฯ

๏ พระเสด็จแสดงดิพรแกล้ว การยุทธ ยิ่งแฮ
มาสำแดงสิทธิศิลป์ เลิศล้น
พระมายิ่งแมนรุทธิ เรืองเดช
มาสำแดงยศพ้น แพ่งถมา ฯ

๏ พระมาทุกเทศท้ยน มาคัล
มาผ่านภูวมาผาย แผ่นหล้า
พระมาก่อธรรมา ครองโลกย
มาสืบสีมาข้า ข่มเข็ญ ฯ

๏ พระมายศโยคพ้น พรรณา
มาพ่างมาพาเปน ปิ่นแก้ว
พระมาทยบทยมสมา ธิปราชญ เพรงแฮ
มาทยบมาทบแผ้ว แผ่นไตร ฯ

๏ เอกัตวเอกาตมลํ้า เลอกษัตร ท่านฤา
เอกทยาศรยแสวง ชอบใช้
เอกาจลดำรงรักษ รองราษฎร์ ไส้แฮ
เอกสัตวเกื้อให้ ส่างศัลย ฯ

๏ ทวิบททวิชาติเชื้อ สุรยวงษ ท่านฤา
ทวิคุณาธิกธรรม์ เลิศล้น
ทวีพิธทวีธารทรง สุรยเสพย ไส้แฮ
เทวภาพเทวหกพ้น แว่นไว ฯ

๏ ไตรตรัสไตรเทพยเรื้อง ไตรรัตน
ไตรโลกยไตรไตรภพ ทั่วแท้
ไตรไตรปิฎกตรัส ไตรเทพ
ไตรทั่วไตรพิธแปล้ ปล่งชาญ ฯ

๏ ตรีศรีตรีเนตรต้าน ตรีศักดิ ก็ดี
ตรัสท่านตรัสปานตรัส ท่านได้
ไตรตรึงษ์ก็คดีตรัส ไตรถ่อง
ตรีโทษตรีคุณไท้ เลิศฦๅ ฯ

๏ จตุรทฤษฎิธรรมถ่องแจ้ง จตุรา
คมจตุรคุณฤๅ กีดกั้น
จตุราคมารักษ จตุรโลกย
แจ้งจตุรยุคชั้น ช่องกัลป์ ฯ

๏ จตุรมรรคยลโยคแจ้ง จตุรพิธ เพริศแฮ
แจ้งจตุรพรรค ฬ่อล้ยง
จตุราพุทธทิศ จตุรเทศ
แจ้งจตุรภักตรพ้ยง พ่างอาริย์ ฯ

๏ จตุโรบาเยศแจ้ง จตุรงค์
แจ้งจตุรฤทธิฌาณ ทั่วแท้
จตุราริยสัตยทรง ทายาท
แจ้งจตุรผลแก้ ยวดชาญ ๆ

๏ เบญจาวุทราษฎรบั้น เบญจางค
เบญจมารเบญญา ผ่าแผ้ว
เบญจาพิชานาง คฌาเณศ
เบญจนิวรณแร้วร้าง ร่างเหน ฯ

๏ เบญเจนทริเยศบั้น เบญจา
นันตริยเบญจัก ไปล่เปลื้อง
เบญจปรการณา พิธมารค ก็ดี
เบญจยศนั้นเรื้อง รวดพรหม ฯ

๏ เบญจปรสาทบั้น เบญจัศ
สกนธเบญจารมภฤๅ รํ่าได้
แจ้งเบญจพยัศณ เลิศนิ ก็ดี
เบญจพิมุดดีท้าวไท้ ถี่แถลง ฯ

๏ ษัฏคณกษัตรเตรศได้ โดยอรรถ ถ่องแฮ
ษัฎเหตุษัฏพัศดุแจง แจกถ้วน
ษัฏทวารษัฏเคา รพยสาธุ ไส้แฮ
ษัฏนิวรเว้นล้วน เผื่อผล ฯ

๏ ษัฏสารนิยารถรู้ ฤๅมี อยดนา
ษัฎบดลดยงดล คอบเคื้อ
ษ้ฎพิธรังษี เสาวภาคย
ษัฏสมยแก้วเกื้อ เกิดเกษม ฯ

๏ สับดานุสรยาฆรไท้ ถาแถลง ถ่องพ่อ
สับดเสกษาเปรม ปราชญแปล้
สับดครหาแสวง สับด่าห
สับดนิรัชแก้ถ้วน ถ่องอรรถ์ ฯ

๏ สับดนัคสับดพ่าหพร้อง สับดสินธุ
สับดสิทันดรแจง แจกแจ้ง
สับดทักขิณยล บัดธเนศ ก็ดี
สับดวิสุทธไท้แกล้ง ก่อผล ฯ

๏ อัษฏโลกุดดเรศเรื้อง อัษฏฌาน
อัษฏมงคลใคร ทยบไท้
อัษฏโลภาศดารยัษฎ พิบาก ก็ดี
อัษฏเบญญาได้ ช่ยวชาญ ฯ

๏ อัษฏมิถยาภาคแม้ เมธา ท่ยงแฮ
อัษฎกษิณอานอรรถ กล่าวแก้
อัษฏโลกธรรมา ศรยสาธุ ไส้แฮ
อัษฏมัคธไท้แท้ ท่ยงฌาน ฯ

๏ นพสับดาวาศรู้ รยงสบ สิ่งแฮ
นพรูปรยงนพมาน ล่งล้วน
นพโลกดรจบ คุณโทษ ก็ดี
นพสงษการแล้วถ้วน ถี่แถลง ฯ

๏ ทศพธธรรโมชแท้ ทศสกนธ
ทศพัสดุแสดงทศ เกลศกลั้ว
ทศกายพลทศ พลภาคย ก็ดี
ทศอศุภหมั้วห้อม ห่อสกนธ์ ฯ

๏ ทศกุศลใสสาครแท้ ทศธรรม
ทศกุศลทศกษิณ สืบส้าง
ทศบารมีสรร เพชญก่อ กลพ่อ
ทศโกรธพระเจ้ามล้าง เน่งนอน ฯ

๏ ทศบุญพระแต่งตั้ง แสวงสวะ บาปแฮ
ทศนิชรยล ยิ่งผู้
ทศญาณทศพัศดุ ยลโยค ไส้แฮ
ทศรูปพระเจ้ารู้ รยบรยง ฯ

๏ พระกฤษฎิ์สงวนโลกพ้ยง พระพรหม
พระรอบรักษพยงพิษณุ ผ่านเผ้า
พระผลาญพ่างพระสยม ภูวนารถ ไส้แฮ
พระโปรดพยงพระเจ้า โปรดปราณ ฯ

๏ พระเบญโญภาศพ้ยง ทินกร
พระสำนยงปานสวร สี่หน้า
พระโฉมเฉกศรีสมร ภิมภาคย ไส้แฮ
พระแจ่มพระเจ้าจ้า แจ่มอินทร ฯ

๏ พระทรงปรตยาคพ้ยง พระกรรณ
พระหฤๅทยทยมสินธุ์ ช่ยวซรึ้ง
พระทรงเสชณฉัน พระพิษณุ
พระภาคยไกรกลึ้งก้งง แผ่นผงร ฯ

๏ พระทรงธรรมมิศรแม้ พระธรรม
พระแกวนกลไกรสร แกว่นกล้า
พระญาณพ่างพันแสง แสงรอบ เรืองแฮ
พระกษมาเสมอหล้า สี่แดน ฯ

๏ พระคุณพระครอบฟ้า ดินขาม
พระเกียรติพระไกรแผน ผ่านฟ้า
พระฤทธิพ่างพระราม รอนราพ ไส้แฮ
พระก่อพระเกื้อหล้า หลากสวรรค์ ฯ

๏ ศักดานุภาพแกล้ว การรงค รวจแฮ
สบสาตราคมสรรพ ถ่องล้วน
สรรเพชญแกว่นการทรง สรรพสาตร
สบสิพาคมล้วน เลิศถมา ฯ

๏ พระทรงทัณฑาสพ้ยง ยมยุทธ ยิ่งแฮ
ทรงคธาทยมภิม เลิศล้น
กลทรงสราวธ ราเมศ พ้ยงพ่อ
ขบาศโจมรพ้น ที่ทยม ฯ

๏ การช้างพิฆเนาศรน้าว ปูนปาน ท่านนา
อัศวทำนยมกลางรงค เลิศแล้ว
การยทธช่ยวชาญกล กลแกว่น
ไกรกว่าอรชุนแก้ว ก่อนบรรพ ฯ

๏ กลริรณแม่นพัยง พระกฤษณ
กลต่อกลกันกล กยจกั้ง
กลกลตอบกลคิด กลใคร่ ถึงเลย
กลแต่งกลตั้งรี้ รอบรณ ฯ

๏ เชองแก้เศอกใหญ่ให้ หายแรง รวจแฮ
เชองรอบรายพลซุก ซุ่มไว้
เชองเศอกสั่งแสวงเชอง ลาลาด ก็ดี
เชองชั่งเสียได้รู้ รอบการย ฯ

๏ ลวงปล้นเมืองลาดอ้อม ไพรี รอบแฮ
ลวงนั่งลวงลุกชาญ ช่างใช้
ลวงลวงลาดหนีลวง ลวงไล่ ก็ดี
พระดำรัสให้ให้ คอบความ ฯ

๏ ลวงแล้งเฟดไฝ่อ้อม เอาไชย ช่ยวแฮ
ลวงทลวงพันตาม ค่อนได้
ลวงตกท่งไพรี รุกผ่า ผลาญแฮ
ลวงทลวงทับไท้ รอบรณ ฯ

๏ ลวงหาญหาญกว่าผู้ หาญเหลือ ว่านา
ริยิ่งริคนริ ยิ่งผู้
ลวงกลใส่กลเหนีอ กลแกว่น กลแฮ
รู้ยิ่งรู้กว่ารู้ เรื่องกล ฯ

๏ เชองโหรเหนแม่นแม้น มุนิวงศ
สบศาสตราคมยล ล่งล้วน
สบศิลปสำแดงทรง ทายาท ไส้แฮ
สบสิพาคมกถ้วน ถี่แถลง ฯ

๏ กลฉลยวฉลาดเรื้อง แรงพุทธ เพรอศพ่อ
กลโจทยกลแจงอรรถ ปล่งแปล้
โลกียโลกุดดร รุดรวจ เรวแฮ
กลกรรกลแก้แท้ ท่ยงชาญ ฯ

๏ สํนยงสํนวดแม้น มฤธุรา เรื่อยแฮ
ทํนยบทํนองการ เลิศล้วน
ทํนองทำนุกภา รตรองตรยบ รยบแฮ
ดํนอกดํนานถ้วน ถ่องกล ฯ

๏ รบินรบยบท้าว เบาราณ
รบอบรบับยล ยิ่งผู้
รบยนรบิการย เกลากาพย ก็ดี
รเบอดรปัดรู้ รอบสรรพ ฯ

๏ การบุญการบาปแท้ ทุกการ
การท่ยงธรรมาธรรม์ ถ่องถ้วน
ล่วงบาลบาลบร ทุกเทศ ก็ดี
ล่วงโทษล่วงคุณล้วน เลิศราม ฯ

๏ พระเบญเญศรยิ่งพ้ยง สูรยจันทร แจ่มแฮ
อดีตานาคต ปล่งแปล้
ประจุปันทังสามสรร เพชญถึง แถลงแฮ
เลงล่งไตรภพแท้ ทั่วทรยน ฯ

๏ เงินขามป้อมตั้งกึ่ง กลางกร ไส้แฮ
อยู่ช่างพิดพยรเหน ล่งล้วน
ใครเกจกยจงอนงำ สารสื่อ
ใครชอบผิดเหนถ้วน ถ่องกล ฯ

๏ ใครคดใครซื่อร้าย ดีใด ก็ดี
ใครใคร่ครองตนบยฬ ท่านม้วย
ซื่อนึกแต่ในใจ จงซ่อน ก็ดี
พระอาจล่วงรู้ด้วย ดุจหมาย ฯ

๏ ล้วนแรงรู้น้อยอ่อน อรรถา นี้ฤๅ
ก็ไปพอพรายอรรถ ออกพร้อง
เพราะใจจำนงพา หุลเหตุ แสดงฤๅ
รอยถ่วยเรื่องรู้ป้อง ปากหัว ฯ

๏ คุณไทธิเบศรรู้ รยงสบ เมื่อใด
ฦกล่งบาดาลกลัว กล่าวอ้าง
หนาหนักตรยบไตรภพ ดูโลกย ไส้แฮ
ล่วงยอดยาวกว้างพ้น ปรยบปาน ฯ

๏ พระยศยลโยคพ้ยง สูรยจันทร
ตนพ่างพาเบญชาณ ใช่ช้า
หวังเอาตรวันเดือน ดลแผ่น เผยอฤๅ
เพราะพึ่งพระเจ้าหล้า กล่าวเกลา ฯ

๏ ใช่แรงข้ารู้กล่าว กลบท บอกพ่อ
อัลปเบญโญเยาว ยิ่งผู้
จัดแสดงพระยศรื้อ ถึงถ่วย ไส้แฮ
นักปราชญใดเรื่องรู้ ช่ยวชาญ ฯ

๏ ใดผิดเชอญช่วยรื้อ รอนเสีย
ใดชอบกาลเชอญเกลา กล่าวเข้า
พยงพระระพีเพงีย สบสาธุ
จุ่งพระยศพระเจ้า ร่อยกัลป์ ฯ

๏ สารสยามภาคยพร้อง กลกานท นี้ฤๅ
คือคู่มาลาสวรรค์ ช่อช้อย
เบญญาพิศาลแสดง เดอมกรยดิ พระฤๅ
คือคู่ไหมแส้งร้อย กึ่งกลาง ฯ

๏ เป็นสร้อยโสภิศพ้น อุปรมา
โสรมโสดศิรธรางค เวี่ยไว้
จงคงคู่กัลปา ยืนโยค
หายแผ่นดินฟ้าไหม้ อย่าหาย ฯ

๏ ขอข้าแรมโรคร้อน อย่ามี หนึ่งเลย
ขอข้ารสายพิฆน นาศม้วย
ขอสํสิ่งศรืสํ ศุขสาธุ เสวยแฮ
แรงรํ่ายศไท้ด้วย หื่งรหรรษ ฯ

๏ แต่นี้จักตั้งอาทิ กลกานท แลนา
เป็นสูตรสถานีอัน รยบร้อย
แถลงปางปิ่นภูบาล บิดุราช
ยังยโสธรคล้อย คลี่พล ฯ

๏ แถลงปางพระมาตรไท้ สํภพ ท่านนา
แดนดำบลพระอุทย ท่งกว้าง
แถลงปางเกลื่อนพลรบ เรืองเดช
เอามิ่งเมืองได้ง้าง แง่บร ฯ

๏ ปางเทนคเรศเรื้อ ยังกรุง
พระนครอโยทธยา ยิ่งฟ้า
แถลงปางท่านผดุงเอา รสราช
เวนพิภพไว้หล้า เศกศรื ฯ

๏ แถลงปางนฤนารถไท้ สวรรคต
ยังมิ่งเมืองบนปิ เยศเย้า
แถลงปางปิ่นเอารส ศัลยโศก
ยอพระศพพระเจ้า เจษฎา ฯ

๏ แถลงปางพระล้ยงโลก ครองธรรม
เกษมอโยทธยายง ยิ่งฟ้า
แถลงปางพระศรีสรร เพชญโพธิ
แสดงสดูปพระเจ้าหล้า ข่าวขจร ฯ

๏ แถลงปางปราโมทยเชื้อ เชอญสงฆ
สํสโมสรสบ เทศไท้
แถลงปางเมื่อลาวลง ชยนาท นั้นฤๅ
พระยุทธิษฐิรได้ ย่างยาว ฯ

๏ แถลงปางจอมราชรู้ เสด็จดล นั้นมา
จงจเอากรุงลาว จุ่งแล้ว
แถลงปางปิ่นลาวจญ จักป่วย แลนา
บ้างรอดเพราะรู้แล้ว สรูดหนี ฯ

๏ แถลงปางข้าไท้ทวย ใจหาญ
ตามค่อยไพรีเรือง ร่อนแกล้ว
แถลงปางรำบาลลาว มัวโม่ห
ทันที่นํ้าสิบแล้ว ชื่นไชย ฯ

๏ ปางเอาแสนโท่รหเค้น คางลาย
แปรออกไปเปนบร ม่ายหล้า
แถลงปางปิ่นลาวหมาย ไหมโทษ เท็จนา
สํคู่คบข้าไท้ เข่งแขง ฯ

๏ แถลงปางไท้ปราโมทย มาเหนือ นั้นนา
พระไป่แยงยลเขา เข่นกล้า
แถลงปางเมื่อพลเรือ เรวราช
ถึงจึงจักรู้ข้า ข่าวแขง ฯ

๏ แถลงปางชยนาทเข้า กรรบร บาปฤๅ
ไกรมโหสถแสดง ปราชญแปล้
แถลงปางท่านริรอน ไพริศ
ทนท่านบ่ได้แพ้ พ่ายเอง ฯ

๏ แถลงปางธรรมิศรเจ้า จอมปราณ
เสด็จล่วงบเกรงกรุง ทั่วด้าว
แถลงปางเมื่อพระทาน อุปโภค น้นนนา
แลสิ่งแลร้อยท้าว แผ่ผล ฯ

๏ แถลงปางจอมโลกยเจ้า จอมเลือง เสิศนา
เสด็จคอบคืนพลไกร แต่งไว้
แถลงปางแต่งหัวเมือง ขุนหมื่น ไปนา
เอาสุโขท้ยได้ ง่ายงาม ฯ

๏ แถลงปางชยงชื่นเศร้า ใจพล พรั่นนา
เพราะเพื่อฤๅแรงขาม ปิ่นเกล้า
แถลงปางล่อลวงกล ไพริศ เนืองนา
ถึงถั่งเข้าตีเข้า จึ่งเข้าเขาแพง ฯ

๏ ปางพระชนนิศรสิน เสียสกนธ
ยังพิมานสวรรคแซรง ช่อแก้ว
แถลงปางไปล่เมืองบน ทิศมาศ
ถวายแก่สรรเพชญแล้ว เสิศคุณ ฯ

๏ แถลงปางจอมนารถน้อม ใจหวัง
สวะบาปแสวงบุญบท ที่แล้ว
ปางบุตรท่านท้าวลัง กาทวีป
เชิญช่วยสงฆผู้แผ้ว เกลศไกล ฯ

๏ แถลงปางแสดงดิพรเกื้อ บุญบง บาปนา
เออาศนไอสูรยเสีย จรกล้าย
แถลงปางเมื่อพระทรง พระผนวช นั้นนา
งามเงื่อนสรรเพชญผ้าย แผ่นเกษม ฯ

๏ แถลงปางไท้เรื้องรวจ แรงกรรม
แผ่นมนุษยเปรมปราย ดอกไม้
แถลงปางถ่วยบรทรรป์ ทำอ่า องคนา
เพราะเพื่อพระเจ้าได้ ผนวชฟ้าดินยอ ฯ

๏ แถลงปางพลพ่าหไท้ เอารส ท่านนา
นบนอบพระขอเชอญ ช่วยป้อง
แถลงปางท่านลาพรต ครองราษฎร
ทุกเทศทุกท้าวสร้อง ส่วยถวาย ฯ

๏ ปางสร้างอาวาศแล้ว ฤๅแสดง
คือพุทไธสวรรยหมาย ชื่อชี้
ปางถกลกำแพงพระ พิศณุโลกย แล้วแฮ
อยู่ช่างพระเจ้าฟี้ เฟื่องบร ฯ

๏ พระยศยลโยคพ้น พิษฎาร ชื่นแฮ
ใครค่าอรอรรถา ถ่องล้วน
สรวมแสดงบันทึกสาร สงเษป ไส้พ่อ
โดยแต่แรงรมยม้วน กล่าวเกลา ฯ

๏ ยาคนชี้เทพยผู้ ไกรกรรดิ ก็ดี
พันมวลธเมธาเชาว ช่ยวได้
แลศริศแลศริศพัน ชิวห ก็ดี
ฤๅรํ่ายศไท้ล้วน ถี่แถลง ฯ

๏ แต่นี้จักตั้งต่อ กลกานท แลพ่อ
โดยเมื่อพระแสดงฤทธิ ร่อนแกล้ว
เสด็จมาผ่าผลาญลาว ลักโลภ
ที่ยุทธิษฐิรแล้ว สู่บร ฯ

๏ ใจร้ายไป่โอบอ้อม พลไพ ริศแฮ
มาอยู่ในเมืองอร อวจกล้า
ครั้นขุกข่าวขจรไตร ภพนารถ
เสด็จดำกลช้างม้า ทยบถงรร ฯ

๏ กรุงลาวกลอยขยาดหน้า ตาตาย ศรากแฮ
จักอยู่เมืองเกรงกรร บ่ได้
กลัวกลับเกลื่อนพลอยาย อยังออก
หนีสํเดจเหง้าไท้ พ่ายพัง ฯ

๏ คือคชกลับกลอกจั้ง จญสีห
คือนาคจญครุทธสรัง วิ่งเว้น
คือไวปจิดตี สุรราช
หนีสุราธิปเรัน รวจหลัง ฯ

๏ สรรเพชญภูวนารถแกล้ว การยุทธ ยิ่งแฮ
ตามต่อยไพรีพัง พ่ายล้าน
จยรจอมครุทธผลาญ แผลงเดช
สยงสรเทือนพ้ยงค้าน ค่นเมรุ ฯ

๏ อยู่ไทธิเบศรเจ้า จอมปราณ
พราวพฤๅบพลคชเสน เกลื่อนแกล้ว
ครั้นพระผ่าผลาญพล ยวนย่อย ไปแฮ
ทันที่นํ้าลิบแล้ว เลิศไชย ฯ

๏ จึ่งชักช้างม้าค่อย ลีลา
ยังนครไคลคืน เทศไท้
พยงบานทพาธิก ทรงเดช
ที่คนเคารพไข้ ข่าวขยรร ฯ

๏ ทีนั้นธิเบศรเรื้อง รณรงค์ เลิศแฮ
อยูรังวัลพลแสน ส่ำแกล้ว
พระญาณสํเด็จทรง ทายาท
ใครซื่อคตเลงแล้ว ท่ววทวยร ฯ

๏ จึ่งตั้งข้าเรื้องราช วังเมือง แลนา
แทนยุทธิษฐิรคืน ครอบหล้า
ครั้นเสด็จจึ่งจอมเลือง โลเกษ
กล่นเกลื่อนพลช้างม้า คล่าวไคล ฯ

๏ ยังพระนคเรศเรื้อง อโยทธยา
อรอาศนไอสวรรยเป็น ปิ่นเกล้า
จำนิรจำนยรมา จอมราช
คดใคร่เสวยศุขเท้า เทศเหนือ ฯ

๏ ปัดพระภูวนารถเจ้า จอมปราณ
ตยบแต่พลเรือเรว คล่าวคล้อย
หวงเสวยสำราญรม- ยายิ่ง
พระไปตรัสถ้อยข้า เงื่อนงำ ฯ

๏ ต่อเสด็จดลไท้จึ่ง ตรองตรัส
ใจเท็จทุรชนทำ โทษแล้ว
สรรเพชญยอดสูรกรษัตร แสนเดช
บอาจแคลนแคล้วแท้ เท่าไยย ฯ

๏ ครานั้นนเรศรร้าย ฤษยา พ่อแฮ
ทำโทษกลใดกล ท่านแก้
กลกฤษณย่อยโยธา ทูรโยท
ทนท่านบได้แพ้ พ่ายเอง ฯ

๏ พลลาวลุโทษร้อน รัวรัว
โจนบหลยวโกรยเกรง ท่านช้า
กรุงลาวก็สักกลัว เอาเงื่อน งามแฮ
บ้างรอดยังครันหน้า ไข่ขาว ฯ

๏ สรรเพชญกรูเกลื่อนพ้อง พลพฤนทร
โจมจ่ายลาวฦๅฤทธิ ร่อนแกล้ว
พยงพระสุรินทรา ธิกราช
ตามต่อยไพริศแล้ว เลิศบรรพ์ ฯ

๏ พระเจ้าจอมนารถล้ยง โลกา เลิศแฮ
ดาลเร่งเรืองฤทธิทัน ทั่วฟ้า
ไพรีรอาอาย อาพาธ แลนา
อยู่ช่างพระเจ้าข้า ข่มบร ฯ

๏ จำนยรท้าวใช้ทาษ ชาญชย
คุมส่ำแสนยากร คลี่คล้อย
เอาศรีสุโขทย ดยวดีด มือแฮ
ฦๅล่งลาวลักศร้อย สนั่นหัว ฯ

๏ กรุงลาวภูลภิตเศร้า โศกา
เกอดกล่าวลักกลัวเกรง ท่านไท้
เป็นกรุงดั่งตนอยา รบท่าน เอาเลอย
ชื่อแต่ลักได้ป้อง ไป่คง ฯ

๏ ยศพระผายผ่านพ้น พันแสง ส่องแฮ
อำนาจพระรอนรงค์ จ่อมจั้ง
พระเสด็จสำแดงดู ดาลเดช พระฤๅ
เพราะเพื่อพระเจ้าตั้ง ชอบชาญ ฯ

๏ สวนแสนแคลนเคลื้อมเนตร นับกล เมื่อใด
แรงรำพึงพาลพุทธ พรากไท้
ความผิดแห่งตนบยล ตนนาศ เองแฮ
ตายก็ตายแล้วไว้ โทษร้ายเหลือตรา ฯ

๏ ปางนั้นมหาราชแส้ง ส่งสรรค
เอาหมื่นนครมา แต่งตั้ง
เปนเดิมดํกลกรร ชยงชื่น คืนเเฮ
ใครยิ่งยกไว้รั้ง รอบแดน ฯ

๏ เพื่อเกรงพระเจ้าคลื่น คลาพล แลพ่อ
พรั่นพรั่นอกพลแสน ส่ำกล้า
ครันเสด็จดํกลหัว เมืองมอบ แล้วแฮ
กลับเกลื่อนพลช้างม้า คล่าวเมือ ฯ

๏ แต่นั้นลาวบ้าบอบ ใจเจ็บ แลนา
ทำชื่อใดดูเหลือ หลากถ้อย
กลางแดดุจหนามเหน็บ หนีบอยู่
แปรเกิดความร้ายร้อย สิ่งแสลง ฯ

๑ ดั่งเอารสเรื้องคู่ คือองค นั้นนา
นามบุนเรืองแสดง ชื่อชี้
เพราะแรงระวังหวง แทนราช
กุํลูกลยวฟั้นฟี้ พี่พงศ์ ฯ

๏ กรุงลาวอำนาจน้ำ ใจโจร ก่อนนา
เคยบยดบิดรองค์ อวดรู้
ชีสาท่านโอนเอา ดีต่อ ก็ดี
คิดใคร่ควักดีผู้ เผ่าดี ฯ

๏ บังควรข้าผู้ก่อ การภัก ดีนา
หมายหมื่นนครมี ซื่อซร้อม
เหนหาญหื่นแหลมหลัก ไกรกว่า ตนนา
ไท้เทศทุกผู้น้อม นอบกลัว ฯ

๏ ขุนลาวลักว่าใน้ ใจเท็จ
รังกยจเกรงตัวยยว หั่นหล้า
บมีโทษใดเห็จ ทำคยด คุํนา
คิดใคร่ข้าข้าผู้ ชอบชาญ ฯ

๏ เมื่อคำพรางส้ยงสั่ง สารหา
น่านแพร่พลอยภาณพราง พรอกพรัอม
เพราะแรงอิริษยา บยนบยด ก้นนา
ความบมีเขาย้อม กล่าวให้เป็นตัว ฯ

๏ บพิตรอ้ายดั่งกยจ กลหวัง
จยรจากจักหญัวไป จากหล้า
พระอย่ารำพึงหลัง สนเท่ห เลอยพ่อ
จักแกล่อย่าได้ช้า ช่ยวมือ ฯ

๏ ครั้นกรุงลาวรู้เล่ห์ ลวงเขา ไส้นา
ปัดปัญชาชมถือ ถ่องด้วย
แปรปรามว่าเราอยา พรั่นแพร่ ความเลอย
มาจึ่งเอาให้ม้วย เมือบใจ ฯ

๏ บัดหาข้าผู้แก่ กลมา
กลกยจกลใดสาร สั่งแล้ว
มึงอย่าไปคลายงง ชยงชื่น พู้นนา
หาหมื่นกล้าแกล้วแกล้ง เร่งมา ฯ

๏ บัดนั้นข้าผู้หื่น เหนกล แกว่นนา
ธสั่งใดตนตรา ถ่องถ้วน
ยังชยงชื่นดลโดย คำราช เร็วแฮ
เชองชอบเชองใดล้วน เลือกแถลง ฯ

๏ ด้ามพร้าพานพาดร้าย แรงการ แลพ่อ
น่านแพร่กลอยกลับแขง แข่งท้าว
ลักมีบัณฑูรสาร ขยวข่าว
หาท่านผู้ห้าวให้ เครื่อนครยว ฯ

๏ ดั่งคำไท้แกล้งกล่าว กลสาร สั่งนา
เหนท่านตนดยวคือ ลูกอ้าย
เชอญไปอย่านานจง ทันช่วย
ขืมข่มข้าผู้ร้าย รอบรอน ฯ

๏ ว่าพระผู้ถ้าถ่วย อาเปรญ
หมื่นนครครั้นฟัง จวบแจ้ง
เพราะพบเงื่อนงําเขน เขาฬ่อ ลวงนา
ทุกประการแล้วแกล้ง กล่าวกลยว ฯ

๏ นายเอยอยาปวยก้ยว กลพราง พรอกเลย
โดยข่าวขยวขจรควร อย่างอยู้
เพราะพึงซอบชอมกลาง กลยวเจต ไส้แฮ
ความชอบด้วยฤๅรู้ ร่วงโรย ฯ

๏ ข้าไท้ธิเบศผู้ ใดใด ก็ดี
ตายเพื่อภักดีโดย ซื่อซร้อม
คือคนอยู่เปนใน อิธโลกย
บรโลกยนางฟ้าล้อม เลิศอินทร ฯ

๏ ทวยใดเจ้าเกื้อโภค ภูลมี มั่งนา
ครั้นบถวิลภักดี แด่เจ้า
ชื่อยืนอยู่แสนปี เป็นคู่ ตายนา
ตายก็ดีได้เข้า ข่องนํ้านรกานต์ ฯ

๏ บควรคิดอยู่ยั้ง ควรครยว
นบนอบภูบาลบุญ ผ่านเผ้า
ชิสาท่านกุํลยว ลาญชีพ ก็ดี
ล้วนชื่อแก่เจ้าไว้ ข่าวขจร ฯ

๏ ครั้นคิดครั้นรีบเร้ง วางไป
นบนอบภูธรทูล บ่อย้าน
ความผิดแผกไผชรงง โชรมโจทย ก็ดี
ขอจงพระชี้ต้าน ไตร่ตรา ฯ

๏ กรุงลาวกรยงโกรธฟุ้ง ไฟลาม ลู่แฮ
คุกคํ่ารามลงมา รเร้ง
ความมึงบภักถาม เลอยถ่อง กุํนา
พอแต่กำมือเท้ง แท่นแคลง ฯ

๏ มีร้ายทุกช่องชี้ สารสุด เมื่อใด
มึงคือวัลเฝือแฝง มิ่งไม้
เคยกุํพิรุธมึง หลายเที่อ
เหลือที่อดไว้แท้ จึ่งทำ ฯ


(โคลง 2 บทต่อไปนี้ ว่าพระยาตร้งแทรก เพราะฉบับเดิมขาดอยู่)


๏ สั่งแสนฟ้าเรื่อให้ กุํตวว
หมื่นนครโทษอำ ผิดไว้
แสนสูตัดเอาห้ว มันสยบ เสียนา
ไว้หว่างทางเหนึอใตั ต่อกัน ฯ

๏ แสนฟ้าเรื่อรยบนิ้ว นบคำ โดยนา
มัดสอกรีบไปทัน โกรธจ้าว
สินห้วสยบสับทำ ฤๅคลื่น
เพลี้ยกว่านบานท้าวไข้ ข่าวสยวน ฯ

๏ บัดนั้นชยงชื่นเศร้า ศรีสาว แลนา
นางหมื่นนลเมืองสวน ตอกดิ้น
พลเมีองทังเมืองชาว ชยงใหม่ นั้นนา
ประจากเจบพ้ยงหวิ้น หว่าแด ฯ

๏ นางเมึองคิดใคร่ด้วย พลเมือง
บใคร่แลเลงชยง ใหม่ม้อย
ปองไปพึ่งจอมเลือง ไกรกว่า นั้นนา
นางจึ่งจักพร้องถ้อย ถ่องจง ฯ

๏ มีคนดีว่าร้าย มามี มากนา
หาก่ยงหาไปหา โทษล้าย
บดีบ่ดีทำ ดีต่อ ก็ดี
กลับว่าร้ายแหน่งร้าย เร่าหนี ฯ

๏ บเร่อมท้าวผู้พ่อ ใจภัก ดีนา
ยังบยดบีทาทำ โทษกล้า
บเร่อมลูกร้กยัง หยวลูก เราแฮ
อย่าว่าข้าผู้ข้า บ่ข้าขืนเอา ฯ

๏ ท้าวนี้ใจทรูกแท้ ทูรชน ชื่นแฮ
น้านั่นทงงเราฤๅ อยู่ได้
คิดควรอ่วยแดนดล บัวบาท พู้นแฮ
เมือยั่งเมืองเหง้าไท ก่อนกาล ฯ

๏ ทีนั้นไท้ทาษด้าว แดนชยง ชื่นแฮ
ชํบัญชาโดยดาล กล่าวกล้า
แหนหับประตูวยง วางเขื่อน
หวังว่าพระเจ้าหล้า หลั่งพล ฯ

๏ หมื่นลาวลเพื่อนเว้ วางไป
ทังครอกครัวครยวดล ปิ่นเกล้า
ถึงแกล่คดีไตร ตรยมอาทิ
ถวายแต่พระเจ้าเจ้า แผ่นผจง ฯ

๏ บัดนี้ข้าข้อยนาฎ นางเมือง ฤๅพ่อ
ปิดประตูเมืองลง เขื่อนขว้าง
ข้นแข่งว่าจอมเลือง เลอราช
กรูเกลื่อนพลช้างม้า ถึ่งถกล ฯ

๏ บัดนั้นนางใข้ทาษ ทยมใจ หนึ่งแฮ
เอาตลับทองดล ด่วนเด้า
ถวายเป็นสำคัญใน สารสั่ง แสดงแฮ
ขอชีพเชิญพระเจ้า เคลื่อนครยว ฯ

๏ ไปทันเจ้าหล้าหลั่ง พลพฤนท ถึงนา
น่านแพร่ขยวออกถึง นอกต้าย
นางเมืองไป่ยอมยิน ใจจอด พระเลย
แขงอยู่จรกล้ายถ้า ท่านดล ฯ

๏ แขงเมองจักใกล้รอด พระทัณฑ์ แลนา
ตระง่องคอยหนหา ปิ่นหล้า
แปรเป็นป่วยเพราะพัน มโนราช
ไขปตูเอาข้า บาปบร ฯ

๏ พลเมืองสรพราดพร้อม ใจหาญ
ขนขี่กญชรผาย ผาดม้า
ปรทับปรทันทาน คือดั่ง คลื่นแฮ
น่านแพร่ทำแกล้วกล้า เกลื่อนพล ฯ

๏ รกร้นแถมถั่งช้าง แซงมา มากแฮ
ชาวชรลยงทบทน บได้
เสียสารสรูดลงลา พราวพฤๅบ ไปแฮ
ยงสํเดจเหง้าไทั ที่รงค์ ฯ

๏ ลางแกล้วกระทืบม้า มาดล ก่อนแฮ
ลางแล่นเลวหลงลำ อยู่ข้า
ลางทันเคลื่อนครัวตน ครองเคร่า ไปแฮ
ถั่นถั่นถึงเจ้าหล้า แหล่เหลือ ฯ

๏ แต่นี้จักเปล่งถ้อย แถลงนาม
หัวหมื่นพันพลเหนือ แต่เต้า
ทูลพระบทามพุช หมายหมื่น
พานด่าวพานร้อนเร้า แรกดล ฯ

๏ ปราบชยงชํชื่นเว้ วางไป
ทังมหามงคล ค่อยผ้าย
พันรดันดาบพันไกร กลอยกว่า แลนา
พันปราบพันบาลคล้าย คล่าวไคล ฯ

๏ หมื่นช้างหมื่นม้าพ้อง พันหงษ
หมื่นชํหารโหงไป ไปล่รี้
พันจงเบญจงจยร ชยงชื่น แลนา
หมื่นลูกลี้รู้ลี้ เลิศพลัน ฯ

๏ หมื่นต้านกเต้าหมื่น โจลจูล
พันแจ่มพันโจมพัน จ่าบ้าน
ทังพันชรสูนทรุด ทรวงใหญ่ แลนา
พันอยาดพันอย้านเต้า ไต่ตาม ฯ

๏ พันอินทพันอ้ายใคร่ ครยวกรู โกรกแฮ
พันใส่พันสามแสน ร่านร้อน
พันจอมปราบพันจู ลาแล่น แล้วแฮ
พันเทพพันทัาวข้อน ขอดแด ฯ

๏ พันชยหน้าไม้แม่น แวะวาง ถึงแฮ
พันพวกหาญแห่เหนือ หน่วงใต้
นับพันไพร่นายปาง ไปแต่ ดีฤๅ
ปูนแปดร้อยรู้ใช้ ช่ยวการย์ ฯ

๏ ส่วนม้าสามร้อยแง่ งามสัพ เครื่องนา
ทุกพวกพลหาญคัน ควบไทั
แถลงถวายเมื่อแหนหับ ทวารอยู่
พันมโนราชได้ เบอกบร ฯ

๏ ถึงผชนช้างม้าจู่ โจมฟัน เฟื่องแฮ
ในนครคฤๅมสยง เกลื่อนกล้า
เร่งรบเร่งหันเขา รุมรอบ
สู้บได้ตูข้า จึ่งหนี ฯ

๏ วางมานบนอบเจ้า จอมปราณ โปรดแฮ
เชอญปิ่นกษัตรียก ย่างรี้
ฟังสารสํเร็จสาร จอมราช
ชรัดชั่งเสียได้สี้ ไป่ควร ฯ

๏ สรรเพชญภูวนารถแสร้ง เสด็จดล ด่วนฤๅ
จึ่งเยี่ยยวนใจยวน เส่ยผ้าย
ครั้นถึงพฤบพลจับ โจมใหญ่
คุ่งค่อนต้ายล้มแล้ว คล่าวคลา ฯ

๏ สรรเพชญคิดใคร่หน้า แลหลัง ถ่องแฮ
เยียยยวอย่าลืมนึก โน่มไว้
พลยวนแต่ยวนยัง บัวบาท พระแฮ
แปรตรยกเต้าเต้าได้ เรี่ยรมย์ ฯ

๏ ลางลาวเจ้าราชไว้ เวนเมือง มั่งแฮ
ทุกสิ่งสมบัติสํ ส่ำไว้
ลางถือพวกพลเนือง นายบ่าว โดยแฮ
เมียลูกช้างม้าได้ ดุจฝัน ฯ

๏ กรุงลาวฦๅข่าวเจ้า จอมปราณ
ยกย่างพลพลันเทา เท่าแล้ว
กลอยมาแต่งการกรร ชยงชื่น เองแฮ
แซหํ่เหนแกล้วแกล้ง เลอกเอา ฯ

๏ มาตั้งแทนหมื่นดั้ง คืนครอง ไพร่แฮ
ใครว่าฦๅเลอเขา ขึ่งตั้ง
แทนทงงถ่วยปองพึง พึงพึ่ง พระนา
เตอมแต่งพลไว้รั้ง รอบแดน ฯ

๏ แต่งตั้งไว้แล้วจึ่ง คืนไคล แลนา
จักอยู่นานแคลนเกรง ปิ่นเกล้า
ครั้งคืนครรไลลุ ชยงใหม่
ขุกข่าวพระเจัาเร้ง รยบพล ฯ

๏ หัวเมืองคิดใคร่สู้ สงคราม
ไท้เท้าจักเป็นกล ก่อนผ้าย
บเกรงบกลัวขาม สักอยาด
กลอยแกล่เศร้าส้อมต้าย แต่งหอ ฯ

๏ วยงป้อมวยงอาจไว้ แหนหาญ แห่นา
ลดเขื่อนขัวยอหิน ห่วงแร้ว
ปูนกันเกือบกุํทวาร ทวยรรอบ
ทุกแห่งหอต้ายแกล้ว นั่งนอง ฯ

๏ พวกพลช้างม้าควบ คอยแหน ท่านนา
หัวหมื่นนครครอง รอบรั้ง
เสโล่หดาบเขนแพน ขวืนไขว่
รางก่อเพลองหน้าตั้ง หนั่นหนา ฯ

๏ นานาพลไพร่ห้อม แหนทวาร หอแฮ
หืนหอกสรรพาฝา เลื่อนล้อม
ฝูงหาญแข่งขันหาญ หาเพื่อน ตายแฮ
พาพรยบทุกด้านพร้อม ไพร่นาย ฯ

๏ ปืนอยาอย่าเบื่อง้วน ขืนเขม แต่งแฮ
หอกดาบแหลนหลาวหลาย ส่ำแกล้ว
ปืนไฟร่อรูเตม ตับอยู่
อำมรารยงร้อยแล้ว เขื่อนขนัน ฯ

๏ ขาซ้ายหมายหมู่พ้อง พลหาญ หื่นแฮ
นองนั่งในนางจร้ล แจกถ้วน
รไวรวังทวาร ทุกที่
พลพวกหาญห้าวล้วน อยู่อยาย ฯ

๏ หลายแถวหลายถ้องถี่ กันกุํ เกือบแฮ
หลายส่ำหลายสารหลาย พวกพ้อง
พลลาวลลุํทัง ชยงชื่น แซงแฮ
เตมอาจเตมป้อมป้อง ป่ยมหอ ฯ

๏ หัวเมึองหัวหมื่นแกล้ว การรณ
สรรแต่สารพอขา ขี่ขว้าง
พลเมืองเพ่อมพลลาว ดยรดาษ
คาดคาดค้าวค้าวอ้าง อวจหาญ ฯ

๏ สรพร้อมสรพรากพ้อง พลขันธ์
สรพรั่งทุกทางทวาร อยู่อยั้ง
พนักทรวงทยบขนดขนัน เพลาะแต่ง
แครเครื่องยกย้ายตั้ง รยบรัล ฯ

๏ ทุกหอทุกแห่งหมั้น หมู่หลวง ทยบแฮ
ลดเขื่อนลดขัวขนัน ช่องช้าง
ทงปักทังปวงพล หาญแห่
ปักขวากเป็นแขวงขว้าง ทั่วทาง ฯ

๏ หัวเมืองแซ่หํ่าห้าว แหนทวาร รอบแฮ
ขับขี่กุญชรกาง กล่าวกล้า
ตรบัดตรแบงหาญ หาดาบ
ค้าค่าพลช้างม้า ดาษแดน ฯ

๏ จามรยาบยาบกลึ้ง กลดไกว แกว่งแฮ
สรพรั่งพลหาญแหน แห่เฝ้า
น้าวน้าวโห่เอาไชย ชมชื่น
พินพาทยกลองฆ้องเคล้า คลี่สยง ฯ

๏ หัวพันหัวหมื่นหมั้ว โดยดยร ดาษแฮ
หอกดาบโตมรรยง รอบช้าง
แสะสารส่ำทยรทัง เมืองมี่
เสโลหเขนขว้างด้าง ไขว่ขวืน ฯ

๏ ถมทวารทุกที่ไว้ แหลนหลาว
ทุกช่องเชองปืนไฟ ต่อตั้ง
พลเมืองเพ่อมพลชาว ชยงใหม่
รยบรยบคือรั้วรั้ง หนั่นหนา ฯ

๏ เมืองนี้เชองใช่ด้วย ภุชพล ง่ายนา
เบญจทูรดาการ พ่างล้วน
มรรคาส่วนสถลสฐิร ทุกที่
พลพวกช้างม้าล้วน โจษแจ ฯ

๏ บางเมงเปนขื่หน้า ขวางขนัน ก่อนแฮ
มีแม่ยมเป็นแย แก่งกั้น
เข้าสามเกือบกันกรร เมืองมิ่ง เขาแฮ
คูคอบสามชั้นซรึ้ง ขวากแขวง ฯ

๏ เร่งหมั้นเหลือหมั้นยิ่ง วยงเหลก
มีกำแพงแลงเลือน ต่อต้าย
หัวเมืองเตกสยงกล่าว แก่บ่าว
ทังขวาทังซ้ายถ้วน หมู่หมาย ฯ

๏ ชาวเราอย่าอ่าวอ้าง อางขนาง หนึ่งเลอย
เราก็เหลือหลายเมือง ก็หมั้น
กรุงก็เสด็จทาง ดยวต่อ กันแฮ
นํ้าใช่แนวนํ้าขั้น ข่าวไกล ฯ

๏ เมืองนี้พ่อแม่คุํ้ ครองแคลน ชีฤๅ
แหนงชื่นชํเอาไชย โห่ห้อม
อย่าพลหมื่นแสนรุํ เราค่งง คามนา
ชิว่าพลพานล้อม กล่าวกรร ฯ

๏ ที่นั้นพระอยั่งแล้ว แลการย ถ่องแฮ
ควรคลี่พลพลันยก ย่างผ้าย
บัดมีพระบัณฑูรสาร พระสั่ง
แก่ไพร่ขวาซ้ายถ้วน พวกพล ฯ

๏ เชองลุกเชองนั่งปล้น ปีนเมือง
พระสั่งเชองกลกล กล่าวล้วน
สบแสนคนเนืองนบ บัวบาท พระแฮ
มาแต่งการเกื้อถ้วน หมู่หมาย ฯ

๏ สารพาฝ่าเลื่อนแบ้ บาพก
ขอหอกแหลนหลาวหลาย ส่ำส้าง
วยงเหล็กหลากหอหก ตรยมแต่ง
ทังทุ่มทู้ต่างย้าง จรวจไจร ฯ

๏ ผชุํพลทุกหมู่เต้า เตมแดน ดาษแฮ
ชุํคชากรไกร ตรวจม้า
บกเรือรยบพลแสน หมายหมู่
สบส่ำขวาซ้ายหน้า หนั่นหลัง ฯ

๏ ทุกทรวงพลพยู่หไท้ เอารส ท่านฤๅ
พระดำรัสไดรัง เร่อมด้วย
สรรเพชญกำนดพยง พิศณุ ศาษณแฮ
ปางปรหารให้ม้วย ม่ามาร ฯ

๏ สบเสนามาตยพ้ยง พลพฤนทร์
พระสั่งสารสบสาร ล่งล้วน
เป็นปรดิทินทำ ขบวนบอก
ทุกพวกทุกพ้องถ้วน หมู่หมาย ฯ

๏ เชองเข้าเชองออกอ้อม เอาสึก ก็ดี
พระสั่งสบเชองชาย ถี่ถ้อย
พระญาณพันฦกนิ์ฦก ชลธศ ทยมฤๅ
ตรัสแต่งพลน้อยให้ คลี่คลา ฯ

๏ ไปตกไพริศดาว แดนชยง ชื่นแฮ
ทุกด่านทางทยวหา เกลื่อนกล้า
มหาพิชยรยง พลคลี่ คลาแฮ
ซันแซ่ฟ้าฟุ้งฟ้า เฟื่องบร ฯ

๏ ไป่เตอมเตมหมื่นหมั้ว สารเส นิศเเฮ
ทางชฎาดอนแดน ม่วงค้าน
พระศรีราชเดโช ชยราช ถกลแฮ
ทังหมื่นพ้านเรื่องรู้ ด่านแดน ฯ

๏ ช้างม้าดยรดาษเต้า เตอมไป เล่าแฮ
พลแปดฟันเขนแพน หลากเหลื้อม
พระยาศุโขไทย กุํกว่า เองแฮ
เมลืองมล่านกลิ้งเพรื้อม เพรอศพราย ฯ

๏ หยหัศดิฟพิรพ่าหพ้อง พลแขวง หนึ่งฤๅ
ปูนแปดพันปลายปอง เกลื่อนแกล้ว
หัวเมืองกำแพงเพชร ครองเคลื่อน ไคลแฮ
ธงเทศพรายแพร้วกั้ง กูปเงิน ฯ

๏ สองเมืองกลอยเกลื่อนช้าง แซรงพล
หมายหมู่เป็นเดียวดา แห่ห้อม
โดยพระบัณฑูรกล สารศาสน์ แสดงแฮ
ให้ถึงให้พร้อมถ้วน หมู่หมาย ฯ

๏ ข้าไท้ธิราชเรื้อง ขุนอินทร์
กุํพวกพลเรือราย แต่งตั้ง
ขัวขนานลี่เลื่อนดิน แดนมารค เสมอแฮ
ตรยมแต่งจรดจั้งถ้า ท่านไคล ฯ

๏ ไปยอยบาตรส้องศรี สกณ ก่อนฤๅ
ในท่าชยเอาไชย ชื่นแกล้ว
คือเทพอรชุณ เร็วรวด การแฮ
พระแต่งตรัสแล้วถ้วน สารแสดง ฯ

๏ บัดให้ตราตรวจพ้อง พลหลวง
หมายหมู่เรือชิดแซรง ท่าท้าง
สรรเพ็ชญเลิศเลอลวง เลอโลกย
เป็นปิ่นดินฟ้าอ้าง อ่านคุณ ฯ

๏ พระพุทธยามโยคล้วน ลางชย
พระพ่างพระไพกุณฐ์ เกลื่อนแกล้ว
พระเสด็จคัลไลล่วง ชลมารค
ชลพ่าห์มากล้วนแล้ว แหล่หลาย ฯ

๏ พายทองสรพราศพร้อม แขวงขวา
พรรคพวกพายเงินหมาย หมู่ผ้าย
คฤหทองแคร่ทองนา นาหมู่ หมายแฮ
ยุ่งยุ่งแลย้ายย้าย คล่าวไคล ฯ

๏ รายเรือแผดงคู่ถ้วน แถวคับ คั่งแฮ
สยงสรางชิงไชย ชื่นผ้าย
เรือโยงแย่งโยงตับ แต่งต่อ กันแฮ
หลังก่อนขวาซ้ายซ้อง แหล่เหลือ ฯ

๏ เรือหุ้มเรือห่อซ้อน ซบกัน
เรือแห่เรือแหนแหน แห่ห้อม
พิทุยพิทันแซ ชามาก
ทุกท่าทุกท่งล้อม หนั่นหนา ฯ

๏ เรือคฤหเรือแคร่เต้า เต็มแคว น่านนา
เรือเครื่องเรือครัวคลา คลํ่าหล้า
เรือซาคู่เรือแซ แซมฝ่า ฝืนแฮ
ขนัดหมู่ขนานช้างม้า คล่าวไคล ฯ

๏ ตับแต่งทางท่าถ้วน แถวหนา หนั่นแฮ
หยุดรบายกันไป จึ่งได้
นานาหมู่นาวา ดาดาษ
โดยสมเด็จเหง้าไท้ ท่องฉนยร ฯ

๏ สยงสโพนพิณพาทยก้อง กาหล
สยงสู่ศรีสารจยน จั่นแจ้ว
สยงคณคนคฤม คฤโฆษ
สยงพวกพลกล้าแกล้ว โห่หรรษ ฯ

๏ ธงทยวจรรโจษกลิ้ง กลอมหาว
แพนเพ่งหางยูงยรร ยั่วฟ้า
กบี่ธุชกลสกาว พังพ่าย
บังเมฆกลวมกลุ้มหล้า หล่อแสง ฯ

๏ โยธาทุกฝ่ายซ้อง ชมไชย
หมายหมู่แขวงในแขวง นอกผ้าย
โดยเสด็จสมเด็จไตร ภพนารถ เสด็จแฮ
หลังก่อนขวาซ้ายซ้อน คลี่คลา ฯ

๏ ภูมิศวรราชเรื้อง เอารส ท่านฤๅ
หมายหมู่หลังเหลือตรา แต่งเต้า
จามรมาศกลดธง ชยโบก โบยแฮ
คฤโฆษกลองฆ้องเคล้า คลี่ดูริย ฯ

๏ พระเจ้าจอมโลกยลํ้า เลอยวน ยิ่งแฮ
เครคลี่แสนยายูร ยาตรผ้าย
ดลทางท่าสนายพรวน พระบาท
ยกย่างพลย้ายตั้ง ท่งทงรร ฯ

๏ ช้างม้าเดียรดาษซ้าย แซมขวา
หลังก่อนเป็นขนัดขนัน อยู่ยั้ง
อาวุธมลังเมลืองอา ภาเพรอศ พรายแฮ
เสโล่หแพนดั้งตั้ง แห่แหน ฯ

๏ นับแต่พลล้วนเลิศ เลอหาญ
สามหมื่นเสมอสามแสน ส่ำแกล้ว
เคยรุกรบรญบร หลายท่า
เซงซากมือไว้แล้ว มากมา ฯ

๏ ทุกพ้องพิรพ่าหเจ้า จอมเมลือง เสิศแฮ
สรรพเครื่องสรรพาวุธ เลิศล้วน
เกราะกรายสำลีเนือง นอกออก ไปแฮ
ทวนธนูหน้าไม้ล้วน หมู่หมาย ฯ

๏ แวงในแวงนอกซ้าย ขวาขนัน
ขนัดดาบเงินทองพราย เพรอศฟ้า
ดากันเกือบกันกรร กรีราช
เรืองซ่นเรื่องก้อมผ้า ไพร่แพร ฯ

๏ แขวงขวาบริศาจซ้าย กุมภัณฑ์
กรกระลึงเขนแปร ง่าง้าว
แสงสัตรมลังเมลืองฉัน ฉลุเมฆ
พลพวกหาญห้าวห้อม พยบไพร ฯ

๏ เสนานาเนกซ้าย แซมขวา เล่าแฮ
หมายหมู่ขรรคไชยศรี ส่ำแกล้ว
ชยสินธุสํอางอา วธรยบ รยงแฮ
พลเลอกพลแล้วล้อม ไขว่แขวง ฯ

๏ เขนแพนทองทยบล้วน ตราไตร แต่งแฮ
หอกดาบโตมรแซง ซ่นก้อม
ธนูยศธนูไชย ชาวปราบ
ยลยอดใจเพชรพร้อม ไพร่หาญ ฯ

๏ ขนัดพลพิรภาพแผ้ว ผลาญรงค์ รวดแฮ
ยืนยุทธปรากฏชาญ ใช่ช้า
รายราวเครื่องเป็นกง กรรรอบ กงแฮ
ยศประการกล้าแกล้ว แกว่นการย์ ฯ

๏ พลหลวงหลายคอบคํ้า คับทาง ท่งแฮ
ขันดาบขุนเรือหาญ หื่นต้าว
ขนัดพลชนตาง ง่าอยู่ อย่ายแฮ
หันหอกขอเงื้อง้าว ง่าตาว ฯ

๏ ขนัดพลหมายหมู่ต้าน สงคราม เล่าแฮ
หอกดาบแหลนหลาวหนา หนั่นหน้า
ทึบทังท่งหลวงหลาม หามแห่
ขนนอยู่ค้าวค้าวถ้า ข่มเขญ ฯ

๏ พวกพลช้างต้นแต่ ต้วหาญ
ฟันหนึ่งนับเปนหัว เชือกชี้
แก้วจักรรัตนชาญ ชยเดช
ทนหอกปืนป้องพี้ เฟื่องบร ฯ

๏ มัทธยมเทศพ้ยง คชสึงห์
งวงเงือดดินงางอน เงือดฟ้า
คือคชปิ่นไตรตรึงษ์ พาลโพธ
โจมปราบจักรพาฬหล้า แกว่นชน ฯ

๏ สารสรรพจรรโจษหน้า หลังดา ดาษเฮย
มารพิชยยลยง ยวดช้าง
แลสารศิพาทิตย ควรคู่
พิศณุจักรจั้งง้าง ง่ารงค์ ฯ

๏ ขวาซ้ายหมายหมู่ถ้วน แถวสาร
สารชื่อสระสงสาร แกว่นแกล้ว
ทยมคชชื่อบาลชม พูทวีป ไส้แฮ
จองเครื่องเคราแล้วถ้วน ส่ำสาร ฯ

๏ ถัดสารดูดิพรแม้ มงคล
จักรพาฬพอพาล เพรอศพ้น
บาลภูมิมณฑล ทนหอก ปืนแฮ
เคยคว่าบรรุกร้น ผ่าผลาญ ฯ

๏ พังพลายในนอกล้อม เลือนไพร พรยกแฮ
โจมพิมานไตรตรึงษ เลิศแล้ว
เรวฤทธิแกว่นกลไกร ษรราช ไส้แฮ
กเกรอกธาตรีแกล้ว แกว่นรณ ฯ

๏ ครวีอากาศเกื้อ อากยรณ ชื่นแฮ
เทพพยนยลยนต ดุจได้
เมอลมนตรศักดิ์ขยน ขามแข่ง ไส้แฮ
รยงรยบเหง้าไท้ท้ยน ดาษดิน ฯ

๏ ภูโชพรายแพร่งเหลื้อม โสภา เพรอศแฮ
เมอลมโนนนฤมินท อยู่ยั้ง
อยืนทยมทยบอิษฏา รมณ์รวด เร็วแฮ
เมอลมณีฉัตรจั้ง จ่ายบร ฯ

๏ เงยงวงจะจวจแห้น หรรษา
รัตนกลดงางอน ง่าฟ้า
กญชรราชา ชาญเดช ไส้แฮ
ทยมพระยาช้างกล้า แกว่นชน ฯ

๏ หัศดินชเยศได้ ชยเอ เมื่อใด
ควรคู่อยราพด เสิศแล้ว
ยืนทยมทยบเวหาศ เหินแห่ พระแฮ
จองจำเชองฤทธิแกล้ว แกว่นรงค์ ฯ

๏ ภูษางามแง่เกื้อ กุญชร ชื่นแฮ
เทพยสังหรยง ยวดกล้า
ทยมสารชื่อสัญจร จตุรทวีป
พลพวกหาญถ้วนถ้า ร่อนรงค์ ฯ

๏ ทุกสารเรวรวดรู้ รอบเชอง ชื่นแฮ
ยืนตรยบตรงไตรรัตน รยบแล้ว
ตรัสไตรเทพยทลอึง อาคาธ
แสงสลาบครุฑแพร้วแพร้ว แพร่งเหอร ฯ

๏ คลุกเคล้าผนนผงาดเผ้ง ไปมา
โฉมจำเริญจักรพรรดิ เพรอศพ้น
หูหางฟฟายงา งวงง่า งามแฮ
ยลยิ่งนฤมิตรล้น เหอศหาญ ฯ

๏ นานาพลพ่าหล้อม เลือนแล เลิศแฮ
โฉมจำรัสจักรพาฬ คู่เคื้อ
งาจยงจำทยงแข พาลโพธ
งวงเงื่อนเฉลาแก้วเกื้อ แกว่นหาญ ฯ

๏ สารพรายคฤโฆษคฤ้าม อุดอึง อยู่แฮ
กรลอกไตรตรึงษชาญ ช่ยวพ้น
พิศโฉมกระลึงไตร จักรอาจ องคแฮ
ตระล่งไตรภพล้น เลิศไชย ฯ

๏ อาภรณอาภาศเกี้อ กุญชร ชื่นแฮ
ฦๅตระหลบไตรภูมิ เฟื่องหล้า
ทยมพิรพระสังหร หายาก
พรพระสังหารหน้า ชื่นไชย ฯ

๏ คชสารเสาวภาคยพ้ยง คชสีห์
พาหพรพระไพรทรง รวดเร้า
ทยมพัทธิไพรี เร็วรวด ยงแฮ
พอซราบซรับมันเห้า หื่นรงค์ ฯ

๏ กรลับกรลอกร้อง เรองหาญ หื่นแฮ
โชติพระพิศณุยง ยวดช้าง
ชำนิชำนาญชาญ ชยเดช
ทนหอกปืนป้องขว้าง ข่มบร ฯ

๏ ชยพระพิเศษลํ้า เลอหาญ
สรรพเครื่องคชาภรณ์ เพรอศแพร้ว
เชษฎพระพิศาลสา มรรถแว่น ไวแฮ
ทานพระพิสุทธแกล้ว แกว่นรณ ฯ

๏ พิศณุพระกรแกว่นส้าย สงคราม
พรพระกรรมไกรกล วาดไว้
พรรณพระเกตุเงื่อนงาม โสภาศ
เพศพระกาลควรไท้ แทบองค์ ฯ

๏ พระสุรสีหนาทป้อง ปืนปราย
พิรเพ็ชรพระชยณรงค์ ช่ยวพ้น
ยืนทยมกำจายจักร โจมจ่าย
ศักดิเคยค้นคว้าส้าย ศัตรู ฯ

๏ พลเป็นกงข่ายล้อม เลือนดิน ดาษแฮ
พรพระเสด็จตามดู ดุจแต้ม
ทยมเพชรพระอินทร อาฆาฎ
มันชราบชรับสองแก้ม เกือบคาง ฯ

๏ ขวาซ้ายดยรดาษหน้า หลังหลาม
ศิลปพระพรวาง วิ่งผ้าย
สารสรพระรามเรว ฤทธิชื่น ชาญแฮ
เลิศพระชยค้นส้าย ส่ายเข็ญ ฯ

๏ สบสารหาญหื่นล้อม เลือนไพร พรยกแฮ
รณพระชยสิทธิเห็น ห่อนช้า
ทยมฤทธิพระไชยศักดิ์ สามารถ
รักษพระชยศรีกล้า แกว่นชน ฯ

๏ อาภรณอาภาศแก้ว แกมกาญจน์
สิทธิพระสํพุทธพล เลิศล้น
ทยมสุทธิพระสมภาร เสาวภาค
สารพระภูธรพ้น ตรยบตรอง ฯ

๏ สารพลายหลายหลากซ้าย แซมขวา
ชิดแทบพระสนสนอง เงื่อนขว้าง
ทยมชลพระอาไศรย เสาวภาค
แลเครื่องช้างแลช้าง ยิ่งยง ฯ

๏ ชยพระอินทราศนท้ยน เมามัน
ชาติพระอินทรียองค์ อ่าแกล้ว
ฉินโฉมพระฉัททันต์ ทรงเดช
อย้ายอยู่ล้อมแล้วลํ้า เขื่อนขันธ์ ฯ

๏ ลางตัวตระเทศหน้า ขวยขวญ
ลางเตอบตระหมั้นภี พ่างปั้น
ลางตัวค่าควรเมือง ยงยวด
ลางช่างชนหมั้นสู้ ส่ายบร ฯ

๏ สารเรวรวดพ้ยงพ่าง แสะสยาม
ลางส่ำสองงางอน เงือดฟ้า
ลางสารแกว่นสงคราม เคยเกลื่อน บรเเฮ
ลางส่ำงาอ่าหน้า เฉอดฉัน ฯ

๏ ลางสารงามเงื่อนแกล้ง เกลาเหลา หล่อแฮ
ลางส่ำจรางมันผัน ม่ายม้า
ลางสารอาจเอาธาร ชาญช่ยว
ลางส่ำแกล้วกล้าบ้า ชื่นตา ฯ

๏ ลางสารกดก่ยวซ้าย ขวาขบ ควบแฮ
ลางส่ำงาขวางอน ง่าแกล้ว
ลางดำขขลับคึอ แมลงภู่
เคยผาดเผ้งแผ้วผู้ ผ่าเข็ญ ฯ

๏ ขวาซ้ายหมายหมู่หน้า หลังไตร ตรวจแฮ
สรรพเครื่องอาวธเหน ห่อนช้า
ลางงามเงื่อนไกรษร โสภาศ
ลางส่ำเก้าเท้ากล้า แกว่นหาญ ฯ

๏ ไตรตรึงษดิราษตรร้าย ฤๅมี หนึ่งนา
อัษฎลักษณาการ แก่นเกื้อ
คชสารคู่คชสีห พิรยภาพ ไส้แฮ
แลเครื่องแลช้างเคื้อ คู่ขยน ฯ



๏ กรพัดทองทาบถ้วน แถวสน สอดแฮ
รัดพนคำคยน พู่ห้อย
แชงชนักกเบนบน คอคาด
โยงโยคหลังหน้าร้อย แร่งไหม ฯ

๏ พรายพัสตรพักพนาดพร้อม ภูษา
พรายแพร่งภูโชไชย เพรอศแพร้ว
จามรมล่านเมลืองตา หลายหมู่
อานกูปแก้วเก้าอี้ อาศนทอง ฯ

๏ จองคชพยู่หกั้ง การยุทธ
แลเครื่องแลสารสรอง เพรอศพ้น
สารสบสลาบคุรธคือ ครุทธพ่าหณ
ดาดาษรุกร้นข้า ข่มยวน ฯ

๏ ตาบหน้าหน้าราหู จับจันทร์
สรรพคับคำควร ลวดล้อม
พรายพรายพันเหาหาง ยูงรยับ ยาบแฮ
คำครํ่าของ้าวส้อม ทาบทอง ฯ

๏ แหลนหลาวหอกดาบดั้ง โตมร
มลังเมลืองเรืองรอง อร่ามฟ้า
แสะสรรพแคบหมอนทอง พรายเพรอศ
สุดส่ำพลช้างม้า หนั่นหนา ฯ

๏ แต่พลม้าแล้วเลิศ สรวงสวรรค์
เบญจสัตสังขยา คล่าวคล้อย
สยามกรรณ์สุพรรณหงษ์ ขยนแข่ง งามแฮ
สรรพแคบหมอนทองห้อย ภู่พราย ฯ

๏ อัศวกรรมงามพ้นแพ่ง พอลักษณ
สวรรค์พิมานทายทยม ทยบด้วย
สีหราชลํ้านักโฉม สีหราช
วิลาศหงษหนัาส้วย สยบคาง ฯ

๏ สีหเบ็ญชรชาติพ้ยง ขยนขาม แข่งแฮ
วรเวครไวขวาขวาง ขวยบซ้าย
สองตาตรยบนิลาม พุชาติ
ถนัดอยาตรเมืองฟ้าคล้าย คล่าวดล ฯ

๏ โฉมอินทรสรอาจแม้น มือแมน แต่งแฮ
ราชพาหนหยยล ยวดม้า
สุพรรณสีหแสนสิน- ธพชาติ
นิลเสวตรพลันพ้ยงฟ้า เปล่งเปลว ฯ

๏ โฉมศรืสีหาศนลํ้า เลขา
ราชสํฤทธิเรว รวดแท้
เมอลมุขเมฆมาลา ควรค่า เมืองแฮ
เมอลมหาสังขแปล้ แปลกลังข์ ฯ

๏ จักรลักษณ์ศักดิพาหแม้น แมนเฉลา
แรงร่ยวเหาะขลังเร็ว รวดผ้าย
อาภรณพัฬเหารัตน์ รายรยบ
กลับกลอกขวาซ้ายผ้าย ผาดผัน ฯ

๏ หางฝังหลังเด้งสรยบ คอคาง
ลิวแล่นพลันหนักชัก ง่ายลํ้า
ภีสองน่องกางหาง ชันชอบ กลแฮ
ตีนตรยบข้อคองํ้า ง่องงาม ฯ

๏ พวกพลช้างม้ารยบ รยงจรร โจษแฮ
ดยรดาษดินเหลือหลาม ท่งท้าง
สรรเพชญพ่างศรีสรร เพชญภาคย
ยามโยคพระเจ้าช้าง เผือกผ้ายลีลา ฯ

๏ ธงทยวหลายหลากกลิ้ง กลดไชย
ชรอํ่าทั้งทางอา กาศกลุ้ม
แพนทองพรรณรายไพ โรจโชติ
หาญแห่จุ้มจุ้มล้อม หนั่นหนา ฯ

๏ สรวญศรัพทคฤโฆษฆ้อง กลองไชย
ทุ่มพ่างแตรสังขชวา ปี่ห้อ
มฤทึงค์ทรไนทรอ ทรุพราช
ดังเดึอดม้าฬ่อก้อ โกรศกรยง ฯ

๏ สยงพิณสยงพาทยพ้อง สารสม คู่แฮ
สยงคีตสยงแผคงจยร จั่นแจ้ว
เภรีระงมเภรี สยงลั่น ฦๅเเฮ
สยงเกือบสยงก้องแกล้ว ไห่หรรษ ฯ

๏ ทุกพ้องพันธทุกถ้วน แถวใน นอกแฮ
พลขอบพลขันขัน เข่นกล้า
ทรนงทรเนืองไจ เจียรภิต
ดาดาษดาด้างถ้า ถั่งโดย ฯ

๏ พลพระภูมิศรเรื้อง เอารส ท่านแฮ
รองร่องร้องโกรยโดย ปิ่นเกล้า
พลหาญแห่พลคช แครเคลื่อน ไคลแฮ
พลพวกม้าแคล้วเคล้า คลี่คลา ฯ

๏ หัวเมืองขุนหมื่นพร้อม พันแหน แห่นา
หมายหมู่ขวาแขวงขวา ไขว่ซ้าย
แวงทองดาบทองแพน เขนไขว่
สบส่ำหลงหน้าผ้าย หนั่นหนา ฯ

๏ เมอลมุนกว้านไพร่ถ้วน แถวกอง ชื่นแฮ
ไกวแกว่งศราวุธ ง่าเงื้อ
ทรนงทรนองหา แหนราช
แสงส่ำลีเกื้อก้อม แพร่งพราย ฯ

๏ พวกพลกล้ำกล้ากลาด ไปหนา หนั่นแฮ
หาญห่มเกราะกรายกราย ก่อนม้า
ประดับประดาดา แหนแห่ พระนา
แลเครื่องแลหน้าม้า ใคร่ชม ฯ

๏ ธงฉัตรหลายแหล่กลิ้ง กลดแซรง
ซรอํ่าอับอัมพร เกือบกั้ง
แตรสังขดำแคงครร ชิตโฆษ คฤมแฮ
ทวนธนูหน้าไม้ตั้ง ต่อบร ฯ

๏ สรรเพ็ชญภิโพธิเกล้า สงสาร
แครคลี่แสนยากร กล่นผ้าย
พยงพระคชาธาร ทรงเดช
คลายคลี่พลหว้ายฟ้า เฟื่องมาร ฯ



ร่าย
๏ แต่นั้นบั้นนฤเบนทรนฤเบศ นเรศรนรินทราธิบดีศรีสรรเพชญ์ สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถนายกดิลกผู้เปนเจ้า เกล้าภูวมณฑล สกลชํพูธิเบศ คือพระเดชเกษกษัตรีรพีพงศ์ ทรงมกุฎรัตนพัสตราภรณวิภูสิตเสร็จ เสด็จเหนือปฤษฎางคกุญชร ดุจอมรสถิตย์เอราวรรณ์ ครรไลยยังนครคู่ฟ้า ถวัลยวิภูผ่านหล้า แหล่งเฟี้ยมฟีกบุญ ท่านนา ฯ



โคลงสี่
๏ สารพู้นสพราศเหลื้อม เขนทอง
ตนพระยาลางพึง พวกเพื้อ
พระคุณออกนางครอง รักษราช นั้นฤๅ
ดินแลฟ้าคว้างเคื้อ ไป่แทน ฯ

๏ ขุนช้างผันผาดช้าง ผลาญงา
งาต่องาขวิดแขวน ท่าวหั้น
ลางเลี่ยงหลีกเหลือภา พลใหญ่
พลเพื่อนพาซุกซั้น ร่นลาญ ฯ

๏ รํ่าปางเขาไล่ร้าสงคราม ท่านนา
ลาวแต่งต้บปราการ หนั่นหน้า
กษ้ตริย์เลื่อนพลตาม เรวเร่ง
โซรมเชือดแทงท่วนม้า หนั่นหัว ฯ

๏ หาญเราต่อเต่งง้วน ไหงวฤๅ
สารเติบต่อตัวทับ ท่าวหั้น
เขารุกเร่งพลปือ ยอพ่าน
ม้าช้างฉวัดไล่ช้นน ช่วยแทง ฯ

๏ ทรงบุญจรหง่านเลี้ยง ผสานงา
ฟองสมุทตื่นกลางแปลง ท่าวหั้น
สบสารก็ชวนมา โซรมช่วย กนนแฮ
งาต่องายอกั้น ซรวดเซร ฯ

๏ ทรงบุญถอยเร่ร้น รุกแทง
ลาวแล่นเปรตายหัว ขวดขวํ้า
ขอเขนกระลึงแวง วยนมาตร
หอกช่วยเชองชักซ้ำ ซ่นไฟ ฯ

๏ ลาวหัวขาดห้อยติด คอสาร
ฟูมเลือดหลามไหลจร จวบจั้ง
พระเทพประหารหัก โหมเกลื่อน
เขนแนบเขนตาวตั้ง ต่อตาย ฯ

๏ เสนาตกเกลื่อนเขา กลยวลาว
ลุย่านไทเท้งหงาย เฟือดฟ้า
ไพร่พลเมืองนาวนาว นฤนาท
แตรตระหลบก้องหล้า ส่งสยง ฯ

๏ พันฦกลํ้าฟาดฟ้า ดินทรุด
ผืนแผ่นบโยงเอียง บ่ช้า
พลหลวงศรีราชบุตร พังพะ มานา
เขาเกลื่อนช้างเขากล้า เกลื่อนเขา ฯ

๏ พลม้าเขาแกว่นลํ้า พลเสือ
พลหอกหาญครเลา ไล่เท้ง
โยธาแหล่หลายเหลือ อกแผ่น มานา
สยงมี่ระเร้งฟ้า ฟาดไฟ ฯ

๏ กษ้ตริย์ไวแว่นหน้า พรยมพราย เพรอศแฮ
รามราชฤๅไทเห็น ห่อนช้า
พระโฉมเฉกนารายณ์ เรืองราช นั้นแฮ
ดาลเดชตรัสเจ้าฟ้า สี่มือ ฯ


๏ ส่ำสารผายผาดพ้ยง สีหเคนทร์
คมขาดคอคึอจักร เคลือบแคล้ว
พระกรกระลึงเขน กรหลอก
กรหลอกกลดกั้งแพร้ว เพรอศพราย ฯ

๏ พลแพนพลหอกหน้า พนักทอง
เขาย่อมขันตัวตาย ต่อหน้า
ชาญไชยชื่นชมคลอง กรยงแผ่น เผยอแฮ
ตนราชผู้แกล้วกล้า เกลื่อนพล ฯ

๏ หมวกทองลุกแล่นเข้า ขบฟัน ต่อนา
เข้าประทะได้กล ดีดนิ้ว
สิบคนต่อลาวพัน ภูใหญ่
หั่นเด็จหัวได้หิ้ว ถั่งถวาย ฯ

๏ แพนดั้งไย่ไย่เข้า ทักแทน ก่อนนา
ตัวต่อตัวลาวตาย ตื่นหยั้น
หางยูงหักโหมแพน ทองท่าว
ญวนพ่ายพลล้านร้น ค่ายคึง ฯ

๏ พันฦกลํ้าฟ้าผ่าว เผากัลป์
ฦๅเลวงอึกอึง แหล่งหล้า
พราหมณพรตสังวาลวัล โหงหูต แล้วแฮ
มากปู่เปนบ้าเต้น ตื่นหนี ฯ

๏ หมากขามรกรูดช้าง ลงเชอง
ลาวล่ามมัวผีเมา ม่วยม้วย
ถางกันไขว่ขวินเชวอง ดยรดาษ
ยงยิ่งลำกล้วยลํ้า ล่าวเลือน ฯ

๏ กั้งกลดไทท้าวราช เอารส ท่านนา
ขวัญก่ยงกินเผือนไป เผือดหน้า
ตรลึงตรลานหต หัวห่อ ตนแฮ
ยวนยิ่งเหยงย้ายว้า วุ่นวนน ฯ

๏ เสียนางลเอ่งเนื้อ นมเฉลา
เสียสาตราวุธสรรพ์ ใช่น้อย
เสียพาลยพัฬเหา ทองแท่ง
เสียกั่นโทงถ้วนร้อย มาศเมลือง ฯ

๏ เห็นเราทุกแห่งห้อม ติดตาม
โหมประนงงเมืองโจม จวบล้าง
เงินทองแหล่เหลือหาม ทุกหมู่
นางมิ่งเมืองม้าช้าง ถั่งถวาย ฯ

๏ เชลอยลากลู่ม้า มือมัด
เขาเมื่อยจำจูงขาย แลกเหล้า
พระยศพ่อท่านทัด ไตรโลกย์
ดินหื่นหอมฟ้าเร้า รวดขจร ฯ

๏ ชยชยยศโยศเจ้า จักรกรี
ไกรเทพศรีสาคร เฟื่องหน้า
ชยชยเมื่อพูนศรี นางนาฏ
ชยบพิตรพ้นฟ้า เพื่อมมา ฯ

๏ ชยชยอำนาจท้าว คือราม
รอนราพล่วงลงกา แผ่นแผ้ว
ชยชยดิ่งติดตาม มารมารค นั้นฤๅ
ชยชำนะได้แก้ว ครอบครอง ฯ

๏ ชยชยชมชาติแก้ว กุญชร้ศ
ภูเบศสากลปอง กราบไหง้ว
ชยชยมี่เมืองสวัสดิ ภูลโภค
ชยบพิตรท้าวไท้ เลิศฦๅ ฯ

๏ ชยชยยศโยคก้อง ไตรตรึงษ์
บุญเบอกวยงทองปือ ไต่เต้า
ชยชยรำพึงสยง ฦๅลาภ
สรหนั่นนิ้วนอบเข้า อยู่มือ ฯ

๏ ชยชยานุภาพท้าว ทยมทิน กรแฮ
เมืองเทพคนธรรพฦๅ อยู่ถ้อย
ชยชยพ่อพยงอินทร นุภาพ
บุญเบอกเมืองถ้วนร้อย รอบถวาย ฯ

๏ ชยชยเมื่อปราบอ้อม กำแพงเพ็ชร์
ผืนแผ่นผายเสมา ออกกว้าง
ชยชยท่านไตรเตร็จ ในนารถ
ยศโยคบุญท้าวอ้าง อาจครวญ ฯ

๏ กษัตริย์สุรราชเรื้อง รศธรรม์
บรรหารยศยอยวน พ่ายฟ้า
สมภารปราบไปกัลป์ ทุกทวีป
ร้อยพิภพเหลื่อมหล้า อยู่เย็น ฯ

๏ ร้อยท้าวรวมรีบเข้า มาทูล ท่านนา
ถวายประทุมทองเป็น ปิ่นเกล้า
สมภารพ่อพยงสูรย โสภิต
มอญแลยวนพ่ายเข้า ข่ายบร ฯ


เชิงอรรถ
อ้างอิง
รับข้อมูลจาก "http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2"
หมวดหมู่: วรรณคดีไทย | วรรณคดีอยุธยา | ลิลิตดู
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bancha
post 25 January 2012, 10:19 PM
Post #2





Group: ผู้ดูแลลานเสวนา
Posts: 4,221
Joined: 9 January 2007
Member No.: 43



ไม่ได้เน้นเนื้อหาหรือผลการรบ
แต่การเป็นวรรณกรรมที่ควรศึกษา

เอาว่า อ่านสักครั้งหนึ่งในชีวิต

thumbsup.gif

This post has been edited by bancha: 26 January 2012, 10:28 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bkk123
post 25 January 2012, 10:49 PM
Post #3


เสือขาวแห่งชุมชนคนรักมีด


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 5,810
Joined: 9 January 2007
Member No.: 72



อ่านยากจังครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แวบมา
post 25 January 2012, 11:26 PM
Post #4


สารวัตรคาวบอย


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,593
Joined: 10 January 2007
Member No.: 113



QUOTE (bkk123 @ 25 January 2012, 10:49 PM) *
อ่านยากจังครับ


เป็นอักขรวิธีแบบเก่าครับพี่

แรกๆ อ่านผ่านๆ อาจจะดูเหมือนยาก
ลองอ่านแบบใช้สมาธิสักนิด ทำความเข้าใจตามไปเรื่อยๆ
สักประเดี๋ยวก็คงคล่อง แต่ต้องอาศัยความคุ้นเคย biggrin.gif

เหมือนบทสวดมนตร์ทำวัตรเช้าเย็นภาษาบาลีที่มีเครื่องหมาย นฤคหิต พินทุ นั่นแหละครับ
ตอนบวชใหม่ขนาดกางหนังสือยังสะกดตามไม่ค่อยจะทัน
พอได้สักครึ่งพรรษา ทีนี้กวาดตาปราดเดียวก็อ่านคล่อง แทบจะปิดหนังสือท่องได้เลยครับ whistling.gif

แต่ทั้งหมดที่ว่ามา
สำหรับลิลิตยวนพ่ายนี้
ผมก็ยังอ่านเป็นอย่างพวกนวกอยู่เหมือนกันครับ tongue.gif

This post has been edited by แวบมา: 25 January 2012, 11:37 PM


--------------------
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤๅ

มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม

ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 26 January 2012, 09:23 AM
Post #5





Group: ผู้ดูแลชุมชน
Posts: 6,684
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



กำลัง...พยายาม...หัดอ่าน อยู่ครับ thumbsup.gif laugh.gif


--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.siamancient.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
JR049
post 8 February 2012, 11:41 PM
Post #6





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 72
Joined: 16 August 2009
Member No.: 10,109



เรียนถามอาจารย์บัญชาครับ

แรกต้นเป็นการถอดความจากรูปอักษรแบบใดครับ ใช่อักษรธรรมล้านาหรือไม่ พอเทียบแนวนั้นจะอ่านได้ใกล้เคียง ทั้งการสะกด สำเนียงและศัพท์บางคำ เช่น เพียง = พยง = อักษรนำ+ไม้เกี๋ย+งะ
แล้วตกลงเรียกพวกผมว่า ลาว หรือ โยนกันแน่ครับ

โปรดชี้แนะครับ
จิรายุ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แวบมา
post 9 February 2012, 03:51 AM
Post #7


สารวัตรคาวบอย


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,593
Joined: 10 January 2007
Member No.: 113



QUOTE (JR049 @ 8 February 2012, 11:41 PM) *
เรียนถามอาจารย์บัญชาครับ

แรกต้นเป็นการถอดความจากรูปอักษรแบบใดครับ ใช่อักษรธรรมล้านาหรือไม่ พอเทียบแนวนั้นจะอ่านได้ใกล้เคียง ทั้งการสะกด สำเนียงและศัพท์บางคำ เช่น เพียง = พยง = อักษรนำ+ไม้เกี๋ย+งะ
แล้วตกลงเรียกพวกผมว่า ลาว หรือ โยนกันแน่ครับ

โปรดชี้แนะครับ
จิรายุ


ระหว่างที่รอพี่บัญชา ผมขออนุญาตตั้งข้อสงสัยอยากให้คุณ JR049 อธิบายขยายความเกี่ยวกับคำถามแรกที่ตั้งขึ้นมา นะครับ

กล่าวคือ ไม่ทราบว่าราชสำนักอยุธยา(พิษณุโลก) ในรัชสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
"อักษรธรรมล้านา" ที่คุณว่า หรือที่ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น "อักษรธรรมล้านนา" นั้น ใช้กันเป็นหลักในราชสำนักจริงหรือ

เนื่องด้วยความรู้ด้านอักษรศาสตร์ของผมก็มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
แต่พอจะคุ้นเรื่องภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์อยู่บ้างว่า
ในอดีตก่อนหน้านั้น "มีอาณาจักรสุโขทัยของพ่อขุนฯ ผู้คิดประดิษฐ์อักษรไทย"
และโดยความเข้าใจของผมคิดว่า ในช่วงนั้นพิษณุโลกน่าจะใกล้ชิดสุโขทัยมากกว่าล้านนาหรือมิใช่
ก็แล้วกระไรนักปราชญ์ราชบัณฑิตของราชสำนักพิษณุโลก หรือโดยความเป็นไปได้ที่อาจจะยกกันมาแต่ราชสำนักอยุธยา
จะมีเหตุผลความจำเป็นใดที่จะใช้อักขระธรรมล้านนาในการจารึกวรรณกรรมยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์อยุธยาครับ


--------------------
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤๅ

มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม

ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แวบมา
post 9 February 2012, 04:18 AM
Post #8


สารวัตรคาวบอย


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,593
Joined: 10 January 2007
Member No.: 113



สำหรับพี่ๆ ที่ยอมแพ้ว่า ลิลิตยวนพ่ายอ่านยาก (ผมก็ด้วย)

ตามผมมาทางนี้เลยครับ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=s...25&gblog=19

แต่หากจะหาคำแปลโดยพิสดารคงต้องไปค้นฉบับที่มีคำแปล
ในหอสมุดกลางจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยฉบับหนึ่ง
ฉบับพิมพ์ในหนังสือวชิรญาณวิเศษฉบับหนึ่ง
ฉบับโรงพิมพ์ไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ ซึ่งหลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรถึก) ตรวจทานฉบับหนึ่ง
ยวนพ่ายฉบับมีคำแปล กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์โปรดให้พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ ฉบับหนึ่ง
และฉบับโรงพิมพ์ศรีหงส์ พ.ศ. ๒๔๗๗ อีกฉบับหนึ่ง
(ที่มา จิตร ภูมิศักดิ์ ใน ศัพท์สันนิษฐานและอักษรวินิจฉัย (กรุงเทพฯ : ฟ้าเดียวกัน, ๒๕๔๘)หน้า ๔๓ – ๔๙
http://www.sac.or.th/databases/inscription...B8%A1&id=56 )

และในบทความของ จิตร ภูมิศักดิ์ นี้เอง ที่ได้เฉลยข้อสงสัยของคุณ JR049 ในความเห็นก่อนหน้า
กล่าวคือได้ความว่า ต้นฉบับลิลิตยวนพ่าย "เป็นสมุดไทยดำตัวรง" ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติครับ


--------------------
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤๅ

มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม

ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bancha
post 9 February 2012, 07:46 AM
Post #9





Group: ผู้ดูแลลานเสวนา
Posts: 4,221
Joined: 9 January 2007
Member No.: 43



QUOTE (JR049 @ 8 February 2012, 11:41 PM) *
เรียนถามอาจารย์บัญชาครับ

แรกต้นเป็นการถอดความจากรูปอักษรแบบใดครับ ใช่อักษรธรรมล้านาหรือไม่ พอเทียบแนวนั้นจะอ่านได้ใกล้เคียง ทั้งการสะกด สำเนียงและศัพท์บางคำ เช่น เพียง = พยง = อักษรนำ+ไม้เกี๋ย+งะ
แล้วตกลงเรียกพวกผมว่า ลาว หรือ โยนกันแน่ครับ

โปรดชี้แนะครับ
จิรายุ


ไม่มีข้อมูลครับว่าถอดจากภาษาอะไร tongue.gif
ปัจจุบันเรียกคนไทยครับ laugh.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bancha
post 9 February 2012, 07:47 AM
Post #10





Group: ผู้ดูแลลานเสวนา
Posts: 4,221
Joined: 9 January 2007
Member No.: 43



อ้าว แวบมาไปค้นให้แล้ว ขอบคุณมากครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
JR049
post 9 February 2012, 05:47 PM
Post #11





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 72
Joined: 16 August 2009
Member No.: 10,109



QUOTE (bancha @ 9 February 2012, 07:46 AM) *
ไม่มีข้อมูลครับว่าถอดจากภาษาอะไร tongue.gif
ปัจจุบันเรียกคนไทยครับ laugh.gif


ลองอ่านลิลิตคู่กับ ตำนานพื้นเวียงเชียงใหม่ สนุกดีครับพี่ thumbsup.gif

ประเด็นที่สอบถาม เรื่องการเรียกชื่อ เพราะส่วนตัวเข้าใจว่า แต่ละยุคของแต่ละอาณาจักรอาจจะเรียก กลุ่มชนเมืองอี่นแตกต่างกัน ในนิพนธ์เรียกทั้งลาวทั้งยวนเป็นนิพนธ์ 2 สมัย หรือเป็นการทำศึกกับทั้ง 2 กลุ่ม หรือผู้ประพันธ์เป็นอีกกลุ่ม

ผิดถูกอย่างไรชี้แนะได้ครับ biggrin.gif

แต่ไม่ลงลึกก็ได้ครับพี่ เดี๋ยวเครียด sweat.gif อ่านหนุก ๆ ดีกว่า เน๊าะ whistling.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แวบมา
post 10 February 2012, 09:02 AM
Post #12


สารวัตรคาวบอย


Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 4,593
Joined: 10 January 2007
Member No.: 113



QUOTE (JR049 @ 9 February 2012, 05:47 PM) *
ลองอ่านลิลิตคู่กับ ตำนานพื้นเวียงเชียงใหม่ สนุกดีครับพี่ thumbsup.gif

ประเด็นที่สอบถาม เรื่องการเรียกชื่อ เพราะส่วนตัวเข้าใจว่า แต่ละยุคของแต่ละอาณาจักรอาจจะเรียก กลุ่มชนเมืองอี่นแตกต่างกัน ในนิพนธ์เรียกทั้งลาวทั้งยวนเป็นนิพนธ์ 2 สมัย หรือเป็นการทำศึกกับทั้ง 2 กลุ่ม หรือผู้ประพันธ์เป็นอีกกลุ่ม

ผิดถูกอย่างไรชี้แนะได้ครับ biggrin.gif

แต่ไม่ลงลึกก็ได้ครับพี่ เดี๋ยวเครียด sweat.gif อ่านหนุก ๆ ดีกว่า เน๊าะ whistling.gif


ในทรรศนะของคุณ แตกต่างกับความเห็นของคุณอย่างไร

รบกวนอธิบายขยายความ


--------------------
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤๅ

มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม

ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 23 October 2014, 12:53 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design