IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

> ประกาศจากชุมชนคนรักมีด

ชุมชนคนรักมีด ไม่อนุญาตให้นำพระเครื่องหรือเครื่องรางมาสอบถามว่าเป็นของแท้หรือไม่แท้
ถ้ามีกระทู้ที่เข้าข่ายในกรณีดังกล่าวทางผู้ดูแลจะดำเนินการลบกระทู้นั้นๆ โดยมิต้องแจ้งให้เจ้าของกระทู้ทราบ

และไม่อนุญาตให้มีการซื้อ/ขายพระเครื่อง, เครื่องราง กันในเวปไซด์แห่งนี้โดยเด็ดขาด
สมาชิกที่ละเมิดข้อห้ามดังกล่าว ชุมชนคนรักมีดจะระงับสถานะการเป็นสมาชิกของท่านโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล


** บทความใดๆ ที่สมาชิกคัดลอกมาจากเวปไซด์อื่น
กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วยนะครับ ซึ่งถือเป็นมารยาทในสังคมอินเตอร์เน็ตครับ**


จึงเรียนมาเพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่าน
ขอบพระคุณครับ
007

2 Pages V   1 2 >  
Reply to this topicStart new topic
> หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
TEEPOP
post 16 July 2011, 11:20 PM
Post #1





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





หลวงพ่อซวง อภโย (พระวินัยธร) วัดชีปะขาว
ผู้เขียนมีเจตนาที่จะเผยแพร่ประวัติและเกียรติคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อซวง อภโย เพื่อให้ประวัติของท่านไม่สูญหายและถูกบิดเบือนไปตามกาลเวลา ตลอดจนเป็นแนวทางในการศึกษาวัตถุมงคลที่ท่านได้ปลุกเสกไว้ โดยข้อมูลที่นำมาพิมพ์เผยแพร่ทั้งหมดนี้ได้ถูกกลั่นกรองมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน ในส่วนวัตถุมงคลที่ท่านเสกไว้แต่ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดผู้เขียนจะยังไม่นำมาเผยแพร่ และถ้าจะกล่าวถึงพระเครื่องของหลวงพ่อซวงทุกรุ่นทุกพิมพ์นั้นหลวงพ่อตั้งใจเสกหมด ไม่มีแบ่งแยกว่ารุ่นนี้ตั้งใจเสกมาก รุ่นนี้ตั้งใจเสกน้อย จะมีก็แต่แบบไหนสร้างมากหรือสร้างน้อยเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงควรไม่ให้ความสำคัญกับวัตถุมงคลที่สร้างจำนวนน้อยมากกว่าวัตถุมงคลที่สร้างจำนวนมาก ในเรื่องประสบการณ์และปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อนั้นมีอยู่จริง แต่มักฟังเล่าสืบต่อกันมาปากต่อปากจนเพี้ยนจากความจริงไปมาก แต่ก็ฟังไว้ประดับศรัทธาแต่ไม่ควรถือเอาเป็นเรื่องจริงจัง แต่ขอให้ถือเอาวัตรปฏิบัติคุณงามความดีของหลวงพ่อเป็นแบบอย่างในเรื่องของการอยู่อย่างง่ายไม่ยึดติดในลาภยศ

This post has been edited by TEEPOP: 25 April 2014, 01:28 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 16 July 2011, 11:32 PM
Post #2





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





หลวงพ่อซวง อภโย (พระวินัยธร) วัดชีปะขาว
หลวงพ่อซวง มีนามเดิมว่า ซวง นามสกุล พานิช เกิดประมาณปี 2441 บิดาชื่อเฮง มารดาชื่ออ่ำ เป็นชาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อยู่เหนือวัดชีปะขาวไปเล็กน้อย อุปสมบท ณ วัดโบสถ์(อัมพวา) ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ประมาณปี 2465 ในการอุปสมบทครั้งนั้นเป็นการอุปสมบทหมู่ โดยมีพระอาจารย์เมิน วัดจุฬามุณี ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเฟื่อง วัดสกุณาราม (วัดนก) ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่ออ่อน วัดทองกลาง ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อภโย แปลว่า ผู้ไม่มีภัย หลังจากอุปสมบทแล้วได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดชีปะขาวจนกระทั่งท่านมรณภาพ ท่านมรณภาพวันที่ 18 กรกฎาคม 2510 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ด้วยโรควัณโรค ที่โรงพยาบาลจังหวัดสิงห์บุรี สิริรวมอายุได้ 69 ปี 45 พรรษา
ภาพหลวงพ่อซวง ถ่ายบริเวณข้างกุฏิเก่า

ภาพถ่ายหมู่นี้ถ่ายบริเวณข้างกุฏิเก่า หลวงพ่อนั่งอยู่ตรงกลางและมีพระลูกวัดยืนอยู่ด้านหลัง พระที่ยืนข้างซ้ายมือของหลวงพ่อยืนจับผ้ายันต์สิงห์คู่ผืนใหญ่ ถ่ายประมาณปี 2485 - 2486 ซึ่งในขณะนั้นหลวงพ่อมีอายุประมาณ 45 ปี ผู้ให้ข้อมูลภาพนี้คือนายทวี รัตตัญญูซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 19 ปีและยังเป็นเณรเพียงคนเดียวภายในภาพ(ที่เหลือเป็นพระทั้งหมด)ซึ่งยืนอยู่แถวหลังสุดขวามือคนสุดท้าย (ไม่มีสังฆาฏิ) จัดว่าเป็นภาพเก่าหายากอีกภาพหนึ่ง พระภิกษุในภาพปัจจุบันคงเสียชีวิตหมดแล้วเพราะปัจจุบันนายทวี รัตตัญญูอายุ 90 ย่าง 91ปีแล้ว ซึ่งจำได้ว่าเป็นการถ่ายภาพหมู่ที่ถ่ายภายในวัดเพียงครั้งเดียวในตอนนั้น(สมัยก่อนการถ่ายรูปยังไม่แพร่หลายนัก)ไม่ทราบว่าต้นฉบับเป็นของใคร

ภาพหลวงพ่อซวง ภายในกุฏิ หน้าโต๊ะหมู่

ภาพถ่ายนั่งสมาธิหลับตาและลืมตา หน้าโต๊ะหมู่ภายในกุฏิเป็นการถ่ายในครั้งเดียวกัน ภาพนี้เป็นภาพที่ถ่ายในยุคปลายๆของหลวงพ่อแล้วมีภาพต้นฉบับออกเพียงไม่กี่รูปอัดโดยห้องภาพวรทัศน์ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี หลังจากที่หลวงพ่อมรณภาพไปแล้วมีการอัดทำเพิ่มจำนวนไม่มากเช่นกันแต่รูปจะขาดความคมชัด และมีตัดฉากหลังออกให้เล็กลง

ภาพถ่ายงานทำบุญบ้าน

นั่งด้านขวามือของหลวงพ่อคือหลวงพ่อฟุ้ง วัดสะเดา ส่วนด้านซ้ายมือของหลวงพ่อคือพระปลัดกิมเฮง วัดพุทธาราม ภาพนี้เป็นการถ่ายรูปในงานทำบุญบ้านลูกศิษย์ในตลาดสิงห์บุรี เป็นการถ่ายในพรรษาหลังๆของหลวงพ่อแล้วสังเกตได้จากใบหน้าของหลวงพ่อ

ภาพถ่ายนั่งเสื่อเก่า

ภาพนี้ไม่ทราบว่าถ่ายที่ใด แต่ข้างหลังด้านซ้ายของหลวงพ่อมีฐานเจดีย์หรือสิ่งก่อสร้างเก่ากับพระพุทธรูปยืนสีดำปางห้ามสมุทรปิดทอง ข้างซ้ายมือท่านมีย่าม บาตรน้ำมนต์ และกระติกน้ำแบบเก่า เป็นภาพที่ถ่ายในยุคปลายๆของหลวงพ่อแล้ว แต่น่าจะถ่ายก่อนภาพถ่ายหน้าโต๊ะหมู่ภายในกุฏิ สังเกตจากรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าท่าน ภาพนี้มีรอยพับที่มุมด้านซ้ายของภาพเนื่องจากเจ้าของภาพห่อภาพอยู่ในผ้ายันต์สิงห์คู่แล้วพับ น่าจะเป็นรูปที่อัดมาจำนวนน้อย อัดแจกเฉพาะภายในกลุ่ม ภาพนี้ยังไม่เคยพบขนาดห้อยคอเลย

This post has been edited by TEEPOP: 26 February 2014, 01:32 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 16 July 2011, 11:45 PM
Post #3





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




หลวงพ่อซวง ได้รับการถ่ายทอดการฝึกกรรมฐานเบื้องต้นจากพระอาจารย์คำ วัดสิงห์ ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นอกจากเรียนกรรมฐานเบื้องต้นแล้วหลวงพ่อซวงยังได้เรียนการทำธงพระฉิมและการสักยันต์บุตร-ลบอีกด้วยหลังจากนั้นได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์คำให้ไปเรียนวิชาอาคมเพิ่มเติมจากหลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากพระอาจารย์คำ วัดสิงห์ได้เคยมาเรียนวิชาบุตร-ลบและวิชาแพทย์แผนโบราณตลอดจนคาถาอาคมกับหลวงพ่ออ่ำ วัดวงษ์ฆ้องและได้รู้จักกับหลวงพ่อแป้น หลังจากที่หลวงพ่อซวงได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแป้นแล้ว ก็ได้เรียนวิชาอาคมต่างๆจากหลวงพ่อแป้น จนหมดสิ้น หลังจากนั้นหลวงพ่อซวงก็ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อแป้นให้ไปเรียนวิปัสสนาและวิชาอาคมเพิ่มเติมกับหลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวนหรือวัดน้อย ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย โดยท่านใช้เวลาในช่วงเข้าพรรษาไปหาหลวงพ่อฤทธิ์ โดยไปจำพรรษายังวัดน้อยจนกระทั่งออกพรรษาจึงกลับวัด ในครั้งแรกนั้นท่านไปกับหลวงพ่อแป้นและลูกศิษย์ หลังจากนั้นท่านก็ยังคงไปหาหลวงพ่อฤทธิ์เกือบทุกปีโดยไปกับทิดจันหรือพระที่บวชในพรรษา จนกระทั่งหลวงพ่อฤทธิ์มรณภาพท่านจึงหยุดไป

นอกจากเรียนวิปัสสนากรรมฐานจากหลวงพ่อฤทธิ์แล้วหลวงพ่อซวงยังได้เรียนวิชาทำแหวนชิน หรือแหวนหูมุ้งและการทำยาเปรี้ยวอีกด้วย แม้แต่พระสมเด็จข้างอะอุของท่านก็ได้นำเคล็ดวิชาของหลวงพ่อฤทธิ์มาใช้ด้วย โดยอะและอุนี้เป็นการลงวิชาอย่างหนึ่ง อีกนัยหนึ่งมีผู้กล่าวว่าคำว่า อะ บนพระสมเด็จนั้นแทนตัวท่านซึ่งมีนามว่า อภโย ส่วนคำว่า อุ นั้นแทนตัวอาจารย์ท่านคือ อุตตโม นั่นเอง(หลวงพ่อแป้น อุตตโม)

พระเครื่องที่ท่านสร้างมีประสบการณ์ทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเมตตา แคล้วคลาดและ คงกระพัน โดยท่านจะเสกวัตถุมงคลส่วนใหญ่ภายในกุฏิของท่าน หลังจากที่ท่านทำวัตรสวดมนต์เช้าและเย็นเป็นประจำทุกวันมิได้ขาด ยกเว้นกรณีที่มีฤกษ์พิเศษเช่น เสาร์ห้า หรือทำพิธีปลุกเสกพระจำนวนมากท่านมักจะปลุกเสกในโบสถ์มหาอุตม์เป็นปฐมฤกษ์ก่อนแล้วจึงนำวัตถุมงคลทั้งหมดกลับไปเสกที่กุฏิอีกครั้ง โดยท่านจะนำพระทั้งหมดใส่บาตรบ้าง กล่องกระดาษบ้างปลุกเสกทุกวันจนท่านมั่นใจดีแล้วท่านจึงนำไปแจกให้แก่ญาติโยมที่มากราบหรือร่วมทำบุญสร้างโบสถ์กับท่าน
วัตถุมงคลต่างๆของหลวงพ่อซวงนั้น ไม่มีการจดบันทึกจำนวนการจัดสร้างหรือปี พ.ศ.ที่จัดสร้างไว้ให้เป็นที่ชัดเจน แต่พอจะแบ่งประเภทได้ดังนี้
วัตถุมงคลหลังปี 2500 ทราบปีการจัดสร้างที่ชัดเจนเนื่องจากการกรรมการวัดเป็นผู้สั่งทำในวาระต่างๆแต่ก็ไม่ทราบจำนวนการสร้างที่แน่ชัด เช่น เหรียญเสมามีพ.ศ.และไม่มีพ.ศ. รูปหล่อขนาดห้อยคอ เหรียญพระครูวร เป็นต้น
วัตถุมงคลก่อนปี 2500 นั้นส่วนใหญ่ทำกันเองภายในวัด โดยทำเก็บรวบรวมไว้พอได้จำนวนมากพอควรจึงนำไปให้หลวงพ่อท่านปลุกเสกดั้งนั้นจึงรู้แค่ช่วงเวลาในการสร้างเท่านั้นแต่ไม่รู้ปีที่สร้างที่ชัดเจน เช่น พระเนื้อผงลองพิมพ์ พระชุดเนื้อผงก้างปลา สมเด็จและนางกวักหล่อ(จ้างหล่อ) พระปรอท
วัตถุมงคลที่ท่านสั่งให้ทำเอาไว้แจกหลังปี 2500 ไม่ทราบปีที่สร้างและจำนวนที่ชัดเจน เช่น เหรียญห้าสิบสตางค์หูเชื่อม แหวน ตะกรุดมหาอุด ตะกรุดสาริกา
วัตถุมงคลที่ท่านทำไปเรื่อยๆตั้งแต่ท่านเริ่มมีชื่อเสียงจนกระทั่งท่านจะมรณภาพก็ เช่น ผ้ายันต์สิงห์คู่ ผ้ายันต์พระฉิม พระลีลา รูปถ่ายอัดกระจก เป็นต้น
วัตถุมงคลที่มีลูกศิษย์หรือผู้ที่นับถือท่านนำมาถวายเหล่านี้ไม่ทราบทั้งปีและจำนวนที่แน่ชัด เช่น รูปหล่อขนาดบูชา นางกวักขนาดบูชา สมเด็จคะแนนหล่อ เป็นต้น
วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกให้วัดอื่น เช่น สมเด็จเกษไชโยรุ่นสร้างเขื่อน สมเด็จกำแพงแก้ว พระผงวัดพรหมบุรี เหรียญฌาปนกิจหลวงพ่อจง เป็นต้น
วัตถุมงคลที่ท่านทำให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดสร้างน้อยมากและไม่ทราบวาระและจำนวนที่ชัดเจน ล็อกเก็ต ผ้ายันต์เขียนมือ ตะกรุด นางกวักไม้แกะ สีผึ้ง รูปถ่ายอัดกระจกแบบพิเศษ เป็นต้น
หลวงพ่อซวง ถ่ายที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) กรุงเทพ

หลวงพ่อซวงเป็นพระที่ทรงอภิญญารู้อนาคตล่วงหน้าและมากด้วยเมตตาแม้กระทั่งอีกาท่านยังเลี้ยงเชื่อง โดยอีกาตัวนี้มีชื่อว่า แขก สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่เมื่อท่านฉันข้าวบนศาลา จะมีอีกามากินข้าวและอาหารจากมือท่านประจำและท่านยังสามารถเรียกมันได้อีกด้วย ญาติโยมแถบวัดชีปะขาวในยุคนั้นต่างก็รู้เห็นเรื่องนี้กันทุกคน ในสมัยก่อนนั้นการเดินทางเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก แต่ท่านก็รับกิจนิมนต์ของลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาท่านทุกคน ไม่ว่าจะงานอะไร ใกล้หรือไกลท่านก็ไปโดยไม่ปริปากบ่น โดยเฉพาะการเดินทางไปปลุกเสกพระในแต่ละวัดนั้นเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ทำให้บางวัดที่ออกวัตถุมงคลแล้วต้องการให้ท่านปลุกเสกเกรงใจท่านจนต้องยกของมาให้ท่านเสกที่วัดเลยก็มี ท่านเป็นพระที่สมถะอยู่และฉันอาหารอย่างง่ายๆโดยวันใดที่ท่านไม่มีกิจนิมนต์ไปฉันเพลที่ไหน ท่านก็จะให้ลูกศิษย์เก็บต้นตดหมูตดหมา(ตระพังโหม)มาลวกจิ้มกับน้ำพริกกินเป็นประจำ ท่านยังไม่ยึดติดในลาภยศ แม้แต่ตำแหน่งพระครูและพระอุปัชฌาย์ที่พระราชสิงหวรมุนี(ทรัพย์) วัดสังฆราชาวาส จะมอบให้ท่าน ท่านยังไม่รับ แต่เนื่องจากหลวงพ่อทรัพย์เลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของท่านจึงขอร้องให้ท่านรับตำแหน่ง พระวินัยธร ซึ่งหลวงพ่อซวงท่านก็ต้องจำใจรับด้วยความเกรงใจ
ในปั้นปลายชีวิตท่านเริ่มป่วยด้วยโรควัณโรค มีอาการไอและอาเจียนเป็นเลือดแต่ท่านก็ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด แต่ท่านอาศัยยาแผนโบราณที่ได้ร่ำเรียนมารักษาประคองอาการไปเท่านั้นและยังคงต้อนรับญาติโยมเป็นปกติ แต่เหมือนกับว่าท่านจะรู้วาระว่าท่านคงจะอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน ต้นปี2510 ท่านจึงสั่งกำชับให้ลูกศิษย์เร่งทำยันต์สิงห์คู่เป็นจำนวนมากซึ่งผิดปกติที่เคยทำกันคือทำไปเรื่อยๆพอใกล้หมดก็ทำออกมาใหม่ไม่รีบเร่ง แต่ก็ไม่ได้มีลูกศิษย์คนใดเอะใจ จึงไม่ได้รีบเร่งทำผ้ายันต์ตามที่ท่านสั่งไว้ มาจนกระทั่งเดือนปลายเดือนมิถุนายนในปี 2510 ท่านมีอาการทรุดหนักและกินอะไรไม่ค่อยได้ จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดสิงห์บุรี จนกระทั่งวันที่ 18 กรกฎาคม 2510 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ใกล้เวลาหกโมงเย็นท่านมรณภาพก็ด้วยอาการสงบที่โรงพยาบาลจังหวัดสิงห์บุรี สิริรวมอายุได้ 69 ปี 45 พรรษา สร้างความเสียใจและอาลัยต่อลูกศิษย์เป็นอันมากเพราะไม่คิดว่าท่านจะจากไปเร็วเช่นนี้
หมายเหตุ ภายหลังพระอาจารย์คำได้ลาสิกขาบทไปมีครอบครัวโดยใช้นามสกุล ช่างประดับ และยังใช้วิชาความรู้ด้านแพทย์แผนโบราณ ตลอดจนสักยันต์บุตร-ลบให้แก่ผู้คนที่เชื่อถือท่านอีกด้วย

This post has been edited by TEEPOP: 22 November 2013, 12:19 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:15 AM
Post #4





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




รูปถ่ายอัดกระจกรุ่นแรกๆ หลวงพ่อซวงหน้าหนุ่ม


รูปถ่ายอัดกระจก ฟิล์มสิงห์บุรี
รูปถ่ายอัดกระจกนี้เป็นพระที่หลวงพ่อได้ทำไว้มากที่สุดเนื่่องจากมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และทำง่าย โดยหลวงพ่อจะให้ลูกศิษย์และชาวบ้านในระแวกนั้นช่วยกันทำ ครั้งแรกที่ทำออกมานั้น จะเป็นรูปหน้าหนุ่มของหลวงพ่อซวง ด้านหลังบางองค์ก็ไม่มีอะไร บางองค์ก็มีรูปหลวงพ่อแป้น ส่วนกาวที่ใช้ในช่วงแรกๆนั้นใช้กาวหนังควายแปะอัดรูปกับกระจก แล้วติดกระดาษสาบ้าง กระดาษว่าวบ้างแล้วแต่จะหามาได้ โดยล้างและอัดรูปที่ร้านวิจิตรศิลป์ สิงห์บุรี


รูปถ่ายอัดกระจกขนาดต่างๆ
รูปอัดกระจกขนาดเล็กที่นำมาลงนี้มีหลายแบบหลายขนาด มีทั้งหน้าหนุ่ม ฟิล์มสิงห์บุรี ฟิล์มอ่างทอง แต่ทุกแบบจะมีเอกลักษณ์เหมือนกันคือ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อซวง ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อแป้น จำนวนสร้างค่อนข้างเยอะ คือพอแจกหมดก็ทำขึ้นมาใหม่ สร้างเรื่อยๆ แล้วแต่โอกาส รูปถ่ายอัดกระจกที่เป็นหน้าของหลวงพ่อซวงหรือหลวงพ่อแป้นองค์ใดองค์หนึ่งอย่างเดียวก็มี รูปถ่ายอัดกระจกของหลวงพ่อนั้นมีหลายแบบแต่ก็ไม่มากจนเกินที่จะจดจำครับ ส่วนแบบขนาด 2 นิ้วเต็มองค์มียันต์สิงห์คู่อยู่ด้านหลัง เท่าที่พบมามีเพียง 3-4 แบบเท่านั้น แต่ทุกแบบค่อนข้างหายาก



ขอขอบพระคุณข้อมูลบางส่วนจากคุณทวี รัตตัญญู และภาพจาก คุณnobita เวปพระ

This post has been edited by TEEPOP: 5 September 2013, 10:10 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:32 AM
Post #5





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





พระพุทธลีลาหรือพระกำแพงเขย่ง
พระพุทธลีลาหรือพระกำแพงเขย่งเป็นพระที่สร้างชื่อให้หลวงพ่อเป็นอย่างมาก เนื่องทำแจกออกมาในปริมาณเยอะ จึงมีมีประสบการณ์จากที่ผู้บูชาสูง ส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ด้านคงกระพันและแคล้วคลาด พระกำแพงเขย่งนั้นพอแจกหมดก็ทำขึ้นมาใหม่ สร้างเรื่อยๆแล้วแต่โอกาส โดยพระกำแพงเขย่งนั้นจะหล่อและทำกันภายในวัดโดยมีทิดวีและทิดติ๊ด ตลอดจนชาวบ้านในระแวกนั้นเป็นคนช่วยกันทำหลังจากเว้นว่างจากการทำไร่ทำนา พอทำได้ปริมาณมากๆก็รวบรวมไปให้ท่านปลุกเสก โดยนำโลหะที่พอจะหามาได้นั้นมาทำไม่ว่าจะเป็นขาปิ่นโตอะลูมิเนียมที่หัก ทองแดง ทองเหลือง หรือแม้กระทั่งเงินมาใช้ในการจัดสร้าง พระที่ออกมาจึงมีหลายสีเนื่องจากใช้โลหะที่ผสมแต่ละครั้งมีสัดส่วนไม่ตายตัวจึงออกมาเป็นสีออกเงินบ้าง ทองแดงบ้าง โดยรวมๆเป็นโลหะผสม เนื้อผงก็มีแต่หายากมาก ส่วนเนื้อดินเผายังไม่เคยพบ ส่วนพระลีลาในยุคแรกๆนั้นเป็นพิมพ์ฐานตุ้ม ส่วนพระพิมพ์ที่ไม่เป็นฐานตุ้มพระมักจะบางไม่สวยและส่วนใหญ่เป็นเนื้อทองแดง หรือโลหะผสมแก่ทองแดง แต่มายุคหลังลักษณะขององค์พระจะเริ่มสวยล่ำขึ้น มีริ้วจีวร พระกรรณ(หู) พระเกศและมือชัดเจน และมีหลายเนื้อแต่ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเนื้อโลหะผสมหรือทองเหลือง ในส่วนของเนื้อทองคำ สัตตโลหะ หรือนวโลหะนั้นไม่มีเนื่องจากผู้ที่ทำเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องส่วนผสมโลหะ และไม่สามารถนำโลหะชนิดที่มีมูลค่ามาหล่อได้ แม้แต่พระลีลาที่ท่านสั่งให้ลูกศิษย์ทำถวายพระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นพระลีลาสองหน้านั้นยังเป็นเพียงพระเนื้อทองเหลืองเท่านั้น ดังนั้นหากพบเห็นเนื้อแปลกๆก็โปรดพิจารณาเป็นพิเศษ

พระลีลาแบบสองหน้า

พระกำแพงเขย่งแบบฐานตุ้ม
พระกำแพงเขย่งที่ฐานเป็นตุ้มนั้นหลวงพ่อไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เอาไปตั้งบูชากันแต่เกิดจากการทำในช่วงแรกๆนั้น คนที่หล่อทำปากเบ้าให้กว้างเพื่อที่จะเทโลหะลงไปได้ง่าย ที่เราเห็นเป็นตุ้มที่ฐานนั้นก็คือปากเบ้าของพิมพ์นั่นเอง โดยที่พบนั้นจะเป็นเนื้อทองแดงและมักมีรอยจาร โดยพิมพ์นี้ทั้งหมดจะเป็นรอยจารของหลวงพ่อเองทั้งสิ้น ส่วนพระกำแพงเขย่งที่มีสองหน้านั้นก็มี หลวงพ่อให้ลูกศิษย์ทำไว้แต่ไม่มาก ส่วนใหญ่ท่านจะให้กับพระผู้ใหญ่หรือพระเกจิตลอดจนลูกศิษย์ใกล้ชิดเท่านั้น
ขอขอบพระคุณข้อมูลบางส่วนจากคุณทวี รัตตัญญู และภาพจาก คุณnobita เวปพระ

This post has been edited by TEEPOP: 12 May 2014, 12:17 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:34 AM
Post #6





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




สมเด็จหล่อพิมพ์ใหญ่ข้างอะอุ เนื้อทองเหลือง

สมเด็จหล่อพิมพ์ใหญ่ข้างอะอุ เนื้อขาปิ่นโต
สมเด็จหล่อพิมพ์ใหญ่ข้างอะอุทำโดยช่างหล่อแถวบางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี สร้างมาพร้อมกับนางกวักหล่อ แต่ไม่ได้ทำมาจากกรุงเทพอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ ว่าสร้างมาพร้อมสมเด็จหล่อพิมพ์เล็กซึ่งทำมาจากกรุงเทพ

สมเด็จหล่อเล็กหรือพิมพ์คะแนน
สมเด็จหล่อเล็กหรือพิมพ์คะแนนสร้างถวายโดยพระจากวัดโพธิ์(วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม)ทำมาถวายจำนวนหนึ่ง มีเนื้อเดียวคือเนื้อทองเหลือง(ท่านเรียกลงหิน) หลังจากที่หลวงพ่อไปปลุกเสกพระที่วัดโพธิ์ กทม. ไม่ทราบจำนวนการสร้างที่แน่ชัด แจกในงานทอดกฐินและทอดผ้าป่าในสมัยนั้น
ขอขอบพระคุณข้อมูลจากคุณทวี รัตตัญญู และภาพจาก คุณnobita เวปพระ

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 04:31 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:35 AM
Post #7





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




สมเด็จเนื้อผงพิมพ์ใหญ่ข้างอะอุ เนื้อขาว

สมเด็จเนื้อผงพิมพ์ใหญ่ข้างอะอุ เนื้อดำ
สมเด็จเนื้อผงพิมพ์ใหญ่ข้างอะอุ สร้างพร้อมๆกับสมเด็จหล่อพิมพ์ใหญ่ นางกวักหล่อทองเหลือง นางกวักเนื้อผง และพระพุทธองค์เล็ก สร้างประมาณปี 249กว่าๆ โดยกดพิมพ์กันภายในวัดทั้งหมด มีทั้งเนื้อร่วนและเนื้อแกร่ง หลังกดเสร็จส่วนใหญ่นำมาเคลือบแลกเกอร์หรือน้ำมันทาไม้ มีทั้งเคลือบหนาและบาง บางองค์ไม่เคลือบก็มี โดยนางกวักเนื้อผง พระพุทธ และพระสมเด็จเนื้อผงทั้งพิมพ์คะแนนและใหญ่นั้นใช้มวลสารในการสร้างเดียวกัน คือ ผงพุทธคุณ ผงว่านที่ใช้ผสมในหมึกปั๊มผ้ายันต์ และก้างปลาที่เหลือจากการฉันมาตากแห้งแล้วนำมาป่น ผงธูปบูชาพระภายในกุฏิ พวงมาลัยแห้ง รวมทั้งได้ผสมผงพุทธคุณที่ท่านลบเองตลอดจนผงจากพระอาจารย์ของท่านคือหลวงพ่อฤทธิ์กับหลวงพ่อแป้น ตลอดจนมวลสารอื่นๆที่ท่านเก็บสะสมไว้มาทำ พระสมเด็จเนื้อผงชุดนี้มีเนื้อสีออกเทา-ดำด้วยแต่สร้างน้อยและหายากมากๆโดยจะพบเป็นพิมพ์อุไม่มีไส้ พระสมเด็จอุมีไส้และไม่มีไส้นั้นเป็นบล็อกตัวเดียวกันทำจากหินมีดโกน เนื่องจากช่วงแรกนั้นแกะเป็นบล็อกไม่มีไส้แต่พอกดพิมพ์ออกมาได้สักระยะจึงมาเซาะพิมพ์ใหม่ โดยเพิ่มไส้ตัวอุและเซาะองค์พระให้หนาและสวยขึ้น ดังนั้นจึงให้พระสมเด็จที่ทำและขาวที่ออกมาช่วงลองพิมพ์แรกๆจึงเป็นยันต์อุไม่มีไส้ ปัจจุบันพระชุดนี้ค่อนข้างหายากโดยเฉพาะเนื้อผง เนื่องจากทำไว้ไม่มากประกอบกับบางส่วนชำรุด แตกหักและสูญหายไปตามกาลเวลา
หมายเหตุ พระสมเด็จข้างอะอุของท่านก็ได้นำเคล็ดวิชาของหลวงพ่อฤทธิ์มาใช้ด้วย โดยอะและอุนี้เป็นการลงวิชาอย่างหนึ่ง อีกนัยหนึ่งมีผู้กล่าวว่าคำว่า อะ บนพระสมเด็จนั้นแทนตัวท่านซึ่งมีนามว่า อภโย ส่วนคำว่า อุ นั้นแทนตัวอาจารย์ท่านคือ อุตตโม นั่นเอง(หลวงพ่อแป้น อุตตโม)

สมเด็จพิมพ์คะแนนเนื้อดำ

สมเด็จพิมพ์คะแนนเนื้อขาว
สมเด็จพิมพ์คะแนนมีทั้งเนื้อขาวและเนื้อดำ เท่าที่พบมีทั้งทาและไม่ได้ทาแลกเกอร์แต่มีจำนวนไม่มาก สร้างพร้อมกับสมเด็จเนื้อผงพิมพ์ใหญ่
ขอขอบพระคุณข้อมูลบางส่วนจากคุณทวี รัตตัญญู และภาพจาก คุณnobita เวปพระ

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 04:45 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:36 AM
Post #8





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





เหรียญเสมาหล่อแบบไม่มี พ.ศ.

เหรียญเสมาหล่อแบบมี พ.ศ.
เหรียญเสมาหล่อแบบมี พ.ศ.สร้างหลังจากทำเหรียญหล่อเสมาที่ไม่มีพ.ศ.ได้ไม่นานเนื่องจากการทำเหรียญหล่อในครั้งแรกนั้นไม่มีทุนพอที่จะสร้างเยอะพอได้ โดยสร้างเหรียญหล่อเสมาครั้งแรกในช่วงปลายปี 2507 โดยกรรมการวัดได้ว่าจ้างโรงหล่อพระแถวตำบลบางมัญ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้ดำเนินการสร้าง สร้างออกมาจำนวนประมาณ 200 กว่าเหรียญ ทำจากเนื้อทองเหลือง(ท่านเรียกลงหิน) มีลักษณะเป็นรูปใบเสมาคว่ำ มีหูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อนั่งท่าสมาธิเต็มองค์ ด้านหลังมีอักษร 4 แถว เขียนไว้ว่า "พระวินัยธร หลวงพ่อซวง อภโญ วัดชีปะขาว"ส่วนหนึ่งนำมาแจกจ่ายในงานทอดกฐินของวัดชีปะขาว ในปลายปี 2507 ซึ่งมีนายผล เสริมเกษม เจ้าของเรือโดยสารเจ้าพระยาชื่อมิตรบำรุงมิตรเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐินในครั้งนี้ และเมื่อทางวัดได้แจกจ่ายเหรียญเสมาชุดแรกมาแล้วหลวงพ่อเห็นว่าเหรียญที่ทำมานั้นมีจำนวนน้อยเกินไป ไม่พอต่อการแจกจ่ายและไม่มีปีพ.ศ.ที่สร้าง หลวงพ่อจึงให้จัดทำมาอีกในปี 2508โดยคงลักษณะหน้าเหรียญแบบเดิม แต่คราวนี้ให้ใส่ พ.ศ.2508(ตัวเลขไทย)มาด้วย ดั้งนั้นระยะเวลาการสร้างเหรียญเสมารุ่นแรกและรุ่นสองจึงห่างกันไม่มาก หลวงพ่อซวงได้ทำการปลุกเสกพระที่สร้างในครั้งนี้ทั้งหมดภายในโบสถ์มหาอุตม์เป็นปฐมฤกษ์ และหลังจากนั้นได้นำกลับไปปลุกเสกต่อที่กุฏิจนท่านมั่นใจจึงนำออกแจกจ่าย และในการปลุกเสกครั้งเดียวกันนี้ ได้ปลุกเสกรูปหล่อขนาดห้อยคอและขนาดบูชา และมีนางกวักหล่อบูชาขนาดเล็กและใหญ่ใต้ฐานดินไทย(ทำมาจากลพบุรี)เข้าพิธีปลุกเสกด้วยแต่ไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน โดยรูปหล่อขนาดบูชาของท่านในสมัยนั้นทางวัดได้ออกจำหน่ายองค์ละ 500 บาทแต่ก็จำหน่ายหมดภายในเวลาไม่นานก่อนที่ท่านจะมรณภาพเสียอีก ส่วนเหรียญหล่อเสมาปี 2508 นี้ตกค้างเหลือภายในกุฏิของท่านจนถึงวันที่ท่านมรณภาพ เนื่องจากในวันที่ท่านมรณภาพมีลูกศิษย์บางคนถือวิสาสะนำพระจากในกุฏิของท่านลงมาแจกจ่ายและเก็บเป็นของตนเอง

นางกวักหล่อดินไทยขนาดบูชา
ตามประวัติลูกศิษย์สร้างถวายโดยทำมาจากลพบุรี นางกวักบูชาเนื้อทองเหลืองนี้มีสองขนาดคือขนาดเล็กและขนาดใหญ่แต่ไมทราบจำนวนการสร้างที่ชัดเจนปลุกเสกตั้งเรียงไว้ในกุฏิหลวงพ่อเป็นเวลานาน

ขอขอบพระคุณข้อมูลบางส่วนจากคุณทวี รัตตัญญู ภาพจาก คุณnobitaเวปพระ และคุณสมมาตร บัวพันธ์ทิพย์

This post has been edited by TEEPOP: 30 January 2014, 10:07 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:44 AM
Post #9





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





พระปรอท
พระปรอท หลวงพ่อซวงท่านให้หมอผมยาวอยู่เหนื่อวัดชีปะขาวไปเล็กน้อย ซึ่งมีชอบเรื่องเล่นแร่แปรธาตุเป็นคนทำ (ไม่ได้เป็นพระที่ซื้อเหมามาจากตลาดอย่างที่หลายคนเข้าใจ) โดยท่านแจกในงานศพโยมมารดา(อ่ำ)ของท่าน หาพบยากมากปัจจุบันแทบจะเป็นตำนานมีพิมพ์นี้พิมพ์เดียวเท่านั้น พระปรอทถ้าถูกกระแทกหรือทำหล่นพระจะแตกหรือบุบทันทีเนื่องจากเป็นพระที่มีขนาดเล็กและมีส่วนผสมของตะกั่วเยอะเนื้ออ่อน ดังนั้นจึงทำให้พระรุ่นนี้หาองค์สวยๆสมบูรณ์ได้ยาก
ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก คุณทวี รัตตัญญู

This post has been edited by TEEPOP: 11 August 2013, 06:33 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:50 AM
Post #10





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717






รูปถ่ายอัดกระจกเต็มองค์หลังยันต์สิงห์คู่
รูปถ่ายเต็มองค์นั้นด้านหลังเป็นยันต์สิงห์คู่ขนาดใหญ่ประมาณ 2 นิ้ว แต่ทำออกมาค่อนข้างน้อย โดยจะมี 2 ฟิล์มถ้าสังเกตุดีๆที่ตำแหน่งยันต์ข้างหลวงพ่อ และคำว่า นะ อะ ภะ โย ที่เป็นอักขระขอมจะเรียงต่างกัน ความคมชัดของรูปหลวงพ่อจะต่างกัน รูปถ่ายอัดกระจกขนาด 2 นิ้วนี้ ทั้ง 2 แบบจะค่อนข้างหายากเนื่องจากทำออกมาน้อยกว่ารูปถ่ายอัดกระจกขนาดเล็ก

This post has been edited by TEEPOP: 5 September 2013, 10:16 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:54 AM
Post #11





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717






ผ้ายันต์สิงห์คู่
ผ้ายันต์สิงห์คู่เป็นผ้ายันต์ที่สร้างชื่อเสียงให้หลวงพ่อซวงเป็นอย่างมากเพราะผู้ที่นำไปบูชาส่วนต่างประสบการณ์ด้านคงกระพัน หลวงพ่อซวงได้ทำผ้ายันต์สิงห์คู่ตั้งสมัยท่านยังหนุ่มๆโดยบล็อกมีผ้ายันต์ทำจากตะกั่ว สั่งทำจากโรงพิมพ์ ไทยอนาถา ไม่ทราบว่าทำครั้งแรกมาเมื่อใด แต่ที่ชัดเจนคือท่านทำผ้ายันต์สิงห์คู่ตั้งแต่ก่อนปี 2485 แล้ว แต่ไม่มีข้อมูลว่าเป็นปีใดแต่ทราบว่าท่านได้สร้างเสื้อยันต์สิงห์คู่ในปี 2485 เนื่องจากทางราชการได้ส่งหนังสือมายังที่วัดชีปะขาวว่าขอวัตถุมงคลที่จะนำไปแจกจ่ายเพื่อเป็นขวัญและกำลังให้กับทหารที่ไปร่วมรบในสงครามอินโดจีน หลวงพ่อจึงสั่งให้ลูกศิษย์ทำเสื้อแบบสวมหัวผูกข้างมาจำนวนหนึ่งแล้วนำมาปั๊มยันต์สิงห์คู่ลงไปและนำไปปลุกเสกในโบสถ์มหาอุตม์จนท่านมั่นใจจึงส่งให้ทางราชการ ส่วนสีของเสื้อยันต์นั้นเท่าที่พบมีเพียงสีแดงและสีขาวเท่านั้น ในส่วนของผ้ายันต์สิงห์คู่นั้นท่านสร้างออกมาจำนวนมากโดยส่วนใหญ่จะใช้ผ้าขาวในการจัดสร้างส่วนสีแดงก็มีแต่พบน้อยมาก โดยใช้ขาวผ้าเนื้อละเอียดมาใช้ในการพิมพ์ยันต์ ส่วนผ้าที่สีขาวหนาๆ(ผ้าปูโต๊ะจีน)ก็มี แต่หายากมาก หมึกที่ใช้นั้นท่านใช้หมึกจีนผสมน้ำมันงาและน้ำมันว่านตลอดจนหมึกที่ใช้ในการสักบุตร-ลบ ในครั้งแรกๆนั้นยังไม่มีการปั๊มชื่อของท่านและตราวัดลงไปแต่ช่วงหลังมีการปั๊มชื่อของท่านและตราวัดลงไปเพื่อให้รู้ว่าเป็นของวัดชีปะขาว โดยหมึกที่ใช้ในการปั๊มตราวัดนั้นมีทั้งหมึกสีแดงและสีม่วง(เกิดจากปั๊มหมึกสีแดงแล้วไปปั๊มหมึกสีน้ำเงิน) ผ้ายันต์บางผืนมีการปั๊มตราบุตร-ลบลงไปด้วยแต่มีน้อยมากๆ ผ้ายันต์สิงห์คู่ของท่านทำออกมาค่อนข้างมากโดยท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์ปั๊มไว้ทีละมากๆเมื่อหมึกแห้งและได้จำนวนมากๆก็จะรวบรวมไปให้ท่านเสกในกุฏิอีกทีหนึ่ง พอผ้ายันต์แจกใกล้หมดท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์มากดพิมพ์กันใหม่ โดยทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงที่ท่านใกล้จะมรณภาพในปี 2510
หมายเหตุ ยันต์บุตร-ลบนี้นิยมสักตรงสีข้างของลำตัวหรือสะโพก มีพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี และมหาอุด โดยพระอาจารย์คำศึกษาวิชาสักยันต์บุตร-ลบจาก หลวงพ่ออ่ำ จนสำเร็จสามารถสักยันต์บุตร-ลบให้ศิษย์ได้เข้มขลังไม่แพ้อาจารย์ แม้กระทั่งหลังจากที่ท่านสึกแล้วยังได้ทำการสักเรื่อยมาจนกระทั่งท่านเสียชีวิตส่วนวัตถุมงคลที่ขึ้นชื่อลือชาของ พระอธิการคำ คือ ผ้ายันต์สิงห์เดี่ยว ซึ่งมีพุทธคุณยอดเยี่ยมด้านมหาอำนาจ แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และมหาอุด โดยหลวงพ่อซวงยังได้ขอถ่ายทอดวิชาการทำผ้ายันต์และวิชาสักยันต์บุตร-ลบจาก พระอาจารย์คำอีกด้วย


ผ้ายันต์ปั๊มสองหน้าด้านหน้าหนึ่งเป็นสิงห์คู่อีกด้านหนึ่งเป็นธงพระฉิม


ธงพระฉิมหรือผ้ายันต์เม็ดมะม่วง
ธงพระฉิมหรือผ้ายันต์เม็ดมะม่วง เป็นผ้ายันต์ที่หลวงพ่อได้รับสืบทอดมาจากพระอาจารย์คำ วัดสิงห์ ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พระอาจารย์คำ เจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ของวัดสิงห์ และท่านเป็นศิษย์ของ หลวงพ่ออ่ำ วัดวงษ์ฆ้อง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเจ้าของตำรับการสักยันต์ บุตร-ลบ(ลูกของนางสีดาในวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์) โดยหลวงพ่อซวงได้มาขอถ่ายทอดวิชาการทำผ้ายันต์และธงพระฉิมจากพระอาจารย์คำ ธงพระฉิมนั้นจะสร้างน้อยกว่าผ้ายันต์สิงห์คู่ ใช้ผ้าและหมึกปั๊มชนิดเดียวกันกับผ้ายันต์สิงห์คู่ ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นผ้าสีขาว ส่วนผ้าสีแดงก็มีแต่สร้างน้อยมาก ส่วนที่ปั๊มลงผ้าธงนางสุพรรณมัจฉา(แจกในงานทอดกฐิน)ก็มีจัดว่าเป็นของหายากเพราะส่วนใหญ่ชำรุดและสูญหายไปตามกาลเวลา ธงพระฉิมนั้นอุปเท่ห์ได้สารพัดไม่ว่าจะเป็นเมตตาค้าขายตลอดจนไล่ลม ไล่ฝน


This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 02:12 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 12:56 AM
Post #12





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





รูปหล่อฐานเตี้ยสร้างในปี 2508 ไม่ทราบจำนวนการสร้างที่ชัดเจน สร้างด้วยเนื้อทองเหลืองมีทั้งแบบที่รมดำและไม่รมดำ ใต้ฐานมีเลข ๑ จมลึกลงไป เนื้อเงินก็มีแต่ไม่มากโดยตกอยู่กับช่างที่หล่อพระของหลวงพ่อชุดนี้ รูปหล่อขนาดห้อยคอฐานสูงและฐานเตี้ยนี้ปลุกเสกพร้อมกับรูปหล่อขนาดบูชา เหรียญหล่อเสมารุ่นสองและนางกวักหล่อขนาดบูชาและวัตถุมงคลอื่นๆอีกหลายอย่าง หลวงพ่อได้ทำการปลุกเสกเป็นปฐมฤกษ์ในโบสถ์มหาอุตม์ โดยนำวัตถุมงคลทั้งหมดใส่กล่องบ้าง ใส่ในบาตรบ้าง ทั้งหมดถูกมาตั้งไว้กลางโบสถ์และท่านได้นั่งปรกปลุกเสกทั้งจนครบทั้งสี่ทิศเป็นเวลานาน หลังปลุกเสกในโบสถ์เสร็จท่านยังนำกลับไปเสกที่กุฏิต่อเป็นเวลานานก่อนที่จะนำไปแจกจ่าย ส่วนเรื่องราคาหลวงพ่อไม่ได้กำหนดราคาค่างวดแต่อย่างใด เพราะมีชาวบ้านหลายคนในระแวกวัด ที่หลวงพ่อเรียกไปเอารูปหล่อโดยไม่ได้เสียเงินสักบาท บางคนมากราบ มาทำบุญกับหลวงพ่อหลายบาทได้ไปเพียงรูปอัดกระจกหรือผ้ายันต์ก็มี ทั้งรูปหล่อและเหรียญหล่อเสมาของหลวงพ่อนั้นมาหมดเอาจริงๆในวันที่หลวงพ่อมรณภาพ

This post has been edited by TEEPOP: 22 November 2013, 12:17 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 01:02 AM
Post #13





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717



รอยเท้าหลวงพ่อซวง ปั๊มในวันรดน้ำศพของท่าน โดยใช้ผ้าขาวและหมึกที่ใช้ปั้มยันต์ที่ท่านเสกไว้ในสมัยท่านมีชีวิตอยู่มาจัดทำ เนื่องจากวัตถุมงคลที่ท่านได้ทำไว้เหลือน้อยมาก จนกลัวว่าผู้ที่มาร่วมในงานสวดพระอภิธรรมจะได้วัตถุมงคลของท่านไม่ทั่วถึง กรรมการวัดได้ทาหมึกบนเท้าด้านขวาของท่านและนำผ้าที่ตัดเตรียมไว้แล้วมากดบนฝ่าเท้าท่านขณะที่รดน้ำศพ โดยรอยเท้าที่ปั๊มชุดนี้จะมีตราปั๊มวงกลมหมึกแดงภายในตรงกลางมีตัวเฑาะว์ ด้านบนมีคำว่า"วัดชีปะขาว"ด้านล่างมีคำว่า"พระอาจารย์ซวง" ไม่ได้ปั๊มก็มี หลวงพ่อเกียงเป็นผู้ปลุกเสกอีกครั้งก่อนที่จะแจกจ่ายในวันที่สวดพระอภิธรรม ถือว่ารอยเท้าของหลวงพ่อเป็นวัตถุมงคลชิ้นสุดท้าย ลูกศิษย์ท่านบางคนเอาผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขาวจากที่บ้านมาปั๊มเองก็มี เนื่องจากผ้าขาวที่ท่านเสกไว้หมด แต่หมึกที่ใช้ปั๊มยังเหลือ


ผ้ารอยเท้าหลวงพ่อซวง


ผ้ารอยเท้าหลวงพ่อซวงบนผ้าเช็ดหน้า

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 03:35 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 01:03 AM
Post #14





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




ธนบัตรขวัญถุง
ธนบัตรขวัญถุงหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว สิงห์บุรี ธนบัตรราคา 1 บาท ปั๊มยันต์และตราวัด พบทั้งธนบัตรราคา 1,10,20,100 บาท แต่ที่พบพบส่วนใหญ่เป็นธนบัตรราคา 1 บาท บางฉบับปั๊มแต่ตราวัดปั๊มตรงลายน้ำอย่างเดียวก็มี อาจปั้มมากสุดถึงสองตำแหน่ง แบบเขียนก็มีเท่าที่พบลงด้วยหมึกดำและดินสอส่วนใหญ่ไม่ได้ปั๊มตราวัด ต้องอาศัยการจดจำลายมือและยันต์ที่หลวงพ่อซวงท่านลง ลายมือของท่านจะสวย เขียนตัวใหญ่และเป็นระเบียบ ส่วนที่เป็นยันต์ปั๊มพบทั้งหมึกแดงและหมึกน้ำเงิน หมึกสีม่วงก็มีเกิดจากหมึกแดงที่ใช้ปั๊มหมดแล้วน้ตราปั๊มที่ยังคงมีสีแดงอยู่ไปปั๊มหมึกสีน้ำเงินเลยผสมออกมาเป็นสีม่วง บางฉบับปั๊มแต่ตราวัดปั๊มตรงลายน้ำก็มี เป็นของหายากเพราะธนบัตรส่วนใหญ่ที่ท่านลงเองมักไม่ได้ปั๊มตราวัด เจ้าของหลงลืม เมื่อตกทอดถึงลูกหลานจึงไม่ทราบว่าเป็นของหลวงพ่อใด ปัจจุบันเป็นของหายากทั้งแบบลายมือและแบบปั๊ม


แหวนหูมุ้งหรือแหวนชิน
แหวนหูมุ้งหรือแหวนชิน เป็นวิชาที่หลวงพ่อซวงเรียนมาจากหลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวนหรือวัดน้อย ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย แหวนของหลวงพ่อซวงเป็นเส้นเล็ก เนื่องจากแหวนทำมาจากเนื้อเงินบริสุทธิ์ ซึ่งในสมัยก่อนเงินบริสุทธิ์นั้นมีราคาแพง หลวงพ่อจึงให้เถ้าแก่ช่องในตลาดวัดไชโย รีดเป็นเส้นและตีเป็นวงแล้วเชื่อมที่ท้องแหวน ในชุดแรกที่ทำออกมานั้นเส้นเงินจะหนาและมีร่องใต้ท้องแหวนลึก แต่เนื่องจากการทำแหวนเงินมีต้นทุนสูงและเป็นการทำไว้สำหรับแจกให้กับหมู่ลูกศิษย์ หากทำวงหนาจะทำให้สิ้นเปลื้องเนื้อเงินมากเกินความจำเป็น ทำให้แหวนในสมัยนั้นมีขนาดความกว้างของแหวนไม่มากนักแลดูคล้ายกับหูมุ้ง จึงเป็นที่มาของคำว่า “แหวนหูมุ้ง” ในที่สุด แหวนของหลวงพ่อนั้นทำออกมาเยอะพอสมควร ผู้สวมใส่แหวนของท่านส่วนใหญ่มีประสบการณ์พวกงูกัดไม่เข้าหรือลงน้ำแล้วปลิงไม่เกาะตลอดจนเรื่องแคล้วคลาดก็มีให้พบเห็น โดยแหวนหูมุ้งที่ผ่านการใช้เป็นเวลานานปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะขาดที่ท้องวง(รอยเชื่อม) หรือไม่ก็บูดเบี้ยวเพี้ยนไปจากลักษณะเดิม แต่ไม่ว่าแหวนจะวงใหญ่หรือเล็กก็จะมีขนาดของเส้นแหวนเท่ากันทุกวงและจะมีรอย ชักร่องที่ใต้ท้องวงของแหวนอันเกิดจากรีดเส้นเงิน ไม่ว่าจะเป็นรอยเชื่อม ขนาดเส้นแหวน และรอยชักร่องต่างเป็นข้อสังเกตประกอบในการพิจารณาแหวนของหลวงพ่อซวงทั้งสิ้น


เหรียญห้าสิบสตางค์หูเชื่อม ห่วงเงิน
เหรียญห้าสิบสตางค์หูเชื่อม หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว เป็นเหรียญห้าสิบสตางค์ที่ใช้ตามท้องตลาด เหรียญห้าสิบสตางค์ที่นำมาทำมีทั้งปี2493และ2500 แต่ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเหรียญปี2500เสียมากกว่า เนื่องจากทำช่วงหลังปี2500แล้ว หลวงพ่อเก็บรวบรวมไว้แล้วให้เถ้าแก่ช่องนำไปเชื่อมหูและห่วงด้วยเงิน เป็นวัตถุมงคลอีกอย่างหนึ่งของหลวงพ่อที่ทำออกมาปริมาณค่อนข้างมากและมีประสบการณ์ สมัยก่อนท่านมักแจกเด็กแถววัดและคนที่มากราบท่าน ส่วนใหญ่เหรียญที่ผ่านการใช้จะสึกและห่วงขาด เด็กบางคนหักหูเชื่อมออกเพื่อไปซื้อขนมก็มี ทำให้ปัจจุบันหาเหรียญสภาพสวยๆและมีช่วงเชื่อมมาแต่เดิมค่อนข้างยาก

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 03:58 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 17 July 2011, 01:13 AM
Post #15





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





นางกวักเนื้อผง
นางกวักเนื้อผงของหลวงพ่อซวงนั้นมีต้นแบบมาจากนางกวักเนื้อผงน้ำมัน วัดนก(สกุณาราม)อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยมีลักษณะนั่งชันเข่า กวักมือไปด้านซ้าย มีขนาดเล็กใกล้เคียงกับขนาดของพระสมเด็จคะแนน เท่าที่พบมีแต่เนื้อผงสีขาว มีทั้งแบบเคลือบและไม่เคลือบ นางกวักเนื้อผงของหลวงพ่อซวงสร้างพร้อมกับพระพุทธเนื้อผงก้างปลา พระสมเด็จข้างอะอุและสมเด็จคะแนน โดยทั้งหมดใช้มวลสารเดียวกันคือผงพุทธคุณ ผงว่านที่ใช้ผสมในหมึกปั๊มผ้ายันต์ และก้างปลาที่เหลือจากการฉันมาตากแห้งแล้วนำมาป่น ผงธูปบูชาพระภายในกุฏิ พวงมาลัยดอกมะลิแห้งบูชาพระ รวมทั้งได้ผสมผงพุทธคุณที่ท่านลบเองตลอดจนผงจากพระอาจารย์ของท่านคือหลวงพ่อฤทธิ์กับหลวงพ่อแป้น

นางกวักหล่อ
นางกวักเนื้อผงนี้ยังเป็นต้นแบบของนางกวักเนื้อทองเหลืองหล่อสามเหลี่ยมอีกด้วยเพียงแต่เปลี่ยนรูปทรงจากสี่เหลี่ยมเป็นสามเหลี่ยม โดยลักษณะของนางกวักยังคงเดิม นางกวักหล่อเนื้อทองเหลืองนี้สร้างมาพร้อมกับพระสมเด็จหล่อใหญ่พิมพ์อะอุ โดยทั้งหมดเป็นเนื้อทองผสมหรือทองเหลือง ไม่ได้มีเนื้อเงินหรือเนื้อทองคำแต่อย่างใด ของปลอมมีระบาดหลายฝีมือ

พระพุทธเนื้อผงก้างปลา
พระพุทธเนื้อผงก้างปลา เป็นลักษณะพระพุทธนั่งขัดสมาธิ มีเส้นซุ้มรอบองค์ หลังอูม ใช้มวลสารเดียวกันกับพระสมเด็จ สร้างจำนวนน้อยมาก ทดลองกดพิมพ์พร้อมๆกับพระสมเด็จในช่วงแรกๆ

ขอขอบพระคุณข้อมูลบางส่วนจากคุณทวี รัตตัญญู และภาพจาก คุณnobita เวปพระ

This post has been edited by TEEPOP: 7 December 2013, 06:31 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 19 July 2011, 01:40 PM
Post #16





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717



ตะกรุดมหาอุด




ตะกรุดมหาอุดเนื้อทองคำ





ตะกรุดมหาอุดเนื้อเงิน


ตะกรุดเงินของหลวงพ่อฤทธิ์
ตะกรุดเงินมหาอุตม์เป็นตะกรุดแบบเดียวกับหลวงพ่อฤทธิ์แต่มีขนาดใหญ่กว่า โดยหลวงพ่อได้ให้เถ้าแก่ช่องในตลาดวัดไชโยเป็นผู้ดำเนินการทำโดยให้ทำหลอดเงินเชื่อมหูแล้วบรรจุผงพุทธคุณและผงเถ้าอัฐิหลวงพ่อแป้นอาจารย์ของท่านลงไปด้วยโดยมีขนาดพอๆกับหลอดกาแฟ บางอันไม่ได้บรรจุอะไรเลยก็มี ตอนแรกที่สร้างขึ้นมานั้นมีแบบเชื่อมหัวปิดท้ายปิด แต่เนื่องจากขณะที่ทำในช่วงแรกในการเชื่อมปิดหัวปิดท้ายที่ต้องใช้ความร้อนอากศภายในตะกรุดขยายตัวทำให้ตัวเงินระเบิด ภายหลังจึงบัดกรีเงินเพียงด้านเดียวส่วนอีกด้านใช้แผ่นเงินบุปิดเท่านั้น ตะกรุดชุดนี้สร้างจำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่ตกอยู่กับชาวบ้านบริเวณวัดชีปะขาวและลูกศิษย์ใกล้ชิด



ตะกรุดเงินมหาอุตม์และตะกรุดสาริกา
ตะกรุดสาริกานั้นทำจากเงินมีทั้งแบบที่หลวงพ่อเป็นผู้จารเองและให้ลูกศิษย์เป็นคนปั๊มโดยจะมีบล็อกขนาดเล็กเป็นตัวตอกพิมพ์ ตะกรุดสาริกาส่วนมากเท่าที่พบเป็นจะตะกรุดปั๊มซึ่งจะพิจารณาความเก๊แท้ได้ง่ายกว่าตะกรุดที่จารมือ โดยหลวงพ่อให้นายทวี รัตตัญญูเป็นผู้ดำเนินการตอก(ปั๊ม)ตะกรุดสาริกา และม้วนเข้าด้านละครึ่งเมื่อม้วนเสร็จก็จะรวบรวมนำไปให้หลวงพ่อทำการปลุกเสกอีกครั้ง ส่วนแหวนหูมุ้ง ตะกรุดมหาอุตม์และเหรียญห้าสิบสตางค์หูเชื่อมนั้นทำโดยเถ้าแก่ช่องทั้งสิ้นโดยเริ่มทำตั้งแต่ปี2500 เป็นต้นมา
ขอขอบคุณภาพจากคุณ nobita และคุณศิลป์ชัย รัตตัญญู ข้อมูลจากคุณทวี รัตตัญญู

This post has been edited by TEEPOP: 12 May 2014, 12:21 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 19 July 2011, 08:57 PM
Post #17


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 9,848
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



ข้อมูลและการนำเสนอเยี่ยมครับคุณTEEPOP thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 7 September 2011, 03:05 PM
Post #18





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717



ขอเชิญกราบนมัสการสังขาร ของหลวงพ่อซวง ได้ทุกวันตั้งแต่ 8.00 จนถึงเวลา 17.00 น.
เรื่องศพของหลวงพ่อนั้น ท่านมีเจตนาให้เก็บศพท่านไว้ไม่ให้เผาเนื่องจากโบสถ์ยังสร้างไม่เสร็จแต่ท่านรู้ว่าท่านอยู่ไม่ทันโบสถ์เสร็จแน่ ก่อนมรณภาพท่านจึงได้บอกลูกศิษย์ว่า "ใครอยากรวย ให้เก็บศพฉันไว้" เพื่อที่จะให้คนที่มากราบเคารพศพท่านได้ร่วมกันทำบุญสร้างโบสถ์จนกระทั่งโบสถ์สร้างเสร็จในปลายปี 2516 หลังจากที่ตั้งสวดบนศาลาจนครบกำหนดก็ได้นำศพท่านไปเก็บไว้ที่กุฎิและย้ายมาเก็บที่หอสวดมนต์ ในตอนแรกหลวงพ่อเกียงท่านคิดว่าถ้าศพเน่าหมดเหลือแต่กระดูกจะนำกระดูกมาร้อยเป็นร่างกระดูกเก็บไว้ พ.ศ.253.กว่าๆ หลวงพ่อเกียงทราบว่าร่างของหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อยแต่แห้งแข็ง จึงคิดว่าน่าจะสร้างมณฑปเพื่อเก็บสังขารของหลวงพ่อซวงโดยเฉพาะ และทำสร้างมณฑปขนาดเล็กแบบจตุรมุขมีทางเข้าออก 4 ทาง โดยหลวงพ่อเกียงได้ออกวัตถุมงคล รุ่น สร้างมณฑป(ประกอบด้วย ผ้ายันต์ และรูปถ่ายขนาดบูชาและอื่นๆ รูปขนาดบูชาหลวงพ่อซวงและผ้ายันต์ที่ออกรุ่นนี้ จะปั๊มคำว่า ที่ระฤกสร้างมณฑป) เพื่อหารายได้สร้างมณฑปหลังนี้ โดยสร้างเสร็จเมื่อปลายปี 2535 และหลังจากที่มณฑปสร้างเสร็จเรียบร้อย หลวงพ่อเกียงจึงได้พิธีย้ายสังขารของหลวงพ่อซวงท่านมาเก็บไว้ที่มณฑป(หลังเก่า) ปัจจุบันมณฑปหลังเดิมได้ถูกรื้อและปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นดังที่เห็นเช่นปัจจุบัน
วันนี้ขอนำภาพภาพบรรยากาศงานปลงสังขาร หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2536 ได้ทำพิธีย้ายสังขารหลวงพ่อไปบรรจุไว้ที่มณฑป


This post has been edited by TEEPOP: 20 August 2013, 09:27 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 7 September 2011, 03:14 PM
Post #19





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





นอกจากนี้ภายในมณฑปที่บรรจุสังขารของหลวงพ่อยังมีภาพบรรยากาศภายในพิธีและภาพวัตถุมงคลที่หลวงพ่อได้สร้างไว้อีกด้วย

This post has been edited by TEEPOP: 11 August 2013, 06:37 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
kai-indara
post 13 September 2011, 10:38 AM
Post #20





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 28
Joined: 25 December 2010
Member No.: 31,084



ขอขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้มากครับ ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อหาและภาพถ่ายครับ ผมเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกใหม่ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 27 September 2011, 12:51 PM
Post #21





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717





เหรียญพระมหาพุทธพิมพาภิบาล วัดไชโย (เหรียญขออภัยหลวงพ่อซวง)
ปีพ.ศ.2503 หลวงพ่อเริ่มมีชื่อเสียงว่ามีวาจาสิทธิ์ ให้หวยแม่นและหยั่งรู้อนาคต จนรู้ถึงหูพระปลัดวร หรือพระมหาพุทธพิมพาภิบาล ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดไชโยในขณะนั้น เมื่อพระครูวรได้มีโอกาสพบกับหลวงพ่อซวง ท่านจึงได้ซักถามกับหลวงพ่อว่า ท่านชอบให้หวยหรือ ได้ยินว่าท่านเก่ง ให้หวยแม่น แต่หลวงพ่อได้ตอบปฏิเสธและบอกว่า ถ้าคนมันมีวาสนาถึงเราไม่พูดหรือบอกไปมันก็ยังถูกหวย พระครูวรจึงย้ำคำถามต่ออีกว่า แล้วเรื่องหวยนั้นท่านรู้หรือเปล่า หลวงพ่อได้ตอบกลับไปว่ารู้ได้ถ้าปฎิบัติ(ฝึกจิต)จริงแล้วจะรู้ทุกอย่าง หลังจากการพูดคุยครั้งนั้นไม่นาน หลวงพ่อได้ให้เด็กวัดนำซองจดหมาย(ภายในมีตัวเลขรางวัลที่ 1 ในงวดนั้น) นำไปให้พระครูวร โดยกำชับเด็กวัดว่าให้นำไปให้ถึงมือพระครูวรและห้ามเปิดดู ถ้าเปิดดูขอให้ตาบอด เมื่อพระครูวรได้รับแล้วก็ไม่ได้สนใจซองนั้นแต่กลับทิ้งไว้ในป้านน้ำชา จนกระทั่งหวยออกข่าวเรื่องหลวงพ่อซวงให้หวยแม่นจึงดังขึ้นอีกครั้ง พระครูวรจึงไปนำซองจดหมายที่หลวงพ่อซวงให้เด็กวัดนำมาให้มาเปิดดูจึงพบว่าเป็นตัวเลขรางวัลที่ 1 ของหวยงวดนั้น พระครูวรจึงรู้ว่าหลวงพ่อซวงนั้นรู้เห็นอนาคต และน่าจะบรรลุภูมิธรรมขั้นใดขั้นหนึ่ง จึงรู้สึกผิดที่เคยได้กล่าวล่วงเกินท่าน และได้มากราบขออภัยหลวงพ่อซวงถึงที่วัดชีปะขาว และเพื่อเป็นการขออภัยในปีนั้น(พ.ศ.2503) พระครูวรจึงจองเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคีที่วัดชีปะขาว โดยได้กำหนดวันไว้ล่วงหน้า คือวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2503 พระครูวรได้ขอให้หลวงพ่อซวงออกวัตถุมงคลขึ้นมารุ่นหนึ่งโดยพระครูวรจะเป็นผู้ออกทุนให้ หลวงพ่อท่านเห็นว่าพระครูวรเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐินสามัคคี วัตถุมงคลจึงน่าจะทำเป็นเหรียญรูปพระครูวร หลวงพ่อได้ให้หลานชายคือ นายสมจิตร พานิช เป็นผู้ดำเนินการ นายสมจิตรได้ว่าจ้างโรงงานปั๊มเหรียญแถวเสาชิงช้า กรุงเทพฯ ทำเป็นเหรียญรูปไข่เนื้อทองเหลืองออกแดง จำนวน 500 เหรียญ เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อซวงได้ทำการปลุกเสกเดี่ยวตั้งแต่วันที่ได้รับเหรียญมาจนกระทั่งคืนก่อนวันทอดกฐินสามัคคีที่วัดชีปะขาวคือวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2503 ดังนั้นวัตถุมงคลที่จะแจกในงานทอดกฐินจึงเป็นเหรียญปั๊มด้านหน้าเป็นรูปพระครูวร และด้านหลังมีอักษร 5 แถว ว่า ที่ระฤก/ในงานทอดพระกฐีน/สามัคคี /ณ วัดชีปะขาว/25 ต.ค.2503 เหรียญที่เหลือจากการแจกในงานที่วัดชีปะขาวพระครูวรได้นำกลับไปทั้งหมด เหรียญรุ่นนี้จึงหาค่อนข้างยากในพื้นที่เพราะส่วนใหญ่ตกอยู่กับลูกศิษย์พระครูวรแถววัดไชโยและกรุงเทพ

This post has been edited by TEEPOP: 11 August 2013, 06:37 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 25 November 2011, 10:27 PM
Post #22





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717








ล็อกเก็ต หลวงพ่อซวง หน้าหนุ่มรุ่นแรก
ถือว่าเป็นวัตถุมงคลยุคแรกๆของท่าน โดยนำรูปหน้าหนุ่มมาใช้ มีทั้งแบบที่มีเข็มกลัด(ทำจากทองเหลือง)และไม่มีเข็มกลัด จำนวนสร้างน้อยมากจนแทบไม่พบเห็นในวงการ ส่วนที่ตกอยู่กับคนท้องถิ่นระแวกวัดชีปะขาวและลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ล็อกเกตชุดนี้หาสภาพสวยได้ยากมากเพราะการเก็บรักษาที่ไม่ดีและอายุการสร้างที่มากทำให้ล็อกเก็ตชุดนี้ส่วนใหญ่ผุและกระเทาะเนื่องจากตัวล็อกเก็ตทำจากเหล็กเมื่อถูกความชื้นก็จะผุอย่างรวดเร็ว
ขอบคุณภาพจาก คุณศิลป์ชัย รัตตัญญู คุณnobita และข้อมูลจากคุณทวี รัตตัญญู


ล็อกเก็ตรุ่น 2 หรือ รุ่นสร้างมณฑป
ล็อกเก็ดรุ่น 2 นี้ไม่ทันหลวงพ่อซวงแต่ผ่านการปลุกเสกเดี่ยวจากหลวงพ่อเกียง วัดวังน้ำเย็น จังหวัดอ่างทอง โดยหลายคนเรียกรุ่นนี้ว่ารุ่นสร้างมณฑป แต่ความจริงแล้วล็อกเก็ตรุ่นนี้สร้างหลังจากมณฑปสร้างเสร็จและย้ายสังขารของหลวงพ่อซวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องออกให้บูชาครั้งแรกช่วงปี 36-37ซึ่งเป็นช่วงที่เพิ่งจะย้ายสังขารหลวงพ่อเสร็จ(วันที่ 7 มี.ค.36) จึงทำให้ผู้ได้รับหลายคนเข้าใจว่าเป็นรุ่นเดียวกับรุ่นสร้างมณฑป แต่ด้วยบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อซวงประกอบการปลุกเสกจากหลวงพ่อเกียงวัดวังน้ำเย็นตลอดจนรูปแบบที่สวยงามเหมาะกับสุภาพสตรีจึงทำให้ล็อกเก็ตรุ่นนี้มีผู้ห้อยบูชาเป็นจำนวนมากในระแวกวัดชีปะขาวและอำเภอไชโย

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 04:09 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 25 November 2011, 10:47 PM
Post #23





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717



หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว รุ่นสร้างมณฑป
วัตถุมงคลชุดนี้สร้างในปี 2535 ปลุกเสกเดี่ยวโดยหลวงพ่อเกียงวัดวังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และหลวงพ่อเกียงยังได้ขอบารมีของหลวงพ่อซวงมาร่วมเสกด้วย จุดประสงค์ในการออกวัตถุมงคลชุดนี้คือ สร้างมณฑปไว้เก็บสังขารของหลวงพ่อซวงซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน และเงินส่วนที่เหลือนำไปทำนุบำรุงดูแลถาวรวัตถุภายในวัดชีปะขาว รุ่นสร้างมณฑปนี้มีวัตถุมงคลหลายอย่างอาทิ
1.แหวนหูมุ้งตอกโค๊ต "ซ"และไม่ตอกโค๊ต
2.รูปถ่ายอัดกระจกขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่
3.รูปหล่อขนาดห้อยคอ
4.รูปหล่อบูชาขนาดหน้าตัก 4/6/9 นิ้ว
5.ธงพระฉิม
6.ยันต์สิงห์คู่
7.รูปถ่ายขนาดบูชา
8.พระสมเด็จขาว/ดำ(สร้างที่วัดวังน้ำเย็น)
9.พระกำแพงเขย่งเล็ก/ใหญ่(สร้างที่วัดวังน้ำเย็น)

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 03:42 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 25 November 2011, 11:08 PM
Post #24





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




รูปถ่ายอัดกระจกรุ่นสร้างมณฑปขนาดเล็ก
รูปถ่ายขนาดเล็กรุ่นสร้างมณฑปนี้จะมีขนาดเล็กกว่ารุ่นที่หลวงพ่อซวงเคยสร้าง โดยหลวงพ่อเกียงบอกว่าท่านเป็นลูกศิษย์จะไปทำใหญ่เท่าอาจารย์ได้ยังไง รุ่นนี้จึงมีขนาดเล็กกว่าและความคมชัดก็น้อยกว่าเนื่องจากนำภาพก๊อปปี้จากรูปต้นฉบับ แต่ขอบอกว่าพุทธคุณไม่ได้น้อยไปกว่ารุ่นเก่าเลยเพราะหลวงพ่อเกียงได้ขอบารมีหลวงพ่อซวงและครูบาอาจารย์มาร่วมเสกด้วย

รูปถ่ายห้อยคอขนาดกลางและใหญ่
รูปถ่ายอัดกระจกรุ่นปลงสังขาร รูปแรกจากซ้ายมือนั้นเป็นรุ่น ปลงสังขาร โดยนำรูปตอนที่ทำพิธีย้ายสังขารหลวงพ่อมาใช้ ด้านหลังเป็นยันต์สิงห์คู่ มีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ปลุกเสกโดยหลวงพ่อเกียงวัดวังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และหลวงพ่อเกียงยังได้ขอบารมีของหลวงพ่อซวงมาร่วมเสกด้วย แจกครั้งแรกในงานทอดผ้าป่าสามัคคีและงานทอดกฐินสามัคคี ของวัดชีปะขาวช่วงปลายปี 2536
รูปถ่ายอัดกระจกรุ่นสร้างมณฑป รูปกลางขนาดใหญ่เกือบ 2 นิ้ว และรูปขวาสุดขนาดนิ้วครึ่ง ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเต็มองค์ ด้านหลังเป็นยันต์สิงห์คู่ ทั้ง 2 ขนาดนี้ จะมีขนาดเล็กกว่ารุ่นที่หลวงพ่อซวงเคยสร้าง โดยหลวงพ่อเกียงบอกว่าท่านเป็นลูกศิษย์จะไปทำใหญ่เท่าอาจารย์ได้ยังไง รุ่นนี้จึงมีขนาดเล็กกว่าและความคมชัดก็น้อยกว่าเนื่องจากนำภาพก๊อปปี้จากรูปต้นฉบับ

**หมายเหตุ**ถ้าสังเกตดีๆรุ่นนี้ยันต์ด้านหลังตรงตราปั๊มรอบยันต์เฑาะว์จะเป็นคำว่า วัดชีปะขาว ที่รฤกสร้างมณฑป

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 04:11 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 25 November 2011, 11:18 PM
Post #25





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717




รูปหล่อขนาดบูชาขนาดหน้าตัก 4 นิ้ว และ 9 นิ้ว รุ่นสร้างมณฑปปี 2535

รูปหล่อขนาดห้อยคอ รุ่นสร้างมณฑป
รูปหล่อขนาดห้อยคอ รุ่นสร้างมณฑป รุ่นนี้ถือว่าเป็นรูปหล่อขนาดเล็กที่คนเกิดทันหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่และลูกศิษย์ลูกหาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทำได้เหมือนหลวงพ่อซวงมากๆ ทำให้รูปหล่อรุ่นนี้มีคนเช่าบูชาจนหมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว จนต้องทำรูปหล่อขนาดห้อยคอขึ้นมาอีกรุ่นในปี 2537

รูปหล่อขนาดห้อยคอ ปี2537

This post has been edited by TEEPOP: 13 September 2013, 04:01 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 25 November 2011, 11:40 PM
Post #26





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717






รูปถ่ายขนาดบูชา หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว รุ่นสร้างมณฑป
รูปถ่ายขนาดบูชา หลวงพ่อซวง รุ่นสร้างมณฑปนี้ เป็นรูปถ่ายบูชาที่แพร่หลายมาก มีขนาดเดียวกับรูปที่ออกสมัยหลวงพ่อซวงยังมีชีวิตอยู่ แต่รุ่นนี้จะปั๊มตรายันต์เฑาะว์ รอบตัวเฑาะว์จะเป็นคำว่า วัดชีปะขาว ที่รฤกสร้างมณฑป ซึ่งต่างกับตราปั๊มของรูปที่สร้างสมัยหลวงพ่อซวงยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตามต่างก็ผ่านการปลุกเสกแล้วทั้งนั้น แม้แต่รูปที่ไม่ได้เสกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อซวงก็ตาม ก็ยังคงความศักสิทธิ์กับผู้ที่นับถือและและศรัทธาในตัวท่านเสมอ มีบางคนพยายามลบตราปั๊ม "ที่รฤกสร้างมณฑป" นี้ออก เพื่อจะได้ยัดเป็นรูปที่สร้างสมัยหลวงพ่อซวงและขายได้ในราคาที่สูงขึ้น



ผ้ายันต์สิงห์คู่ และธงพระฉิม รุ่นสร้างมณฑป
ผ้ายันต์รุ่นนี้ใช้บล็อกยันต์เดิมของหลวงพ่อซวง มาใช้ปั๊ม เส้นยันต์จะหนาและค่อนข้างหาสภาพสวยๆทั้งผืนยาก โดยรุ่นนี้จะปั๊มคำว่า หลวงพ่อซวง อภโย วัดชีปะขาว เป็นตัวหนังสือหมึกแดง แถวเดียว ไว้ด้านล่างและปั๊มตรายันต์เฑาะว์ รอบตัวเฑาะว์จะเป็นคำว่า วัดชีปะขาว ที่รฤกสร้างมณฑป เหมือนกับรูปถ่ายขนาดบูชา





ผ้ายันต์สิงห์คู่ รุ่นสร้างมณฑป





ผ้ายันต์ธงพระฉิม รุ่นสร้างมณฑป

This post has been edited by TEEPOP: 2 December 2011, 04:27 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
คุณนาย
post 26 November 2011, 01:27 PM
Post #27





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 386
Joined: 4 April 2008
Member No.: 4,471



ผ้ายันต์สิงห์คู่ รุ่นสร้างมณฑป สวยเน้อ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
KFC
post 15 January 2012, 12:56 PM
Post #28





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 8
Joined: 23 September 2010
From: อ่างทอง
Member No.: 21,941



ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากคุณธีภพมากนะครับ
แต่ว่าทำไมกระทู้ของหลวงพ่อเกียงเข้าไม่ได้แล้วล่ะครับ เสียดายมาก ๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bkk123
post 16 January 2012, 02:18 PM
Post #29


เสือขาวแห่งชุมชนคนรักมีด


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 5,810
Joined: 9 January 2007
Member No.: 72



ข้อมูลเต็มๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
TEEPOP
post 14 April 2012, 09:47 PM
Post #30





Group: สมาชิกชุมชน
Posts: 90
Joined: 16 July 2010
Member No.: 18,717



บรรยากาศภายในมณฑปที่เก็บสังขารของหลวงพ่อซวง



This post has been edited by TEEPOP: 20 August 2013, 09:15 PM
Go to the top of the page
 
+Quote Post

2 Pages V   1 2 >
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 23 July 2014, 12:46 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design