IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

4 Pages V  < 1 2 3 4 >  
Reply to this topicStart new topic
> ยอดเพลงอมตะโบราณ, ขอเชิญมาร่วมเสนอเพลงโบราณที่ท่านชื่นชอบ
LEE
post 16 December 2010, 10:06 PM
Post #31


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



百鸟朝凤 (ไป่เหนี่ยวเจาฟ้ง) ร้อยนกเข้าเฝ้าพญาหงส์

.........เพลงนี้เป็นเพลงที่บรรเลงในงานมงคล ดนตรีจะแสดงความรื่นเริงของฝูงนกโดยการใช้ดนตรีเลียนเสียงนก และเนื่อง
จากวันนี้พวกเราจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ตาม้าลายผมขอมอบความเป็นมงคลนี้ให้เจ้าของวันเกิดครับ happy.gif



Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 3 January 2011, 08:32 PM
Post #32


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......เพลงโบราณอมตะอีกเพลงหนึ่ง 梅花三弄 (เหมยฮัวซันน่ง) เรามักจะพบภาพดอกเหมยในภาพวาดของจีน
ทั้งนี้เพราะชาวจีนถือว่า ดอกเหมยเป็นดอกไม้ที่มีบุคลิกสูงส่ง มีสีและทรงดอกเรียบง่าย มีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ บานสู้หิมะ
ในฤดูหนาวโดยไม่เกรงกลัวต่อความหนาวเย็นเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็งในการต่อสู้อุปสรรค และการที่บานในฤดูหนาว
ไม่บานประชันกับดอกไม้อื่นๆในฤดูร้อนเปรียบเสมือนการถ่อมตน
......ในช่วงครึงแรกของเพลงจะมีทำนองที่ เรียบง่าย สดใส แสดงบุคลิกของดอกเหมย ส่วนช่วงครึ่งหลังทำนองจะเร็ว
กระชั้นขึ้นแสดงถึงการไม่ยอมแพ้ต่อความหนาว ผมขอมอบเพลงนี้ให้ทุกท่านเนื่องในวาระปีใหม่ครับ happy.gif

เพลงนี้บรรเลงด้วยขลุ่ยครับ


Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 10:53 PM
Post #33


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......เมื่อนึกถึงเพลงเกาหลีผมว่าคนค่อนโลกจะนึกถึงเพลงนี้ก่อนเลย
Arirang - 리경숙

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:02 PM
Post #34


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ในวาระต่างๆระดับชาติก็จะมีการขับร้องเพลงนี้จนแทบจะกลายเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติเกาหลีไปแล้ว

นี้ของเกาหลีใต้



ส่วนนี้ของเกาหลีเหนือ

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:06 PM
Post #35


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ตัวผมเองไม่เคยรู้เลยว่าสำหรับชาวเกาหลีเพลงนี้เบื้องหลังมีความหมายมากกว่าที่คนต่างชาติฟังแล้วไพเราะหรือฟังแล้ว
ชอบเท่านั้น ลองดูคลิปวีดิโอชุดนี้ดูซิครับ mellow.gif

Arirang 아리랑 Korean Traditional Folk Song

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:12 PM
Post #36


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......แล้วมาทำความเข้าใจเพลงนี้จากวิกิพีเดียดูนะครับ


จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อารีรัง (เกาหลี: 아리랑) เป็นเพลงพื้นบ้านเกาหลีที่รู้จักกันดีที่สุด ทั้งภายในและภายนอกประเทศเกาหลี โดยเนื้อหาของเพลงนั้น จะเกี่ยวกับการเดินทางผ่านช่องเขา และมักจะเกี่ยวกับการจากลาจากคนรัก หรือสงคราม
หากจะเทียบอารีรังกับร้อยแก้วแบบไทยแล้ว อาจเทียบได้กับ นิราศ

อารีรังแบบต่าง ๆ
ในความเป็นจริงแล้ว มีเพลงอารีรังแบบต่าง ๆ อยู่ถึงกว่า 100 แบบ และทุกแบบสามารถแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้อีก ขึ้นอยู่กับเนื้อร้อง สร้อย ทำนองโดยรวม ฯลฯ ชื่อเพลงของอารีรังแบบต่าง ๆ จะมีชื่อสถานที่หรือเป็นชื่ออื่น ๆ แล้วต่อท้ายด้วยคำว่า อารีรัง

เพลงอารีรังมาตรฐานนั้นมักเรียกกันว่า "อารีรัง" เฉย ๆ และมีต้นกำเนิดที่ค่อนข้างใหม่อยู่ เพลงนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ได้ถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องอารีรัง (1926) บางครั้งเพลงนี้ถูกเรียกว่า บอนโจอารีรัง (อารีรังมาตรฐาน), ซินอารีรัง (อารีรังใหม่), อารีรัง หรือ กยองกีอารีรัง (เนื่องจากมีต้นกำเนิดจากกรุงโซล ซึ่งเคยอยู่ในเขตจังหวัดกยองกี)

เพลงพื้นบ้าน"อารีรัง" แบบอื่น ๆ ที่มีประวัติยาวนาน ได้แก่

จองซอนอารีรัง จากอำเภอจองซอน จังหวัดกังวอน
จินโดอารีรัง จากอำเภอจินโด ในจังหวัดจอลลาใต้
มีเรียงอารีรัง จากมีเรียง ในจังหวัดกยองซังใต้
ปัลโดอารีรัง เป็นเพลงอารีรังที่รวมลักษณะต่าง ๆ ของเพลงอารีรังจากทุกท้องถิ่นเข้าด้วยกัน จึงเรียกว่าปัลโดอารีรัง ซึ่งปัลโดนั้นแปลว่า 8 จังหวัด (เกาหลีโบราณทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 8 จังหวัด)

[แก้] ที่มาของชื่อเพลง
เพลงอารีรังหลาย ๆ เวอร์ชันนั้น เริ่มต้นด้วนการพรรณนาการเดินทาง โดยเนื้อหาของเพลงนั้นเกี่ยวกับตอนที่เดินทางผ่านช่องเขา อารีรังนั้นเป็นชื่อของช่องเขาแห่งหนึ่ง จึงถูกใช้เป็นชื่อเพลงด้วย อารีรังบางเวอร์ชันได้กล่าวถึงช่องเขามุงยอง แซแจ ซึ่งเป็นช่องเขาหลักที่สำคัญสมัยราชวงศ์โจซอน อยู่ระหว่างถนนจากกรุงโซลไปยังจังหวัดกยองซังทางตะวันออกเฉียงใต้

ช่องเขาหลายแห่งในเกาหลีนั้นมีชื่อว่าช่องเขาอารีรัง ช่องเขาอารีรังแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณเนินเขาทางภาคกลางของเกาหลี ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโซล เดิมมีชื่อว่าช่องเขาจองนึง และถูกเปลี่ยนชื่อในปี 1926 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการฉายภาพยนตร์อารีรัง ซึ่งเป็นภาพยนตร์เงียบที่ดีที่สุดของเกาหลี แต่เพลงอารีรังหลาย ๆ เวอร์ชันนั้นมีอายุเก่าแก่กว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อีก

[แก้] สร้อยเพลง
ในเพลงอารีรังทุกเวอร์ชัน สร้อยเพลงและแต่ละท่อนของเพลงจะมีความยาวเท่ากัน

ในบางเวอร์ชัน เช่น อารีรังฉบับมาตรฐาน และจินโดอารีรัง สร้อยท่อนแรกจะเริ่มต้นก่อนเนื้อเพลงท่อนแรก แต่ในเวอร์ชันอื่น ๆ เช่น มีเรียงอารีรัง สร้อยท่อนแรกจะเริ่มต้นทีหลังเนื้อเพลงท่อนแรก. แต่บางที วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดอันดับเพลงอารีรังเวอร์ชันต่าง ๆ นั้น นอกจากทำนองที่มีความหลากหลายมาก ๆ แล้ว ก็คือโดยเนื้อร้องของสร้อย ในเพลงอารีรังเวอร์ชันมาตรฐานและเวอร์ชันอื่น ๆ บางเพลง สร้อยจะขึ้นต้นว่า "อารีรัง, อารีรัง, อารารีโย..." แต่ในเพลงจินโดอารีรังและมีเรียงอารีรัง (2 เวอร์ชันนี้ก็ต่างกันเองมากพอสมควร) จะมีสร้อยเพลงที่ขึ้นต้นว่า "อารี อารีรัง, ซือรี อารีรัง..." (ทั้งคำว่า "อารารีโย" และ "ซือรี อารีรัง" นั้นต่างเป็นคำที่ไม่มีความหมาย ที่ใส่เข้ามาเพื่อให้เข้ากับคำว่าอารีรังเท่านั้น)

[แก้] เนื้อเพลง
ตารางข้างล่างนั้นได้แสดงสร้อยเพลงอารีรัง (2 บรรทัดแรก) และเนื้อเพลงท่อนแรก (บรรทัดที่ 3-4) ในเพลงอารีรังเวอร์ชันมาตรฐาน ในตัวอักษรฮันกึล ในตัวอักษรละตินและคำแปลเป็นภาษาไทย

ตัวอักษรฮันกึล
아리랑, 아리랑, 아라리요...
아리랑 고개로 넘어간다.
나를 버리고 가시는 님은
십리도 못가서 발병난다.
ตัวอักษรละติน
Arirang, Arirang, Arariyo...
Arirang gogaero neomeoganda.
Nareul beorigo gasineun nimeun
Sibrido motgaseo balbyeongnanda.

คำแปลภาษาไทย
อารีรัง, อารีรัง, อารารีโย...
ฉันกำลังข้ามผ่านช่องเขาอารีรัง
เขาคนนั้น ที่ทิ้งฉันไว้(ที่นี่)
จะไม่เดินแม้ระยะทางเพียง 10 ลี้ ก่อนที่เท้าของเขาจะเจ็บ
ดูหมายเหตุ 3 ข้างล่าง
ดูหมายเหตุ 4 ข้างล่าง
ดูหมายเหตุ 5 ข้างล่าง
ดูหมายเหตุ 6 และ 7 ข้างล่าง

[แก้] หมายเหตุ
ดูเนื้อหาข่าวของสำนักข่าวยอนฮัป ([1]) เป็นการถกเถียงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเพลงและความเกี่ยวข้องของเพลงที่มีต่อภาพยนตร์ สำหรับเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์ ชมได้ที่ [2]
อ้างอิงจากเนื้อหาเกี่ยวกับช่องเขา ในเว็บไซต์ของฝ่ายบริหารกรุงโซล ([3]; เนื้อหาเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมด)
"อารารีโย" ("아라리요") ไม่มีความหมายและมีหน้าที่เพียงช่วยให้เพลงมีความลื่นไหล
สรรพนามในภาษาเกาหลี มักถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ ดังนั้นคำว่า ฉัน ในบรรทัดที่สองจึงอาจมีความหมายว่า พวกเรา ก็ได้ แต่การใช้คำว่าฉัน แทน พวกเรา นั้นจะไปสอดคล้องกับคำว่าฉัน ในบรรทัดที่สามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค
คำนามและสรรพนามในภาษาเกาหลีนั้นไม่ระบุเพศ ดังนั้นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในเนื้อเพลงจึงอาจอ้างอิงถึงผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้
ระยะทาง 10 ลี้ (리 ; 里) เท่ากับระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรหรือ 2.5 ไมล์
เท้าของเขาเจ็บ ("balbyeong nanda"; "발병 난다") สามารถแปลตรงตัวได้ว่า เขามีโรคที่เท้า แต่ว่าใช้สามัญสำนึกแปลได้ความหมายในทางที่ว่า เท้าของเขาเจ็บหลังจากที่เดินทางอย่างลำบากผ่านช่องเขา
[แก้] เนื้อร้องเพิ่มเติม
เวอร์ชันมาตรฐานของเพลงอารีรังมีเนื้อร้อง 3 ท่อน แต่ท่อนที่ 2 และสามนั้นไม่ถูกร้องบ่อยเท่าท่อนที่ 1 ท่อนที่ 2-3 นั้นถูกแสดงอยู่ข้างล่างนี้ (ไม่มีสร้อยประกอบ):

ท่อนที่ 2

청청하늘엔 별도 많고
우리네 가슴엔 꿈도 많다
Cheongcheonghaneuren byeoldo manko
Urine gaseumen kkumdo manta
เช่นเดียวกับดาวมากมายในท้องฟ้า,
หัวใจฉันก็มีความเศร้าโศกมากมายเช่นกัน
ท่อนที่ 3

저기 저 산이 백두산이라지
동지 섣달에도 꽃만 핀다
Jeogi jeo sani Baekdusaniraji
Dongji seotdaredo kkonman pinda
ภูเขาลูกนั้นคือภูเขาแบกตูซัน,
ที่ซึ่งมีดอกไม้ผลิบาน แม้ในวันสุดท้ายของฤดูหนาว
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:19 PM
Post #37


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



........จากข้อมูลผู้รู้ บล็อกของคุณ ร้อยตะวัน Roytavan

http://twssg.blogspot.com/2009/07/jeong-seon-arirang.html

ซึงผมจะขออนุญาตคัดลอกบางส่วนมาให้อ่านกันนะครับ ขอขอบพระคุณ คุณรัอยตะวันด้วยนะครับ yes.gif

อารีรัง (아리랑): Arirang

อารีรัง (아리랑) : Arirang บทเพลงอันเป็นตัวแทนของประชาชนชาวเกาหลีทั้ง 2 ประเทศ "อารีรัง" เป็นเพลงที่ร้องกันมาแต่สมัยโบราณ และถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวเกาหลี เมื่อใดก็ตามที่มีกิจกรรมร่วมระหว่างประชาชนชาวเกาหลีใต้และประชาชนชาวเกาหลีเหนือ ...เพลงอารีรัง...จะถูกนำขึ้นมาร้องทุกครั้งไป โดยถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติร่วมกันและที่สำคัญจะไม่มีการร้องเพลงชาติของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นั่นเป็นการสื่อถึงความหมายการเป็นชนชาติเดียวกัน หากแต่ต้องตัดขาดความเป็นญาติพี่น้อง เพียงเพราะอุดมการณ์ความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน บนเส้นทางถนนซึ่งพาดผ่านช่องแคบภูเขาทอดยาวคดเคี้ยวคู่ขนานไปกับแม่น้ำดองกังแห่งยองวอล ...ทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามประดุจสายรุ้งที่ทอดยาวสู่สรวงสวรรค์ของเมืองกังวอนนั้น... กลับกลายเป็นเส้นทางแห่งความเศร้า...สุดแสนพรรณา... เมื่อสิ้นสุดสงครามภายในประเทศเกาหลี เส้นทางประวัติศาสตร์ที่เรารู้จักกันในนาม "Arirang Bypass" กลายเป็นถนนแห่งการพลัดพลาดของญาติพี่น้อง ครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รัก...และสุดท้ายกลายเป็นที่มาของบทเพลง อารีรัง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนั่นเอง

ความหมายของคำว่า อารีรัง (เกาหลี: 아리랑)
อารีรัง เป็นคำโบราณ มีความหมาย คือ สุดที่รัก หรือ ที่รักฉันคิดถึงเธอ เนื่องจาก คำว่า อารี (아리 - Ari) แปลว่า สวยงาม หรือแปลว่า คิดถึง ส่วนคำว่า รัง (랑 - Rang) หมายถึง ที่รัก


อารีรัง (Arirang : 아리랑)
อารีรัง (เกาหลี: 아리랑) เป็นเพลงพื้นบ้านเกาหลีที่รู้จักกันดีที่สุด ทั้งภายในประเทศเกาหลีและต่างประเทศ โดยเนื้อหาของเพลงนั้น จะเกี่ยวกับการเดินทางผ่านช่องแคบแนวเขา และมักจะเกี่ยวกับการจากลาจากคนรัก หรือสงคราม


รูปแบบของเพลงอารีรัง
เพลงอารีรังมีมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งมากกว่า 1,000 แบบ แต่สามารถจำแนกกลุ่มออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้โดย ขึ้นอยู่กับเนื้อร้อง สร้อย ทำนองโดยรวม ฯลฯ ชื่อเพลงของอารีรังในแต่ละท้องถิ่น โดยอาจจะใช้ชื่อสถานที่หรืออาจใช้ชื่อสำคัญต่าง ๆมานำหน้าและต่อท้ายด้วยคำว่า อารีรัง...

เพลงอารีรังต้นฉบับดั้งเดิมนั้นคือ จองซอน อารีรัง เป็นเพลงท้องถิ่นโบราณนานกว่า 600 ปีแล้ว แต่บ้างก็กล่าวว่าเกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ.1545 ส่วนอีกเพลง อารีรัง ที่รู้จักกันทั่วโลกนี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นในเกิดช่วงหลังสงครามเกาหลีซึ่งนับได้ว่าค่อนข้างใหม่ เพลงนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ได้ถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องอารีรัง (1926) บางครั้งเพลงนี้ถูกเรียกว่า บอนโจอารีรัง (อารีรังมาตรฐาน), ซินอารีรัง (อารีรังใหม่), อารีรัง หรือ กยองกีอารีรัง (เนื่องจากมีต้นกำเนิดจากกรุงโซล ซึ่งเคยอยู่ในเขตจังหวัดกยองกี)

เพลงพื้นบ้าน"อารีรัง" แบบอื่น ๆ ที่มีประวัติยาวนาน ได้แก่

- จองซอนอารีรัง จากอำเภอจองซอน จังหวัดกังวอน
- จินโดอารีรัง จากอำเภอจินโด ในจังหวัดจอลลาใต้
- มีเรียงอารีรัง จากมีเรียง ในจังหวัดกยองซังใต้
- ปัลโดอารีรัง เป็นเพลงอารีรังที่รวมลักษณะต่าง ๆ ของเพลงอารีรังจากทุกท้องถิ่นเข้าด้วยกัน จึงเรียกว่าปัลโดอารีรัง
ซึ่งปัลโด แปลว่า 8 (เกาหลีโบราณทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 8 เมือง)

สร้อยเพลงอารีรัง

ท่อนที่ 1

아리랑, 아리랑, 아라리요...
아리랑 고개로 넘어간다.
나를 버리고 가시는 님은
십리도 못가서 발병난다.

Arirang, Arirang, Arariyo...
Arirang gogaero neomeoganda.
Nareul beorigo gasineun nimeun
Simnido motgaseo balbyeongnanda.

สุดที่รัก ฉันคงคิดถึงเธอมากเหลือเกิน
สุดที่รัก ข้ามภูเขาไปแล้ว...
เธอทิ้งฉันไว้ที่นี่ เพียงลำพัง
เธออาจจะเป็นอะไรไหม ? ก่อนที่เธอจะถึงจุดหมาย...

ท่อนที่ 2

청청하늘엔 별도 많고
우리네 가슴엔 꿈도 많다

Cheongcheonghaneuren byeoldo manko
Urine gaseumen kkumdo manta

เช่นเดียวกับดาวมากมายในท้องฟ้า,
หัวใจฉันก็มีความเศร้าโศกมากมายเช่นกัน

ท่อนที่ 3

저기 저 산이 백두산이라지
동지 섣달에도 꽃만 핀다

Jeogi jeo sani Baekdusaniraji
Dongji seotdaredo kkonman pinda

ภูเขาลูกนั้นคือภูเขาแบคตูซัน,
ที่ซึ่งมีดอกไม้ผลิบาน แม้ในวันสุดท้ายของฤดูหนาว
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:32 PM
Post #38


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.....ผมชอบเพลงนี้ในชุดเพลงArirangมากครับโดยเฉพาะนักร้องคนนี้เธอร้องฟังแล้วได้อารมณ์ของความพลัดพรากเลย smile.gif

Jeongsun Arirang


Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:41 PM
Post #39


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......จัดให้ฟังเพลงในชุดARIRANGอีกนะครับ happy.gif

Jeongsun Arirang & Kangwondo Arirang (정선 아리랑 & 강원도 아리랑)


Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 January 2011, 11:51 PM
Post #40


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ส่วนนักร้องคนนี้เธอเป็นคนจีนครับ ในประเทศจีนเกาหลีก็เป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่า ๕๖ ชนเผ่าครับ smile.gif

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 15 January 2011, 09:51 PM
Post #41


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



ARIRANG ที่เศร้ามากก็มีครับเกียวข้องกับประวัติศาสตร์ sad.gif

A Sad Song-비가


The photos were taken around 100 years ago, the last several ones are pictures of Korean last royal family.

Category:
Music

Tags:
arirang korean traditional music 비가 한국 전통음악 아리랑 국악 韩国传统音乐 阿里郎 悲歌


the song name is 'bi ga'.biga means a sad song.japanese invaded korea and genocided peoples, stole cultural properties, killed queen and made her crazy (5:09-- she is last royal princess of korea but she is in japanese clothes)so peoples sang this song. this song express to grief.

wonsulrang 1 year ago 12


Actually, the last girl in the photo is not Japanease. I think it is a portrait of the youngest princess of the Korean Imperial family. After that Japan colonized Korea, she was forced to study in Japan and to marry a Japanease nobleman. Although it was not an unhappy marriage, the princess suffered from some psychological troubles after her parents' death.

harwen4 1 year ago 12
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 4 February 2011, 07:32 PM
Post #42


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ผมว่าเราว่าฟังเพลงซึมซาบความงามของธรรมชาตแบบไม่ต้องรู้เรื่องราวเบื้องหลังของเพลงแต่ใช้จินตนาการของเราในการ
รับทราบเสียงดนตรีที่เป็นภาษาสากลของมนุษย์น่าจะดี sleep.gif

.....ขอให้ทุกท่านผ่อนคลายจิตใจด้วยเสียงเพลง

เพลงนี้บรรเลงด้วยผีผาแต่ดั้งเดิมเป็นเครื่องดนตรีอื่นครับ



เพลงเดียวกันครับ



เพลงเดียวกันครับแต่อีกแนว

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 7 February 2011, 11:23 PM
Post #43


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......เพลงนี้ก่อนหน้าเคยได้รับการบรรจุในบทเรียนมัธยมต้นของญี่ปุ่นปัจจุบันไม่ทราบว่ายังคงอยู่หรือไม่ ผมรู้จักเพลงนี้เมื่อ
เกือบสามสิบปีก่อน mellow.gif

'Kojo no Tsuki' ('The Moon over the desolate castle' )
Lyrics by Bansui Doi (Tsutsii)
Music by Rentaro Taki
  Arrangements by Minako Watanabe


'Kojo no Tsuki' was published in 'Songs for High School Students' by the 'Tokyo Music School', that is nowadays known as 'Tokyo Natiolnal University of Fine Arts and Music', in 1901. The school asked Bansui Doi to write lyrics for 3 new songs including 'Kojo no Tsuki'. After the school had gotten the all the lyrics, it held a musical prize. Three pieces by Rentaro Taki were selected including 'Kojo no Tsuki'.





Lyric (Japanese)

1.
Haru koro no hana no en
Meguru sakazuki kagesashite
Chiyo no matsu ga e wakeideshi
Mukashi no hikari Ima izuko
Mukashi no hikari Ima izuko

2.
Aki jinei no shimo no iro
Nakiyuku kari no kazu misete
Uuru tsurugi ni terisoishi
Mukashi no hikari ima izuko

3.
Ima kojo no yowa no tsuki
Kawaranu hikari ta ga tame zo
Kaki ni nokoru wa tada kazura
Matsu ni uto wa tada arashi

4.
Tenjokage wa kawaranedo
Eiko wa utsuru yo no sugata
Utsusan toteka ima mo nao
Ah! Kojo no yowa no tsuki


Translation ( The Japanese of the Lyric is old and poetic. )

1. A banquet was held in the splendid castle in the season of the cherry blossom.
Where is the light now, that shadowed the glasses and flew through the old pines?

2. (The second verse is difficult. There are many interpretations of the text.)
The encampment was covered with frost in the autumn.
Where is the light now, that shone on the swords like plants, that were as numerous as the cackling wild geese, that flew ?

3. Now there is the moon over the desolate castle.
Whom is it shining for without change?
Only tendrils remain on the walls.
Only the storm sings between branches of the pines.

4. The shadow of the sky doesn't change. But the moon is reflecting it as before, changing for better to worse? Ah! The moon over the desolate castle!
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 20 February 2011, 12:08 PM
Post #44


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......เพลงที่ค่อนข้างเศร้าในอารมณ์การร่ำลาที่ด่านหยางกวนของกำแพงเมืองจีนเมื่อออกนอกด่านแล้วชีวิตจะเป็นเช่นไรมิอาจรู้
เพลงนี้มาจากโคลงในยุคถังเดิมเป็นเพลงกู่ฉิน

ลองฟังในลีลาเอ่อหู




ร้องและบรรเลงโดยกู่ฉิน

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 5 April 2011, 12:58 PM
Post #45


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



陽春白雪 - White Snow in the Spring Sunlight



The popular Pipa solo piece 陽春白雪 (White Snow in the Spring Sunlight can be dated back to the early Ming dynasty (14th century a.d.). The cheerful, vibrant composition portrays a vivid scene in early spring, when the first green and flowers appear after a long cold winter. The snow covers and protects the plants and raises hopes for rich harvests in the coming year.

About the artist:
Zhang Jingyu, born in Beijing, began playing the pipa at the young age of four. Due to her extraordinary talent, she received lessons from three of Chinas most renowned pipa masters: Li Guanghua, Zhang Qiang and Wu Yuxia. Through her parallel studies of pipa and voice, she developed her gifts as a versatile and virtuosic interpreter of Chinese music.
In June of 2000, Mrs. Zhang gave her first solo pipa and vocal concert in Beijing. Since arriving in Germany, she has enchanted over 100 audiences in numerous cities: Berlin, Strasbourg, Munich, Hamburg and Leipzig, just to name a few. She has given solo concerts for the German Chancellor, the Vice-President of China, the German Ambassador to China and other prominent guests. Her listeners enjoy her virtuosic performance on the pipa and are fascinated by the sounds of traditional Chinese music.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 12 April 2011, 11:33 PM
Post #46


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



........ผมนำเสนอถึงเพลงที่สิบของสิบยอดอมตะเพลงจีนโบราณ 平沙落雁 (ผินซาลั่วเอื้ยน ห่านป่าร่อนลงตรงผืนทราย) เพลงนี้
เป็นเพลงกู่ฉินตั้งแต่ยุค หมิง ( ค.ศ 1634 )

........ฤดูใบไม้ร่วงลมเย็นฟ้าใสเมฆลอยสูง ฝูงห่านป่าบินไกลล่องใต้ พานพบหาดทรายสวยงาม ร่อนลงพักผ่อนกายา

บรรเลงโดยกู่ฉิน



บรรเลงโดยผีผา



บรรเลงโดยขลุ่ย




บรรเลงโดยกู่เจิง

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 30 April 2011, 01:09 AM
Post #47


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......มาฟังเพลงพื้นเมืองญี่ปุ่นที่พวกเราถ้าใครอายุมากหน่อยคงคุ้นเคยกับทำนองที่นำมาใส่เนื้อร้องเป็นคำไทยที่มีอยู่ท่อน
หนี่งว่า

อย่าเดินโชว์ เดินโชว์ เดินโชว์


นี่น่าจะเป็นเนื้อเพลงดั้งเดิม(ผมไม่แน่ใจ)


นี้เป็นเนื้อร้องทีร้องโดยนักร้องชื่อ Ito Takio
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 30 April 2011, 01:15 AM
Post #48


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......ข้อมูลจากWikipediaที่ยังมีเพียงน้อยนิด

Sōran Bushi

Sōran Bushi (ソーラン節) is one of the most famous traditional songs (min'yō) in Japan. It is a Japanese sea shanty that is said to have been first sung by the fishermen of Hokkaidō, northern Japan.

Sōran Bushi accompanies the bon dance in many parts of Japan, and it has its own dancing styles that date back generations. The dance moves depict fishermen dragging nets, pulling ropes and carrying luggage over their shoulders

Lyrics and TranslationAn excerpt from "Sōran Bushi"

Japanese (Rōmaji):


Yāren sōran sōran
Sōran sōran sōran (hai hai!)
Oki de kamome no naku koe kikeba
Funanori kagyō wa yamerarenu choi

CHORUS (AKA - kakegoe)
Yasa e en ya sa dokkoisho
(a dokkoisho, dokkoisho!)

Yāren sōran...
Oyaji tairyō da mukashi to chigau
toreta nishin wa ore no mono choi

Yāren sōran...
Ichi-jō-go-shaku no ro o kogu fune mo
horeta ano go nya te mo choi

Yāren sōran...
Tama no suhada ga shibuki ni nurerya
uwaki kamome ga mite sawagu choi



Rough English Translation:

Oh!!! Lader, Lader, Lader
climb, climb, climb. (Oh, yeah!)
When we hear the jabbering of seagulls on the high seas,
we know we can’t give up our fishing lives on the ocean.

CHORUS
Put your backs into it! Heave, ho! Heave, ho!
(Heave, ho! Heave, ho!)

Oh!!! lader...
Boss, I tell you, the size of this catch of herring
is different from all the others. And it's all MINE.

Oh!!! lader...
Even if I row four and a half metres,
I couldn't get that girl's attention.

Oh!!! lader...
A flighty seagull twitters in excitement
As it sees my bare skin, glistening with ocean surf.


แต่ผมฟังดูแล้วเนื้อร้องไม่เหมือนที่เขาให้ไว้ทั้งสองเพลงที่แสดงข้างบน confused.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 30 April 2011, 01:22 AM
Post #49


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ผมหาคลิปการเต้นรำพื้นเมืองสำหรับเพลงๆนี้ไม่เจอที่หาได้มีเพียงเท่านี้



......ได้เจอรูปแบบการเต้นรำแบบพื้นเมืองชาวฮอกไกโดที่เลียนแบบกิจกรรมต่างๆของชาวประมงที่อยู่บนเรือที่ออกไปจับปลา
herring กลางทะเลเลยขอนำมาให้ชม happy.gif



.......ถ้าใครอยากจะหัดเต้นเขาก็มีการสอนเต้นตามเนื้อเพลงทีละประโยคเลย เลียนแบบตามเหตุการณ์และกิจกรรมที่กล่าวถึง
ในเนื้อเพลงโดยทั้งหมดมี ๔ คลิปแต่ผมนำเสนอเพียงคลิปเดียว tongue.gif

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 30 April 2011, 01:42 AM
Post #50


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ส่วนversionนี้น่าจะเป็นversionใหม่ที่ปัจจุบันมีการประกวดการเต้นประกอบเพลงหนือนำไปโชว์ต่างประเทศมากมาย
(ท่านใดที่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเพลงนี้กรุณาช่วยโพสให้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งครับ)







Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 30 April 2011, 01:46 AM
Post #51


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



ผมว่าผมเจอversionดั้งเดิมของhokkaidoแล้ว happy.gif



ソーラン節 北海道民謡 

ヤーレンソーラン ソーラン ソーラン
ソーラン ソーラン ハイハイ
鰊きたかと 鴎に問えば
わたしゃ立つ鳥 波に聞け チョイ
ヤサエーエンヤンサノ ドッコイショ
ハー ドッコイショ ドッコイショ

今宵一夜は どんすの枕
あすは出船の 波枕

男度胸なら 五尺の身体
どんと乗出せ 波の上

沖の鴎の 啼く声聞けば
船乗り稼業は やめられぬ

波の瀬のせて どんと打つ波は
可愛い船頭衆の 度胸だめし
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 30 April 2011, 02:04 AM
Post #52


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



The Orchestra Asia オーケストラ アジア ソーラン節



Orchestra Asia transcends national boundaries to bring people of all backgrounds together

Orchestra Asia brings together the many traditional instruments of Asia, a dream that eluded people in the past. The orchestra is a result of the untiring commitment and many years of mutual exchange among musicians and producers from China, Korea, and Japan. The orchestra comprises the traditional instruments of the three northeast Asian countries. Many of these instruments belong to the same family, but have developed different traditions in their adopted lands as they spread from China to Korea and Japan.
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 1 May 2011, 06:04 PM
Post #53


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......ผมเจอเพลงไทยที่นำทำนองของเพลง โซลันบูชิ มาให้เนื้อเพลงไทยแล้วครับ biggrin.gif

อย่าเดินโชว์ - บรรจบ เจริญพร



และเพลงแก้
จะเดินโชว์- บุปผา สายชล



และประวัติของเพลงๆนี้และนักร้องที่โพสโดย คุณคันทรี่แมน จาก blog OK NATION

บรรจบ เจริญพร – ผู้เปิดตำนานบุปผาสวรรค์

บรรจบ เจียวเล้ง หรือบรรจบ เจริญพร เป็นชาว จ.ชลบุรี ปัจจุบันอายุ 68 ปี เข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่งเมื่อปี 2511 เมื่อมาเชียร์รำวงมากับบุปผา สายชล คนบ้านเดียวกัน ที่คณะรำวง ส.ดาราศิลป์ และต่อมาได้ย้ายไปอยู่กับวงดาราน้อย คณะรำวงชื่อดังของชลบุรี ที่มีเรียม ดาราน้อย ,พนม นพพร , ฉลอง ภู่สว่าง สังกัดอยู่

ว่ากันว่าชื่อเสียงของบรรจบขณะที่อยู่ที่คณะดาราน้อยโด่งดังมาก ถึงขั้นสุรพล สมบัติเจริญ ต้องแอบมาชมการร้องเพลงของเขา เนื่องจากบรรจบ ร้องเพลงในแนวของสุรพล พร้อมกับชมว่านักร้องคนนี้มีอนาคตไกล

ต่อมาบุปผาชักชวนบรรจบมาเป็นนักร้องโดยไปอยู่กับวงของศรีไพร ใจพระ ( เก่งกาจ จงใจพระในปัจจุบัน ) ที่ตอนนั้นใช้ชื่อวงกระดิ่งทอง โดยที่นี่ บรรจบ ใช้ชื่อว่าบรรจบ ใจพระ และมีผลงานเพลง อย่าเดินโชว์ จากการแต่งของสุรินทร์ ภาคศิริ เป็นเพลงแรกที่อัดเสียง และก็มีชื่อเสียงโด่งดังในทันที

หลังจากนั้นไม่นานสุรพล สมบัติเจริญ ก็ถูกยิงตาย รังสี ทัศนพยัคฆ์ จึงทาบทามไปเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง สุรพลลูกพ่อ เมื่อโด่งดังจึงแยกจากวงศรีไพร และเปลี่ยนชื่อจากบรรจบ ใจพระ มาเป็นบรรจบ เจริญพร

นอกจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้ร่วมแสดงและร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ มนต์รักลูกทุ่ง “ หลายเพลงด้วย โดยหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเพลงดังอย่าง “ รักร้าวหนาวลม “

บรรจบ เจริญพร เป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรกที่ย้ายมาอยู่ในซอยบุปผาสวรรค์ ซึ่งเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานของวงการลูกทุ่ง เพราะในสมัยที่วงการลูกทุ่งกำลังเฟื่องฟู ซอยบุปผาสวรรค์ ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงทางธุรกิจของวงการลูกทุ่งไทยเลยทีเดียว และผู้เปิดตำนานนี้ก็คือบรรจบ เจริญพร

ปัจจุบัน บรรจบก็ยังคงพักอยู่ในซอยนี้ และพยายามผลักดันผลงานเพลงอออกสู่ตลาดอยู่เสมอ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ เพราะไม่มีทุนในการโปรโมต

สำหรับชีวิตครอบครัวในปัจจุบัน บรรจบ เจริญพร แต่งงานกับนางสมใจ แต่ตอนนี้เป็นพ่อหม้ายเมียตาย มีลูก 2 คน และหลานอีก 3 คน

ข้อมูลและภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ

นำเพลงดังเพลงแรกของเขามาให้ฟังกันครับ “ อย่าเดินโชว์ “

เพลงนี้ ได้ทำนองมาจากเพลงญี่ปุ่นชื่อ “ ฮอกไกโด ซารันบูจิ “ สุรินทร์ ภาคศิริ บอกเอาไว้ในหนังสือ “ เบื้องหลังเพลงดัง “ ว่า ที่มาของเพลงนี้ก็คือการที่ “ศักดิ์ศรี ศรีอักษร “ ที่กำลังดังจากเพลง “ ผู้ใหญ่ลี “ ได้ร้องเพลงญี่ปุ่นให้ฟังเพลงหนึ่ง พร้อมกับขอให้เขาเนื้อไทยลงไปแทน ด้วยความที่อยากจะแสดงความสามารถในฐานะนักแต่งเพลงหน้าใหม่ ที่เพิ่งมีผลงานเพลงได้รับการบันทึกเสียง ประกอบกับสมัยนั้น ไม่มีเทปบันทึกเสียง การต้องมาจดจำทำนองให้ได้ก่อนลงมือแต่ง จึงเป็นเรื่องที่เสียเวลา สุรินทร์ก็เลยขอให้ศักดิ์ศรีร้องเพลงให้ฟังทีละท่อน ก่อนที่เขาจะใส่เนื้อเพลงทีละท่อนตามไป เมื่อร้องจบ เขาก็ใส่เนื้อจบเพลงพอดี ต่อมาเพลงนี้ก็คือเพลง “ สัญญาที่โตเกียว “

และต่อมา สุรินทร์ก็นำทำนองเพลงนี้มาใส่เนื้ออีกครั้ง สำหรับผู้ชายร้อง จนกลายเป็นเพลง “ อย่าเดินโชว์ “ ที่สร้างชื่อให้กับนักร้องหน้าใหม่ชื่อบรรจบ เจริญพรในปัจจุบัน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 24 June 2011, 04:49 PM
Post #54


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......สำหรับเพลงไทยเราเพลงนี้ก็อมตะแน่นอน happy.gif









ประวัติของเพลงลาวดวงเดือน มีอยู่ว่า เมื่อกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมได้&shy;เสด็จไปนครเชียงใหม่ และเกิดชอบพอกับเจ้าหญิงชมชื่น พระธิดาองค์โตของเจ้าราชสัมพันธ&shy;วงศ์และเจ้าหญิงคำย่น ณ ลำพูน ทรงโปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ&shy;เป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอ แต่ได้รับการทัดทาน ไม่มีโอกาสที่จะได้สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้ามาก และได้ทรงพระนิพนธ์เพลงนี้ขึ้น เมื่อใดที่ทรงระลึกถึงเจ้าหญิงช&shy;มชื่น ก็จะทรงดนตรีเพลงลาวดำเนินเกวีย&shy;น (ลาวดวงเดือน) เพลงนี้ หรือให้มหาดเล็กเล่นให้ฟัง มาตลอดพระชนมชีพ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 28 June 2011, 10:00 PM
Post #55


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



QUOTE (LEE @ 8 November 2010, 10:36 PM) *
高山流水(古筝曲) เกาซานหลิวสุ่ย ( กู่เจิงบรรเลง )




ขอเชิญชมภาพทิวทัศน์ของหวงซานของจีนซึ่งมีความสวยงามมีชื่อเสียงทางด้าน เมฆและหมอก
ทิวทัศน์ชุดนี้เขาใช้เพลง "เกาซานหลิวสุ่ย" จากข้างบนบรรเลงประกอบแต่ว่าดนตรีได้รับการเรียบเรียงใหม่และบรรเลงด้วยเครื่อง
ดนตรีที่เรียกว่า 箜篌 Konghou (คุงโหว) ซึ่งเป็นเครี่องดนตรีโบราณของจีนซึ่งดั้งเดิมกำเนิดจากทางตะวันตก

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 28 June 2011, 10:07 PM
Post #56


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......เรามารู้จัก 箜篌 Konghou : an ancient Chinese harp และมาฟังพร้อมชมนักดนตรีไปพร้อมกัน happy.gif

The konghou (箜篌) is an ancient Chinese harp. The konghou went extinct sometime in the Ming Dynasty, but was revived in the 20th century. The modern instrument does not resemble the ancient one.

The main feature that distinguishes the modern konghou from the Western concert harp is that the modern konghou's strings are folded over to make two rows, which enables players to use advanced playing techniques such as vibrato and bending tones. The two rows of strings also make it suitable for playing swift rhythms and overtones.

The wo-konghou, or horizontal konghou, was first mentioned in written texts in the Spring and Autumn period (770–476 BC). The shu-konghou, or vertical konghou first appeared in the Eastern Han Dynasty (25–220AD). The phoenix-headed konghou was introduced from India in the Eastern Jin Dynasty (317-420 AD).

The konghou was used to play yayue (court music) in the Kingdom of Chu. During the Han Dynasty (206 BC–220 AD) the konghou was used in qingshangyue (a music genre). Beginning in the Sui Dynasty (581-618), the konghou was also used in yanyue (banquet music). Konghou playing was most prevalent in the Sui and Tang dynasties. It was generally played in rites and ceremonies and gradually prevailed among the ordinary people



Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 3 July 2011, 08:11 PM
Post #57


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......เพลงซอเอ่อหูที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นเพลงต้นฉบับที่บันทึกครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของศิลปินชาวบ้านซึ่งเป็นคนตาบอด
เลี้ยงชีพด้วยการเล่นดนตรีแลกเงินชื่อ "อาปิ่ง" เพลงๆนี้ได้เป็นที่ยกย่องและยอมรับว่ากลั่นออกมาจากชีวิตจริงที่สุดแสนจะรัน่ทด
และขมขื่นของอาปิ่ง ขอเชิญท่านลองรับฟังดู

Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 3 July 2011, 08:54 PM
Post #58


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.....อาปิ่งเกิดในปี ค.ศ 1893 บิดาเป็นนักพรตที่ได้แต่งงานกับแม่หม้ายซึ่งการแต่งงานเช่นนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมชาวบ้าน
ในยุคนั้นทำให้ครอบครัวนี้ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากชาวบ้านเมื่ออาปิ่งมีอายุเพียงหนึ่งขวบมารดาก็มาเสียชีวิตจากไป อาปิ่งได้
รับการถ่ายทอดวิชาการเล่นดนตรีจากบิดาตั้งแต่เด็กและเนื่องจากความรู้สึกต่ำต้อยในสังคมทำให้เขาหมั่นฝึกฝนดนตรีเพราะว่า
ดนตรีเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับจากผู้คนรอบข้าง
......ในปี 1914 บิดาของอาปิ่งก็เสียชีวิตและรายได้ของอารามที่บิดาเป็นนักพรตอยู่ก็เผชิญกับปัญหารายได้อย่างหนักอีกทั้งตัว
อาปิ่งเองก็เสียคนจากการติดฝิ่นและเที่ยวโสเภณีทำให้ชีวิตตกต่ำลงเรื่อยๆซ้ำร้ายเมื่อเขาอายุได้ยี่สิบห้าปีตาทั้งสองข้างบอดสนิท
ต้องร่อนเร่ไปตามถนนเลี้ยงชีพด้วยการเล่นดนตรีแลกเงิน ในปี 1939 อาปิ่งได้แต่งงานกับหญิงหม้ายชาวบ้านซึ่งทำให้เขาประ
สพปัญหาเช่นบิดาแต่โชคดีของเขาก็คือภรรยาได้ช่วยให้เขาเลิกฝิ่น
......ในปี 1950 อาจารย์ของสถาบันดนตรีแห่งชาติสองท่านได้ไปหาอาปิ่งเพื่อขอร้องให้เขาช่วยเล่นดนตรีบันทึกเทป(ลวด)ไว้
สำหรับสถาบัน อาปิ่งบอกว่าตัวเขาไม่ได้เล่นดนตรีมาสองปีแล้ว สุขภาพของร่างกายก็ไม่ดีและสายขอซอก็ถูกหนูกัดขาดแล้ว
ซึ่งเขาถือว่าการที่หนูกัดสายซอนั้นเป็นการลงโทษของฟ้า หลังจากที่อาจารย์ทั้งสองท่านได้เพียรขอร้องและจัดหาเครื่องดนตรี
ให้ อาปิ่งในที่สุดตอบตกลงที่จะยอมเล่นดนตรีให้บันทึกเสียง แต่เขาขอเวลาฝึกซ้อมก่อนส่ามวัน
......หลังจากบันทึกเสียงเสร็จในเดือนเก้าอาจารย์ทั้งสองท่านได้เชิญอาปิ่งให้เป็นอาจารย์ของสถาบันดนตรีแต่ว่าเนื่องจากร่าง
กายของอาปิ่งอ่อนแอจากการป่วยหนักจึงไม่สามารถตอบรับได้ ในวันที่สี่เดือนสิบสองปีเดียวกันอาปิ่งก็จากโลกนี้ไปและภรรยา
ของเขาก็ถึงแก่กรรมในปี1951ถัดมา
......ทางจีนได้มีคลิปชีวิตของอาปิ่งและเบื้องหลังการบันทึกเสียงเพลงๆนี้แต่น่าเสียดายที่ภาษาพูดทั้งหมดเป็นภาษาจีนกลาง
ผมจะขอนำลงให้ชมเผื่อท่านใดจะเข้าใจหรือไม่ก็เข้าใจตามที่ท่านชมแล้วจินตนาการเอาเองแล้วกันนะครับ













สถาบัน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 3 July 2011, 09:08 PM
Post #59


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......เมื่อบันทึกเพลงเสร็จอาจารย์ทั้งสองท่านถามอาปิ่งว่าจะให้เพลงๆนี้ชื่ออะไร อาปิ่งนิ่งคิดสักครู่แล้วบอกว่าขอให้เพลงนี้มีชื่อ
ว่า 二泉映月 เอ่อเฉียวนอิ่งเยี่ย ( เงาจันทร์สะท้อนที่ลำธารเอ่อเฉียวน) ลองมาฟังเพลงๆนี้ที่เล่นและบันทึกในยุคปํจจุบันดู happy.gif





Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 3 July 2011, 10:16 PM
Post #60


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



เอ่อหูงาช้างกับวงใหญ่

Go to the top of the page
 
+Quote Post

4 Pages V  < 1 2 3 4 >
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 20 October 2019, 01:03 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design