IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

2 Pages V   1 2 >  
Reply to this topicStart new topic
> เดินป่า...ไปปาย ( ตอนที่ 1)..เริ่มต้นจากแม่ฮ่องสอน-ไปบ้านห้วยเป๊าะ, บันทึกของคนกลุ่มหนึ่ง ..ใช้เวลา 4 วัน เดินป่า จากแม่ฮ่องสอน ไปปาย
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 07:39 PM
Post #1


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



....หลังจากชักชวนสมัครพรรคพวก เดินจากแม่ฮ่องสอนไปปาย

ปรากฏว่ามีคนสนใจอยากร่วมทางไปมากมาย แต่ครั้นถึงเวลาเดินทางจริงๆ
เหลือเพียงหกคนเท่านั้น ที่ตัดสินใจร่วมทางไปด้วย

กับลูกหาบกะเหรี่ยงอีกเจ็ดคน รวมเป็นสิบสามชีวิต


...ลัคกี้นัมเบอร์ทั้งหมด ใช้เวลาเดินป่า จากเมืองแม่ฮ่องสอน
ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2552 จนถึงที่หมายปลายทาง ดอยหมากพริก
เข้าเขตอำเภอปาย ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552
รวมเวลาที่เดินเท้า ผ่านหุบเหว โตรกเขาสูงชัน 4 วันเต็ม

เดินเท้าวันละ 8 ถึง 9 ชั่วโมง



.....................................................................




ผ่านภูมิประเทศทุรกันดาร ได้พบเห็น ธรรมชาติสุดแสนงดงาม
ข้ามผ่านความหิวโหย เหนื่อยล้า ทุกข์ยาก อย่างแสนสาหัส


ได้สัมผัส เรียนรู้แก่นแท้ของคำว่า "เพื่อน"
และคุณค่าของชีวิต


จนถึงที่หมาย สมความตั้งใจ

....................................................................................

บันทึกบทนี้.......... เขียนขึ้นเพื่อรำลึกถึงความทรงจำที่งดงาม
และคารวะ ในความมุ่งมั่น ตั้งใจ เด็ดเดี่ยว ของคนผู้ไม่ยอมพ่ายแพ้

เป็นตำนานบทเล็กๆ..... ที่คนกลุ่มหนึ่ง ได้ใช้ชีวิตและมีชะตากรรมร่วมกัน....


วันแรกของการเดินทาง

เราไปเขียนตำนานกัน..........

จากบ้านกะเหรี่ยงพะโข่โหล่ ไปบ้านห้วยเป๊าะ

เราตั้งต้นกันที่นี่ครับ..
เมืองแม่ฮ่องสอน มองจากมุมสูง
ประตูทางเข้าอยู่ที่ทิวเฃา ตรงปลายขอบฟ้า........
ที่แสงแดดสาดส่อง เหมือนทางเข้าดินแดนเร้นลับ

Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 07:54 PM
Post #2


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984





..สิงห์ใหญ่ ตรงทางขึ้นพระธาตุดอยกองมู เป็นศิลปะไทยใหญ๋ที่งดงาม


....เนื่องจากการเดินทางไกลครั้งนี้ ต้องผ่านดอยสูง และหนทางกันดารไกล

ผมจึงเลือกเฟ้น สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับการเดินทาง....
ไม่ว่าจะเป็นมีด
หรือปืนสั้น สำหรับป้องกันตัว

ผมเลือก .44 รูเกอร์ super Blackhawk ลำกล้อง 5 1/2 นิ้ว
อำนาจของมัน มั่นใจได้ในทุกเหตุการณ์
แม้ว่าป่าแถบนี้ จะไม่มีเรื่องจี้ปล้นใดๆ แต่อันตรายจากสัตว์ป่า
อย่างหมาจิ้งจอกและสัตว์อื่นๆก็ยังมี

มีดติดตัว
...ผมเลือกมีด Highlander ใบมีด 7 นิ้ว ไปด้วย เพราะน้ำหนักไม่มาก ใช้งานคล่องมือ
ไว้ใจได้ .... เป็นมีดเล่มโปรด



..เล่มต่อมาเป็นมีดเล็ก ใบตาย ยาว 3 นิ้ว ที่คุณ DicK มอบให้ในคราวที่มางานศพคุณพ่อ ตาเกิ้น
เป็นมีดเล็กที่ผมชื่นชอบมากเล่มหนึ่ง
ความคมจัดจ้าน ใช้ได้ในงานแค็มป์และแล่เนื้อ หั้นพริก หั่นผัก สารพัดประโยชน์

ทั้ง 2 เล่ม อยู่ในซองไคเด็กซ์ ติดเอว ลุยน้ำข้ามเขาได้สบายใจ
ไม่ต้องกลัวตกหาย ให้ช้ำใจ



....อีกเล่ม เป็นมีดไทยใหญ่ สำหรับกองกลาง
ที่ลูกหาบทุกคน มาหยิบฉวยได้ โดยไม่ต้องเสียดาย




เป้หลังเลือกเอาเป้ Gregory ขนาด 35 ลิตร จากร้านของตาเกิ้น
เป็นเป้ซึ่งแรกๆ...ผมไม่ชอบ(เพราะราคาแพงเกว่ายี่ห้ออื่นเกือบเท่าตัว)
แต่เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว คุ้มมาก

เนื่องจากเมื่อเทียบขนาดกับเป้ยี่ห้ออื่น ที่มีขนาดเดียวกัน
มันเบากว่า กิโลครึ่ง

น้ำหนักที่ได้มาฟรีๆ ผมใส่อาหารยังชีพ ได้หลายมื้อ

เป้ถูกออกแบบให้เจ้ากัยสรีระดีมาก
แบกสัมภาระ เดินป่าได้ทั้งวัน

แถมยังมีเงื่อนไขรับประกันอีกด้วย..
.
ซื้อของอะไรก็ตาม ถ้ามีรับประกัน..ผมว่าไม่แพง



ลูกหาบที่เลือกมา ทุกคนล้วนเชื่อมือ ไว้ใจได้ ในทุกสถานะการณ์
เดินป่าด้วยกันมาหลายปี หลายป่า...

อดด้วยกัน อิ่มด้วยกัน มาหลายครั้ง

เราคัดสรรเอาสิ่งดีที่สุดมารวมกัน....



........................................................................................................


ได้เวลาแล้ว...
10.00น อากาศเย็นสบาย

..ส่วนหนึ่งของนักเดินทางด้วยเท้า

เริ่มต้นเดินเจากบ้านพะโข่โหล่.. ห่างจากตัวเมืองไป 5 กิโลเมตร

ดูหน้าตา ท่าทางยิ้มแย้มกันดี

........................................................................................................



พะตี่มือเหล็ก ...พะโด่ทีและสุริยัน เพื่อนกะเหรี่ยงอยู่บ้านห้วยกล้วย
สู้อุตส่าห์เดินลงมารับถึงในเมือง

พวกเขาสามคน เดินมากว่าเจ็ดชั่วโมง...แล้วต้องย้อน ข้ามน้ำ ข้ามดอยกลับไปพร้อมพวกเรา

น้ำใจอย่างนี้....หาไม่ได้ในสังคมเมือง[/QUOTE]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
วิลาศ
post 16 November 2009, 07:58 PM
Post #3


..... วินิจผล ..... ...ราชสีห์พายัพ...


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 4,115
Joined: 31 March 2008
From: ๑๑๑หมู่๑๐ ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
Member No.: 4,424



QUOTE (ชัชวาลย์ @ 16 November 2009, 07:54 PM) *


..สิงห์ใหญ่ ตรงทางขึ้นพระธาตุดอยกองมู เป็นศิลปะไทยใหญ๋ที่งดงาม


....เนื่องจากการเดินทางไกลครั้งนี้ ต้องผ่านดอยสูง และหนทางกันดารไกล

ผมจึงเลือกเฟ้น สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับการเดินทาง....
ไม่ว่าจะเป็นมีด
หรือปืนสั้น สำหรับป้องกันตัว
ผมเลือก .44 รูเกอร์ super Blackhawk
แม้ว่าป่าแถบนี้ จะไม่มีเรื่องจี้ปล้นใดๆ แต่อันตรายจากสัตว์ป่า
อย่างหมาจิ้งจอกและสัตว์อื่นๆก็ยังมี

ผมเลือกมีด Highlander ไปด้วย เพราะน้ำหนักไม่มาก ใช้งานคล่องมือ


..เล่มต่อมาเป็นมีดเล็ก ใบยาว 3 นิ้ว ที่คุณ DicK มอบให้
เป็นมีดเล็กที่ผมชื่นชอบมากเล่มหนึ่ง
ความคมจัดจ้าน ใช้ได้ในงานแค็มป์และแล่เนื้อ ปรุงอาหาร

....อีกเล่ม เป็นมีดไทยใหญ่ สำหรับกองกลาง
ที่ลูกหาบทุกคน มาหยิบฉวยได้

ลูกหาบที่คัดสรรมา ทุกคนล้วนเชื่อมือ ไว้ใจได้ ในทุกสถานะการณ์



........................................................................................................


ได้เวลาแล้ว...
10.00น อากาศเย็นสบาย

..ส่วนหนึ่งของนักเดินทางด้วยเท้า

เริ่มต้นเดินเจากบ้านพะโข่โหล่.. ห่างจากตัวเมืองไป 5 กิโลเมตร

ดูหน้าตา ท่าทางยิ้มแย้มกันดี

........................................................................................................



พะตี่มือเหล็ก ...พะโด่ทีและสุริยัน เพื่อนกะเหรี่ยงอยู่บ้านห้วยกล้วย
สู้อุตส่าห์เดินลงมารับถึงในเมือง

พวกเขาสามคน เดินมากว่าเจ็ดชั่วโมง...แล้วต้องย้อน ข้ามน้ำ ข้ามดอยกลับไปพร้อมพวกเรา

น้ำใจอย่างนี้....หาไม่ได้ในสังคมเมือง


ขอบพระคุณ กรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แม้จะเหน็ดเหนื่อยมาก....และรออ่านอีกครับ แฮ่ ๆๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:07 PM
Post #4


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984





ออกเดินทางผ่านหมู่บ้านกะเหรี่ยงพะโข่โหล่ ไปตามถนน ตัดออกท้ายบ้าน
ลูกหาบเป็นเพื่อนร่วมทางที่สำคัญยิ่ง

พวกเขาใช้ก๋วยสะพายไหล่ อัดแน่นด้วยสัมภาระและเสบียงสำหรับยังชีพ

เสบียงส่วนหนึ่ง ผมส่งไปรอล่วงหน้าที่หมู่บ้านห้วยกล้วย ที่เราต้องผ่าน

เป็นการลดภาระหาบหาม...


ข้าวสารเตรียมไปแต่พอหุงหากินได้สองมื้อ

นอกนั้นไปหาเอาจากหมู่บ้านข้างหน้า

เพื่อนเราทั้งนั้น.....

........................................................................................................



เส้นทางพาเราสู่ทางดิน ในร่มครึ่มของแมกไม้ ที่กำลังผลัดใบ
ผ่านไร่ข้าว ที่กำลังตกรวง เหลืองอร่าม

.......................................................................................................


แดดจ้า ฟ้าใส กระจ่างตา เป็นเพื่อนเรา

ผู้พันน้อง ... เดินอารมณ์ดีไปตลอดทาง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:13 PM
Post #5


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]
ทางเดินสายเล็ก พาเราลัดเลาะ ข้ามลำธารและฝายของชาวบ้าน

วันนี้ เส้นทางครึ่งวันแรก ต้องเดินทวนน้ำ ข้ามหิน หลายชั่วโมง



แทบไม่น่าเชื่อว่า ห่างจากเมืองเพียงไม่กี่กิโลเมตร
แต่เรายังสัมผัส ถึงธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่นเพียงนี้

.......................................................................................................
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:19 PM
Post #6


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]
....ข้ามน้ำ ข้ามห้วยมาไม่รู้ว่ากี่ครั้ง

....................................................................................................



เข้าฤดูหนาวแล้ว..แต่น้ำในลำห้วยยังมากอยู่

บางช่วงลึกถึงเอว

.......................................................................................................



.......................................................................................................

Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:21 PM
Post #7


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



...เดี๋ยวมาต่อครับ biggrin.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:43 PM
Post #8


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]

ข้างหน้าเป็นผาแยกออกจากกัน
ลำธารเย็นเยียบ ไหลผ่าน
ใครมาเห็นตรงนี้ ต้องอุทานด้วยความตื่นเต้น ในความงดงาม

เราต้องเดินผ่านความยิ่งใหญ่ของภูผา

.......................................................................................................



ข้างหลังคุณกี้...

หม่อวาเพื่อนชาวกระเหรี่ยง...อึด... บึกบึน บรรทุกได้ไม่จำกัดน้ำหนัก
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:46 PM
Post #9


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]

ด้านหลังตาเกิ้น เป็นผาพิงกัน
ภาษาเหนือเรียกว่า "ออบ"

........................................................................................................


หม่อโพ พี่ชายหม่อวา...หนึ่งในเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด

เท่าที่พระเจ้าจะหามาให้คุณได้

.......................................................................................................

........................................................................................................
ป๊อบ... นักกีฬาทีมชาติ ..
บ้าพลัง...กับโขดหินท้าทายกำลัง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 08:48 PM
Post #10


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]

ทางเดินหลายช่วงต้องเลาะไปตามโขดหิน ทั้งลื่น ทั้งชัน

....................................................................................................................................................................

















สะพานก็คือ ...ไม้ท่อนเล้กๆที่ทอดข้ามอุปสรรค ให้เราก้าวผ่านไปหาความสำเร็จ
ด้วยมือของเพื่อน






สะพานชีวิต...บางครั้งแทบไม่เหลือทางเดินให้เราเลือกมากนัก
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 09:03 PM
Post #11


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]

น้ำตกสายเล็กๆ มีให้เห็นตลอดทางเดิน

....................................................................................................................





..................................................................................................................




ข้อสอบยากๆ ที่ส่งมาสอบเรา


..............................................................................................................
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Werewolf
post 16 November 2009, 09:06 PM
Post #12





Group: ยกรƒรƒรยกร’รƒยชร˜รยชยน
Posts: 8,030
Joined: 8 January 2007
From: Home
Member No.: 3



เอ....คณะที่ไปด้วยเนี่ย หน้าคุ้นๆนะครับ mellow.gif


--------------------
Live to ride...Ride to live...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 09:12 PM
Post #13


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]



....แต่ก็ให้รางวัล ด้วยการส่งสิ่งแสนสวยมารอรับเราด้วย
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 09:16 PM
Post #14


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



]

เดินมากว่าสองชั่วโมง...หิวแล้ว

มื้อกลางวันของลูกหาบ


....หลังจากเดินกันมานานกว่าสองชั่วโมง ทางเดินเปลี่ยนเป็นขึ้นดอยสูง
จากป่าทึบ เริ่มเป็นเป็นป่าสน แซมด้วยเต็ง
ทางเดินเล้กๆ พาเราเลาะเลียบไหล่ดอยสูง จนเราต้องหยุดพักบ่อยครั้ง

ภรรยาผมเธอเคยเดินป่าแถบนี้ บอกว่า..ดอยลูกนี้ สูงไม่มีเหตุผล

คนขี้สงสัยได้มาเดินแล้วลงความเห็นเหมือนกัน

...ว่ามันสูงไม่มีเหตุผลจริงๆ



พวกเราเรียกดอยลูกนี้ว่า "ดอยไม่มีเหตุผล"



....................................................................................................



นั่งพักเหนื่อยบนสันดอย หลังจากที่ตะเกียก ตะกายมาจนสำเร็จ

ยังเหลืออีกแยะ...

ตรงนี้เป็นจุดพักของคนเดินทาง


ลมเย็นๆ ช่วยให้สดชื่น คลายเหนื่อยได้บ้าง

......................................................................................................
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 09:20 PM
Post #15


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984




...ราวสี่โมงเย็น ทางเดินพาเราตัดลงสู่ที่ต่ำ สลับเนินสูงเป็นระยะ
แต่ไม่นาน ทางก็วกขึ้นป่าไผ่ที่สูงเหมือนไม่ทีสิ้นสุด


เกือบห้าโมง ...เราเริ่มเห็นไร่ข้าวกะเหรี่ยง

เหลืองอร่าม ตามรายทาง เป็นสัญญาณว่า จะมีหมู่บ้านข้างหน้า

และแล้วอีกชั่วโมงต่อมาก็มาถึงบ้านกะเหรี่ยงซึ่งแต่เดิม
มีห้าหกหลังคา ต่อมาอพยพโยกย้ายไปหมด เหลือหลังคาเดียว
เจ้าของไม่อยู่ ไปเกี่ยวข้าว

แวะพักเหนื่อย ดื่มน้ำแล้วเดินทางต่อ


มีคนถามหม่อโพว่า กี่โมงจะถึงบ้านห้วยเป๊าะ...
เสียงตอบมาว่า..เคารพธงชาติก็ถึงแล้วววว.......



แต่เคารพธงชาติของเขาหมายความว่า
เราต้องเดินตัดป่าผาก สลับดอยสูง เหมือนตอนบ่ายไปอีกกว่าสองชั่วโมง

ในความมืดที่ล้อมรอบเรา

....ความหิว ความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าผสมกลมกลืนกันในตัว
ขาสองข้างเมื่อยไปหมด เหงื่อเปียกเสื้อชุ่มโชก รู้สึกได้ว่าไหลลงท่อนล่าง
ไหล่ระบมเพราะแบกเป้มาทั้งวัน

ท้องร้องโกรกกราก คร่ำครวญขออาหาร

....ในความมืด เหมือนม่านหมึก
ไฟฉาย Primus PrimeLite ที่ตาเกิ้นเอามาฝาก
แสดงอานุภาพของมันออกมาอย่างเต็มที่
ความสะดวกที่ไฟคาดหัว ทำให้ผมไม่ต้องมาคอยพะวง อะไรเลย

ผมใช้ไฟฉายคาดหัวมามาก โยนทิ้งไปก็เยอะแยะ...แต่เจ้า Primus นี่ ถูกใจที่สุด


สว่างจ้า สะใจ น้ำหนักก็เบา



จนกระทั่งในที่สุด....
ถึงที่หมายแรก...บ้านห้วยเป๊าะ เมื่อเวลาทุ่มกว่า....

บ้านห้วยเป๊าะเป็นชุมชนกะเหรี่ยงเล็กๆ มีบ้านไม่กี่หลังคาเรือน
เมื่อเราเดินผ่านบ้านนุดิ กะเหรี่ยง ที่เป็นเพื่อนผม
มีฝรั่งสามคน เป็นนักท่องเที่ยวมาเดินป่า นั่งทานอาหารเย็นบนบ้าน

หลายคนไม่รู้ว่า เส้นทางเดินป่าแถบแม่ฮ่องสอน เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สำหรับชาวยุโรป
ด้วยความชื่นชอบ ธรรมชาติงดงาม และปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง


ความหิวทำให้เจ้าป๊อบบอกว่า...แทบจะไปขอข้าวฝรั่งกินเลย

เราเลือกลานกว้างใกล้หมู่บ้าน สูงขึ้นไปอีกเล็กน้อยเป็นที่พักกางเต๊นท์
นุดิเพื่อนกะเหรี่ยง มาช่วยปรับพื้นที่ หาฟืน


อาบน้ำประปาภูเขาเย็นเจี๊ยบไล่ความเหนื่อย
และอาหารมื้อเย็นเกือบสามทุ่ม ทำให้เรามีเรี่ยวแรงมากขึ้น





รอบกองไฟของวันแรก ...อากาศเย็นเฉียบ





มีเสียงเก้งร้องเป็นระยะ ดังไม่ไกลจากที่พัก
เหมือนทักทายคนแปลกหน้า ผู้มาจากแดนไกล

หมดไปแล้ว 1 วัน...
ตามมาด้วยเสียงตอบว่า...ยังเหลืออีก 4 วัน

แต่วันนี้..เราเดินทางด้วยเท้ามากว่า 9 ชั่วโมง !!!!
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 16 November 2009, 09:37 PM
Post #16


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



QUOTE (ชัชวาลย์ @ 16 November 2009, 09:12 PM) *
]

....แต่ก็ให้รางวัล ด้วยการส่งสิ่งแสนสวยมารอรับเราด้วย

เฟินต้องอย่างนี้ครับ.......มีวิญญาณป่า wub.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 09:38 PM
Post #17


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



...แล้วมาเล่าต่อนะครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 16 November 2009, 10:06 PM
Post #18





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



จะก่อไฟ ตั้งเตา ต้มกาแฟรอนะครับ tongue.gif

เห็นแล้วอยากไปด้วยจัง แต่ไม่รู้ว่าสังขารเดี๋ยวนี้จะยังพาตัวรอดได้สักกี่น้ำ..... sweat.gif


--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
นายสาราพัด
post 16 November 2009, 10:30 PM
Post #19


ลูกผู้ชายตัวจริง


Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 4,563
Joined: 8 January 2007
Member No.: 6



มารออ่านค่อครับ smile.gif


--------------------
สำหรับทุกอย่างของเพื่อน
สำหรับเพือน ..น้อยกว่านี้ได้ยังไง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:00 PM
Post #20


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



10 พฤศจิกายน 2552

วันที่2 ของการเดินทาง...
จากบ้านห้วยเป๊าะ-ไปบ้านห้วยกล้วย

.........................................................................................................................

....อากาศเย็นปลุกผมแต่เช้า เต๊นท์ชุ่มฉ่ำเพราะน้ำค้าง
เสียงชะนีร้องโหวกเหวกมาแต่ไกล

สลับด้วยเสียงนกเซ็งแซร่

กระรอกส่งเสียงทัก...แจ๊กๆดังจากยอดไม้

บอกว่าที่นี่เป็นป่า

กาแฟร้อนๆรสเข้ม ช่วยให้สดชื่นขึ้นมาก ความเหนื่อยล้า หายไปหมดแล้ว

วันนี้เราจะเดินไปนอนบ้านห้วยกล้วย
แม้จะล่าช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ ... แต่ไม่เป็นไร

ช้าเร็ว..ปายก็ไม่ได้หนีไปไหน





ระดับความสูง ที่1126 เมตร



อย่างน้อย....เช้านี้ก็มีข้าว และแกงผักกาดขาวกิน


...ไข่เจียวร้อนๆ หอมฉุย



คนที่เคยกินข้าวไร่หุงสุกใหม่ ...โปะด้วย ไข่เจียวหนานุ่ม ...ราดด้วยน้ำแกงผักกาด กลางป่า ...เท่านั้น

ที่จะบรรยายรสชาตและความรู้สึกได้

Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:05 PM
Post #21


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



ทิ้งบ้านห้วยเป๊าะไว้ข้างหลัง

........ทางสายเล็กๆพาเราขึ้นไปบนดอยสูง สลับป่าหญ้า ก่อและผักกูดดอย
น้ำค้างเกาะยอดไม้แพรวพราว ป้ายติดขากางเกงเปียกชุ่ม

ชั่วโมงต่อมา เราผ่านไร่ข้าว ที่กำลังออกรวงเหลืองอร่าม
ในไร่มีแตงกะเหรี่ยงลูกใหญ่ ขึ้นแซมเป็นหย่อม มองเห็นได้แต่ไกล
ลูกหาบแวะเข้าไปทักทายเจ้าของไร่ นั่งดื่มน้ำชา และเดินทางต่อ



ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็น...สีฟ้าจริงๆ ไม่หม่นมัวสลัวรางเหมือนในเมืองกรุง
แม้จะมีเมฆบ้างประปราย แต่ก็ยังคงกระจ่าง สดสวย



หมากะเหรี่ยงในไร่


Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:15 PM
Post #22


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984





เจ้าของไร่ ในเพิงพักเล็กๆ ต้อนรับเราด้วยน้ำชาและไมตรี


ชายผู้เป็นสามี และข้าวเต็มรวง

เป็นหลักประกันได้ว่า..ปีนี้ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี



กระป๋องเก่าๆ ดัดแปลงทำเป็นที่ดักหนู ที่เข้ามากินข้าวในไร่

พวกเขาใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด...



ครั้งหนึ่ง.....เพื่อนกะเหรี่ยงบอกว่า

"คนกรุงเทพฯมีของมากมาย...แต่ไม่ใช้"
"อะไรละ" ผมถาม


"ตีนไง"!!!!..."มีตีน...แต่ไม่ใช้เดิน"
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:19 PM
Post #23


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



ผ่านขึ้นไปบนความสูง.... กว่าที่เคยสูง เหนือสันดอยอีกครั้ง
อากาศเย็น แต่เหงื่อก็ท่วมตัวเรา

กลุ่มคนผู้ดื้อด้านแรงโน้มถ่วงของโลก หยุดพักเป็นระยะ ตามความสูง

ที่เห็นเป็นทิวลิบๆด้านหลัง เป็นทิวเขาในเขตอำเภอ ปางมะผ้า





ก่อนเที่ยงเราขึ้นมาบนสันดอยสูงสุดในละแวกนั้น นั่งพักชมทิวเขาใหญ่น้อยเบื้องหน้า
และทิวทัศน์ที่ผ่านมา

ก่อนจะเดินทางต่อ



เพื่อนร่วมชะตากรรม...ยังต้องเดินอีกไกลนัก






ยอดอ่อนของต้นส้มปี้ริมทาง

เราเก็บมายำ คลุกเคล้าด้วยปลากระป๋อง ถั่วลิสงคั่ว พริกป่น
กลายเป็นอาหารแสนอร่อยในมื้อเย็นในวันนั้น
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:23 PM
Post #24


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



....

มูลหมาป่า ...มีให้เห็นตลอดทาง



รอยเม่นใหม่ๆ
อีกสมดุลย์ของห่วงโช่อาหาร ที่ธรรมชาติกำหนดมา





...ตอไม้ที่ตายแล้ว...กับชีวิตของเจ้าป๊อบ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:26 PM
Post #25


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984





เป้าหมายข้างหน้า..
หมู่บ้านห้วยกล้วย

จากจุดนี้ เราต้องเดินทางอีกสี่ห้าชั่วโมง

ทางลงจากสันดอยชันมาก พื้นเป็นกรวด ร่วน
ป่าหญ้าขึ้นเป็นหย่อม แซมด้วยไม้ยืนต้นประปราย
[/QUOTE]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:30 PM
Post #26


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984





ถามพะอือ คนนำทางว่าอีกไกลมั๊ย...กว่าจะถึงบ้านห้วยกล้วย


"กิโลเดียว"..แกชี้มือไปข้างหน้า

แต่องศาของมือนั้น เกือบตั้งฉาก
แทนเส้นคอนทัวร์แสดงความชัน

.....เป็นคำตอบที่แกตอบทุกคน และทุกครั้งที่มีใครถาม



และเปลือกสน...รอยแตกระแหง ขรุขระ
ยืนหยัดผ่านฝน ผ่านหนาวหลายฤดูกาล

แทนคำบอกเล่า ว่าชีวิต...ได้พบผ่านอะไรมามากมาย






...แวะกินข้าวกลางวันเติมพลัง

ผมให้คนนำเบียร์กระป๋องและน้ำดื่มจำนวนหนึ่ง ล่วงหน้าไว้ที่บ้านห้วยกล้วย


พะโด่ทีและเพื่อนกะเหรี่ยงช่วยขนมาไว้กลางป่า
มากพอที่ทำให้เจ้าป๊อบและเจ้าก้อง ...ยอมเป็นทาสรับใช้ หนึ่งวัน



แมลงประจำป่า มาเยี่มทันทีที่หยุดพัก





ไข่ต้มยัดไส้ด้วยน้ำพริก ราดด้วยซอสเทริยากิ



...อีกมื้อของชีวิต

อิ่มได้..ก็สุขแล้ว
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:38 PM
Post #27


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



ทางลงจากดอยหัวช้าง ไปสู่ลำห้วยข้างล่าง เป็นเส้นทางชัน
และเดินยากกว่าดอยทุกลูกที่เราผ่านมามาก

ตลอดทาง ลื่นเพราะกรวดและใบไม้แห้งร่วงหล่นเกลื่อนป่า

เราลื่นหกล้มกันหลายครั้ง เท้าทั้งสองปวดระบม เพราะรับน้ำหนักมากกว่าขาขึ้น

ปลายเท้ายันพื้นจนเจ็บไปหมด


เกือบสี่โมงเย็น....
มีเสียงน้ำไหลผ่านหาด ดังแว่วมาจากหุบลึกเบื้องล่าง

อีกสิบนาทีต่อมา
ทางลาดชันสุดโหดสายนั้น ก็พาเราสู่สายน้ำชุ่มฉ่ำ
ที่ซึ่งลำห้วยกล้วย ไหลผ่านโขดหิน และป่ารกครึ้ม

ลูกหาบส่วนใหญ่ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว
นั่งล้อมวงจิบน้ำชา ข้างกองไฟควันโขมง
มีกระบอกไม้ไผ่ ต้มน้ำร้อนเรียงรายรอท่า






ทุกคนหยุดพักด้วยความเหนื่อยอ่อน
ปลดเป้หนักอึ้งจากไหล่ที่ระบมล้า
ลมเย็นโชยมา ลูบไล้เนื้อตัวเหนอะเหนียว ด้วยน้ำจากลำห้วย


ผมทรุดนั่งตรงโขดหินริมห้วย....

นั่งฟังถ้อยคำของลำห้วย ที่ไหลรินผ่านหินทราย

กินขนมที่เจ้าก้องส่งมา จิบน้ำชาร้อนๆจากกระบอกไม้ไผ่ที่ลูกหาบคนหนึ่งส่งให้


กลิ่นหอมอ่อนๆจากกระบอกไม้ไผ่ ระคนกลิ่นชา ปลุกให้ผมสดชื่น

วักน้ำล้างหน้าตา

เท่านี้ก็หายเหนื่อย....






พี่ป๊อบ.......แน่จริง "-/฿+๔*-++๓%&*++=... "[/QUOTE]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 16 November 2009, 11:43 PM
Post #28


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



จากลำห้วยกล้วย ... เราไต่ขึ้นบนทางด่านสายเล็กที่สัตว์เลี้ยงและชาวบ้านใช้เดินทาง
ระดับเริ่มเปลี่ยนเป็นสูงขึ้นทีละน้อย

ต้องหยุดพักบ่อยครั้งเพื่อดูทิวทัศน์
นักเดินทางมีเหตุผลมาอ้างเสมอ เวลาที่เขาเหนื่อยล้า

ความสูงของดอยแต่ละลูก เชื่อมต่อกัน ....ทรมานเราไปอย่างนั้นมากกว่าชั่วโมง
จนมาถึงบ้านห้วยกล้วย เมื่อเย็นย่ำ

บ้านห้วยกล้วย....เป็นชุมชนกะเหรี่ยงเล็กๆ มีบ้านและผู้คนไม่มาก
แต่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจและไมตรี

ประชากรที่นี่แทบม่มีรายได้ใดๆ...
ยังชีพด้วยการปลูกข้าว หาของป่า... แต่พวกเขาก็เป็นสุขกับชีวิต

เพื่อนผมเคยมาสำรวจรายได้ประชากรที่แม่ฮ่องสอน
เขาบอกว่า

ประชากรของแม่อ่องสอน มีรายได้ต่อหัว น้อยที่สุด
เมื่อ เทียบกับประชากรจังหวัดอื่นในประเทศไทย

แต่ที่วิเศษสุดไปกว่านั้น...พวกเขาไม่มีหนี้!!!!

ชุมชนตั้งอยู่ในป่าร่มครึ้ม ที่ไม้ใหญ่ยืนแออัด เบียดเสียด
พวกเขาเก็บและดูแลมันไว้ อย่างน่าชื่นชม

มีป้ายเขียนไว้และวางกติกาอย่างชัดเจน

ว่า...ตรงนี้ ห้ามตัดไม้
ตรงนี้ห้ามล่าสัตว์

ซึ่งคนในหมู่บ้านเคารพกฏป่านี้อย่างเคร่งครัด

คนจะดีได้...ต้องเรียนรู้ที่จะซื่อสัตย์กับตัวเองก่อน

แม้จะด้อยการศึกษา ....
แต่พวกเขา เรียนรู้และฉลาดที่จะอยู่กับธรรมชาติ
ใช้ทุกอย่างที่ป่าให้มา อย่างคุ้มค่า

วิถีดั้งเดิมของผู้คน ยังพบเห็นได้ที่นี่..

ผู้ชายยังมีหน้าที่ไปล่าสัตว์ มาเป็นอาหาร...ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องบาป
เพราะที่นี่ไม่มีตลาดหรือแผงขายเนื้อ

พวกเขาถือว่า คนที่ฆ่าสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยงไว้ได้ลงคอ อย่างคนกรุง...นั่นสิบาป
ผู้หญิง ยังทำงานในไร่ ทอผ้า เลี้ยงลูก


ถ้าคุณเดินขึ้นไปบนบ้านพวกเขา
บอกว่า...ขอข้าวกินสักมื้อ
น้ำดื่มสักขัน

พวกเขาจหยิบยื่นให้ด้วยความเต็มใจ


...แม้จะขัดสน ยากไร้ ... แต่คนเหล่านี้กลับร่ำรวยน้ำใจ และใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยไม่จำกัดกับเพื่อนและคนแปลกหน้า

มีเรื่องเศร้าระคนขบขันว่า

...ครั้งหนึ่ง
ผมสอบถามพะโด่ทีว่า ...
มีใครในหมู่บ้านที่ยากจนบ้าง เพราะมีคนกรุงเทพฯจะให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน ในหมู่บ้าน
ให้คัดเลือกมาสักสิบคน


เขาเงียบไปครู่ใหญ่ แล้วบอกว่า..."คงจะคัดมายาก"

"เพราะมันจนกันทั้งหมู่บ้าน"
"











หมูเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน
บ้านที่มีลูกสาวจะเลี้ยงไว้หลายตัว เพื่อใช้ในงานประเพณีหรืองานแต่งงาน

ประเพณีของที่นี่...สืบทอดและถือปฏิยัติกันมานานว่า

หากจะแต่งงานมีคู่
ฝ่ายผู้หญิง ....ต้องไปสู่ขอผู้ชาย

แล้วฝ่ายชายต้องมาอยู่เหย้าเรือนบ้านฝ่ายหญิง
เพื่อมาทำงานไร่......

งานหนักอย่างนี้ เพื่อนผมหลายๆคนโดยเฉพาะพี่ Cowboy ไม่เอาแน่





ตอนแรก ....เรากะว่าจะหุงหาอาหารที่บ้านพะโด่ที แล้วค่ำๆจะเดินทางต่อไป
แวะตั้งแค็มป์ พักกลางทางก่อนถึงบ้านป่าคา
เพื่อย่นระยะทางในวันรุ่งขึ้น


แต่ทว่า....

สุดา ...ภรรยาของพะโด่ที ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ และเจ้าของบ้านไม่ยอม

แล้วผบ.ทบ. ตัวจริง ..ของพะโด่ที ก็แสดงให้เห็นว่า


ใครใหญ่....









เธอยืนกระต่ายขาเดียว
พ่นภาษากะเหรี่ยงชัดเจนบนบ้าน ว่า

"ยังไงเสีย คืนนี้ทุกคนก็ต้องนอนที่นี่..."...........

พวกเรายิ้มด้วยความเอ็นดู ในไมตรีของเจ้าบ้าน และน้ำเสียงเสียงจริงจังแต่จริงใจ

มีแต่พะโด่ทีผู้เป็นสามีเท่านั้น ...

ที่ก้มหน้า หลบสายตาภรรยา.... อย่างกล้าหาญ

"ตกลงคืนนี้เราพักนอนที่นี่ดีกว่า" ผมหันไปบอกตาเกิ้น

"ครับพี่"

"ดีแล้ว....ผมสงสารพะโด่ที"

หันไปอีกที

เห็นพะโด่ทีนั่งอมยิ้ม ตาใสเป็นประกาย


ถ้าผมอ่านภาษากายไม่ผิด

.ในรอยยิ้มนั้น.....มีคำขอบคุณแฝงอยู่ด้วย..................


ผู้ชายเรา ไม่ว่าไทย หรือกะเหรี่ยง หากกลัวเมียรับรองว่า...

ชีวิตในภายภาคหน้า.... เจริญ รุ่งเรือง ทุกคน[/QUOTE]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 16 November 2009, 11:46 PM
Post #29





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



เห็นแล้วชื่นชมถึงความานะบากบั่นของทุกคนในทีม เยี่ยมมาก
ผมมีความสุขไปด้วยจริง แม้ด้วยการอ่าน yes.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 16 November 2009, 11:49 PM
Post #30





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



ขอขัดจังหวะโฆษณานิดนึงครับ
รองเท้าแบบนี้ (ซ้าย)ไม่ดีสำหรับลุยน้ำหรือไงครับ ?



--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post

2 Pages V   1 2 >
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 16 July 2019, 01:45 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design