พระเครื่องและเครื่องราง - ชุมชนคนรักมีด
IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

> ประกาศจากชุมชนคนรักมีด

ชุมชนคนรักมีด ไม่อนุญาตให้นำพระเครื่องหรือเครื่องรางมาสอบถามว่าเป็นของแท้หรือไม่แท้
ถ้ามีกระทู้ที่เข้าข่ายในกรณีดังกล่าวทางผู้ดูแลจะดำเนินการลบกระทู้นั้นๆ โดยมิต้องแจ้งให้เจ้าของกระทู้ทราบ

และไม่อนุญาตให้มีการซื้อ/ขายพระเครื่อง, เครื่องราง กันในเวปไซด์แห่งนี้โดยเด็ดขาด
สมาชิกที่ละเมิดข้อห้ามดังกล่าว ชุมชนคนรักมีดจะระงับสถานะการเป็นสมาชิกของท่านโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล


** บทความใดๆ ที่สมาชิกคัดลอกมาจากเวปไซด์อื่น
กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วยนะครับ ซึ่งถือเป็นมารยาทในสังคมอินเตอร์เน็ตครับ**


จึงเรียนมาเพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่าน
ขอบพระคุณครับ
007

3 Pages V  < 1 2 3  
Reply to this topicStart new topic
> พระเครื่องและเครื่องราง, ขอเชิญชวนนำมาให้ชมกัน
LEE
post 28 August 2016, 08:03 PM
Post #61


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



......ผมขอนำประวัติหลวงพ่อพริ้งมาให้อ่านกันนะครับ

หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก หรือ “ท่านพระครูวิสุทธิศีลาจารย์” จัดเป็นอีกหนึ่งคณาจารย์ยุคเก่าที่มีลูกศิษย์ทุกระดับชนชั้นมากมายรวมทั้ง “พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์”
ก็ได้เสด็จไปฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน หลวงพ่อพริ้ง เป็นผู้มอบกระดูกหน้าผากนางนากให้เสด็จในกรมฯ ซึ่งมีความเฮี้ยนมากจนเป็นที่กล่าวถึงของพระโอรสและธิดา ซึ่งเสด็จเตี่ยได้รับสั่งว่าไม่ต้องกลัว
ความเฮี้ยนของนางนากก็ปรากฏถึง 2 ครั้งในตำหนักนางเลิ้ง
ในเรื่องกระดูกหน้าผากของนางนากนี้ได้ปรากฏในงานเขียนประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รวบรวมโดย ม.ล.พระมหาสว่าง เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พ.ศ.2473 บรรยาย
ไว้ว่าหลังจากที่นางนาคออกอาละวาดหนัก สมเด็จพระพุฒาจารย์ท่านรู้เรื่องจึงล่องเรือ ลงไปค้างที่วัดมหาบุศย์ และทำพิธีเรียกนางนาค ขึ้นมาคุยกัน ผลสุดท้ายท่านเจาะเอากระดูกหน้าผาก
ของนางมาลงยันต์และทำเป็นปั้นเหน่งคาดเอว ผีนางนาคก็ไม่ออกมาอาละวาดอีกเลย
ในเรื่องนี้ สมบัติ พลายน้อย ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ค้นคว้าและเขียนเรื่องของแม่นาคสรุปเอาไว้ว่า กระดูกหน้าผากแม่นาคนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้ประทานให้กับ สมเด็จหม่อมเจ้า
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัต) และประทานให้ หลวงพ่อพริ้ง (พระครูวิสุทธิศีลาจารย์) อีกต่อ จนมาถึงกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไม่นานนักแม่นาคก็มากราบลา จากนั้นก็ไม่มีใครพบ
กระดูกหน้าผากของแม่นาคอีก จึงนับได้ว่าในยุคนั้นท่านมีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้คณาจารย์ใด ๆ ในยุคเดียวกันเลย เนื่องจากหากหน่วยงานราชการในยุคนั้นมีพิธีพุทธาภิเษกที่สำคัญ ๆ แล้ว
“หลวงพ่อพริ้ง” ก็จะต้องเป็นคณาจารย์อีกรูปหนึ่งที่ได้รับการนิมนต์ให้ไปร่วมพิธีทุกครั้ง ชื่อเสียงของท่านจึงขจรระบือไกล
เจ้านายเชื้อพระวงศ์ต่างๆ เช่นเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ซึ่งท่านได้รับการบอกกล่าวมาจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ว่ายังมีพระอาจารย์ที่เก่งมีวิทยาคมสูงอยู่ทางบางปะกอก ชื่อ
หลวงพ่อพริ้ง ครั้นต่อมาเสด็จในกรมฯ ท่านจึงได้มาลองวิชากับ หลวงพ่อพริ้ง จนฝากตัวเป็นศิษย์ และนำพระโอรสมาบวชเป็นสาม เณรกับท่านถึง 3พระองค์ นอกจากนี้ทหารเรืออีกมากมาย
ก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อพริ้ง บางครั้งมีเรือจอดกันที่หน้าวัดแน่นขนัดไปหมด ผู้ที่เคารพเลื่อมใสหลวงพ่อพริ้งต่างก็มาขอของขลังบ้าง ลงกระหม่อมบ้าง รดน้ำมนต์บ้างเวลามีงานไหว้พระครูประจำปี
ขบวนเรือจะจอดกันยาวเหยียดไปจนถึงปากคลอง ซึ่งจรดแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะทางเกือบกิโลทีเดียว
ประวัติหลวงพ่อพริ้ง
หลวงพ่อพริ้ง มีนามเดิมว่า“พริ้ง เอี่ยมเทศ” เกิดเมื่อ พ.ศ. 2413 (บางเล่มว่า 2412) โยมบิดาชื่อ เอี่ยม โยมมารดาชื่อ สุ่น ท่านเริ่มบวชเป็นสามเณรที่วัดพลับ จนกระทั่งได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ
ที่วัดพลับในปีพ.ศ. 2433 ครอบครัวท่านเป็นชาวบางปะกอก อำเภอราษฎร์บูรณะ หลวงพ่อพริ้งเริ่มเรียนหนังสือด้วยการบวชเป็นสามเณรที่ “วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ)”
กระทั่งอายุครบ 20 จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่ “วัดทองนพคุณ” อ.คลองสาน แล้วจึงไปจำพรรษาที่ วัดบางปะกอก จวบกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสครองวัดบางปะกอกจนกระทั่งมรณภาพ
หลังจากเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว “หลวงพ่อพริ้ง” ก็ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทยและบาลีจนแตกฉาน ประกอบกับเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้าน “วิปัสสนากรรมฐาน” จึงทำการฝึกฝนทางด้านนี้
อย่างจริงจังรวมทั้งเรียนด้านวิทยาคมเพิ่มเติมอีก กับคณาจารย์ต่าง ๆ หลายสำนัก หลวงพ่อพริ้งท่านสนใจศึกษาวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาคมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณร สำนักใดมีชื่อเสียงในขณะนั้น
ท่านก็จะไปศึกษาและออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ และเมื่อพบกับพระเกจิอาจารย์ดังๆ ท่านก็จะฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาต่างๆ จนปฏิบัติได้จริง แล้วท่านก็ออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ความมานะพากเพียรและ
จิตที่มุ่งมั่นทำให้ท่านมีชื่อเสียงเด่นดังทั้งทางด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรีและเมตตามหานิยม แถมด้วย วิชาแพทย์แผนโบราณเพื่อนำมาสงเคราะห์ต่อชาวบ้านในสมัยนั้น อีกด้วย
สมัยที่ก่อเกิด “สงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2” (ระหว่าง พ.ศ. 2480–85) วัดบางปะกอกก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปได้มาขอพึ่งพาเป็นที่หลบภัย ทั้ง ๆ ที่วัดอยู่ไม่ไกลจากอู่ต่อเรือของ
ทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างฐานทัพในประเทศ ไทยเท่าใดนัก โดยช่วงนั้นฝ่ายพันธมิตรได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานที่มั่นของ ทหารญี่ปุ่นมากมายหลายสิบลูก แต่ไม่มีระเบิดแม้แต่ลูกเดียวที่จะหลงหลุด
ลอยมาถึงวัดบางปะกอกได้เลย ทั้งนี้เชื่อกันว่าเป็นเพราะ“หลวงพ่อพริ้ง” ได้ทำพิธีขจัดปัดเป่าจึงทำให้บริเวณวัดบางปะกอกและใกล้เคียงรอดพ้นจากลูกหลงโดยสิ้นเชิง ประชาชนชาวบางปะกอกสมัยนั้นต่างไม่มีใครลืมเหตุการณ์ในยุคนั้นได้เลย
ด้วยเหตุนี้ชื่อเสียงท่านจึงโด่งดังมากเป็นผลให้ประชาชนทั่วสารทิศทั้งใกล้ ไกล ต่างมุ่งไปขอวัตถุมงคลจากท่านรวมทั้งไปให้ท่านช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งท่านก็ไม่เคยปฏิเสธผู้ใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าใหญ่
นายโตหรือประชาชนธรรมดา สามัญ หากไปขอให้ท่านช่วยสงเคราะห์แล้วเป็นได้รับเมตตาช่วยเหลือเสมอเหมือนกันหมด หลวงพ่อพริ้ง ทำการสร้าง “วัตถุมงคล” ขึ้นมากมายหลายชนิดแจกจ่ายกันไปตามแต่ผู้มาขอต้องการ ส่วนที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมเสาะหาก็มีทั้ง “ลูกอมเนื้อผง, ตะกรุด, ผ้ายันต์, เสื้อยันต์, พระพิมพ์ต่างๆ
พระเครื่อง และวัตถุมงคลของหลวงพ่อพริ้ง
หลวงพ่อพริ้งท่านได้สร้างวัตถุมงคลทั้งในแบบ พระเครื่อง และเครื่องรางของขลังไว้หลายอย่าง เช่น ตะกรุด ลูกอมเนื้อผง ธงผ้ายันต์เชือกคาดเอว และพระเครื่องเนื้อผงใบลานสีเทาๆ ไว้หลายพิมพ์ เช่น พิมพ์ไพ่ตอง
พิมพ์พระคง และสมเด็จพิมพ์ต่างๆ ทุกพิมพ์ได้รับความนิยมเช่าหาทั้งสิ้น สำหรับเหรียญรุ่นแรกของท่านนั้น คณะศิษย์ได้ขออนุญาตหลวงพ่อพริ้งจัดสร้างในปีพ.ศ. 2483 เพื่อไว้แจกแก่ศิษย์ไว้คุ้มกันภัย
ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อพริ้ง ด้านหลังเป็นรูปพระพุทธ เหรียญรุ่นนี้ได้รับความนิยมมาก เนื่องมีประสบการณ์ต่างๆ มากมายเมื่อครั้งตอนสงครามอินโดจีน รวมทั้งพระเครื่องและเครื่องรางของท่านก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว
หลวงพ่อพริ้ง ท่านมักจะได้รับนิมนต์ให้เข้าร่วม พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ๆ ด้วยทุกครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อสมเด็จพระสังฆราชแพ ท่านนิมนต์หลวงพ่อพริ้งให้ไปร่วมประกอบพิธีหล่อและพุทธาภิเษก “พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ วัดสุทัศน์ )” ซึ่งมีพระคณาจารย์ชื่อดังหลายสิบรูปมาร่วมพิธีครั้งนี้ปรากฏว่า “แผ่นยันต์” ที่หลวงพ่อพริ้งทำการจารอักขระ” และได้นำไปใส่ในเบ้าหลอมรวมกับของคณาจารย์รูปอื่น ๆ ไม่ยอม “หลอมละลายเลย” จึงต้องนิมนต์ท่านมาทำการท่องมนต์กำกับแผ่นจารจึงละลายอย่างงายดายในเวลาต่อมา เกิดเป็นปรากฏการณ์อันอัศจรรย์ให้เล่าขานมาถึงทุกวันนี้ และทำให้ชื่อเสียงท่านขจรขจายไป และไม่ว่าจะมีพิธีสำคัญๆ ที่ใดก็ตามจะต้องมีการนิมนต์หลวงพ่อพริ้งอยู่ด้วยเสมอ เช่น พิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อมงคลพบิตร ปีพ.ศ. 2485 หรืองานหล่อพระรูปของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ณ วัดราชบพิธ หลวงพ่อก็จะได้รับนิมนต์ด้วย
หลวงพ่อพริ้ง ท่านมรณภาพลงในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2490 ในวันที่ท่านมรณภาพนั้นท่านได้ให้ลูกศิษย์ประคองท่านลุกขึ้นนั่งแล้วท่านก็ประสานมือในท่าสมาธิ ครู่เดียวท่านก็มรณภาพลง สิริอายุได้ 78 ปี เหรียญ พระเนื้อผง เครื่องราง และลูกอม ของท่านนั้น ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากและหายากพอสมควร


เรียบเรียงจาก http://www.itti-patihan.com และ http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=...16&Ntype=40
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 31 August 2016, 10:59 PM
Post #62


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......เจอเรื่องอันมีจิตกุศลของคนกลุ่มหนึ่ง


สวัสดีสมาชิกเพจทุกๆท่านครับ
วันนี้จะมาชี้แจ้งรายละเอียดการจัดสร้าง วัวธนู แกะจากเขาควายเผือก
ดำเนินการจัดสร้างโดย น้องหนึ่ง ลูกโกใหญ่ รายได้ทั้งตามรายละเอียดด้านล่างครับ
มีรายละเอียดดั่งนี้
วัวธนู สร้าง 400 ตัว
1.วัวธนู เขาควายเผือกแกะ 150 ตัว บูชาตัวละ 500 บาท
2. วัวธนู ไม้งิ้วดำ 250 ตัว บูชาตัวละ 300 บาท
ต้นทุน
1.1 เขาควายแกะ 300 บาท
1.2 ไม้งิ้วดำ 150 บาท รวมค่าเลเชอร์ ค่าเชือกผูก รวม 45000 + 37500 = 82500 บาท
ยอดที่จำหน่าย 400 ตัว = 150000 - 82500 บาท = 67500 บาท

เพื่อนำเงินซื้อเครื่องออกซิเจน ขนาด 5 ลิตร ราคา 50,500 บาท
ส่วนที่เหลือ ค่าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สายดูดน้ำลาย,สายให้อาหาร,สายปัสสาวะ,ผ้าอ้อมผู้ใหญ่,อาหาร เป็นต้น
ไม่รวมค่าเครื่องบิน,ค่าใช้จ่าย,ค่าที่พัก (ฟรี)

ทั้งนี้ เมื่อซื้อเครื่องออกซิเจนเสร็จ จะแจ้งรายละเอียดของยอดเงินที่ใช้ไปและนำถวายแก่พ่อแก่เจ้าแสง ที่วัดบ้านตรัง ครับ

และท้ายสุดงานนี้จะสำเร็จได้ต้องขอบคุณ พี่เอก มรดกไทย,พี่ดล เกาะพงัน,พี่หนึ่ง, พี่ทอม ชุมพร และผู้ที่ศรัทธาพ่อแก่เจ้าแสงหลายๆท่านที่ไม่ได้กล่าวนาม ขอบคุณจริงๆ ครับ
อยุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ

(บทความนี้ ผู้ขออนุญาตจัดสร้างเป็นคนเรียบเรียงและให้ทางวัดช่วยลงข้อมูลให้)
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
4/06/2559
วัดบ้านตรัง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 31 August 2016, 11:01 PM
Post #63


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304








Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 1 September 2016, 07:00 PM
Post #64


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



กริ่งอรหังวัดราชาแต่งโดย ช่างเล็ก ตะวัน ภายใต้คำแนะนำของเฮียเกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผมพอใจผลงานนี้มากครับ





Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 1 September 2016, 07:03 PM
Post #65


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304










Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 1 September 2016, 07:07 PM
Post #66


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



กริ่งอรหังวัดราชาหล่อมาจากมวลสารที่มีส่วนผสมเป็นพระพุทธรูปโบราณส่วนหนึ่่งไม่ใช่การหล่อให้เป็นเนื้อนวะโลหะ
ผมจะปล่อยให้กาลเวลาผ่านไปเพื่อศึกษาดูการเปลี่ยนแปลงของผิวพระกริ่งดูสักระยะเวลาหนึ่งครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 9 September 2016, 09:05 PM
Post #67


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



........ตอนปีพ.ศ ๒๕๓๓ ซึ่งผมเริ่มสนใจพระเครื่องเป็นเรื่องเป็นราวเพราะว่าที่ทำงานอยู่ใกล้พันธ์ทิพย์ประตูน้ำ ตอนเที่ยงมักไปหามื้อเที่่ยงกินกันที่พันธ์ทิพย์ซึ่งตอนนั้น
เป็นศูนย์พระใหญ่แห่งหนึ่ง หลังอาหารก็ได้เดินดูตามแผงพระที่เปิดอยู่มากมาย ช่วงนั้นราคาเหรียญของทานเจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทร์กับเหรียญของหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่
มีราคาใกล้เคียงกันประมาณหลักพันกลางแถมผมว่าพระของเจ้าคุณนรจะแรงกว่าด้วย
........ตอนศูนย์พระพันธ์ทิพย์ประตูน้ำย้ายมาที่พันธ์ทิพย์งามวงศ์วานไม่นาน ผมเช่ารูปหล่อหลวงปู่ทวดเจ้าคุณนร ปี๒๕๑๓ มาองค์หนึ่งในราคาเกือบสองหมืนบาทซึ่งตอนนั้น
หลวงพ่อทวดเตารีดใหญ่พิมพ์Aสวยๆราคาประมาณสามหมืนบาท ปัจจุบันหลวงพ่อทวดเตารีดใหญ่พิมพ์Aสวยๆราคาขึ้นไปสี่ห้าแสนแล้วแต่เมื่อคืนผมเจอในเวปท่าพระจันทร์
มีการลงขายรูปหล่อหลวงพ่อทวดเนื้อเนวะกะไหล่่ทองด้วยเปิดมาในราคาไม่ถึงสองหมื่นผมวานพรรคพวกโทรไปต่อลองราคาแล้วสรุปให้ผู้ขายนำมาให้ผมแถวออฟฟิศ ถ้าทานถาม
ผู้นิยมพระเครื่องทุกคนว่าท่านเจ้าคุณนรท่านเก่งไม๊ คำตอบคงเป็นว่า เก่ง เกือยทุกคน แต่ถ้าถามต่อว่าเมื่อท่านเก่งทำไมราคาพระเครื่องที่ท่านอธิษฐานติตไว้ถึงไม่แพงเหมืนอ
หลวงปู่ทิม หรือ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ คำตอบคงมีต่างๆนานาที่สุปสาระไม่ได้

หลวงปู่ทวด ก้นตอกดอกจันทร์ อุดผง มีอักษรหลวงปู่ทวดด้วย และตอกหมายเลข นายช่างเกษม มงคลเจริญ เป็นผู้ฉีดพระ





วันนี้เมื่อได้พระมาผมนำเข้าพันธ์ทิพย์แกะพลาสติกออกและล้างพระด้วยน้ำมันไฟแชครอนสันเพื่อล้างคราบเขียวบนกะไหล่ทองแล้วส่งเลี่ยม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 11 September 2016, 04:00 PM
Post #68


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



เจ้ามาเศรียทุยสภาพสึกๆของผมที่ส่งไปให้ช่างแต่งพระหน้าใหม่ เล็ก ตะวัน เสร็จแล้ว
แต่งออกมาดูเป็นศิลป์อยุธยาเลย









เมื่อแต่งแล้วล้างออกมาเนื้อพระดูเป็นโลหะผสมที่เนื้อเข้มพอดู ไว้ทิ้งให้เวลาทำงานดูว่าเนื้อจะกลับอย่างไร
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 16 September 2016, 02:10 PM
Post #69


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......เศรษฐกิจช่วงนี้คงสต้องอาศัยอรหันต์สิวลีท่านช่วยแล้วครับ
แกะด้วยไม้น่าจะมาจากพม่า แตกรังมายี่สิบกว่าองค์





Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 27 November 2016, 03:24 PM
Post #70


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.......ผมอยากได้พระเมฆสิทธิ์หลวงพ่อทับวัดอนงค์ที่เป็นพระพุทธมานาน แต่ติดอยู๋ที่ว่าราคาแพงมากๆแสน ใจไม่ถึง
แต่มีโอกาสได้เจอชิ้นส่วนพระพุทธของพระพิมพ์ปางซ่อนหาของท่านหลังจากตามมาสองสามเดือนในที่สุดผมได้นำพระ
หลวงพ่อหมุนวัดเขาแดงตะวันออกสามชิ้นไปแลกมา





แค่่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 17 December 2016, 07:12 PM
Post #71


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



.....ปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีผมจึงเสาะหาแต่พระเครื่องทางด้านโชคลาภเป็นส่วนใหญ่ โดยล่าสุดผมได้บูชาพระสังกัจจายน์เนื้อผฝปิดทองปี๒๔๘๕ของ
ท่านเจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์มา ทั้งชาวไทยและจีนต่างนับถือพระสังกัจจายน์ว่าเป็นเลิศด้านโชคลาภ





Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 17 December 2016, 07:13 PM
Post #72


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ฝ่ายโครงการ
Posts: 10,096
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



ประวัติพระสังกัจจายน์
ในตำนานพุทธสาวกทั้ง๘๐ องค์มี ประวัติพระสังกัจจายน์ กล่าวว่า พระสังกัจจายน์ เป็นบุตรของพราหมณ์ปุโรหิต กัจจานโคตร หรือกัจจายนโคตร
ในแผ่นดินของพระเจ้าจัณฑปัชโชต กรุงอุชเชนี เมื่อกัจจายนะกุมารเจริญวัย เรียนจบไตรเพท บิดาได้ถึงแก่กรรม จึงได้รับตำแหน่งปุโรหิตแทนบิดา 
ครั้นต่อมาพระเจ้าจัณฑปัชโชต ทรงทราบว่า พระศาสดาตรัสรู้แล้ว เสด็จเที่ยวโปรดสัตว์สั่งสอน ประชุมชนธรรมะที่พระองค์สอนนั้น เป็นธรรมที่แท้จริง
ยังประโยชน์แก่ผู้ประพฤติตาม จึงมีพระประสงค์ใคร่เชิญเสด็จพระบรมศาสดาไปประกาศที่กรุงอุชเชนี จึงรับสั่งให้กัจจายนะปุโรหิตไปทูลเสด็จกรุงอุชเชนี
กัจจายนะปุโรหิตพร้อมด้วยผู้ติดตาม ๗ คน จึงออกจากกรุงอุชเชนี ครั้นมาถึงจึงพากันเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระองค์ทรงเทศน์สั่งสอน
ในที่สุดบรรลุอรหันต์ทั้ง ๘ คน หลังจากนั้นทั้ง ๘ ก็ทูลขออุปสมบท ทรงขออนุญาต ครั้นอุปสมบทแล้ว จึงทูลเชิญเสด็จกรุงอุชเชนี ตามหน้าที่
พระองค์รับสั่งว่า "ท่านไปเองเถิด เมื่อท่านไปแล้ว พระเจ้าปัชโชตจักทรงเลื่อมใสท่าน" 
พระกัจจายนะ จึงออกเดินทางพร้อมพระอรหันต์อีก ๗ องค์ ที่ติดตามมาด้วย กลับคืนสู่กรุงอุชเชนี และประกาศสัจธรรมให้แก่พระเจ้าจัณฑปัชโชต
พร้อมชาวพระนครเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และถ้อยคำประการอันเป็นสัจธรรม หลังจากนั้นกลับคืนสู่สำนักของพระพุทธองค์ ตรัสว่า
ท่านเป็นผู้ฉลาดในการอธิบายแห่งการย่อคำพิสดาร นับจากนั้นมา พระสังกัจจายน์ ก็เป็นผู้สรุปย่อคำสอนบอกแก่บรรดาสาวกทั้งหลาย ด้วยความพอใจอย่างยิ่ง
ในคำย่อนั้น และยังเป็นผู้ทูลขอให้พระพุทธองค์บัญญัติแก้ไขพุทธบัญญัติบางประการ ปรากฏว่าเป็นที่พอพระทัยแก่องค์พระศาสดาเป็นอย่างมาก 
พระสังกัจจายน์ เป็นผู้มีรูปงาม ผิวเหลืองดุจทอง ตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีโสเรยยะบุตรเศรษฐีคะนอง เห็นพระสังกัจจายน์จึงปากพล่อยกล่าวว่า
ถ้าเราได้ภรรยามีรูปกายงดงามเยี่ยงท่านนี้ จักพอใจยิ่ง  พลันปรากฏว่าโสเรยยะบุตรมหาเศรษฐีหนุ่มคะนองปาก ได้กลายเพศเป็นหญิงในทันที จึงหลบหนีไป
ต่อมาได้สามีและบุตรสองคน จึงกลับมาขอขมากับพระสังกัจจายน์ โสเรยยะจึงกลับคืนสู่เพศชายเช่นเดิม นับว่าพระสังกัจจายน์มีฤทธิ์อำนาจยิ่งองค์หนึ่งในพุทธสาวก
มีเรื่องแทรกเข้ามาว่าเพราะ รูปกายอันงดงามของพระสังกัจจายน์  สร้างความปั่นป่วนแก่อิตถีเพศอย่างมาก จึงได้เนรมิตกายใหม่ให้อ้วน พุงพลุ้ย น่าเกลียด เพื่อความสงบแห่งจิต
Go to the top of the page
 
+Quote Post

3 Pages V  < 1 2 3
Reply to this topicStart new topic
2 User(s) are reading this topic (2 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 20 January 2017, 12:05 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design