Printable Version of Topic

Click here to view this topic in its original format

ชุมชนคนรักมีด _ ห้องสมุดชุมชน (Local Library) _ “อ๋อ แอ็คชั่น..อนันต์ชัย จันทรัตน์” ในมุมของ....ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

Posted by: Mor 26 September 2012, 12:49 PM

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างที่นั่งประชุมอยู่
เจ้าเอ๋ น้องที่เป็นประธานชมรมถ่ายภาพหนองคายโทรเข้ามาหา
"พี่ว่างไหม ผมมีคนอยากแนะนำให้พี่รู้จัก" ผมกระซิบตอบไปว่า "กูประชุม..." แล้ววางสาย

ผมประชุมต่อ และต่ออีกคณะจนบ่าย จึงได้กลับเข้ามาที่ด่านพรมแดน
ระหว่างที่จะเดินขึ้นห้องทำงาน ก็เหลือบไปเห็นเจ้าเอ๋ กำลังเก้ๆ กังๆ อยู่ เลยเข้าไปทัก
เอ๋แนะนำให้ผมรู้จักโปรถ่ายภาพท่านหนึ่ง แล้วแอบกระซิบเบาๆ ว่า "คนนี้ของจริงนะพี่..."
ที่บอกกันอย่างนี้เพราะผมและเอ๋จะมีโอกาสสัมผัสกับคนที่ถ่ายรูปได้เก่งอยู่บ่อยๆ
และบ่อยครั้งที่เราพบว่าคนที่เราเจอเป็นเพียง "คนที่ถ่ายรูปสวย" เท่านั้น
ไม่ใช่ "โปรถ่ายภาพ" ในนิยามของผมกับเอ๋........

โปรคนนี้มาด้วยความนอบน้อมถ่อมตน ยกมือไหว้ได้ไวกว่าผมชักปืนขึ้นแนวเล็งซะอีก
ใส่เสื้อยืดแขนสั้นคอปกสีขาว กางเกงขาสั้นสีกากีแบบยาวถึงหัวเข่า สวมรองเท้ากีฬา ซ่อนตาดำไว้หลังแว่นโอคเล่ย์
แขนและขาที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แค่เห็นก็รู้ว่าเปี่ยมพลัง
และถูกห่อหุ้มด้วยผิวหนังสีน้ำผึ้งที่ผ่านการเคี่ยวบนไฟจนเกือบไหม้...55555
แวบแรกที่เห็นผมสงสัยว่า "นี่มันโปรถ่ายภาพ หรือโปรเทนนิสวะ..."

"พี่หมอครับ นี่ อ๋อ แอ๊คชั่น ........." เจ้าเอ๋แนะนำ พร้อมกันนั้นผมก็เจอพุ่มมือไหว้ของโปรท่านนั้นอีกหน
"ไวจังแฮะคนนี้ อย่างนี้ต้องยิงด้วยฮิบแนวสะโพกถึงจะทัน" ผมคิดพร้อมรับไหว้
"พี่อ๋อเขาพาครอบครัวมาเที่ยวหนองคาย ผมกำลังจะให้คนพาไปเที่ยวเวียงจันทน์เดี๋ยวค่อยกลับ"
เราพูดคุยกันอยู่ตรงนั้นอีกพักระหว่างรอรถจากฝั่งลาวมารับ
โปรอ๋อ ขอตัวเดินไปที่รถเพื่อพาครอบครัวคือภรรยาและลูกชายมาสมทบ
เขากลับมาพร้อมยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้ผม "นักสู้...ผู้ยิ่งใหญ่"
ผมพลิกดูหนังสือเห็นภาพโปรอ๋อหิ้วกล้องพร้อมเลนส์อันใหญ่อยู่ที่หน้าปก

ในการพูดคุยกันแบบเอามันส์เข้าว่า และลั้นลาไปเรื่อยเปื่อย
ผมรับรู้ถึงข้อความระหว่างบรรทัดในคำพูดของโปรอ๋ออยู่หลายคำ
มันฉุกความคิดบางอย่างขึ้นมา เหมือนคนที่สัมผัสกับอะไรบางอย่างตามวิสัยคนทำงานปราบปราม
คณะทั้งหมดขึ้นรถไปเที่ยวเวียงจันทน์ ผมกลับขึ้นมาทำงานต่อหลังจากที่ไปประชุมมาครึ่งค่อนวัน
พอทุกอย่างสงบนิ่ง สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือนั่นอีกครั้ง ผมหยิบขึ้นมาอ่าน....



Posted by: Mor 26 September 2012, 12:57 PM

"อ๋อ แอ็คชั่น" คือชื่อในวงการที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลักดันให้มีประเภทช่างภาพขึ้นมาอีกประเภทหนึ่ง "ช่างภาพแอ็คชั่น"



เป็นช่างภาพประจำการแข่งขันรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Super Car Thailand นาน 12 ปี
และอีกหลายรายการ เช่น การแข่งขัน Toyota One Make race, Rally Asia Pacific,
4x4 Cross Country Southeast Asia, Paris Darkar, LPGA Tour
ในฐานะ Official Photographer ประจำรายการแข่งขัน

เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง ไทยแลนด์
สิงห์ คอเปอเรชั่น Oakley ไทยแลนด์ Think Tank ไทยแลนด์ (ยี่ห้อกระเป๋ากล้องชื่อดังจากอเมริกา)
ด้วยค่าตอบแทน 7 หลักต่อปี รวมทั้งได้รับการติดต่อให้เป็นพรีเซ็นเตอร์นาฬิกายี่ห้อหนึ่ง

และที่สำคัญคือเป็นช่างภาพอาชีพจริงๆ ที่ทำมาหากินด้วยการรับจ้างถ่ายภาพ

Posted by: LEE 26 September 2012, 01:08 PM

น่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ลงประวัติในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ผมชอบภาพเด็กขี่ควายที่เนินมะปราง happy.gif

Posted by: Mor 26 September 2012, 01:22 PM

ในขณะที่คนบางคนบอกว่าตนเองเติบโตมาจากศูนย์
สำหรับโปรอ๋อคนนี้เขาบอกว่า เขาเริ่มต้นมาจากต้นทุนที่ติดลบ
อายุ 6 ขวบก็ได้รับเกียรติแบบไม่มีทางเลือก จากเหตุพ่อและแม่แยกทางกัน
พี่น้อง 9 คนถูกแบ่งแยกกันไปหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่ได้อาศัยอยู่กับลุงกับป้า
เขาอยู่ในฐานะผู้อาศัย ทำงานบ้านสารพัดให้ลุงกับป้าทดแทนพระคุณที่ให้ที่อยู่ที่กิน
ซึ่งคุณลุงและป้าต้องดูแลลูกๆ อีก 6 คน โดยมีเขาซึ่งเป็นหลานที่เข้ามาขออาศัยใบบุญด้วยอีกหนึ่งชีวิต

วัยเด็กที่โดดเดี่ยว เขาสู้ชีวิตอย่างอดทนต่อสรรพสิ่งที่ระดมเข้ามาในชีวิตมากกว่าที่เด็กในวัยเดียวกันทั่วไปต้องพบเจอ
ความไม่มีและสถานะของตัวเองทำให้ต้องมานะ อดทน และรู้จักเจียมตน ไขว่คว้าหาหนทางเอาชีวิตรอด
มันสั่งสมให้เกิดเป็นนิสัย และพอกพูนจนกลายเป็นสันดาน สะท้อนมาถึงตัวตนทุกวันนี้

ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นแบบคร่าวๆ แล้วตัดสินใจ.......
โทรบอกเจ้าเอ๋ "ถ้าคณะกลับมาจากเวียงจันทน์ พี่เชิญทานข้าวเย็นด้วยกันนะ"
ผมอยากรู้จักโปรอ๋อให้มากกว่าตัวอักษรในหนังสือนี้
เพราะหนังสือนี่มีนักเขียนสัมภาษณ์เขาแล้วนำมาเขียน
ตัวตนจริงๆ จะเป็นอย่างไร ผมอยากรู้จริงๆ




(เดี๋ยวว่างงานแล้วจะมาเล่าต่อในตอนที่ได้แลกเปลี่ยนทัศนะกันแบบน้ำลายแตกฟอง tongue.gif )

Posted by: Mor 26 September 2012, 01:26 PM

QUOTE (LEE @ 26 September 2012, 01:08 PM) *
น่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ลงประวัติในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ผมชอบภาพเด็กขี่ควายที่เนินมะปราง happy.gif



ผมรู้จักตัวเขาและชื่อเขาก็คราวที่เจอหน้ากัน
ก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่าผมไปอยู่ที่ไหน
ถึงไม่รู้ข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับเขาคนนี้เลยครับพี่ LEE tongue.gif

Posted by: Dick 26 September 2012, 01:27 PM

QUOTE (Mor @ 26 September 2012, 12:49 PM) *
"พี่หมอครับ นี่ อ๋อ แอ๊คชั่น ........." เจ้าเอ๋แนะนำ พร้อมกันนั้นผมก็เจอพุ่มมือไหว้ของโปรท่านนั้นอีกหน
"ไวจังแฮะคนนี้ อย่างนี้ต้องยิงด้วยฮิบแนวสะโพกถึงจะทัน" ผมคิดพร้อมรับไหว้



พาไปทำบุญมากๆครับพี่
ให้มันรู้ไปว่าจะยังไวเหมือนเดิมหรือเปล่า
ไล่ทำบุญตั้งแต่อุดรฯ หนองคาย ไปถึงเวียงจันทร์เลย

biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif

Posted by: Mor 26 September 2012, 01:41 PM

ถ้าอย่างที่พี่ Dick ว่า กล้องอาจไม่นิ่ง มือน่ะยังไว แต่ขาอาจสั่น....555555

Posted by: คนคม 26 September 2012, 02:11 PM

รอฟังครับ thumbsup.gif

Posted by: คนคม 26 September 2012, 02:11 PM

รอฟังครับ :thumbsup:เผื่อจะถ่ายรูปสวยมั่ง

Posted by: Dick 26 September 2012, 03:30 PM

อ่านข้อมูลพี่หมอแล้วศรัทธาครับ

พี่หมอ เอามีดเราให้เขาไปเล่มนึงสิครับ
เอาที่พี่ให้ไปก่อนก่อน แล้วผมส่งไปชดเชยให้ wub.gif

หรือถ้ายังไง เอาที่อยู่ให้ทางเราส่งก็ได้ครับ

Posted by: Mor 26 September 2012, 04:46 PM

QUOTE (Dick @ 26 September 2012, 03:30 PM) *
อ่านข้อมูลพี่หมอแล้วศรัทธาครับ

พี่หมอ เอามีดเราให้เขาไปเล่มนึงสิครับ
เอาที่พี่ให้ไปก่อนก่อน แล้วผมส่งไปชดเชยให้ wub.gif

หรือถ้ายังไง เอาที่อยู่ให้ทางเราส่งก็ได้ครับ



โปรอ๋อกับผมเป็นคนที่คิดอะไรคล้ายๆ กัน เลยจูนกันติดง่าย
เรื่องมีดผมก็คิดไว้แล้ว รอจังหวะเหมาะอยู่ครับ biggrin.gif

Posted by: Dick 26 September 2012, 05:09 PM

QUOTE (Mor @ 26 September 2012, 04:46 PM) *
โปรอ๋อกับผมเป็นคนที่คิดอะไรคล้ายๆ กัน เสยจูนกันติดง่าย
เรื่องมีดผมก็คิดไว้แล้ว รอจังหวะเหมาะอยู่ครับ biggrin.gif



เอาเลยครับพี่หมอ
เอาเล่มสวยๆหน่อยนิ
เดี๋ยวทางนี้รับเอง thumbsup.gif

Posted by: ลูกสยาม 26 September 2012, 05:45 PM

QUOTE (Dick @ 26 September 2012, 05:09 PM) *
เอาเลยครับพี่หมอ
เอาเล่มสวยๆหน่อยนิ
เดี๋ยวทางนี้รับเอง thumbsup.gif

thumbsup.gif

Posted by: nunkasho 26 September 2012, 08:29 PM

เหมือนเคยอ่านว่าเป็นช่างภาพประจำ.ภิรมย์ภักดี.ครับ
แล้วก็เคยถ่ายรูปเรือรบ เครื่องบินรบ ของต่างประเทศครับ biggrin.gif

Posted by: สมาธิ 26 September 2012, 08:51 PM

ผมว่า ผมได้แรงบันดาลใจจาก เรื่องราวของคุณอ๋อ...ผ่านข้อเขียนของพี่หมอครับ
มุมมองวิธีเขียนสร้างแรงบันดาลใจดีจริงๆเลยครับ thumbsup.gif thumbsup.gif

รอฟังตอนต่อไปครับ happy.gif

Posted by: หมูเฉยเฉย 27 September 2012, 08:36 AM

ผมเคยอ่านเล่มนี้ครับ คนนี้เจ๋งมากครับ ของจริง thumbsup.gif

Posted by: warlock 27 September 2012, 08:48 AM

เป็นบุคคลที่มีเรื่องราวชีวิตที่น่าชื่นชมครับ thumbsup.gif

Posted by: Mor 27 September 2012, 03:49 PM

มาเล่าต่อดีกว่า.....

เย็นนั้น ไม่ใช่ซิต้องเรียกว่าคืนนั้น "คณะกลับมาจากเวียงจันทน์แล้วพี่ตอนนี้อยู่ที่ด่านฯ" เจ้าเอ๋โทรบอกผม
ผมขับรถออกมาจากบ้าน ไม่รู้ว่าเฮงยังไงกำลังออกจากซอยก็เห็นรถโปรอ๋อกำลังขับผ่านตรงหน้า ผมขับเกาะหลังทันที
"เอ๋ โทรบอกพี่อ๋อว่าให้ขับตามรถพี่เลยนะ พี่จะแซงขึ้นนำ" ผมโทรบอกเอ๋ ให้เอ๋โทรบอกพี่อ๋ออีกที ยุ่งชิบเป๋ง!!
พี่อ๋ออยากไปกินจิ้มจุ่มใต้สะพานตามรายแทงที่เพื่อนบอกมา
แต่ผมอยากให้ชมบรรยากาศสะพานมิตรภาพยามค่ำเลยพาไปร้านริมน้ำที่เห็นวิวสะพาน
ก็ร้านที่เคยพาคนรักมีดไปกินกันสมัยแสวงบุญหนองคายครั้งแรกนั่นแหละครับ
ปรากฎว่า ร้านถูกจองเต็มเพื่อเลี้ยงเกษียณ ไม่มีที่ว่างสำหรับเรา
สุดท้ายก็ต้องพาไปกินจิ้มจุ่มใต้สะพานจนได้ซิน่า........55555 laugh.gif

วันนี้ร้านจิ้มจุ่มคนค่อนข้างเยอะ รถก็จอดเยอะ ที่จอดรถมีเหลืออยู่ไม่มาก
ผมเห็นที่จอดที่แรกอยู่ใกล้ร้าน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ผมขับเลยไปแล้วหาที่จอดที่ไกลกว่า
พี่อ๋อยังขับรถตามเข้ามาข้างใน แล้ววนผ่านผมไป เท่ากับได้เห็นพื้นที่ทั้งหมดแล้วหนึ่งรอบ
สุดท้ายก็วนไปจอดในตำแหน่งด้านหน้าร้าน โดยกลับรถและถอยหลังเข้า
รถพี่อ๋อเป็นรถกึ่งตู้ที่มีประตูบานเลื่อนเปิดได้สองข้าง ตอนจอดก็เลือกที่จะเว้นระยะทั้งสองข้างให้คนในรถสามารถเข้าออกได้สะดวก
สิ่งเหล่านี้อาจไม่มีใครสังเกตุ แต่ผมสังเกตุ และตีความเอาเองว่า
คนที่ขับรถคันนี้แสดงถึงความมีภาวะผู้นำพร้อมปกป้องคนของตนจากสิ่งไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น (คนแบบนี้ในชุมชนนี้มีเยอะ tongue.gif )

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน ผมบังเอิญเจอเพื่อนเลยเดินทักทายไปเรื่อยๆ
และจงใจยืนอยู่ในฝั่งที่หันหลังให้ร้านเพื่อให้เกียรติแขกได้ที่นั่งที่ดีที่สุด คือที่นั่งที่เห็นในร้านทั้งหมด
พี่อ๋อยังไม่นั่งและยังยืนอยู่เหมือนอยากให้ผมได้ที่นั่งฝั่งนั้นในฐานะเจ้าถิ่น
จนผมต้องรีบนั่งลง พี่อ๋อจึงลงนั่งด้านตรงข้ามในตำแหน่งที่ผมจงใจเว้นไว้ให้
แต่ในที่สุดเมื่อเจ้าเอ๋ตามมาสมทบ ผมก็ต้องขยับไปนั่งหัวโต๊ะข้างพี่อ๋อ แอบรู้สึกว่าพี่อ๋อสบายใจขึ้น
ใครไม่สังเกตุ แต่ผมสังเกตุ คนคนนี้รู้จักมารยาทและการให้เกียรติเป็นอย่างดี

สันดานผมมันเป็นคนช่างสังเกตุไม่รู้เป็นไง นี่ยังไม่ทันได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวนะนี่.... sweat.gif

Posted by: Mor 27 September 2012, 04:37 PM

บนโต๊ะอาหาร เราพูดคุยกันไปเรื่อยๆ เริ่มที่เวียงจันทน์ ไปสู่การถ่ายภาพ งานที่ทำอยู่ และครอบครัว
มันเป็นลำดับของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะไว้วางใจก้าวลึกเข้าไปในชีวิตของคนอีกคนหนึ่ง
พี่อ๋อเริ่มแบบถ่อมตัว แล้วเพิ่มความเป็นกันเอง จนรู้สึกว่าจูนกันติดเหมือนเพื่อนสนิททั้งที่ได้พบหน้ากันครั้งแรก
บรรยากาศแบบนี้ผมจะพบทุกครั้งที่เข้าร่วมวงสนทนากับพวกเราชาวคนรักมีด
สิ่งที่ผมสังเกตุได้ (สังเกตุอีกแล้ว) คือน้ำเสียงของพี่อ๋อที่แตกต่างเมื่อกล่าวถึงคนหรือเรื่องราวต่างๆ
เมื่อคุยเรื่องการท่องเที่ยวน้ำเสียงจะดูสนุกสนานร่าเริง
ถ้าคุยเรื่องงานจะจริงจังและเด็ดขาด แต่จะดูเคารพเทิดทูนและภาคภูมิใจเมื่อกล่าวถึงผู้มีพระคุณ
และดูอบอุ่นเมื่อคุยกันถึงบุคคลในครอบครัว

ก่อนได้มานั่งคุยกัน ผมมีเวลาได้อ่านหนังสือของเขามาบ้างนิดหน่อย
แต่เรื่องราวตอนที่คุยกัน ทำให้ผมรู้ว่าตัวหนังสือเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง
ไม่รู้ว่าคนเขียนมีสำนวนอย่างไร แต่สำนวนที่ใช้ในหนังสือเหมือนเป็นสำนวนของ อ๋อ แอ๊คชั่น ตัวจริง
จริงจัง เปิดเผย ชัดเจน แต่ถ่อมตน
พี่อ๋อพูดถึงผลงานตัวเองว่า "ไอ้อ๋อ ไม่ใช่คนที่ถ่ายภาพสวยที่สุด คนที่ถ่ายภาพสวยกว่าไอ้อ๋อมีอยู่มากมายครับพี่หมอ"
"แต่ไอ้อ๋อเป็นคนที่มีโอกาส และใช้โอกาสนั้นให้ดีที่สุด"
"อย่างเวลาถ่ายภาพรถแข่ง มุมที่สวยที่สุดมักจะเป็นมุมที่อันตรายที่สุด และจะเห็นไอ้อ๋อยืนอยู่ตรงนั้น"
"ไม่ใช่ไม่กลัว หรือกล้าบ้าบิ่น แต่กล้าที่จะยืนอยู่จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายของเส้นปลอดภัย"
ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น....เป็นคำถามที่ผมและเอ๋ต่างข้องใจ
ก่อนที่จะได้รับคำตอบเมื่อเราคุยกันเกี่ยวกับการเป็น Official Photographer ประจำรายการแข่งขัน

ในทุกการแข่งขัน Official Photographer ประจำรายการแข่งขันถูกคาดหวังว่า
ทันทีที่แข่งจบหรือสิ้นสุดในวันนั้น Official Photographer จะต้องมีภาพเด็ดที่ทางผู้จ้างจะสามารถใช้เผยแพร่ไปได้ทั่วโลก
กับภาพเหตุการณ์ทั่วไป และการแจกรางวัล อีกส่วนหนึ่ง
มันเป็นความรับผิดชอบที่ Official Photographer จะต้องทำให้ได้
แต่อย่าลืมว่าการบันทึกภาพแบบนี้ คุณมีเสี้ยววินาทีเดียวที่จะจับภาพให้ได้ และคุณไม่มีโอกาสบอกว่าเอาใหม่อีกครั้ง
ดังนั้น อ๋อ ในสนามแข่ง เครียดเท่ากับหรือมากกว่าผู้แข่งขัน
เพราะสิ่งที่เขาต้องเอาชนะ รางวัลมันคือความสมบูรณ์พูนสุขของครอบครัว
ถ้าเขาทำไม่ได้ ก็คงไม่มีใครจ้าง หรือไม่ใช่ตัวเลือกแรกของงานแบบนี้
ที่สำคัญ...เขาไม่เคยทำให้ผู้จ้างผิดหวัง fakenopic.gif

Posted by: Mor 27 September 2012, 04:51 PM

ที่ทำให้ผู้จ้างไม่ผิดหวังไม่ใช่เพราะเขาถ่ายภาพเก่ง
แต่เพราะเขาเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ และทุ่มเทเต็มที่กับงานของตน
ผนวกกับการถ่ายภาพคือสิ่งที่เขารัก (รองจากครอบครัวนะในความเห็นผม)
ทำให้เขาได้ทำงานกับสิ่งที่รักอย่างมีความสุข


(หมดเวลาอู้งานแล้ว เดี๋ยวค่อยมาต่อนะครับ.... tongue.gif )

Posted by: kamet 28 September 2012, 11:22 AM

คิดถึงช่างภาพ สมัยเก่า อย่างคุณ วิโรจน์ M16 น่าจะเป็นช่างภาพแอ๊คชั่นได้หรือเปล่าครับ

สมัยก่อนภาพเหตุการณ์ ต่างๆ ที่แจ่มๆ ในไทยรัฐ เป็นภาพของผู้นี้เสียส่วนใหญ่

Posted by: ทัดมาลา 28 September 2012, 07:23 PM

เช็คชื่อเข้าฟังครับผม

Posted by: sonjai 29 September 2012, 09:22 AM

เป็นวันแรกที่มีเวลาอ่านเรื่องยาวๆ ตั้งแต่แรกจนถึงตรงนี้แล้ว
ดีอ่ะ whistling.gif

Posted by: Mor 29 September 2012, 02:46 PM

ต้องขออภัยแควนเพลงที่ทิ้งระยะนานหน่อยกว่าจะมาเล่าต่อไป
ช่วงนี้ไปยุ่งเขียนเรื่องลงเวปลูกปัดพร้อมกันเลยมาช้าหน่อย
ขอโทษด้วยนะคร๊าบบบบบ........
tongue.gif



ในการพูดคุยแกล้มจิ้มจุ่มในคืนนั้น ประเด็นหนึ่งที่เราคุยกันคือเรื่องการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ผมค่อนข้างแปลกใจที่ทำไมบริษัทเหล่านั้นถึงเลือกพี่อ๋อเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
ซึ่งหมายถึงการใช้ตัวตนของเขาเป็นภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์
ปกติผมเข้าใจว่าเขามักจะเลือก ดารา นักร้อง หรือบุคคลชั้นสูงที่มีชื่อเสียงในสังคมมาเป็นภาพลักษณ์ของสินค้ามากกว่า
กะอีแค่ช่างภาพรับจ้างคนหนึ่ง แม้จะมีผลงานโดดเด่น และเป็น Official Photographer ประจำรายการแข่งขันหลายรายการ
แต่ด้วยพื้นฐานชีวิตที่ผ่านมา และฐานะทางสังคม ไม่น่าจะเป็นที่สนใจให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งเช่นนี้
พี่อ๋อเล่าให้ฟังว่าการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ไม่ใช่แค่เพียงการใช้ผลิตภัณ์ของเขา หรือร่วมออกโชว์ในงานต่างๆ
แต่มันหมายรวมถึงการที่เราต้องรู้จักวางตนให้เหมาะสม เป็นแบบอย่างให้กับผู้พบเห็นทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
การสร้างความประทับใจให้เกิดกับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม
เพราะเมื่อเรารับหน้าที่นี้มา มันคือสัญญาระหว่างพี่อ๋อกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ว่าตัวตนเราจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์
ลูกผู้ชายเมื่อสัญญากับใครแล้วก็ต้องรับผิดชอบ พี่อ๋อจึงคิดเสมอว่าสิ่งที่ตัวตนของเราทำหรือปฏิบัติย่อมส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ของเขาด้วย
จะลุก จะเดิน จะนั่ง หัวเราะ ร้องไห้ หรือโกรธเกรี้ยว ล้วนส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้พบเห็นเท่านั้น
ผมมองเรื่องเหล่านี้เหมือนศิล 227 ข้อที่พระสงฆ์ต้องถือปฏิบัติ มันช่างดูมากมายน่าเวียนหัว
แต่ทั้งนี้พระสงฆ์ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า แท้ที่จริงก็เปรียบเสมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ของศาสนาพุทธ
เป็นตัวแทนขององค์พระศาสดา สิ่งที่พระสงฆ์แสดงออกล้วนสะท้อนกลับไปยังพระองค์เสมอ
ในคืนนั้นผมถามพี่อ๋อว่ามันยากและลำบากกับการใช้ชีวิตไหม
พี่อ๋อบอกว่า "ก็ต้องระมัดระวังตัวบ้าง แต่ทำไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นนิสัย ทำไปนานๆ ก็จะเป็นสันดานเอง"
ภายหลังเมื่อผมศึกษาชีวิตพี่อ๋อมากขึ้นทำให้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับพี่อ๋อ
เพราะสันดานแกเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ........... laugh.gif

พี่อ๋อไม่ดื่มเหล้า และไม่สูบบุหรี่ (ผมเอามันทุกอย่างครบเลย... tongue.gif )
รักษาสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ (ผมจะทำเมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้แรงกาย... tongue.gif )
มีสัมมาคราวะ นอบน้อมถ่อมตน กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ (อันนี้ผมว่าผมมีแฮะ...น่าจะใช่นะ รึไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ whistling.gif )
มีความรู้ความสามารถเพียงพอกับงานของตน (ของผมมีมั่งไม่มีมั่ง... teehee.gif )
มีความมุมานะ อุตสาหะ และตั้งใจจริงในการทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ (สำหรับผมอาจศิลปินหน่อยแล้วแต่อารมณ์... rolleyes.gif )
รักครอบครัวมากๆๆๆๆ (ผมก็รักครอบครัวม๊ากมากกกกกกกกกก... tongue.gif )

สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันถูกอดีตหล่อหลอมออกมาเป็นตัวตนพี่อ๋อให้เราเห็นในทุกวันนี้
ความจนทำให้ไม่กล้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งอบายมุข เพราะไม่มีเงินพอที่จะเอาไปสูญเสียกับมันได้
เงินที่มีก็เพื่อการยังชีพให้มีชีวิตต่อไปอีกวัน แค่นั้นก็แสนสาหัสแล้วสำหรับชีวิต
กีฬาคือสิ่งเดียวที่เด็กชายอ๋อสามารถทำได้เท่ากับคนอื่น
พี่อ๋อบอกว่าไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนเท่าเทียมกันเสมอในสนามกีฬา
และกีฬายังเป็นใบเบิกทางให้เด็กชายอ๋อมีโอกาสในการเรียนหนังสือ และมีตัวตนมาจนทุกวันนี้
แถมก็เพราะกีฬานี่ด้วยที่ทำให้มีแรงในการทำงานที่แสนทรหดได้จนจบทุกวัน
การอยู่ในฐานะผู้อาศัยในบ้านคนอื่นมาตั้งแต่เล็ก ต้องกางมุ้งนอนในครัว ช่วยงานบ้านสารพัด
ดิ้นรนทุกอย่างเพื่อโอกาสที่ได้เรียน เพื่อการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต
ความไม่มีหลายๆ ไม่มี ของชีวิต ทำให้แม้เงินค่าใช้จ่ายที่ได้ใช้ ก็มาจากการหยิบยื่นให้จากผู้อื่น
เหมือนตลอดชีวิตในวัยเด็กจนเติบใหญ่ พี่อ๋อต้องเป็นหนี้บุญคุณผู้คนมากมาย
สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เขารู้ว่าคนที่อยู่ข้างล่างของเส้นแบ่งของสังคมเป็นอย่างไร
การได้รับโอกาสที่น้อยนิดเหมือนแสงไม้ขีดไฟในคืนเดือนมืดที่สว่างไสวจนบดบังได้แม้แสงดาว
ความอบอุ่นจากบุญคุณที่มีผู้หยิบยื่นให้ในยามขาดแคลน มันมากมายกว่าผ้าห่มสักร้อยผืนที่คลุมทับตัว
ดังนั้นเมื่อมีโอกาส พี่อ๋อจะไม่รีรอที่จะทดแทนพระคุณแก่ผู้คนต่างๆ ในชีวิต ทดแทนให้กับอาชีพที่ทำให้เขามีเช่นวันนี้
และทดแทนให้กับสังคมและประเทศชาติ เท่าที่คนคนเดียวเช่นเขาจะทำได้
.......



ผมเขียนเรื่องนี้ตอนแรกคิดว่าน่าจะจบได้ไม่ยาก
แต่เขียนมาเขียนไป กลับรู้สึกว่าเรื่องราวชีวิตของพี่อ๋อมีเกร็ดให้เรียนรู้มากมาย
เอาเป็นว่าผมจะไม่ลงลึกในเรื่องราวที่พี่ๆ เพื่อนๆ น่าจะหาอ่านได้จากที่อื่นๆ
แต่จะมุ่งไปที่ประเด็นที่ผมมองว่าชีวิตคนคนนี้สร้างคุณค่าให้น่าศึกษาดีกว่า
รออีกนิดนะครับ bunny.gif

Posted by: Werewolf 29 September 2012, 03:31 PM

สุดยอดจริงๆ thumbsup.gif

Posted by: LEE 29 September 2012, 05:32 PM

คุณหมอเขียนแบบคั้นน้ำได้น่าอ่านมาก thumbsup.gif

Posted by: สมาธิ 29 September 2012, 10:39 PM

รอติดตามต่อนะครับ

ผมได้ประโยชน์มากตรงสีชมพู....ทำให้ผมต้องกลับมามองตัวเองไปด้วย.......แล้วตรูหล่ะ?? thumbsup.gif thumbsup.gif

Posted by: Mor 29 September 2012, 10:57 PM

QUOTE (LEE @ 29 September 2012, 05:32 PM) *
คุณหมอเขียนแบบคั้นน้ำได้น่าอ่านมาก thumbsup.gif



กลัวพี่อ่านมากแล้วคอแห้งไงครับ tongue.gif





QUOTE (สมาธิ @ 29 September 2012, 10:39 PM) *
รอติดตามต่อนะครับ

ผมได้ประโยชน์มากตรงสีชมพู....ทำให้ผมต้องกลับมามองตัวเองไปด้วย.......แล้วตรูหล่ะ?? thumbsup.gif thumbsup.gif



คนเก่ง..นี่ก็เข้าใจเลือกกินดีเนอะ....555555555 laugh.gif laugh.gif laugh.gif thumbsup.gif

Posted by: ลูกสยาม 30 September 2012, 12:01 AM

น้าหมอถ่ายทอดเรื่องราวที่เต็มไปด้วยข้อคิดได้น่าติดตามจริงๆครับ thumbsup.gif

Posted by: Dick 30 September 2012, 12:22 AM

QUOTE (Mor @ 29 September 2012, 02:46 PM) *
ในการพูดคุยแกล้มจิ้มจุ่มในคืนนั้น ประเด็นหนึ่งที่เราคุยกันคือเรื่องการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ผมค่อนข้างแปลกใจที่ทำไมบริษัทเหล่านั้นถึงเลือกพี่อ๋อเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
ซึ่งหมายถึงการใช้ตัวตนของเขาเป็นภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์
ปกติผมเข้าใจว่าเขามักจะเลือก ดารา นักร้อง หรือบุคคลชั้นสูงที่มีชื่อเสียงในสังคมมาเป็นภาพลักษณ์ของสินค้ามากกว่า
กะอีแค่ช่างภาพรับจ้างคนหนึ่ง แม้จะมีผลงานโดดเด่น และเป็น Official Photographer ประจำรายการแข่งขันหลายรายการ
แต่ด้วยพื้นฐานชีวิตที่ผ่านมา และฐานะทางสังคม ไม่น่าจะเป็นที่สนใจให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งเช่นนี้
พี่อ๋อเล่าให้ฟังว่าการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ไม่ใช่แค่เพียงการใช้ผลิตภัณ์ของเขา หรือร่วมออกโชว์ในงานต่างๆ
แต่มันหมายรวมถึงการที่เราต้องรู้จักวางตนให้เหมาะสม เป็นแบบอย่างให้กับผู้พบเห็นทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
การสร้างความประทับใจให้เกิดกับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม
เพราะเมื่อเรารับหน้าที่นี้มา มันคือสัญญาระหว่างพี่อ๋อกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ว่าตัวตนเราจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์
ลูกผู้ชายเมื่อสัญญากับใครแล้วก็ต้องรับผิดชอบ พี่อ๋อจึงคิดเสมอว่าสิ่งที่ตัวตนของเราทำหรือปฏิบัติย่อมส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ของเขาด้วย
จะลุก จะเดิน จะนั่ง หัวเราะ ร้องไห้ หรือโกรธเกรี้ยว ล้วนส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้พบเห็นเท่านั้น

เรื่องราวในชีวิตพี่อ๋อ เป็นสิ่งที่มิได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสินค้าในวันนี้
หากแต่มันมีคุณค่าเพราะคนธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถเอาชนะฝ่าฟันมายืนตรงนี้
ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เห็น






ผมมองเรื่องเหล่านี้เหมือนศิล 227 ข้อที่พระสงฆ์ต้องถือปฏิบัติ มันช่างดูมากมายน่าเวียนหัว
แต่ทั้งนี้พระสงฆ์ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า แท้ที่จริงก็เปรียบเสมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ของศาสนาพุทธ
เป็นตัวแทนขององค์พระศาสดา สิ่งที่พระสงฆ์แสดงออกล้วนสะท้อนกลับไปยังพระองค์เสมอ
ในคืนนั้นผมถามพี่อ๋อว่ามันยากและลำบากกับการใช้ชีวิตไหม
พี่อ๋อบอกว่า "ก็ต้องระมัดระวังตัวบ้าง แต่ทำไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นนิสัย ทำไปนานๆ ก็จะเป็นสันดานเอง"
ภายหลังเมื่อผมศึกษาชีวิตพี่อ๋อมากขึ้นทำให้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับพี่อ๋อ
เพราะสันดานแกเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ........... laugh.gif


ครับๆใช่ๆ biggrin.gif







พี่อ๋อไม่ดื่มเหล้า และไม่สูบบุหรี่ (ผมเอามันทุกอย่างครบเลย... tongue.gif )
รักษาสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ (ผมจะทำเมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้แรงกาย... tongue.gif )
มีสัมมาคราวะ นอบน้อมถ่อมตน กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ (อันนี้ผมว่าผมมีแฮะ...น่าจะใช่นะ รึไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ whistling.gif )
มีความรู้ความสามารถเพียงพอกับงานของตน (ของผมมีมั่งไม่มีมั่ง... teehee.gif )
มีความมุมานะ อุตสาหะ และตั้งใจจริงในการทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ (สำหรับผมอาจศิลปินหน่อยแล้วแต่อารมณ์... rolleyes.gif )
รักครอบครัวมากๆๆๆๆ (ผมก็รักครอบครัวม๊ากมากกกกกกกกกก... tongue.gif )

สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันถูกอดีตหล่อหลอมออกมาเป็นตัวตนพี่อ๋อให้เราเห็นในทุกวันนี้
ความจนทำให้ไม่กล้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งอบายมุข เพราะไม่มีเงินพอที่จะเอาไปสูญเสียกับมันได้
เงินที่มีก็เพื่อการยังชีพให้มีชีวิตต่อไปอีกวัน แค่นั้นก็แสนสาหัสแล้วสำหรับชีวิต
กีฬาคือสิ่งเดียวที่เด็กชายอ๋อสามารถทำได้เท่ากับคนอื่น
พี่อ๋อบอกว่าไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนเท่าเทียมกันเสมอในสนามกีฬา
และกีฬายังเป็นใบเบิกทางให้เด็กชายอ๋อมีโอกาสในการเรียนหนังสือ และมีตัวตนมาจนทุกวันนี้
แถมก็เพราะกีฬานี่ด้วยที่ทำให้มีแรงในการทำงานที่แสนทรหดได้จนจบทุกวัน
การอยู่ในฐานะผู้อาศัยในบ้านคนอื่นมาตั้งแต่เล็ก ต้องกางมุ้งนอนในครัว ช่วยงานบ้านสารพัด
ดิ้นรนทุกอย่างเพื่อโอกาสที่ได้เรียน เพื่อการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต
ความไม่มีหลายๆ ไม่มี ของชีวิต ทำให้แม้เงินค่าใช้จ่ายที่ได้ใช้ ก็มาจากการหยิบยื่นให้จากผู้อื่น
เหมือนตลอดชีวิตในวัยเด็กจนเติบใหญ่ พี่อ๋อต้องเป็นหนี้บุญคุณผู้คนมากมาย
สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เขารู้ว่าคนที่อยู่ข้างล่างของเส้นแบ่งของสังคมเป็นอย่างไร
การได้รับโอกาสที่น้อยนิดเหมือนแสงไม้ขีดไฟในคืนเดือนมืดที่สว่างไสวจนบดบังได้แม้แสงดาว
ความอบอุ่นจากบุญคุณที่มีผู้หยิบยื่นให้ในยามขาดแคลน มันมากมายกว่าผ้าห่มสักร้อยผืนที่คลุมทับตัว
ดังนั้นเมื่อมีโอกาส พี่อ๋อจะไม่รีรอที่จะทดแทนพระคุณแก่ผู้คนต่างๆ ในชีวิต ทดแทนให้กับอาชีพที่ทำให้เขามีเช่นวันนี้
และทดแทนให้กับสังคมและประเทศชาติ เท่าที่คนคนเดียวเช่นเขาจะทำได้
.......


คนที่มีเงินมีทองร่ำรวยเร็วเกินไปง่ายเกินไปมักจะได้บางสิ่งมาพร้อมๆกันคือการไม่เข้าใจหัวอกของมนุษย์
ไม่เห็นความเจ็บข้ำน้ำใจของผู้คนที่ตกเป็นเบี้ยล่าง
แม้เป็นใหญ่ ก็มักจะออกกฏเกณฑ์ที่แปลกแยก ยากต่อการเป็นผู้นำที่หมู่คนพร้อมจะคารวะ เป็นวิญญูชนได้ยาก




ผมเขียนเรื่องนี้ตอนแรกคิดว่าน่าจะจบได้ไม่ยาก
แต่เขียนมาเขียนไป กลับรู้สึกว่าเรื่องราวชีวิตของพี่อ๋อมีเกร็ดให้เรียนรู้มากมาย
เอาเป็นว่าผมจะไม่ลงลึกในเรื่องราวที่พี่ๆ เพื่อนๆ น่าจะหาอ่านได้จากที่อื่นๆ
แต่จะมุ่งไปที่ประเด็นที่ผมมองว่าชีวิตคนคนนี้สร้างคุณค่าให้น่าศึกษาดีกว่า
รออีกนิดนะครับ bunny.gif


วิญญูชน มองเห็นทะลุไปถึงวิญญูชนด้วยกัน
และ แปลก บางทีนึกไม่ออกว่าทำไมคนบางคนทำชั่วได้ขนาดนั้น



มาแซมหน่อยนะครับพี่ Mor biggrin.gif

Posted by: สมาธิ 30 September 2012, 12:30 AM

QUOTE (Mor @ 29 September 2012, 10:57 PM) *
คนเก่ง..นี่ก็เข้าใจเลือกกินดีเนอะ....555555555 laugh.gif laugh.gif laugh.gif thumbsup.gif



ได้พี่ๆชี้ช่องครับ yes.gif yes.gif
wub.gif

Posted by: Mor 30 September 2012, 01:30 PM

ในส่วนของความรู้ความสามารถมากน้อยเพียงไร ถ้าดูที่ผลงานคงไม่ต้องบรรยายแล้ว
แต่ที่มาที่ไปของความรู้ความสามารถที่มีอยู่นี่ซิ มันมาจากไหน
กะอีแค่ปริญญาวิชาเอกพละศึกษา วิชาโทถ่ายภาพ คงไม่ใช่ที่มาของความสามารถของเขา
ในวัยเด็กได้มีโอกาสที่เพื่อนใช้ให้ถ่ายภาพเวลาไปเที่ยวกันจับกล้องเป็นครั้งแรก
กล้องของเพื่อนนะครับ ในวัยนั้นความคิดที่จะมีกล้องเป็นของตัวเองนี่ลืมไปเลย
แค่เรื่องที่จะได้กินได้ครบวันก็ยังต้องอาศัยวัด
แต่ก็ยังอาศัยกล้องของเพื่อนรับจ้างถ่ายรูปพร้อมอัดให้ในราคาใบละ 5 บาททำกำไรเป็นเงินได้ใช้ในระดับหนึ่ง
ก็ถือว่าได้เริ่มใช้กล้อง และใช้เป็นแบบถ่ายรูปติด ถ่ายชัด มาตั้งแต่ยุคนั้น

พอได้เรียนอุดมศึกษาเลือกพละเพราะใช้ต้นทุนจากการที่เป็นนักกีฬาโรงเรียนมาก่อน
วิชาโทถ่ายภาพกลับช่วยสร้างโอกาสหาเงินอีกครั้งทั้งจากการรับจ้างถ่ายภาพให้เพื่อน
และที่อีกสิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญต่อประสบการณ์ในการถ่ายภาพ
คือการรับจ้างเพื่อนที่เรียนด้วยกันล้างฟิล์มและอัดภาพส่งอาจารย์
งาน job นี้สร้างประสบการณ์และความชำนาญทางการถ่ายภาพให้พี่อ๋อเป็นอย่างมาก

คนที่เคยทำภาพในห้องมืดมาก่อนจะรู้ว่า นอกจากเทคนิคในการถ่ายภาพแล้ว
ในห้องมืดๆ (แต่มีแสงสีแดง) นั้น ยังมีเทคนิคในการสร้างภาพอีกส่วนหนึ่งอยู่ด้วย
ผมก็คล้ายๆ พี่อ๋อตรงที่ได้จับกล้องและถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็ก โอกาสดีกว่าเพราะเป็นกล้องของคุณพ่อ
เรียนมหาวิทยาลัยก็สะเออะไปอยู่ชมรมถ่ายภาพทั้งๆ ที่ไม่มีกล้องของตัวเองสักตัว (เข้าไปเพราะเขาว่าอยู่ชมรมนี้สาวๆ ตรึม tongue.gif )
ผมจึงลบปมด้อยนี้ด้วยการเข้าห้องมืด ใช้ฟิล์มที่ได้จากการรับถ่ายภาพกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษาที่ชมรมถ่ายภาพต้องถ่าย
เอาเข้าไปเล่นต่อในส่วนของการอัดภาพลงกระดาษไวแสง
ทำให้เรียนรู้เรื่องการปรับแก้ปัญหาของภาพ และเข้าใจเรื่องแสงมากขึ้น
พอมาในยุคกล้องดิจิตอลแบบนี้ ห้องมืดก็สว่างขึ้นมาทันตา เพราะมันอยู่ในตัวกล้องและคอมพิวเตอร์ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว
อยู่ที่เราจะรู้จักวิธีการควบคุมกล้องของเราให้อยู่มือได้เพียงไร

พี่อ๋อโชคดีกว่าผม ในขณะที่ตัวผมจบมาแล้วแทบไม่ได้ถ่ายภาพอีกเลยนอกจากการท่องเที่ยว
ในระหว่างเรียนพี่อ๋อยังได้งานเป็นผู้จัดการร้านถ่ายรูป
เรื่องอุปกรณ์ เรื่องการถ่ายภาพ ตลอดจนการล้างอัดขยายก็เพิ่มพูนประสบการณ์ขึ้น
ภายหลังจากที่ลองไปเป็นครูพละที่ต้องทำงานสารพัด ในที่สุดก็ได้เป็นช่างภาพประจำหนังสือพิมพ์วัฏจักร
เมื่อหนังสือพิมพ์เปิดหน้ากีฬายิ่งเข้าทาง เพราะการที่เรียนจบพละศึกษาช่วยให้รู้จังหวะและเกมส์การแข่งขันต่างๆ เป็นอย่างดี
สามารถคาดเดาจังหวะต่อไปที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขันได้ดีกว่าคนอื่น จนภาพของพี่อ๋อมีจังหวะที่โดดเด่นกว่าภาพทั่วไป
ต่อเมื่อต้องกลายเป็นช่างภาพแอ็คชั่น ประสบการณ์เหล่านี้ก็สั่งสมมาก็เกินกว่าปริญญาที่ติดประดับข้างฝานั้นมากมายนัก

Posted by: คนแซ่กิม 30 September 2012, 05:40 PM

ผมได้อ่าน หนังสือที่ คุณอ๋อเขียน ได้อะไรดีๆ มาหลายอย่าง

คุณอ๋อโชคดี ที่มีคนให้โอกาศ และสนับสนุน

วงการช่างภาพ เขาวัดกันที่ อุปกรณ์จริงๆ ต้องลงทุน สูงมากๆๆๆ




กระบี่อยู่ที่ใจ

Posted by: นายฮ้อยต่อ 30 September 2012, 09:11 PM

ของจริง ไม่ได้อาศัยดวง ทำมากับมือ

ขอคาราวะด้วยความเคารพ thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

Posted by: สมาธิ 30 September 2012, 11:11 PM

ผมมองว่าจังหวะชีวิตของพี่อ๋อลงตัว...รัก มี/ใช้โอกาส ถนัด เห็นช่องทาง คงเส้นคงวา thumbsup.gif thumbsup.gif

ทำไมชมรมถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยผมมีแต่ผู้ชาย... confused.gif

Posted by: นายสาราพัด 1 October 2012, 09:33 AM

รอฟังพี่หมอเล่าต่อครับ thumbsup.gif

Posted by: จุ๊จิ๊ 1 October 2012, 01:13 PM

พี่หมอนำมาถ่ายทอดต่อได้ดีครับ thumbsup.gif

Posted by: Mor 2 October 2012, 11:57 AM

เรื่องความมุมานะ อุตสาหะ และตั้งใจจริงในการทำสิ่งต่างๆ
ผมบรรยายไม่ถูก แต่ข้อความบางอย่างในการพูดคุยกันมันบอกกล่าวเรื่องราวเหล่านี้
ผมบอกพี่อ๋อว่าตัวผมเองมีประโยคหนึ่งที่ใช้เตือนใจตัวเองเสมอเวลาต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
"เรื่องยากแสดงว่ายังมีโอกาสที่จะสำเร็จ" พี่อ๋อฟังปั๊บเข้าใจบุ๊ป biggrin.gif
เพราะพี่อ๋อก็มีแนวทางของตัวเองไว้เหมือนกันว่า
"ถ้าลงมือทำแล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด ถึงทำแล้วไม่สำเร็จ ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทำ"
พี่อ๋อบอกว่า หลายคนมักบอกตัวเองและคนอื่นๆ ว่า "เรื่องนี้ทำไม่สำเร็จหรอก"
แกอยากถามกลับไปว่า "ได้ลองทำแล้วหรือยัง" เพราะถ้าแกบอกว่าสิ่งใดทำไม่สำเร็จแสดงว่าแกได้ลองทำแล้ว

เรื่องเล่าตอนหนึ่งกับภาพที่เป็นความภาคภูมิใจ
เป็นการรับงานถ่ายภาพเรือ ต.ของกองทัพเรือที่ต่อขึ้นใหม่ 3 ลำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้านั้นกองทัพเรือได้ว่าจ้างช่างภาพต่างชาติท่านหนึ่งมาถ่าย ไม่ใช่ภาพไม่สวย แต่เรียกว่าภาพไม่โดนใจผู้จ้าง
มีการติดต่อมายังพี่อ๋อ ในส่วนนี้มีเกร็ดมากมายแต่ขออุบไว้ก่อน ใครอยากฟังไว้ค่อยเล่ากันตัวต่อตัวดีก่า
สุดท้ายพี่อ๋อรับงานนี้ หนึ่งเพราะเป็นงานที่จะแสดงถึงพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เคารพเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
อีกหนึ่งมันเป็นงานยากและท้าทาย มีงานของคนอื่นที่เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงค้ำอยู่
ผู้จ้างต้องการเพียงภาพเดียว และต้องโดน แต่ในการทำงานต้องออกไปถ่ายภาพกลางทะเลซึ่งเราๆ ก็รู้กันว่าทะเลคาดเดาใจได้ยาก
เรือทั้งสามลำจะแล่นเข้ามาให้ถ่ายเพียง 3 นาที เป็น 3 นาทีทอง ที่ต้องจับภาพให้ได้ มีโอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่ได้ภาพก็คือจบ
ในวันถ่ายภาพจริง พี่อ๋อลงเรือตรวจการณ์แล่นไปยังจุดนัดหมายกับเรือ ต.ทั้งสามลำ
บนเรือต้องนั่งหัวโยกหัวคลอนกับการโยนตัวของเรือรับลอนคลื่นหลายชั่วโมง
เมื่อได้รับแจ้งว่าเรือ ต. ทั้งสามลำจะเข้าที่หมายแล้ว พี่อ๋อนั่งลงเอาเท้ายันกราบเรือตาอยู่ที่วิวไฟเดอร์ (ช่องมองภาพ)
คลื่นหัวเรือที่แตกขาวสามสายแล่นเข้ามาตามนัดหมาย
พอได้จังหวะพี่อ๋อตะโกนบอกกัปตันเรือตรวจการณ์ที่วิ่งขนานไปกับเรือ ต.
"แล่นตัดหน้าเลยกัปตัน" ตั๊บๆๆๆๆๆ แล้วก็ได้มาแบบนี้ laugh.gif


Posted by: Mor 2 October 2012, 01:00 PM

ครอบครัว คือสิ่งที่พี่อ๋อขาดแคลนในวัยเด็ก
วันหนึ่งเมื่อมีโอกาสสร้างครอบครัวเป็นของตนเอง
พี่อ๋อจึงปกปักรักษาครอบครัวนี้อย่างที่สุดด้วยทุกอย่างที่เขามี
ผมมีโอกาสได้สัมผัสความอบอุ่นของครอบครัวนี้ ที่หน้าเตาจิ้มจุ่มในคืนนั้น...5555 laugh.gif

จากเด็กหญิงข้างบ้านในวัยเด็ก เพื่อนนักเรียนที่แบ่งเงินค่าขนมของเธอครึ่งหนึ่ง
เพื่อให้เขามีโอกาสนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนพร้อมกับเธอ
ผ่านมากว่าสามสิบปี วันนี้เธอเป็นแม่ของลูกชายคนเดียวของพี่อ๋อ
เธอเป็นมากกว่าแม่ของลูก เพราะเธอเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตของเขา

พี่อ๋อรู้ดีว่าอาชีพช่างภาพอิสระของพี่อ๋อ คำว่า "อิสระ" หมายถึง ไม่มีอะไรแน่นอน
ด้วยความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ที่นับถือ พี่อ๋อเลือกที่จะเปิดร้านถ่ายรูป (เล็กๆ หรือเปล่าไม่รู้เพราะผมก็ยังไม่เคยเห็น tongue.gif )
เพียงเพื่อสร้างหลักประกันให้กับครอบครัวไว้ชั้นหนึ่งก่อน
และด้วยลักษณะงานที่ต้องเสี่ยงด้วยชีวิต พี่อ๋อเลือกที่จะขอร้องผู้มีพระคุณอีกท่านหนึ่งว่า
"นาย...ถ้าผมเป็นอะไรไป ผมฝากเมียและลูกด้วยนะครับ"
คำตอบที่ได้คือ "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร อ๋อเอาเบอร์โทรผมให้เมียไว้ และบอกเธอว่าโทรได้ทันที ทุกเวลา"
พี่อ๋อบอกครอบครัวไว้ว่า "ถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่ห้ามที่จะเสียใจ แต่อย่าเสียใจนานนะ เพราะชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป"

เมื่อสร้างหลักประกันให้ครอบครัวแล้ว.........ลุยโลด!!!


Posted by: Mor 2 October 2012, 02:07 PM

จากเด็กชายบ้านแตกที่ต้องอาศัยอยู่กับลุงและป้า
สู้ฟันฝ่าอดทนมานะดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตอยู่
เลือกทางเดินของชีวิตด้วยจิตใจที่ใฝ่ดี
จนมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นของตัวเอง
มีชื่อเสียง ผลงาน และฐานะทางสังคมจนเป็นที่ยอมรับในวงการ
"ชีวิตนี้ของไอ้อ๋อถือว่าพอแล้ว มันไกลเกินกว่าที่จะฝันได้ด้วยซ้ำ" พี่อ๋อเคยบอกผม

"แล้วต่อจากนี้ล่ะ พี่อ๋อจะทำอะไร" ผมสงสัย
คำตอบที่ได้ นอกจากการถ่ายภาพซึ่งเป็นสิ่งที่เขารัก และเป็นวิทยากรด้านการถ่ายภาพแล้ว ก็คือกิจกรรมเหล่านี้

จัดตั้งมูลนิธิช่วยเหลือช่างภาพอาชีพ ครอบครัว และบุตร-ธิดา
โดยพี่อ๋อนิยามคำว่าช่างภาพอาชีพไว้ว่า "คือคนที่ใช้การถ่ายภาพหาเลี้ยงชีวิต"
ซึ่งเริ่มจากการจัดแข่งขันแรลลี่การกุศลหาทุนไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
และอยู่ระหว่างเตรียมการจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อรวบรวมเงินทุนให้ได้ครบ 1 ล้านบาทตามที่ตั้งใจไว้

ด้วยช่องว่างระหว่างฐานะทางสังคมในปัจจุบันกับความเป็นมาในอดีตมันช่างกว้างไกลเกินกว่าที่จะคิดฝัน
หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นระหว่างกลางช่องว่างนั้นมีเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้
ปัจจุบันพี่อ๋อได้รับเกียรติจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถานศึกษาต่างๆ
ให้ไปเป็นวิทยากรในหัวข้อ "การสร้างแรงบันดาลใจ"

ท้ายที่สุดจากการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ครั้งหลังสุด พี่อ๋อบอกว่า
"สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ ในวงการถ่ายภาพบ้านเรา
ไม่มีการแยกค่าย แยกอุปกรณ์ ไม่ใช้ราคาอุปกรณ์มาวัดความเก่ง
พี่เอื้ออาทรน้อง น้องให้ความเคารพพี่ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
เปิดกว้าง ยอมรับในสิ่งใหม่ๆ และความหลากหลายทางความคิดของปัจเจกชน
เชื่อว่าคนทุกคนมีด้านที่เก่งของตนเสมอ จึงไม่ต้องเปรียบเทียบกันว่าใครเก่งกว่า
และร่วมจูงมือกันสร้างวงการถ่ายภาพให้สังคมได้เห็นคุณค่า
ให้ช่างภาพมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีที่วางเท้าและยืนได้อย่างสง่างาม เฉกเช่นอาชีพอื่นๆ
เพราะช่างภาพก็คือ "ผู้บันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ณ วินาทีนั้น ไว้ในภาพถ่าย"
สุดท้ายพี่อ๋อชวนผมว่า "เรามาช่วยกันฉุดบัวให้พ้นน้ำกันนะ"

ที่เขียนเล่าเรื่องราวของพี่อ๋อ อนันต์ชัย จันทรัตน์ มาเสียยืดยาว
ก็เพราะผมไปรับคำพี่อ๋อมาว่าจะช่วยกันฉุดบัวให้พ้นน้ำ ก่อนที่ปู ปลา และเต่า จะมากินเป็นอาหาร
พี่อ๋อคิดใหญ่ตามสไตล์ อยากให้บัวทุกดอกได้บานกลีบสวยอวดแสงตะวัน
แต่สำหรับผมแค่ทำให้บัวบานได้อีกดอกผมก็สุขใจแล้ว



“อ๋อ แอ็คชั่น..อนันต์ชัย จันทรัตน์” ในมุมของ....ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมได้เขียนเรื่องราวเหล่านี้
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นต่อไป...........
laugh.gif









ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านมาจนถึงตอนจบ
ขอบคุณเวป konrakmeed ที่ให้พื้นที่ดีดีให้ผมเขียน
ขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ ที่ใช้ประกอบเรื่อง
ทั้งจากภาพใน Facebook ของพี่อ๋อ
และภาพที่ขอยืมมาใช้จากเวปอื่นๆ (โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ต้องขอโทษด้วยนะครับ)
ขอบคุณพี่อ๋อสำหรับเรื่องราวดีดีที่เกิดขึ้นกับชีวิตพี่ จนผมเอามาเขียนได้ยืดยาว
(ซึ่งผมได้ขอแล้วว่าจะเขียน แต่ไม่รู้ว่าพี่อ๋ออนุญาตหรือเปล่า...ฮิฮิฮิ tongue.gif )
ขอโทษและขออภัยหากข้อเขียนนี้มีสิ่งใดที่ผิดพลาด หรือไม่สมควรเขียนถึง
ผมขอน้อมรับความผิดนั้นไว้ทั้งหมดทั้งสิ้นครับ
yes.gif

Posted by: Mor 2 October 2012, 02:17 PM

บางส่วนของผลงาน “อ๋อ แอ็คชั่น..อนันต์ชัย จันทรัตน์”


















Posted by: Big G. 2 October 2012, 02:20 PM

"ถ้าลงมือทำแล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด ถึงทำแล้วไม่สำเร็จ ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทำ"

โดนใจจริงๆ tongue.gif

เอาเบอร์พี่หมอให้เมียดีกว่า biggrin.gif

Posted by: Mor 2 October 2012, 02:25 PM

QUOTE (Big G. @ 2 October 2012, 02:20 PM) *
...........
เอาเบอร์พี่หมอให้เมียดีกว่า biggrin.gif




ดีดี....จะได้เล่าเรื่องแกกับเด็กเชียร์เบียร์คนนั้นให้ฟัง กำลังคันปากอยากเล่าอยู่ทีเดียว whistling.gif tongue.gif

Posted by: amphol 2 October 2012, 04:16 PM

ขอบคุณพี่หมอครับ

ผมอ่านกระทู้นี้ทุกวันเลย... สนุกมากครับ thumbsup.gif

Posted by: Dick 2 October 2012, 08:13 PM

QUOTE (Big G. @ 2 October 2012, 02:20 PM) *
"ถ้าลงมือทำแล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด ถึงทำแล้วไม่สำเร็จ ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทำ"

โดนใจจริงๆ tongue.gif

เอาเบอร์พี่หมอให้เมียดีกว่า biggrin.gif



QUOTE (Mor @ 2 October 2012, 02:25 PM) *
ดีดี....จะได้เล่าเรื่องแกกับเด็กเชียร์เบียร์คนนั้นให้ฟัง กำลังคันปากอยากเล่าอยู่ทีเดียว whistling.gif tongue.gif



พี่หมอเอาเรื่องราวของมนุษย์คนหนึ่งมาเล่าได้อย่างสวยงาม
เรื่องราวเเบบนี้ครับที่คนกำลังจะจบการศึกษา คนหนุ่มคนสาว และเพวกเราท่าน ควรมีโอกาสได้ฟัง ได้เรียนรู้
เรื้องราวชีวิต กับผลงานที่สแนสวย พี่หมอร้อยเรียงได้อย่างเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์
และ ที่สำคัญ ไม่ทราบว่าเรื่องเด็กเชียร์เบียร์ พี่ BigG ได้ทำหรือเปล่าครับ ?

Posted by: Dick 2 October 2012, 08:13 PM

QUOTE (amphol @ 2 October 2012, 04:16 PM) *
ขอบคุณพี่หมอครับ

ผมอ่านกระทู้นี้ทุกวันเลย... สนุกมากครับ thumbsup.gif



ว่างๆอำพลมาเจอกันบ้างนะครับ smile.gif

Posted by: Mor 3 October 2012, 08:45 AM

QUOTE (Dick @ 2 October 2012, 08:13 PM) *
.............
และ ที่สำคัญ ไม่ทราบว่าเรื่องเด็กเชียร์เบียร์ พี่ BigG ได้ทำหรือเปล่าครับ ?




ช่วงนี้เข้าพรรษา Big G งดกินของคาวครับ tongue.gif

Posted by: Mor 3 October 2012, 10:38 AM

เมื่อสักครู่ผมได้คุยโทรศัพท์จากพี่อ๋อ ซึ่งหาช่องว่างของเวลาทั้งที่อยู่ระหว่างการไปถ่ายภาพที่เชียงใหม่โทรมาหา
ก่อนหน้านี้ผมบอกเล่าถึงข้อเขียนนี้ให้พี่อ๋อทราบ และเมื่อวานนี้พี่อ๋อเพิ่งได้มีโอกาสอ่านมันทั้งหมดจึงได้โทรมาคุยกัน
ส่วนหนึ่งในการพูดคุยผมเล่าให้พี่อ๋อฟังถึงสิ่งที่เป็นไปของชุมชนคนรักมีดแห่งนี้
พี่อ๋อจึงฝากมาบอกพวกเราว่า.....

"ถ้ามีโอกาสบ่ายวันพฤหัสใดวันพฤหัสหนึ่ง ไอ้อ๋อจะขออนุญาตไปนั่งที่อเมซอน
เพื่อขอเรียนรู้แนวคิดของพี่ๆ ทั้งหลาย และนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของตัวเอง
และขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ พร้อมนี้ ไอ้อ๋อคนนี้ขอปวรณาตัวว่า
ถ้าคนรักมีดคิดว่าจะใช้ประโยชน์อันใดในตัวไอ้อ๋อได้ ขอได้โปรดบอกมาไม่ต้องเกรงใจ
แถมจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำประโยชน์เพื่อชุมชนคนรักมีดนี้บ้าง แม้จะเพียงส่วนเล็กน้อยก็ตาม"


ด้วยคำพูดนี้ ผมยินดีกับคนรักมีดด้วยครับ เราได้กัลยาณิมิตรเพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว thumbsup.gif laugh.gif

Posted by: utd 3 October 2012, 10:41 AM

ชอบจังเลยครับ thumbsup.gif

Posted by: จุ๊จิ๊ 3 October 2012, 11:54 AM

ชอบกระทู้นี้ครับ thumbsup.gif

Posted by: Home away 3 October 2012, 08:44 PM

เพิ่มดีกรีความอบอุ่นให้ชาวชุมชนคนรักมีดมากมายครับ thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

Posted by: amphol 3 October 2012, 10:49 PM

QUOTE (Dick @ 2 October 2012, 08:13 PM) *
ว่างๆอำพลมาเจอกันบ้างนะครับ smile.gif


คร้าบผม tongue.gif

Posted by: สมาธิ 3 October 2012, 11:33 PM

ไม่แปลกเลยที่พี่อ๋อจะเป็นบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ
เพราะแรงบันดาลใจนี้มาจาก "หัวใจ" พี่อ๋อ ล้วนๆเลย

ขอบพระคุณพี่หมอครับ ที่ถ่ายทอดเรื่องราว...
กลั่นเอาเรื่องราวของชีวิตพี่อ๋อมาให้พวกเราๆท่านๆได้เพิ่มพลัง"หัวใจ"
wub.gif wub.gif

Posted by: adisorn1961 4 October 2012, 09:05 AM

ขอบคุณคนถ่ายทอดที่น่ารักของพวกเรา
และด้วยความรักก็ต้องหามุมแซวคนเล่าหน่อย
เจ้าตัวบอกว่าเป็นคนรักครอบครัวมาก
อยากบอกว่าระวังอย่าเป็น มีครอบครัวมาก ให้รักนะครับ

Posted by: kamet 4 October 2012, 10:08 AM

QUOTE (Mor @ 2 October 2012, 11:57 AM) *
เรื่องความมุมานะ อุตสาหะ และตั้งใจจริงในการทำสิ่งต่างๆ
ผมบรรยายไม่ถูก แต่ข้อความบางอย่างในการพูดคุยกันมันบอกกล่าวเรื่องราวเหล่านี้
ผมบอกพี่อ๋อว่าตัวผมเองมีประโยคหนึ่งที่ใช้เตือนใจตัวเองเสมอเวลาต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
"เรื่องยากแสดงว่ายังมีโอกาสที่จะสำเร็จ" พี่อ๋อฟังปั๊บเข้าใจบุ๊ป biggrin.gif
เพราะพี่อ๋อก็มีแนวทางของตัวเองไว้เหมือนกันว่า
"ถ้าลงมือทำแล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด ถึงทำแล้วไม่สำเร็จ ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทำ"
พี่อ๋อบอกว่า หลายคนมักบอกตัวเองและคนอื่นๆ ว่า "เรื่องนี้ทำไม่สำเร็จหรอก"
แกอยากถามกลับไปว่า "ได้ลองทำแล้วหรือยัง" เพราะถ้าแกบอกว่าสิ่งใดทำไม่สำเร็จแสดงว่าแกได้ลองทำแล้ว

เรื่องเล่าตอนหนึ่งกับภาพที่เป็นความภาคภูมิใจ
เป็นการรับงานถ่ายภาพเรือ ต.ของกองทัพเรือที่ต่อขึ้นใหม่ 3 ลำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้านั้นกองทัพเรือได้ว่าจ้างช่างภาพต่างชาติท่านหนึ่งมาถ่าย ไม่ใช่ภาพไม่สวย แต่เรียกว่าภาพไม่โดนใจผู้จ้าง
มีการติดต่อมายังพี่อ๋อ ในส่วนนี้มีเกร็ดมากมายแต่ขออุบไว้ก่อน ใครอยากฟังไว้ค่อยเล่ากันตัวต่อตัวดีก่า
สุดท้ายพี่อ๋อรับงานนี้ หนึ่งเพราะเป็นงานที่จะแสดงถึงพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เคารพเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
อีกหนึ่งมันเป็นงานยากและท้าทาย มีงานของคนอื่นที่เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงค้ำอยู่
ผู้จ้างต้องการเพียงภาพเดียว และต้องโดน แต่ในการทำงานต้องออกไปถ่ายภาพกลางทะเลซึ่งเราๆ ก็รู้กันว่าทะเลคาดเดาใจได้ยาก
เรือทั้งสามลำจะแล่นเข้ามาให้ถ่ายเพียง 3 นาที เป็น 3 นาทีทอง ที่ต้องจับภาพให้ได้ มีโอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่ได้ภาพก็คือจบ
ในวันถ่ายภาพจริง พี่อ๋อลงเรือตรวจการณ์แล่นไปยังจุดนัดหมายกับเรือ ต.ทั้งสามลำ
บนเรือต้องนั่งหัวโยกหัวคลอนกับการโยนตัวของเรือรับลอนคลื่นหลายชั่วโมง
เมื่อได้รับแจ้งว่าเรือ ต. ทั้งสามลำจะเข้าที่หมายแล้ว พี่อ๋อนั่งลงเอาเท้ายันกราบเรือตาอยู่ที่วิวไฟเดอร์ (ช่องมองภาพ)
คลื่นหัวเรือที่แตกขาวสามสายแล่นเข้ามาตามนัดหมาย
พอได้จังหวะพี่อ๋อตะโกนบอกกัปตันเรือตรวจการณ์ที่วิ่งขนานไปกับเรือ ต.
"แล่นตัดหน้าเลยกัปตัน" ตั๊บๆๆๆๆๆ แล้วก็ได้มาแบบนี้ laugh.gif


ผมไม่มีความรู้เรื่องถ่ายภาพ ซักกะนิด
แต่ดูภาพเรื่อ 3 ลำนี้แล้วทึ่งมาก เพราะดูแล้ว ขนาดเรือจอดนิ่งๆ จะให้ได้ภาพ ที่จัดระเบียบ ได้อย่างน่าทึ่งอย่างนี้ยังยากเลย
นี้บอกว่าถ่ายตอนเรือวิ่ง ทั้งเรือที่นั่งอยู่และเรือในรูป แถมมีคลื่นโครงเครงอีก
ระเบียบภาพก็เหมือนกับตั้งสเกลวัดไว้เลย
เหลือเชื่อจังภาพนี้

ยินดีต้อนรับพี่อ๋อ สู่บ้านแห่งนี้ด้วยคนครับ

Posted by: นายฮ้อยต่อ 4 October 2012, 10:19 AM

ผมชอบถ่ายภาพแนวนี้มากครับ เวลาเราจับมันได้จะรู้สึกมีความสุข มีโอกาศครั้งเดียวห้ามสองใจ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา



ภาพนี้สวยมากครับ มีสิงห์หลายตัวบนรถ thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

Posted by: นายฮ้อยต่อ 4 October 2012, 10:30 AM

QUOTE (Mor @ 2 October 2012, 11:57 AM) *
เรื่องความมุมานะ อุตสาหะ และตั้งใจจริงในการทำสิ่งต่างๆ
ผมบรรยายไม่ถูก แต่ข้อความบางอย่างในการพูดคุยกันมันบอกกล่าวเรื่องราวเหล่านี้
ผมบอกพี่อ๋อว่าตัวผมเองมีประโยคหนึ่งที่ใช้เตือนใจตัวเองเสมอเวลาต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
"เรื่องยากแสดงว่ายังมีโอกาสที่จะสำเร็จ" พี่อ๋อฟังปั๊บเข้าใจบุ๊ป biggrin.gif
เพราะพี่อ๋อก็มีแนวทางของตัวเองไว้เหมือนกันว่า
"ถ้าลงมือทำแล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด ถึงทำแล้วไม่สำเร็จ ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทำ"
พี่อ๋อบอกว่า หลายคนมักบอกตัวเองและคนอื่นๆ ว่า "เรื่องนี้ทำไม่สำเร็จหรอก"
แกอยากถามกลับไปว่า "ได้ลองทำแล้วหรือยัง" เพราะถ้าแกบอกว่าสิ่งใดทำไม่สำเร็จแสดงว่าแกได้ลองทำแล้ว

เรื่องเล่าตอนหนึ่งกับภาพที่เป็นความภาคภูมิใจ
เป็นการรับงานถ่ายภาพเรือ ต.ของกองทัพเรือที่ต่อขึ้นใหม่ 3 ลำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้านั้นกองทัพเรือได้ว่าจ้างช่างภาพต่างชาติท่านหนึ่งมาถ่าย ไม่ใช่ภาพไม่สวย แต่เรียกว่าภาพไม่โดนใจผู้จ้าง
มีการติดต่อมายังพี่อ๋อ ในส่วนนี้มีเกร็ดมากมายแต่ขออุบไว้ก่อน ใครอยากฟังไว้ค่อยเล่ากันตัวต่อตัวดีก่า
สุดท้ายพี่อ๋อรับงานนี้ หนึ่งเพราะเป็นงานที่จะแสดงถึงพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เคารพเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
อีกหนึ่งมันเป็นงานยากและท้าทาย มีงานของคนอื่นที่เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงค้ำอยู่
ผู้จ้างต้องการเพียงภาพเดียว และต้องโดน แต่ในการทำงานต้องออกไปถ่ายภาพกลางทะเลซึ่งเราๆ ก็รู้กันว่าทะเลคาดเดาใจได้ยาก
เรือทั้งสามลำจะแล่นเข้ามาให้ถ่ายเพียง 3 นาที เป็น 3 นาทีทอง ที่ต้องจับภาพให้ได้ มีโอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่ได้ภาพก็คือจบ
ในวันถ่ายภาพจริง พี่อ๋อลงเรือตรวจการณ์แล่นไปยังจุดนัดหมายกับเรือ ต.ทั้งสามลำ
บนเรือต้องนั่งหัวโยกหัวคลอนกับการโยนตัวของเรือรับลอนคลื่นหลายชั่วโมง
เมื่อได้รับแจ้งว่าเรือ ต. ทั้งสามลำจะเข้าที่หมายแล้ว พี่อ๋อนั่งลงเอาเท้ายันกราบเรือตาอยู่ที่วิวไฟเดอร์ (ช่องมองภาพ)
คลื่นหัวเรือที่แตกขาวสามสายแล่นเข้ามาตามนัดหมาย
พอได้จังหวะพี่อ๋อตะโกนบอกกัปตันเรือตรวจการณ์ที่วิ่งขนานไปกับเรือ ต.
"แล่นตัดหน้าเลยกัปตัน" ตั๊บๆๆๆๆๆ แล้วก็ได้มาแบบนี้ laugh.gif



ทุกครั้งที่เรายังทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราศูนย์เปล่า เราได้ขึ้นไปบรรไดอีกขั้นมองลงมาเห็นอะไรกว้างขึ้น ครั้งต่อไปเราทำอะไรก็จะละเอียดขึ้น อะไรอะไรก็จะดีขึ้น โดยเฉพาะใจที่มันแข็งแกร่งขึ้น คนที่ไม่ทำจะไม่รู้ ว่ามันมันขนาดไหน biggrin.gif

ชั่วโมงบินมันต่างกัน biggrin.gif thumbsup.gif whistling.gif

Posted by: Mor 4 October 2012, 01:46 PM

QUOTE (kamet @ 4 October 2012, 10:08 AM) *
.....
เหลือเชื่อจังภาพนี้

ยินดีต้อนรับพี่อ๋อ สู่บ้านแห่งนี้ด้วยคนครับ



ผมยิ่งเหลือเชื่อขึ้นกว่าพี่หมออีกครับ
เมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนี้ถ่ายภาพทุกภาพไนฟอร์แมท jpeg ไม่ใช่ RAW
สำหรับคนถ่ายภาพจะรู้ว่าการถ่าย jpeg จะปรับแก้ภายหลังได้ยาก
แต่พี่อ๋อแทบจะถ่ายจบหลังกล้องเลย เลยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรอีกครับ thumbsup.gif

สำหรับภาพนี้ใครอยากเห๊นภาพจริงต้องถามกองทัพเรือว่าเขาติดไว้ที่ไหน

Posted by: A.wasan 4 October 2012, 10:22 PM

พี่หมอเขียนหนังสือเล่าได้อย่างชนิดเห็นชัดเจนทุกช็อตเลย ไม่ว่าจะในเชิงนามธรรมและรูปธรรม ผมว่าเปิดสำนักพิมพ์ออนไลน์คนรักมีดดีใหม thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

Posted by: นายฮ้อยต่อ 4 October 2012, 10:59 PM

QUOTE (Mor @ 3 October 2012, 10:38 AM) *
เมื่อสักครู่ผมได้คุยโทรศัพท์จากพี่อ๋อ ซึ่งหาช่องว่างของเวลาทั้งที่อยู่ระหว่างการไปถ่ายภาพที่เชียงใหม่โทรมาหา
ก่อนหน้านี้ผมบอกเล่าถึงข้อเขียนนี้ให้พี่อ๋อทราบ และเมื่อวานนี้พี่อ๋อเพิ่งได้มีโอกาสอ่านมันทั้งหมดจึงได้โทรมาคุยกัน
ส่วนหนึ่งในการพูดคุยผมเล่าให้พี่อ๋อฟังถึงสิ่งที่เป็นไปของชุมชนคนรักมีดแห่งนี้
พี่อ๋อจึงฝากมาบอกพวกเราว่า.....

"ถ้ามีโอกาสบ่ายวันพฤหัสใดวันพฤหัสหนึ่ง ไอ้อ๋อจะขออนุญาตไปนั่งที่อเมซอน
เพื่อขอเรียนรู้แนวคิดของพี่ๆ ทั้งหลาย และนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของตัวเอง
และขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ พร้อมนี้ ไอ้อ๋อคนนี้ขอปวรณาตัวว่า
ถ้าคนรักมีดคิดว่าจะใช้ประโยชน์อันใดในตัวไอ้อ๋อได้ ขอได้โปรดบอกมาไม่ต้องเกรงใจ
แถมจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำประโยชน์เพื่อชุมชนคนรักมีดนี้บ้าง แม้จะเพียงส่วนเล็กน้อยก็ตาม"


ด้วยคำพูดนี้ ผมยินดีกับคนรักมีดด้วยครับ เราได้กัลยาณิมิตรเพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว thumbsup.gif laugh.gif


ด้วยความยินดีครับพี่อ๋อ biggrin.gif thumbsup.gif

Posted by: นายสาราพัด 5 October 2012, 08:33 AM

thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

Posted by: Mor 5 October 2012, 09:25 AM

QUOTE (A.wasan @ 4 October 2012, 10:22 PM) *
พี่หมอเขียนหนังสือเล่าได้อย่างชนิดเห็นชัดเจนทุกช็อตเลย ไม่ว่าจะในเชิงนามธรรมและรูปธรรม ผมว่าเปิดสำนักพิมพ์ออนไลน์คนรักมีดดีใหม thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif



ขอบคุณครับอาจารย์ มีอะไรชี้แนะด้วยนะคร๊าบ.... thumbsup.gif biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif

ส่วนเรื่องเปิดสำนักพิมพ์ออนไลน์คนรักมีด
งั้นคงต้องรบกวนให้อาจารย์เป็นบรรณาธิการและผู้พิมพ์โฆษณา
ผมเขียน.....แล้วให้ Big G เป็นคนหาภาพประกอบ
เวลาโดนฟ้องจะได้เรียงกัน จำเลยที่ 1-3 .....ฮิฮิฮิ tongue.gif

Posted by: Mor 5 October 2012, 10:04 AM

พี่อ๋อแจ้งมาขอร่วมบริจาคหนังสือ "นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่" จำนวน 50 เล่มครับ
แต่ผมคิดว่ามันมากไปสำหรับโรงเรียนบ้านเทพประทับ
จึงขออนุญาตมอบให้โรงเรียนบ้านเทพประทับ 10 เล่ม
ที่เหลือจะขอเก็บไว้มอบให้ในที่อื่นๆ ที่เห็นสมควรต่อไป
เช่น มอบให้เด็กๆ ชาวเขาที่แม่ฮ่องสอน
ที่หนทางของการศึกษาทำให้ต้องดิ้นรนเข้ามาเรียนในเมือง เป็นต้น
หนังสือนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาได้มากครับ thumbsup.gif laugh.gif

Posted by: นายฮ้อยต่อ 5 October 2012, 10:07 AM

ดีครับพี่หมอ เด็กๆจะได้รู้ว่า " มือเปล่าก็สู้ได้ ขอให้ใจถึง " biggrin.gif thumbsup.gif

Posted by: Dick 5 October 2012, 10:14 AM

QUOTE (Mor @ 5 October 2012, 10:04 AM) *
พี่อ๋อแจ้งมาขอร่วมบริจาคหนังสือ "นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่" จำนวน 50 เล่มครับ
แต่ผมคิดว่ามันมากไปสำหรับโรงเรียนบ้านเทพประทับ
จึงขออนุญาตมอบให้โรงเรียนบ้านเทพประทับ 10 เล่ม
ที่เหลือจะขอเก็บไว้มอบให้ในที่อื่นๆ ที่เห็นสมควรต่อไป
เช่น มอบให้เด็กๆ ชาวเขาที่แม่ฮ่องสอน
ที่หนทางของการศึกษาทำให้ต้องดิ้นรนเข้ามาเรียนในเมือง เป็นต้น
หนังสือนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาได้มากครับ thumbsup.gif laugh.gif


1. ช่วงนี้ เรามีโครงการดังนี้

1. ห้องสมุดนฝัน
2. ทอดกฐิน

เมื่อเสร็จงานนี้ เงินคงคลังเพื่อการกุลอาจจะหมด
(ที่จริงหมดแล้ว เพราะเทกระเป๋าไปที่ห้องสมุด)

ในช่วงกลางเดือนมกราคม
เราจะมีโครงการตรวจสุขภาพเด็กชาวเขาแม่ฮ่องสอน นำโดยหมอ Lunatic
ดังนั้น ช่วงก่อนปีใหม่ ผมตั้งใจจะหาเงินเพื่อโครงการหมอลฯนะครับ
เท่าที่มีในมือ ก็เป็นเงินที่ทาง KRMP จะตั้งกองทุนให้ก่อนเล็กน้อยเป็นเงินขวัญถุง
และ ทางเฮียกริชบดี คงจะมอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดวะดม่วง เนื้อโลหะในราคาต่อกว่าตลาดมาก มาให้เราจำหน่ายเพื่อหาทุน
พระเครื่องหลวงปู่ทวดชุดนี้ เป็นพระเนื้อโลหะที่สร้างในปี 2506 โดยมีท่านพระอาจารย์ทิมมาเองเลฃย โดยสร้างที่วัดม่วงครับ

Posted by: Mor 5 October 2012, 10:23 AM

QUOTE (นายฮ้อยต่อ @ 5 October 2012, 10:07 AM) *
ดีครับพี่หมอ เด็กๆจะได้รู้ว่า " มือเปล่าก็สู้ได้ ขอให้ใจถึง " biggrin.gif thumbsup.gif



ผมขอพกมีดสักเล่มก็แล้วกันนะครับพี่ต่อ แค่เป็นเครื่องลางให้อุ่นใจน่ะ laugh.gif laugh.gif laugh.gif

Posted by: kamet 5 October 2012, 10:55 AM

QUOTE (Dick @ 5 October 2012, 10:14 AM) *
1. ช่วงนี้ เรามีโครงการดังนี้

1. ห้องสมัดนฝัน
2. ทอดกฐิน

เมื่อเสร็จงานนี้ เงินคงคลังเพื่อการกุลอาจจะหมด
(ที่จริงหมดแล้ว เพราะเทกระเป๋าไปที่ห้องสมุด)

ในช่วงกลางเดือนมกราคม
เราจะมีโครงการตรวจสุขภาพเด็กชาวเขาแม่ฮ่องสอน นำโดยหมอ Lunatic
ดังนั้น ช่วงก่อนปีใหม่ ผมตั้งใจจะหาเงินเพื่อโครงการหมอลฯนะครับ
เท่าที่มีในมือ ก็เป็นเงินที่ทาง KRMP จะตั้งกองทุนให้ก่อนเล็กน้อยเป็นเงินขวัญถุง
และ ทางเฮียกริชบดี คงจะมอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดวะดม่วง เนื้อโลหะในราคาต่อกว่าตลาดมาก มาให้เราจำหน่ายเพื่อหาทุน
พระเครื่องหลวงปู่ทวดชุดนี้ เป็นพระเนื้อโลหะที่สร้างในปี 2506 โดยมีท่านพระอาจารย์ทิมมาเองเลฃย โดยสร้างที่วัดม่วงครับ


พี่ครับ ขออนุญาต คร่าวๆไว้ก่อนครับ ร่วมด้วยกับKRMP 10,000 บาทครับ
เพื่อชาวเขาครับ

Posted by: Mor 5 October 2012, 11:59 AM

QUOTE (kamet @ 5 October 2012, 10:55 AM) *
พี่ครับ ขออนุญาต คร่าวๆไว้ก่อนครับ ร่วมด้วยกับKRMP 10,000 บาทครับ
เพื่อชาวเขาครับ



พี่หมอไม่เคยพลาดเรื่องช่วยสังคมเลยนะครับ... thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif biggrin.gif

Posted by: kamet 5 October 2012, 02:31 PM

QUOTE (Mor @ 5 October 2012, 11:59 AM) *
พี่หมอไม่เคยพลาดเรื่องช่วยสังคมเลยนะครับ... thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif biggrin.gif


พี่หมอครับ ผมเป็นคนอาภัพเรื่องเวลา
ซึ่งความจริงผม ชื่นชมและอยากเป็นผู้ร่วม ลงแรงมากกว่าครับ
แต่เมื่อมีขีดจำกัดตัวเอง ก็ได้แต่ร่วมด้วยตามที่ตนเองสามารถทำได้ครับ

Posted by: Mor 5 October 2012, 04:01 PM

พี่หมอใช้คำสวยจัง "อาภัพเรื่องเวลา" thumbsup.gif
คนเราชอบอ้างเวลาไม่มีจึงไม่ได้ทำ
พี่หมอทำแม้เวลาจะไม่ค่อยมี
ผมขอนำไปใช้สอนน้องๆ นะครับพี่ biggrin.gif

Posted by: kamet 5 October 2012, 04:27 PM

ครับพี่หมอ คนเราชอบอ้างว่าไม่มีเวลา
ทั้งๆที่ถ้าจะหาจริงๆก็หาได้
เวลาที่ผมบังคับตัวเองให้มีให้ได้ คือเวลาในการออกกำลังกายทุกเช้า 2 ชั่วโมง
นอกนั้นเวลาจะไปอยู่กับงาน และครอบครัวครับ
จนบางครั้งภรรยา สงสาร ก็จะไปจองหมอนวดให้ ทีละ4-5 ชั่วโมงให้ผ่อนคลาย
หรือไม่ก็ไล่ไปหาเพื่อนๆบ้างครับ ไม่งั้นเลิกงานปุ๊บ ผมก็มุ่งกลับบ้านอย่างเดียว ไปไหนไม่ถูกครับ biggrin.gif

Posted by: นายฮ้อยต่อ 5 October 2012, 04:57 PM

QUOTE (kamet @ 5 October 2012, 04:27 PM) *
ครับพี่หมอ คนเราชอบอ้างว่าไม่มีเวลา
ทั้งๆที่ถ้าจะหาจริงๆก็หาได้
เวลาที่ผมบังคับตัวเองให้มีให้ได้ คือเวลาในการออกกำลังกายทุกเช้า 2 ชั่วโมง
นอกนั้นเวลาจะไปอยู่กับงาน และครอบครัวครับ
จนบางครั้งภรรยา สงสาร ก็จะไปจองหมอนวดให้ ทีละ4-5 ชั่วโมงให้ผ่อนคลาย
หรือไม่ก็ไล่ไปหาเพื่อนๆบ้างครับ ไม่งั้นเลิกงานปุ๊บ ผมก็มุ่งกลับบ้านอย่างเดียว ไปไหนไม่ถูกครับ biggrin.gif



เราไปบ้านพี่หมอกันดีก่า biggrin.gif

Posted by: สมาธิ 5 October 2012, 11:41 PM

QUOTE (kamet @ 5 October 2012, 02:31 PM) *
พี่หมอครับ ผมเป็นคนอาภัพเรื่องเวลา
ซึ่งความจริงผม ชื่นชมและอยากเป็นผู้ร่วม ลงแรงมากกว่าครับ
แต่เมื่อมีขีดจำกัดตัวเอง ก็ได้แต่ร่วมด้วยตามที่ตนเองสามารถทำได้ครับ



QUOTE (kamet @ 5 October 2012, 04:27 PM) *
ครับพี่หมอ คนเราชอบอ้างว่าไม่มีเวลา
ทั้งๆที่ถ้าจะหาจริงๆก็หาได้
เวลาที่ผมบังคับตัวเองให้มีให้ได้ คือเวลาในการออกกำลังกายทุกเช้า 2 ชั่วโมง
นอกนั้นเวลาจะไปอยู่กับงาน และครอบครัวครับ
จนบางครั้งภรรยา สงสาร ก็จะไปจองหมอนวดให้ ทีละ4-5 ชั่วโมงให้ผ่อนคลาย
หรือไม่ก็ไล่ไปหาเพื่อนๆบ้างครับ ไม่งั้นเลิกงานปุ๊บ ผมก็มุ่งกลับบ้านอย่างเดียว ไปไหนไม่ถูกครับ biggrin.gif


thumbsup.gif thumbsup.gif
ขอบพระคุณพี่หมอครับ...ผมเองก็คงต้องจัดสรรเวลาของตัวเองให้มีคุณค่ามากขึ้น เป็นประโยชน์มากขึ้นครับ

Posted by: Dick 4 January 2013, 05:16 PM

เอาไว้ห้องสมุด

Posted by: Thanate 4 January 2013, 05:55 PM

thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

Powered by Invision Power Board (http://www.invisionboard.com)
© Invision Power Services (http://www.invisionpower.com)