IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

5 Pages V   1 2 3 > »   
Reply to this topicStart new topic
> หัดถ่ายภาพในมุมมองเล็กๆ ด้วยกล้องปัญญาอ่อน, แต่คนถ่ายไม่ปัญญาอ่อนครับ....ฮิฮิฮิ
Mor
post 25 February 2011, 10:46 AM
Post #1





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



พอดีผมเขียนแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายภาพลูกปัดและเครื่องประดับโบราณลงในเวปของผม
เป็นการใช้กล้องคอมแพ็คถ่ายภาพ คิดว่าน่าจะประยุกต์ใช้กับการถ่ายภาพมีดได้
ก็เขียนไปแบบใช้ประสบการณ์ตัวเองเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง
ทั้งหมดเป็นคำแนะนำอย่างง่ายสำหรับช่างภาพสมัครเล่นมือใหม่
หากโปรท่านใดมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมก็ยินดีนะครับ
thumbsup.gif biggrin.gif




การถ่ายภาพลูกปัดและเครื่องประดับโบราณด้วยกล้องคอมแพ็ค



ว่าจะเขียนเกี่ยวกับการถ่ายภาพลูกปัดและเครื่องประดับโบราณด้วยกล้องคอมแพ็ค (Compact)
หรือที่ถูกเรียกแบบสบประมาทว่ากล้องปัญญาอ่อนมานานแล้วเพิ่งจะได้มีโอกาสก็วันนี้เอง
ที่จริงกล้องคอมแพ็คตัวเล็กๆ สมัยนี้หรือแม้แต่กล้องบนโทรศัพท์มือถือ
ถ้าเรารู้และเข้าใจการใช้งานมันสามารถถ่ายภาพได้สวยไม่เบาทีเดียว
ผมอนุมานเอาก่อนว่าเพื่อนๆ ที่มีกล้องคอมแพ็คคงรู้จักเกี่ยวกับวิธีการใช้งานกล้องของตัวเองกันพอสมควร




--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:49 AM
Post #2





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



เรามาว่ากันเฉพาะเทคนิคหรือกลวิธีในการถ่ายภาพสิ่งของเล็กๆ เช่นลูกปัดโบราณให้ดูชัดเจนสวยงามกัน
การถ่ายภาพสิ่งของเล็กๆ หรือแม้แต่แมลงต่างๆ ในวงการถ่ายภาพจะเรียกกันว่า
การถ่ายภาพโคลสอัพ (Close up) หรือการถ่ายภาพมาโคร (Macro)
กล้องถ่ายภาพทุกแบบทุกประเภทก็ถ่ายภาพมาโครได้ทั้งนั้น แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงเฉพาะกล้องประเภทคอมแพ็ค
สิ่งแรกที่เราต้องรู้คือ กล้องของเรามีฟั่งก์ชั่นการถ่ายภาพแบบนี้มาด้วยหรือไม่
ไม่ยากครับ ลองหยิบกล้องที่มีอยู่ขึ้นมาแล้วหาปุ่มที่มีสัญลักษณ์รูปดอกไม้ให้เจอ

ตัวอย่างสัญลักษณ์มาโคร












--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:49 AM
Post #3





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



เจ้าฟังก์ชั่นมาโครนี้ดีอย่างไร โดยปกติกล้องจะมีระยะชัดใกล้สุดอาจจะประมาณ 30 เซนติเมตร
ถ้าเข้าใกล้กว่านี้กล้องจะโพกัสไม่ได้ แต่เจ้าลูกปัดเม็ดจิ๋วของเรามันเล็กนิดเดียว
ถ่ายห่างขนาดนั้นคนดูอาจจะคิดว่าเป็นเม็ดทราย รายละเอียดที่ควรเห็นความงามก็ไม่เห็น
ฟังก์ชั่นมาโครจะสามารถทำให้กล้องเข้าใกล้วัตถุที่ต้องการถ่ายได้มากขึ้น รวมถึงการเก็บรายละเอียดได้ดีขึ้นด้วย
กล้องแต่ละตัวจะมีระยะมาโครที่แตกต่างกันตั้งแต่ใกล้สุดจนวัตถุติดหน้าเลนส์
ระยะ 1 เซนติเมตร ระยะ 5 เซนติเมตร ระยะที่ว่าเป็นระยะชัดที่กล้องจะอยู่ใกล้วัตถุได้ใกล้ที่สุด
เมื่อกล้องอยู่ใกล้ วัตถุก็ใหญ่เต็มเฟรมภาพ รายละเอียดของวัตถุก็แสดงในภาพได้มากขึ้นไปด้วย
แต่ถ้าใกล้สุดแล้วยังเห็นวัตถุเล็กอยู่ อันนี้ต้องพึ่งพาการ Crop หรือตัดส่วนภาพแล้วครับ
หรืออย่างง่ายๆ ก็กดปุ่มซูมภาพเข้ามา แต่การซูมก็มีระยะจำกัดแล้วแต่กล้องแต่ละตัวด้วย
อีกอย่างเมื่อซูมภาพแล้วระยะชัดที่เข้าใกล้สุดกจะเปลี่ยนไปด้วย
กล้องบางตัวนอกจากมีฟังก์ชั่นมาโครแล้ว ยังมี ซูปเปอร์มาโครเข้าไปอีก มันก็เหมือนกันแต่เข้าไปได้ใกล้กว่า







--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:50 AM
Post #4





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



คงเจอปุ่มมาโครกันแล้วนะครับ บางรุ่นอาจไม่เป็นปุ่มแบบตัวอย่าง แต่เป็นฟังก์ชั่นอยู่ใน Mode ช่วยถ่ายภาพ
ทีนี้ก็ลองส่องกับวัตถุอะไรสักอย่าง หาระยะที่กล้องเข้าไปใกล้ที่สุดแล้วโฟกัสได้
กดชัทเตอร์แค่ครึ่งทางก่อนเพื่อล็อคระยะชัด ขยับกล้องจัดองค์ประกอบภาพ
แล้วกดชัทเตอร์ลงต่อไปจนชัทเตอร์ทำงาน เราก็ได้ภาพถ่ายแบบมาโครมาสมใจ

ถ้ามันแค่นั้นจริงๆ ผมไม่มานั่งเขียนอธิบายให้ยืดยาวหรอกครับ
สิ่งสำคัญในการถ่ายภาพก็คือแสง เพราะภาพถ่ายคือการเก็บค่าแสงที่สะท้อนมาจากวัตถุเข้าสู่เลนส์
ส่วนของกล้องที่มีผลต่อการรับแสงมีสามส่วนสำคัญคือ รูรับแสง ความเร็วชัทเตอร์ และความไวแสง
รูรับแสง หรือที่เรียกว่าค่า f ถ้าเปิดกว้างแสงก็เข้ามาได้มาก เปิดน้อยแสงก็เข้ามาได้น้อย
ความเร็วชัทเตอร์ คือการเปิดและปิดช่องรับแสง ถ้าเปิดนานแสงก็เข้ามามาก ถ้าเร็วแสงก็เข้ามาน้อย
ส่วนเจ้าความไวแสง คือความไวในการรับแสงเข้าสู่ตัวประมวลผลของกล้องหรือเซนเซอร์รับภาพ
แสงน้อยจะต้องการความไวมาก แสงมากก็จะต้องการความไวน้อย
ไอ้เจ้ากล้องคอมแพ็คนี่จะตั้งค่ามันอย่างไรดี เอาง่ายสุดก็คือตั้ง Auto มันซะเลยนี่แหละครับ
อ้าว...แล้วจะมาบอกหาพระแสงด้ามสันด้ามยาวกันทำไมให้ปวดหัว
ที่ต้องบอกถึงค่าทั้งสามส่วนสำคัญนี่เพราะทั้งสามส่วนมีผลต่อภาพที่เราถ่ายได้



--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:51 AM
Post #5





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



รูรับแสงที่แตกต่างกันส่งผลต่อระยะชัดของวัตถุในภาพ
เคยไหมครับว่าภาพที่เราถ่ายมาชัดในจุดที่เราโฟกัสจี้ไว้ ส่วนด้านหลังกลับเบลอๆ ไม่ชัด
กลับอีกภาพที่ระยะชัดในภาพไกลลึกไปสุดสายตา ไอ้ที่ไม่อยากให้ชัดก็ดันชัดเข้ามาด้วย
ทั้งหมดเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการเปิดรูรับแสงแตกต่างกัน
เปิดรูรับแสงกว้างระยะชัดจะตื้น เปิดรูรับแสงแคบระยะชัดจะลึก

ความเร็วชัทเตอร์ก็เช่นกัน บางภาพที่เราถ่ายมาเหมือนมันไม่คมชัด
อาจเป็นเพราะกล้องใช้ความเร็วชัทเตอร์ช้าแล้วเราถือกล้องไม่นิ่งพอ
ความเร็วชัทเตอร์ที่เราพอจะถือกล้องด้วยมือได้สำหรับมือสมัครเล่นไม่น่าจะเกิน 1/60 วินาที
ความเร็วชัทเตอร์มีผลต่อภาพอีกมาก มันยังช่วยเรื่องการควบคุมแสงของแบล็คกราวน์ด้วย
แต่ขอไม่กล่าวในที่นี้เพราะมันจะทำให้งงกันไปใหญ่
เอาแค่ถ้าชัทเตอร์ช้าๆ ใช้มือถือกล้องถ่ายภาพแล้วไม่ชัดก็พอครับ



ในส่วนของความไวแสง ถ้าตั้งค่าความไวแสงสูงๆ เราสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยๆ ได้
แต่ก็ต้องแลกกับน๊อยซ์ หรือเกรนของภาพ หรือเม็ดสีที่มีขนาดใหญ่ไปด้วย
อาจจะเคยเห็นภาพที่ถ่ายในที่ที่มีแสงน้อย เราได้ภาพดูขมุกขมัว แถมเห็นเม็ดสีขนาดใหญ่เป็นเม็ดๆ ชัดเจน
ดังนั้นแม้ความไวแสงสูงๆ จะช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยๆ ได้ แต่ก็อาจได้ภาพที่ไม่คมชัดเช่นกัน

การถ่ายภาพที่สวยคมชัดจึงต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมส่วนผสมทั้งสามส่วนนี้ให้อยู่ในระดับที่พอดี
ถ้าคุณควบคุมได้ภาพที่คุณถ่ายก็สวยไปกว่าครึ่งแล้วละครับ
thumbsup.gif


--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:52 AM
Post #6





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



การถ่ายภาพมาโครด้วยกล้องคอมแพ็คซึ่งเราตั้งค่าอื่นๆ เป็นอัตโนมัติหรืออยู่ใน Mode Auto
เรื่องแสงจะเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนใหญ่เรามักจะถ่ายภาพในสภาพแสงธรรมชาติ
แต่ลืมไปว่าการเอาหน้าเลนส์เข้าไปจ่อที่วัตถุใกล้ๆ
ตัวกล้อง หรือรวมทั้งตัวเราได้เข้าไปบังแสงเต็มๆ
ด้วยความฉลาดของระบบ Auto กล้องจะทำการเลือกรูรับแสง ความเร็วชัทเตอร์ และค่าความไวแสงให้ทันที
ผลก็คือเมื่อรูรับแสงเปิดกว้างระยะชัดจะตื้น พอกดชัทเตอร์ได้ภาพชัดแค่รูลูกปัด แต่ตัวลูกปัดไม่ชัดเลยก็ได้
หากแสงยังไม่พอกล้องก็จะลดความเร็วชัทเตอร์ให้นานขึ้น ถ้าถือกล้องไม่นิ่งภาพก็เบลอได้อีก
หรือแม้แต่ความไวแสงที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ภาพเกิดน๊อยซ์หรือเม็ดสีขนาดใหญ่ภาพไม่คมชัด
วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือหาแหล่งกำเนิดแสงด้านอื่นมาช่วย
เวลาถ่ายภาพลูกปัดถ้าอยู่ในห้องผมมักจะใช้โคมไฟเข้ามาช่วยส่องแสงจากด้านข้างเฉียงหลัง
และหากระดาษขาวมาสะท้อนแสงเข้าด้านหน้าอีกทีหนึ่งเพื่อเปิดเงา
ถ้าถ่ายนอกสถานที่ผมมักจะมีไฟฉายเล็กๆ แต่กำลังไฟสูงไปช่วยส่องเพิ่มแสงสว่าง
อาจมีคนสงสัยว่าทำไมไม่เปิดแฟลชช่วย ก็แฟลชส่วนใหญ่มันอยู่ด้านบนของกล้อง
เมื่อเปิดแฟลชแสงจะส่องสว่างไกลกว่าระยะวัตถุที่เราถ่าย หรือถูกตัวเลนส์บังไว้
อีกอย่างวัตถุอยู่ใกล้มากจะรับแสงมากไปด้วยทำให้ภาพโอเวอร์กลายเป็นสีขาวๆ
ระยะที่จะใช้แฟลชติดกล้องได้ดีจะมีระยะจำกัดทั้งใกล้และไกล คือประมาณ 50 ซ.ม.ถึง 5 เมตร
ใกล้ไปก็ไม่ดี ไกลไปก็ส่องไม่เห็นครับ ดังนั้นการมีแหล่งกำเนิดแสงอื่นจะช่วยได้มาก
อีกอย่างการที่มีแสงมาในทิศทางอื่นที่ไม่ใช่ด้านหน้า จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น
หากหาอะไรไม่ได้จริงๆ กระดาษขาวๆ ก็สะท้อนแสงได้ดีทีเดียวครับ







--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:52 AM
Post #7





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



สมมุติว่าจัดแสงแล้ว หรือชอบแสงในโทนที่เป็นอยู่แต่สภาพแสงน้อยไปหน่อย
ถ้ามีขาตั้งกล้องให้ติดกล้องไว้บนขาตั้งกล้องครับ แต่ถ้าไม่มีก็วางกล้องไว้ในมุมที่เราชอบ
หาอะไรมาหนุนหน้าหนุนหลังสักหน่อยให้ได้มุมภาพแบบที่ต้องการ
ตั้งการถ่ายภาพเป็นแบบตั้งเวลา หรือหน่วงเวลาสัก 3- 10 วินาที
เมื่อกดชัทเตอร์กล้องจะหน่วงเวลาตามที่กำหนด พอครบถึงจะลั่นชัทเตอร์
ข้อดีคือลดโอกาสสั่นไหวของกล้องที่เกิดจากมือที่ถือกล้อง และการกดชัทเตอร์
ภาพที่ได้ก็จะมีโอกาสคมชัดมากขึ้นแม้ใช้ความเร็วชัทเตอร์น้อย







ที่เล่ามานี้เป็นแค่เบื้องต้นง่ายๆ ก่อน ที่จริงยังมีอะไรๆ อีกมาก
เช่น เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพ การเลือกโทนสีของภาพ การตั้งค่า White Balance
รวมทั้งสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย ตอนแรกนี้เอาแค่ใช้ระบบการถ่ายภาพมาโครให้เป็นก่อนแล้วกันครับ
teehee.gif


--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:54 AM
Post #8





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



การจัดองค์ประกอบภาพ

สิ่งหนึ่งที่กล้องปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ทำได้คือการจัดองค์ประกอบภาพ
ภาพที่เราถ่ายมามันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้น
มันถูกล้อมรอบด้วยกรอบ หรือเส้นขอบเป็นข้อจำกัด
โดยทั่วไปภาพที่ได้จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าคือมีด้านหนึ่งยาวกว่าอีกด้านหนึ่ง
ภาพถ่ายจึงเป็นสองมิติ คือกว้างและยาว ไม่มีความลึก
แต่แสงและเงาสามารถสร้างความลึกให้กับผู้มองได้
ขอเริ่มต้นง่ายๆ ก่อนตามหลักการถ่ายภาพทั่วไป
หลักในการจัดองค์ประกอบภาพมีมากมาย แต่ที่นิยมกันก็เช่น

กฎสามส่วน เราลองลากเส้นสมมุติขึ้นมาสองเส้นเพื่อแบ่งภาพเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน
จะเป็นแนวนอนหรือแนวตั้งก็แล้วแต่ภาพที่เราจะถ่าย แล้วจงวาง Subject ไว้ที่ส่วนที่เราแบ่งไว้
โดยปกติจุดโฟกัสของกล้องมักจะอยู่ตรงกลางภาพพอดี
ทำให้เมื่อเราจะถ่ายภาพอะไรเราก็จะเอาจุดโฟกัสไปจี้แล้วกดชัทเตอร์
ผลที่ได้คือได้ภาพตรงกลางเปะ!! ภาพสวยแต่ขาดความน่าสนใจ
ทีนี้ลองเอา Subject ไปไว้ที่ส่วนอื่นๆ บ้างล่ะ ภาพที่ได้จะดูมีมิติกว่ากันเยอะ
โดยเฉพาะการถ่ายภาพวิวที่ผมถูกสอนนักสอนหนาว่าอย่าให้เส้นขอบฟ้าตัดภาพตรงกลาง
ให้มันอยู่ในแนวเส้นบน หรือเส้นล่างของเส้นจากกฎสามส่วน
ซึ่งผมก็ประยุกต์ใช้กับเส้นแบ่งอื่นๆ ทั้งภาพวิว ภาพคน หรือแม้แต่ภาพมาโคร









--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:55 AM
Post #9





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



จุดตัดเก้าช่อง ก็คือสิ่งที่ตามมาจากกฎสามส่วน
เมื่อเราลากเส้นสมมุติทั้งแนวนอนและแนวตั้งเพื่อแบ่งภาพเป็นสามส่วนแล้ว
จะเกิดจุดตัดสี่จุดอยู่ตรงกลางของช่องเก้าช่องในภาพ
เราก็เอาจุดสนใจหรือจุดเด่นของภาพไปไว้ที่จุดตัดนั้น
เท่านั้นภาพเราก็จะดูเด่นน่าสนใจและสื่อสารได้ชัดเจนทีเดียว ไม่เชื่อลองดูซิครับ







--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:56 AM
Post #10





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



Front Ground & Back Ground ฉากหน้าและฉากหลัง
เมื่อเรารู้แล้วว่าเราจะวางจุดสนใจและ Subject ต่างๆ ไว้ตรงไหนในภาพ
สิ่งที่ควรคำนึงถึงต่อมาคือฉากหน้าและฉากหลัง
แปลกนะที่โดยทั่วไปเรามักจะนึกถึงฉากหลังก่อน ทั้งที่ฉากหน้ามันอยู่ก่อนฉากหลัง




เอาล่ะว่าด้วยฉากหลังก่อนก็ได้ ฉากหลังที่ดีต้องเป็นตัวประกอบของสิ่งที่เราจะถ่าย
เวลาเรามองภาพที่เราจะถ่าย หากฉากหลังรกรุงรัง หรือเด่นเป็นสง่าก็แย่งความน่าสนใจของสิ่งที่เราจะถ่ายได้
จะเห็นว่าหลายคนแก้ปัญหาฉากหลังด้วยการใช้สีพื้นโดยเฉพาะสีดำ
แต่ถ้าฉากหลังมันช่วยเสริมเรื่องราวของภาพมันก็น่าจะดีกว่าใช่ไหมครับ
ดังนั้นเวลาเรามองภาพก่อนถ่ายในช่องมองภาพเราควรมององค์ประกอบด้านหลังด้วยว่าเป็นอย่างไร
ถ้ามันรกไปก็ลองเปลี่ยนมุมบิดซ้ายบิดขวา เงยกล้องก้มต่ำหามุมอื่นๆ ดู
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ใช้วัตถุอื่นๆ มาทำเป็นฉากหลังก็ได้
เทคนิคหนึ่งที่ช่างภาพใช้กันคือการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ
เอาไว้มีเวลาค่อยเล่าเทคนิคนี้ให้ฟังดีกว่าเดี๋ยวไปไกลเกิน ตอนนี้เอาแค่ให้ฝึกมองฉากหลังบ้างก็พอ














--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:57 AM
Post #11





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



ทีนี้ไอ้เจ้าฉากหน้าผู้น่าสงสารล่ะเอาไว้ทำไม ฉากหน้าคืออะไรก็ได้ที่อยู่ด้านหน้า Subject ที่เราจะถ่าย
การวางฉากหน้าจะทำให้ภาพดูมีมิติ มีความลึกขึ้น
อีกอย่างผมมักใช้ประโยชน์ของฉากหน้าเป็นกรอบในการจำกัดสายตาและมุมมองในภาพ
ให้ไปสู่ Subject ที่ผมต้องการ เป็นการหลอกให้ผู้ดูมองภาพปั๊บ
ก็เห็นสิ่งที่ผมอยากให้เห็นก่อนส่วนอื่นๆ ในภาพ
ฉากหน้าไม่จำเป็นต้องอยู่ด้านล่างของภาพเสมอไป
เราอาจวางฉากหน้าในบางมุมของภาพ ด้านบน ด้านล่าง หรือล้อมกรอบเลยก็ได้
แต่ก็เหมือนฉากหลังคือฉากหน้าต้องไม่เด่นจนแย่งจุดสนใจของภาพไปจาก Subject
เทคนิคหนึ่งที่ช่างภาพใช้กันบ่อยๆ ก็เหมือนการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ
ดังนั้นอุบไว้ก่อน เอาไว้จะได้มีเรื่องเขียนหากินต่อ.....



--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:57 AM
Post #12





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



เส้นนำสายตา เป็นเส้นสมมุติที่เกิดขึ้นจาก Subject ต่างๆในภาพเพื่อนำสายตาเราไปหาจุดสนใจ
เส้นนี้อาจมีสภาพเป็นเส้นจริง เช่น ขอบโต๊ะ ขอบตึก แนวรั้ว ถนน
หรืออาจเป็นเพียงวัตถุที่พาดผ่านเช่น ก้านของกิ่งไม้ ขอบของพุ่มไม้ แนวหิน ท่อนซุง
เส้นนำสายตาที่ดีควรเป็นแนว Perspective คือนำสายตาให้ลึกเข้าไปหาจุดสนใจ
โดยเป็นเส้นแนวเฉียงจากขอบภาพไปหาจุดสนใจที่วางอยู่ตรงจุดตัดเก้าช่อง
เส้นในลักษณะนี้จะทำให้ภาพดูมีมิติลึกขึ้นด้วย ทำให้ภาพสองมิติกลายเป็นสามมิติได้






--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 10:58 AM
Post #13





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



มิติรูปทรง สิ่งของต่างๆ ล้วนมีมิติของรูปทรง เป็นทรงกลม ทรงกระบอก สีเหลี่ยม หลายเหลี่ยม
สิ่งที่บ่งบอกให้เรารู้ว่ามีมิติก็คือความลึก
ดังนั้นในการจัดวาง Subject เพื่อถ่ายภาพ หากเราวางด้านหน้าด้านเดียว
เราก็จะไม่เห็นด้านลึก ภาพที่ได้จะดูเป็นสองมิติแบนๆ
แต่หากเราจัดวางให้มองเห็นแนวลึก มิติที่สามคือแนวลึกก็จะเกิดขึ้น
ทำให้ Subject ดูน่าสนใจอีกมากมาย










--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 11:00 AM
Post #14





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



มุมมอง เรามักจะถ่ายภาพในแนวระนาบ หมายถึงถ่ายภาพในแนวสายตาที่มองตรงไปข้างหน้า
ที่จริงยังมีมุมมองอีกหลายมุมที่น่าสนใจ
ลองนั่งลงให้ต่ำกว่า Subject แล้วเงยหน้ามองขึ้นไป
มันให้มุมมองที่เสยขึ้น สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ Subject
มุมมองนี้บ้างเรียกว่า Ant View คือมองแบบมดตัวเล็กๆ ที่มองขึ้นมา
ในทางกลับกันมีมุมมองอีกแบบหนึ่ง คุณลองยืนขึ้นอยู่บนโต๊ะที่อยู่สูงกว่าระดับสายตา
แล้วก้มลงมามองที่ Subject มันเป็นมุมมองของนก ที่เรียกกันว่า Bird Eye View
ภาพที่มีมุมมองที่แตกต่างแปลกใหม่ มักได้รับความสนใจเสมอ
พิเศษสำหรับการถ่ายภาพลูกปัด หรือสิ่งของชิ้นเล็กๆ
คุณอาจไม่รู้สึกตัวว่าที่จริง เราคุ้นเคยกับการมองลูกปัดแบบ Bird Eye View
มากกว่าการมองในระดับสายตาเสียอีก
สิ่งที่ผมชอบทำคือนั่งลงแล้วถ่ายภาพลูกปัดในระดับสายตา
มันให้ความรู้สึกที่ดีกว่ามากมาย ลองดูซิครับ










--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 25 February 2011, 11:02 AM
Post #15





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



ผมว่าพอแค่นี้ก่อนเป็นเบื้องต้น ลองดูภาพถ่ายทั่วๆ ไป ตามหนังสือ หรือนิตยสารต่างๆ
ภาพอะไรก็ได้ที่เราดูแล้วรู้สึกว่าสวย แล้วเอาสิ่งที่ผมบอกเกี่ยวกับการจัดองค์ประกอบนี้ไปลองดู
ว่าเขาวางองค์ประกอบแบบไหน อย่างไร แล้วทำให้เรารู้สึกอย่างไร
ดูบ่อยๆ คิดตามบ่อยๆ มันจะซึมซับเข้าไปกับมุมมองในการถ่ายภาพของเราเอง
พอสักพักก็จงลืมสิ่งที่ผมบอกมาทั้งหมดนี้ ลืมให้หมด ไม่ว่ากฎหรือหลักการอะไร
จริงๆ นะครับให้ลืมมันไปให้หมด แล้วเมื่อหยิบกล้องขึ้นมามองไปที่ช่องภาพ
ขยับหามุมที่คุณคิดว่าสวยที่สุด แล้วกดชัทเตอร์
คุณจะได้ภาพที่สวยสมความพยายามของคุณครับ laugh.gif



ปล.สามภาพนี้ก็ใช้หลักการพื้นฐานข้างต้นเช่นกันครับ ดังนั้นหลักการนี้ใช้ได้กับการถ่ายภาพทุกแบบครับ thumbsup.gif biggrin.gif










--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bkk123
post 25 February 2011, 11:03 AM
Post #16


เสือขาวแห่งชุมชนคนรักมีด


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 5,810
Joined: 9 January 2007
Member No.: 72



แจ่มเลยพี่
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เหล็กแหนบ
post 25 February 2011, 03:54 PM
Post #17





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 1,859
Joined: 17 July 2009
From: Chiang Mai
Member No.: 9,775



thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif ขอบพระคุณครับพี่ ได้ความรู้เพื่อปรับปรุงคุณภาพสมองเยอะดีครับ แฮ่แฮ่ tongue.gif


--------------------
**ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ขนาดเหล็กเป็นแท่งยัง กลายเป็นมีดได้**
Go to the top of the page
 
+Quote Post
warut
post 26 February 2011, 09:14 AM
Post #18


กุมารทอง


Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ร…ร’ยนร รŠร‡ยนร’
Posts: 2,006
Joined: 8 January 2007
From: Pracha-utit
Member No.: 20



ขอบคุณมากครับพี่หมอ
ความรู้ทั้งนั้นเลย thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
IronBird
post 26 February 2011, 09:29 AM
Post #19





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 368
Joined: 25 January 2007
Member No.: 244



ขอบคุณมากครับพี่หมอ..ผมซื้อเลนส์มาโครมาใช้ไปแค่ 3 บาท.ถ่ายให้ชัดถ่ายง่าย.ถ่ายให้สวยถ่ายยาก
ได้อ่านเทคนิคของพี่หมอแล้วมีความหวังขึ้น..


--------------------
_เที่ยวไป_กินไป_Style_ninenokhook_
Go to the top of the page
 
+Quote Post
IronBird
post 26 February 2011, 09:29 AM
Post #20





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 368
Joined: 25 January 2007
Member No.: 244



ขอบคุณมากครับพี่หมอ..ผมซื้อเลนส์มาโครมาใช้ไปแค่ 3 บาท.ถ่ายให้ชัดถ่ายง่าย.ถ่ายให้สวยถ่ายยาก
ได้อ่านเทคนิคของพี่หมอแล้วมีความหวังขึ้น..


--------------------
_เที่ยวไป_กินไป_Style_ninenokhook_
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ing-pha
post 26 February 2011, 09:33 AM
Post #21





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 89
Joined: 6 September 2008
Member No.: 6,445



ขอบคุณมากครับ thumbsup.gif

อ่านสบาย เข้าใจง่ายครับ biggrin.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
JIBII
post 26 February 2011, 09:23 PM
Post #22


ไอ้ตี๋จิ๊บ


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 371
Joined: 9 May 2010
Member No.: 16,051



ขอบคุณพี่ Mor นะคะสำหรับ ความรู้เรื่องกล้อง
มีให้เล่นเยอะแยะเลยนะคะนี่
ไว้นู๋มีรูปที่ถ่าย มาโคร แล้วดูเข้าตาบ้าง จะเอามาอวด นะคะ
ขอบคุณพี่ Mor อีกครั้งในเรื่องราวกับกล้องตัวน้อยคะ
*** รูปลูกปัดดูน่ารัก สดใสดีจังคะ


--------------------

ตี๋จิ๊บ

สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เล้ง
post 26 February 2011, 10:46 PM
Post #23





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 773
Joined: 21 December 2010
Member No.: 30,453



turned.gif

This post has been edited by เล้ง: 26 February 2011, 10:56 PM


--------------------
Nippon Spirit.

Go to the top of the page
 
+Quote Post
เล้ง
post 26 February 2011, 10:57 PM
Post #24





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 773
Joined: 21 December 2010
Member No.: 30,453



QUOTE
การถ่ายภาพมาโครด้วยกล้องคอมแพ็คซึ่งเราตั้งค่าอื่นๆ เป็นอัตโนมัติหรืออยู่ใน Mode Auto


จดๆความรู้อิอิ
ผมชอบถ่ายsuper Macro แบบ Auto only
(แต่ใช้ไฟฉายยิงช่วยแบบยิงออกข้างๆเอาแสง ไม่ได้ยิงใส่ตรงๆมันเยอะไป)
สงสัยต้องไปหัดถ่ายบ้างละ

กล้องผม fuji s7000เลนส์เปลี่ยนไม่ได้ sweat.gif
ดีนะมีถ่ายMacro และsuper macroได้ woot.gif

แต่ถ่ายใช้แสงช่วยมันดูไม่เป็นธรรมชาติเลยครับ(เอารูปถ่ายน้องมุกฟันหลอที่อัพไว้มา)
แต่ถ้าไม่ใช้มันก็เบลอไปหมด สงสัยต้องหาฉากสะท้อนแสงช่วยซะแล้ว

แต่ก็เห็นรอยกระดาษทรายเยอะดี



This post has been edited by เล้ง: 26 February 2011, 10:59 PM


--------------------
Nippon Spirit.

Go to the top of the page
 
+Quote Post
Nittpan9
post 2 March 2011, 10:58 PM
Post #25





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 19
Joined: 20 May 2010
Member No.: 16,558



สวยมากครับพี่หมอ.....อยาก..........
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 6 March 2011, 10:09 AM
Post #26





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



พี่หมอถ่ายรูปดีจริงๆ thumbsup.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ชัชวาลย์
post 9 March 2011, 09:51 AM
Post #27


มังกรซ่อนกายแห่งเมืองสามหมอก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,468
Joined: 25 May 2007
From: แม่ฮ่องสอน
Member No.: 984



QUOTE (Dick @ 6 March 2011, 10:09 AM) *
พี่หมอถ่ายรูปดีจริงๆ thumbsup.gif



....เห็นด้วยครับ thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Big G.
post 9 March 2011, 04:25 PM
Post #28





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 1,248
Joined: 26 August 2008
Member No.: 6,289



พี่ผมเองครับ whistling.gif


--------------------
http://www.soulmatestudio.net
นกน้อยทำรังแต่พอตัว
Go to the top of the page
 
+Quote Post
penn965
post 9 March 2011, 07:55 PM
Post #29





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 113
Joined: 12 August 2008
Member No.: 6,118



ขอบคุณครับพี่ thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Mor
post 10 March 2011, 04:24 PM
Post #30





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 6,722
Joined: 17 April 2009
From: หนองคาย
Member No.: 8,994



ขอบคุณทุกๆ ท่านครับ แต่เท่าทีดูชื่อนี่แต่ละท่านก็โปรถ่ายภาพกันทั้งนั้นเลยนี่....... laugh.gif

กำลังคิดจะเขียนต่อเกี่ยวกับเรื่องถ่ายภาพอีกนิดหน่อย
แต่ก็มาจากสิ่งละเล็กละน้อยที่ตัวเองเก็บเกี่ยวได้ ไม่มีวิชาการหรือหลักอะไร
เพราะผมเองก็ยังถ่ายภาพไม่เอาไหนอยู่เลยครับ sweat.gif


--------------------
*********************************

มิตรภาพได้มาง่าย แต่ดูแลยากฉะมัด!!!!
www.phadermdach.com
Go to the top of the page
 
+Quote Post

5 Pages V   1 2 3 > » 
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 23 September 2019, 08:29 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design