IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

2 Pages V   1 2 >  
Reply to this topicStart new topic
> เดินทางพันลี้ไปเรียนตีมีด ตอนที่สาม, การชุบอบมีด
แบ๋มไบรท์
post 5 February 2009, 08:06 AM
Post #1





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013



ตอนที่สามนี้จะพูดถึงเรื่องการชุบอบมีด ซึ่งคงจะไม่พูดรายละเอียดทางทฤษฎี แต่จะพูดในทางปฎิบัติเพื่อให้เป็นแนวทางว่า เค้าชุบอบกันอย่างไร
รายละเอียดทางทฤษฎีนั้น อ.โอ๊ตเคยเขียนไปแล้ว ดูได้ที่นี่
http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/...ic=3520&hl=
ก่อนอื่นขอบอกอีกครั้งว่าเหล็กที่ใช้ในการตีมีดที่ใช้นั้นเป็นเหล็กพื้นฐานสำหรับผู้ที่เริ่มต้นตีมีด และไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้เช่นเตาอบควบคุม
อุณหภูมิหรืออ่างเกลือ มีเพียงแต่เตาที่ใช้เผาเหล็ก กับแม่เหล็กธรรมดา เหล็กที่ใช้ก็เป็นเหล็กว่าง่ายใจดี มีช่วงชุบที่มีอุณหภูมิกว้าง ผิดไปนิดๆหน่อยๆ
สมรรถนะไม่ได้ลดถอยไป เหล็กประเภทนี้ก็คือเหล็กกล้าคาร์บอนธรรมดาที่มีเปอร์เซนต์คาร์บอนไม่เกิน 0.84% หรือที่ภาษาทางวิชาการเรียกว่า
Hypoeutectoid ถ้าเกินไปกว่านี้จะไม่ใช่เหล็กว่าง่ายเพราะถ้าต้องการชุบอบให้ได้สมรรถนะสูงสุดนี่ต้องมีเตาอบควบคุมอุณหภูมิ ถ้าไม่มีแล้ว
การที่จะทำให้เหล็กเหล่านี้ออกมาดีกว่าเหล็กว่าง่ายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เหล็กที่เป็นเหล็กว่าง่ายที่ใช้ตอนเรียนนี้ก็คือ 5160 เหล็กที่ใช้ทำแหนบ
หรือสปริงซึ่งมีเปอร์เซนต์คาร์บอนประมาณ 0.60% เหล็กว่าง่ายตัวอื่นๆก็ได้แก่ 1060 1080, 1084 เหล็กดังๆตัวอื่นเช่น 1095, O-1, หรือ 52100
เป็นเหล็กที่มีเปอร์เซนต์คาร์บอนเกิน 0.83% จะเป็นเหล็กที่ทางวิชาการเรียกว่า Hypereutectoid ซึ่งมีเรื่องคาร์ไบด์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะยัง
ไม่ขอพูดถึงในตอนนี้ และวิธีการที่จะกล่าวถึงเป็นเพียงวิธีหนึ่งในหลายๆวิธีหรือเส้นทางที่จะนำไปสู่มีดสมรรถนะสูง ใครจะใช้ขั้นตอนต่างจากนี้ก็ได้ถ้า
เข้าใจถึงกลไกการชุบอบ

เมื่อตีขึ้นรูปเสร็จแล้ว ก่อนที่เราจะชุบได้นั้นเราจะต้องอบคลายเครียดเพื่อไม่ให้มีดร้าวขณะที่ชุบและปรับเกรนใหม่ให้มีขนาดเล็กละเอียดเพียงพอที่
จะรับแรงกระแทกได้ เราอาจจะเคยได้ยินช่างพูดว่านอมอลไลซ์สามครั้ง ก็คือขั้นตอนนี้ละครับ แต่รายละเอียดของการทำแต่ละครั้งจะต่างกันเล็กน้อย
ขั้นตอนนี้จะว่าไปแล้วเป็นเหมือนฐานรากในการก่อสร้างตึก ถ้าฐานรากไม่แข็งแรงต่อให้ออกแบบโครงสร้างตึกแข็งแรงยังไงตึกก็มีโอกาสพังได้ง่าย
จริงๆจะเรียกว่านอมอลไลซ์ก็ไม่ถูกทีเดียวนัก เพราะจริงๆแล้วขั้นตอนนี้ทำเพื่อกระจายคาร์บอน ปรับเกรน และลดความเครียด รวมอยู่ในกระบวนการนี้
นอมอลไลซ์ครั้งที่หนึ่ง เผามีดให้ร้อนจนกระทั่งแม่เหล็กดูดไม่ติด ฟังดูอาจจะง่าย แต่ในทางปฎิบัตินั้นไม่ง่ายเพราะว่ามีดมีความหนาไม่เท่ากัน ตรง
คมจะบางกว่าตรงสัน และบริเวณริคาโซ ฉะนั้นต้องหาทางเลี้ยงให้ความร้อนกระจายทั่วถึงไม่อย่างงั้นตรงคมอุณหภูมิได้แต่ตรงสันจะต่ำกว่า หรือตรง
สันได้ตรงคมจะมีอุณหภูมิสูงเกินไป เทคนิคที่ใช้ก็คือการเผาเฉพาะที่โดยเริ่มจากการเผาส่วนที่หนาก่อนคือด้ามกับริคาโซเมื่อร้อนแดงเกือบได้ที่แล้ว
จึงไปเริ่มเผาใบจากบริเวณสัน แล้วกลับไปเลี้ยงริคาโซเป็นระยะๆเพื่อให้อุณหภูมิสม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนั้นจึงเผาส่วนคมแล้วเลี้ยงที่
เหลือให้อุณหภูมิถึงจุดที่แม่เหล็กดูดไม่ติดพร้อมกันทั้งเล่ม เมื่อแม่เหล็กดูดไม่ติดแล้ว ก็ให้เอาออกจากเตาปล่อยให้เย็นตามธรรมชาติ จนกระทั่งเหล็ก
ไม่แดงเมื่อดูในที่มืดหรือที่เราเรียกกันว่าblack heat จึงจะเผาครั้งต่อไป ส่วนสาเหตุที่ลดความเครียดได้ก็เพราะว่าขั้นตอนในการให้ความร้อนสูงขึ้น
นั้นมีการเกิดเกรนใหม่ขึ้นมา(เกินกว่าเส้นAC1สำหรับคนที่รู้) นอกจากนั้นวัตถุประสงค์ที่สำคัญอีกประการนึงก็คือเพื่อกระจายคาร์บอนด้วยโดยไม่ต้อง
กลัวว่าคาร์บอนจะเยอะเกินไป เพราะถ้าคาร์บอนเยอะเกินประมาณ 0.8%เหล็กจะเปราะ เนื่องจากเหล็กที่เราใช้ในที่นี้มีคาร์บอนไม่เกิน0.80% อยู่
แล้วยังไงก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ คาร์บอนจะกระจายได้อย่างสม่ำเสมอถ้าสามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ประมาณ 5-10นาที ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ถ้าไม่มีเตาอบ แต่ก็ช่วยได้ในระดับนึง ถ้าระหว่างที่เผาแล้วไม่ระวังส่วนคมร้อนเกินไปเพราะส่วนนั้นบางมากจึงมีมวลน้อย ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไป(ประมาณ
1600F)จะทำให้เกรนที่เกิดใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วกลายเป็นเกรนใหญ่ขึ้นมาทำให้คมเปราะได้ หน้าตาเตาที่ผมใช้เป็นแบบนี้ครับ

เตาแบบนี้เป็นเตาใช้แก๊สหุงต้มแบบในบ้านเรานี่ละครับ มีพัดลมเป่าจากข้างล่าง เตาแบบนี้เป็นเตาที่กระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึงคือเปลวไฟไม่เป่า
มาที่ตัวมีดโดยตรง ทำให้ไม่มีจุดใดจุดหนึ่งร้อนมากเป็นพิเศษ ให้ความร้อนได้สูงมาก ใช้ได้ดีในการเผาเชื่อมเหล็กทำมีดดามัสกัส แต่ข้อเสียคือใช้แก๊ส
เยอะ เปลืองกว่าเตาแก๊สแนวนอนพอสมควร เวลาจะเลี้ยงให้ความร้อนเท่ากันทั้งใบต้องใช้เทคนิคสารพัด เช่นแย่ด้ามเข้าไปก่อนจนแดง แล้ว ดึงออก
มากลับด้านเอาปลายแย่เข้าไป แล้วเอาออกมาเอาสันอังปากเตาเพื่อไม่ให้คมและปลายมีดร้อนเกิน ถ้ามีเตาอบก็ง่ายขึ้นเยอะ

นอมอลไลซ์ครั้งที่สอง คราวนี้เผาแค่ให้แดงทั้งใบอย่าให้อุณหภูมิสูงถึงขนาดแม่เหล็กดูดไม่ติด ขั้นตอนนี้ก็เพื่อให้เกรนบางส่วนเกิดใหม่อีกรอบซึ่งจะทำ
ให้เกรนเล็กละเอียดกว่าเดิมอีก และเป็นการคลายเครียดมากยิ่งขึ้น โดยที่เราได้กระจายคาร์บอนไว้แล้วส่วนใหญ่ในขั้นตอนแรกจึงไม่ต้องกระจายอีก
เหมือนเดิมพยามเลี้ยงให้อุณหภูมิสม่ำเสมอกันทั้งเล่ม เมื่อได้แล้วก็ปล่อยให้เย็นจนเหล็กไม่แดงเมื่อดูในที่มืด

นอมอลไลซ์ครั้งที่สาม คราวนี้เผาให้เหล็กให้แค่แดงในที่มืด อย่าให้ถึงกับแดงในที่สว่าง อันนี้ต้องหัดดูสีให้เป็นว่าแดงในที่มืดนั้นดูในที่สว่างสีเป็นอย่าง
ไร เหมือนขั้นตอนที่หนึ่งและสองเลี้ยงอุณหภูมิให้สม่ำเสมอ ขั้นตอนนี้เกรนใหม่ไม่เกิดแล้วแต่จะช่วยกระจายความเครียดเกรนที่เพิ่งเกิดใหม่ แล้วปล่อย
ให้เย็น เมื่อเย็นแล้วก็นำไปเจียร์ขึ้นรูปได้เลย ถ้าใช้สายพานกระดาษทรายหรือเครื่องเจียร์ โดยไม่ต้องแอนนีลก็ได้ แอนนีลคือการอบอ่อนเพื่อให้เหล็ก
อ่อนตัวเจียร์ ตัด เจาะ กลึง ไส ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำได้ดีต้องมีเตาอบ การที่จะปล่อยให้เย็นในฉนวนไม่ได้ทำให้เหล็กนิ่มแตกต่างกันมากนักเมื่อเทียบกับ
เวลาที่เสียไป อีกอย่างเหล็กใจดีพวกนี้ ไม่มีคาร์ไบด์เกิดขึ้นเยอะเพราะไม่มีอัลลอยผสมให้เกิดคาร์ไบด์หรือมีก็น้อยมาก ช่างที่อเมริกาส่วนใหญ่จะไม่ทำ
แอนนีล(สำหรับเหล็กHypoeutectoid) เพราะเครื่องเจียร์ปัจจุบันเจียร์ได้กระจุยเลย การเจียร์ขึ้นรูปจะทำจนเกือบเหมือนมีดสำเร็จรูปเลย คือเจียร์จน
กระทั่งถึง 220 หรือ 320 grit แล้วแต่ความชอบ รวมถึงการใช้ตะไบแต่งให้เสมอและได้สมมาตรกันทั้งสองด้าน แต่ยังไม่ขึ้นคมโดยเหลือความหนาที่
สันคมไว้ประมาณ 1.5มม. การเจียร์ส่วนคมนั้นต้องขัดคมตามความยาวของใบมีดเพื่อกำจัดไมโครเซอเรตเตดซึ่งเป็นตัวการให้มีดร้าว การรักษาสมมาตร
ก็เป็นสิ่งจำเป็นถ้าไม่ได้สมมาตรรับประกันว่ามีดจะบิดเบี้ยว ต้องมาดัดภายหลัง

ขั้นตอนต่อไปก็คือการเผาเตรียมชุบหรือที่เราเรียกว่าAustenize ในการชุบนี้ผมจะกล่าวถึงการชุบทั้งใบเป็นหลัก เพราะการชุบทั้งใบจะทำให้มีดมีความ
แข็งแรง(strength)กว่าการชุบเฉพาะคม เพราะเนื้อเหล็กทั้งใบจะเปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นมาร์เทนไซต์ แล้วมาทำดิฟเฟอเรนเชียลเทมเปอทีหลัง การ
เผาสำหรับการชุบนั้นต้องเผาให้ถึงอุณหภูมิออสเตนไนต์ซึ่งก็คืออุณหภูมิที่เหล็กเปลี่ยนเฟสมาเป็นโครงสร้างออสเตนไนต์ทั้งหมดแล้วทำให้เย็นลงอย่าง
รวดเร็ว วิธีการก็คล้ายๆกับการเผานอมอลไลซ์ครั้งแรกคือเผาให้อุณหภูมิสูงจนกระทั่งแม่เหล็กดูดไม่ติดขาขึ้น ขอย้ำว่าขาขึ้นเพราะว่าเมื่อเหล็กร้อนจน
กระทั่งแม่เหล็กดูดไม่ติดที่อุณหภูมิ1414F แล้วปล่อยให้เย็นลงเล็กน้อย จนกระทั่งอุณหภูมิ1300Fเศษ แม่เหล็กก็จะยังดูดไม่ติดแต่เหล็กบางส่วนจะเริ่ม
เปลี่ยนโครงสร้างกลับมาเป็นเพิลไลต์ซึ่งชุบยังไงก็ยังเป็นเพิลไลต์อยู่ซึ่งจะทำให้เหล็กไม่แข็ง ฉะนั้นต้องคอยเผาให้ร้อนขึ้นเรื่อยๆเมื่อถึงจุดแม่เหล็กดูด
ไม่ติดแล้วก็ชุบเลย ถ้าพลาดไปคือหมายถึงอุณหภูมิเริ่มตกลงมาแล้วแต่แม่เหล็กยังดูดไม่ติดก็ไม่ต้องตกใจ ยกออกจากไฟให้มันเย็นจนกระทั่งมองไม่เห็น
สีแดงในที่มืด(black heat) แล้วค่อยตั้งต้นเผาใหม่ ที่ต้องย้ำอีกประการนึงก็คือต้องพยามเลี้ยงอุณหภูมิสม่ำเสมอเท่ากันทั้งใบเช่นกัน

ก่อนที่จะไปชุบต้องพูดเรื่องน้ำมันที่จะใช้ชุบเล็กน้อย ถ้าจะตัดปัญหาลองผิดลองถูก ผมแนะนำให้ซื้อน้ำมันที่ทำสำหรับชุบเหล็กโดยเฉพาะเช่น Hougto
Quench K สำหรับเหล็กที่ต้องใช้ความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูง เช่น5160, 52100, O-1 เมืองไทยมีขาย 20ลิตร ประมาณ 2500 บาท(ไม่ได้ค่า
โฆษณา) หรือถ้าเป็นเหล็กที่ต้องใช้ความเร็วสูงเช่น 1084, 1095, W2 ก็ใช้ Hougto Quench Gได้ แต่ที่อเมริกานี่ช่างมีดหลายๆคนใช้แต่ความเร็ว
ปานกลางถึงความเร็วสูงชุบมันทุกอย่างก็มีเยอะ เพราะว่ามีดมีความหนาประมาณ1/4นิ้วซึ่งไม่มีความร้อนให้ต้องดึงมากนัก จะใช้น้ำมันที่แตกต่างกันเล็ก
น้อยก็ไม่เป็นไร ชุบมาแล้วต้องมาอบอีกทีให้ความแข็งลดลงอยู่ดี ค่อยมาอบที่อุณหภูมิต่ำกว่าใช้น้ำมันแบบเร็วเล็กน้อย ส่วนจะมากจะน้อยต้องลองเอา
สูตรใครก็สูตรใคร จริงๆขึ้นอยู่กับเหล็กด้วย เพราะเหล็กที่ผลิตมาไม่พร้อมกันจะต้องใช้อุณหภูมิต่างกันเล็กน้อย ส่วนสาเหตที่แนะนำก็เพราะน้ำมันที่ผลิต
มาสำหรับชุบอบโดยตรงนั้นจะลดอุณหภูมิจาก1400+Fลงมาที่ประมาณ500Fอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเพิลไลต์ และจาก500Fลงมาถึง150F
นั้นจะช้าหน่อยทำให้การเกิดมาร์เทนไซต์ซึ่งเป็นโครงสร้างแข็งแรงที่เราอยากได้เป็นไปอย่างนิ่มนวล โอกาสที่มีดเสียหายก็มีน้อยลง เสียน้อยเสียยาก
เสียมากเสียง่ายอย่าประหยัดตรงนี้เลย ค่าแรงค่าเสียเวลาค่าเสียความรู้สีกค่าเหล็กแพงกว่าอยุ่แล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ท่อเหล็กขนาด6นิ้วตัดให้มีความยาว
พอใส่น้ำมันชุบได้ประมาณ 20ลิตรเชื่อมแผ่นเหล็กปิดก้น ก่อนที่จะชุบให้อุ่นน้ำมันให้มีอุณหภูมิประมาณ130F การอุ่นก็ทำง่ายๆโดยเผาเหล็กข้ออ้อยขนาด
ประมาณหนึ่งนิ้วให้ส่วนที่ร้อนจนแดงยาวประมาณหนึ่งฟุต จุ่มลงไปในน้ำมัน ครั้งเดียวน้ำมันก็ร้อนพอแล้ว ให้สังเกตความหนืดน้ำมันก่อนและหลังจุ่มไว้ครับ
คราวหน้าจะได้กะได้ว่าน้ำมันจะต้องบางขนาดไหนถึงร้อนได้ที่ หน้าตาที่ใส่น้ำมันชุบเป็นแบบนี้ครับ ให้สังเกตว่ามีฝาครอบ เพราะเวลาจุ่มบางครั้งถ้าเปลว
ไฟลุกมากๆหรือเกิดอุบัติภัยขึ้นมาก็เอาฝาครอบดับไฟได้เลย



การชุบให้จุ่มมีดในแนวดิ่งเอาปลายลง วิธีที่ดีที่สุดคือเจาะรูร้อยลวดเมื่อหย่อนลงไปในน้ำมันจะได้หดตัวได้อย่างที่ไม่มีความเครียดจากการใช้คีมหนีบ
และเมื่อหย่อนลงไปแล้วให้ยกลวดขึ้นลงเป็นการเพิ่มการถ่ายเทความร้อนทำให้มีดเย็นเร็วขึ้น ระวังเวลายกขึ้นลงอย่าให้มีดพ้นน้ำมัน ปกติให้นับไปปร
ะมาณ7วินาทีแล้วยกขึ้นเลย อันนี้เราใช้เทคนิคที่เรียกว่าอินเทอรับเควนซ์เข้าช่วยแล้วปล่อยให้เย็นในอากาศ หล้งจากยกออกมาแล้วให้ตรวจสอบส่อง
มีดดูว่ามีดบิดเบี้ยวหรือไม่ ถ้าเบี้ยวยังมีเวลาประมาณ1นาทีที่จะดัด ฉะนั้นก่อนชุบเตรียมปากกาคีบ(vise)อ้าไว้ให้พร้อม ใส่ถุงมือหนังให้พร้อมเช่นกัน
ถ้าบิดเบี้ยวก็เอาใส่ปากกาคีบหนีบแล้วใช้มือดัดให้ตรงได้เลย เมื่อชุบเสร็จมีวิธีดูง่ายๆว่าชุบออกมาดีหรือไม่ดี อย่างแรกเลยคือหัดดูสี ถ้าเป็นสีเทาสม่ำ
เสมอกันทั้งใบแสดงว่าออกมาดีเป็นมาร์เทนไซต์สม่ำเสมอ ถ้าเป็นสีน้ำตาลแสดงว่าเผาเหล็กร้อนไม่พอ ถ้าเป็นแผลพุพองแสดงว่าเผาร้อนเกินไป ถ้า
ออกมาผสมกันเช่นบางส่วนสีเทาบางส่วนสีน้ำตาลก็แสดงว่าตอนเผาอุณหภูมิไม่สม่ำเสมอกันสีเทาแสดงว่าอุณหภูมิได้ที่ สีน้ำตาลแสดงว่าจุดนั้น
อุณหภูมิไม่ถึง ถ้าบริเวณคมเป็นสีน้ำตาลละก็กลับเซย์กูดบายกลับไปทำนอมอลไลซ์และชุบใหม่ แต่ส่วนใหญ่จะไม่เป็นเพราะคมบางมักจะพอดีหรือไม่
ก็ร้อนเกินไป อีกวิธีนึงที่ใช้ควบคู่กันไปเลยก็คือใช้ตะไบไถตรงคมดูว่าตะไบกินเข้ามั้ย ถ้าแข็งได้ที่ตะไบต้องไม่กิน การสังเกตสีต้องปล่อยให้เย็นจนจับ
ได้ด้วยมือเปล่าก่อนเพราะตอนยกขึ้นจากน้ำมันใหม่ช่วงนั้นโครงสร้างมาร์เทนไซต์เพิ่งเกิดปริมาณไม่มากสีอาจจะยังไม่เปลี่ยน

คราวนี้ก็มาถึงการอบเทมเปอริ่ง เมื่อปล่อยให้เย็นจนกระทั่งจับได้ด้วยมือเปล่าแล้ว ควรจะเอาเข้าเตาอบเลย การอบนี้ใช้เตาปิ้งขนมปังแบบตั้งอุณหภูมิ
และเวลาได้ ดีที่สุดซื้อเทอร์โมมิเตอร์สำหรับใส่เตาอบแบบเข็มมาใส่ไว้อันนึงแล้วก็ตั้งอุณหภูมิตามแต่ชนิดของเหล็ก ก่อนใช้อาจจะต้องสอบเทียบ
เทอร์โมมิเตอร์ของเตาอบกับเทอร์โมมิเตอร์ที่ซื้อมาว่าต่างกันเท่าไหร่ ให้ใช้อันที่ซื้อมาต่างหากเป็นหลัก เหล็ก 5160 ก็อบที่อุณหภูมิประมาณ
375-400F ถ้า1084ก็ประมาณ 400-425F ส่วนอย่างอื่นไปเปิดตารางเอาเอง การอบให้อบครั้งละประมาณ1ชม.แล้วเอาออกมาปล่อยให้เย็นในอา
กาศ ให้อบอย่างน้อยสองครั้ง ถ้าให้แน่สามครั้งจะดีที่สุด เช่นกันเราสามารถดูว่าอบเทมเปอริ่งดีหรือไม่ดีโดยการดูสีได้เช่นกัน สีที่ดูก็เป็นไปตามแต่ละ
อุณหภูมิ ดูได้จากเวปนี้ สีอาจจะเพี้ยนบ้างเล็กน้อย http://www.threeplanes.net/toolsteel.html เมื่ออบได้ที่แล้วลองใช้ตะไบไถคมดูว่าตะไบ
กินมีดมั้ย จำความรู้สึกกินมากหรือกินน้อยนี้ไว้ จะได้ไว้ใช้ตัดสินคร่าวๆได้ ลืมบอกไปว่าให้ใช้ตะไบคมๆเป็นบรรทัดฐาน อย่าไปเอาตะไบทู่มาใช้ จะทำ
ให้แปลความหมายผิดไปได้ เหล็กที่ซื้อมาแต่ละล็อตถึงแม้ว่าจะเป็นเหล็กชนิดเดียวกันก็อาจจะมีอุณหภูมิเทมเปอริ่งต่างกันไปเล็กน้อย ต้องทดลองแต่
ละล็อตเอง ให้เริ่มจากอบที่อุณหภูมิต่ำกว่าสเปคประมาณ25องศา แล้วทดสอบเอา ถ้ายังแข็งเกินไปก็อบใหม่ตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นครั้งละ25องศาไป
จนกว่าจะถึงจุดที่ดีที่สุดที่ต้องการ

มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการที่จะใช้เหล็กไม่รู้หัวนอนปลายตีนมาชุบอบให้ได้สมรรถนะดีที่สุดแทบจะเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลย เท่านั้นยังไม่พอ
เหล็กชนิดเดียวกัน ต่างล็อตกันก็ต้องทดลองใหม่ ฉะนั้นช่างมีดหลายคนเวลาสั่งเหล็กแต่ละล็อตจะสั่งในปริมาณพอสมควรจะได้ไม่ต้องทดลองใหม่
จริงๆแล้วรวมทั้งทดสอบมีดคือตัดเชือก ตัดไม้ งอ90องศาไม่หักด้วย

เมื่ออบเทมเปอริ่งทั้งใบเสร็จแล้ว มีดจะยังมีความแข็งมาก ถ้าเป็นมีดใหญ่ก็ต้องมาทำดิฟเฟอเรนเชียลเทมเปอริงอีกครั้งนึง แต่ถ้าเป็นมีดเล็กที่ความ
ยาวประมาณ 5นิ้วลงมานี่ไม่ต้องก็ได้ ถ้าไม่เอาไปใช้สับอะไรแรงๆ หรือไม่ได้จะเอาไปตัดไม้หรือวัตถุอื่นโดยใช้ท่อนไม้ทุบสันเพื่อตัดวัตถุ การทำดิฟ
เฟอเรนเชียลเทมเปอริ่งก็คือการเอาไฟเป่าหลังให้อ่อนลงมา แต่ยังให้ส่วนคมแข็งเหมือนเดิม การเป่าทำได้หลายวิธีเช่นกัน คือเป่าหลังกันสดๆ เป่า
หลังแบบคมแช่น้ำ เป่าหลังแบบคมแช่ทรายชุ่มน้ำ วิธีอาจจะแตกต่างกันแต่หลักการเหมือนกัน

วิธีแรกเป่าหลังแบบคมจุ่มทรายชุ่มน้ำ



การเป่าหลังโดยการใช้ทอร์คออกซีอะเซทลีนเป่า ทรายที่ใช้ต้องเป็นทรายละเอียดเม็ดสม่ำเสมอกัน ใส่น้ำให้เกือบชุ่มแต่ไม่ต้องถึงขนาดน้ำนองเจิ่ง
เอาปากกาเมจิคลากเส้นบนใบมีดไปตามแนวคมให้ห่างจากคมประมาณ1/4นิ้วจนถึงปลาย ปักคมมีดลงไปในทรายให้ลึกตามที่ขีดเส้นไว้ อย่าให้ลึก
มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นความอ่อนจะลงมาไม่ต่ำพอที่จะทำให้มีดมีความอ่อนตัวได้พอดี ตรงปลายมีดให้ก่อทรายขึ้นมาตามแนวเส้นที่ขีดไว้ โป๊ะให้
คลุมถึงด้านบนของปลายแหลม ให้แน่ใจว่าทรายที่ใช้ตรงนี้ก็เปียกเหมือนกัน เช็คดูให้แน่ใจว่าระดับทรายทั้งสองด้านของใบมีดเท่ากัน (ความจริง
ตบทรายให้เรียบก่อนปักคมมีดเป็นวิธีนึงที่ทำให้สองด้านเท่ากัน) อย่างน้อยให้ปักทรายถึงแนวริคาโซ ส่วนด้ามจะให้อยู่ในทรายหรืออยู่นอกทรายก็
ได้ เพราะยังไงเราก็จะเป่าไฟให้ด้ามอ่อนอยู่แล้ว จากนั้นก็จุดไฟไม่ต้องแรงมากเหมือนกับจะตัดเหล็ก ให้เปลวสีน้ำเงินยาวประมาณ 3-4นิ้วแล้ว
ค่อยๆเริ่มจากส่วนที่หนาและมีมวลมากที่สุดของตัวมีดก่อนซึ่งก็คือบริเวณริคาโซ โดยการเลื่อนเปลวไฟไปมาตามแนวยาวของมีด อย่าหยุดที่จุด
ใดจุดหนึ่ง ระวังอย่างให้ร้อนถึงขนาดเหล็กแดงเป็นอันขาด ถ้าร้อนจนเหล็กแดง ให้หยุดและกลับไปเริ่มชุบอบใหม่ตั้งต้นจากนอมอลไลซ์ ให้เป่า
กลับไปกลับมาบริเวณริคาโซก่อน เมื่อริคาโซเริ่มร้อนก็ให้เริ่มเป่าไปด้ามกลับมาริคาโซและค่อยๆเลยไปด้านปลายมีด ทำอย่างนี้ไปเรื่อยจนในที่
สุดไล่เป่าจากปลายด้ามมีดไปยังปลายมีด เวลาเป่าอย่าเอาเปลวไฟเป่าตั้งฉากไปบนสันมีดโดยตรง เพราะเปลวไฟจะเผาทรายให้น้ำระเหย
หมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ติดกับคมมีด ให้ตะแคงเปลวไฟไปทางไม่ปลายมีดก็ด้ามมีดไฟจะได้ไม่ไปเลียทราย เป่าไปเรื่อยเราจะเห็นแนว
สีน้ำเงินจะเริ่มต้นวิ่งจากสันลงมาให้เลี้ยงให้แนววิ่งสีน้ำเงินลงมาในแนวตั้งสม่ำเสมอจากปลายด้ามไปจนถึงปลายมีดด้านแหลม ให้ต่ำที่สุด
เท่าที่จะต่ำได้ แนวสีน้ำเงินจะหยุดเองที่ประมาณ3/8นิ้วเหนือทราย ให้คอยสังเกตุเมื่อแนวสีน้ำเงินหยุดวิ่งจะมีควันระเหยจากน้ำขึ้นมาก็ให้หยุด
ได้ ถ้าเป่าต่อไปจะเห็นทรายบริเวณคมแห้งสีแตกต่างจากทรายเปียกอย่างเห็นได้ชัด สีน้ำเงินจะลงไปถึงคมซึ่งจะร้อนเกินไปและทำลายความ
แข็งของคม เสร็จแล้วปล่อยให้เย็นจนกระทั่งจับได้ด้วยมือเปล่า ให้ทำซ้ำอีกสองครั้ง รวมเป็นทั้งสิ้นสามครั้ง ถ้าเริ่มหัดทำยังไม่มีประสบการณ์
หลังจากเป่าเสร็จครั้งแรกแล้วจะไปขัดแนวสีน้ำเงินออกก่อนที่จะเป่าครั้งต่อไปก็ได้ จะได้เห็นแนวสีน้ำเงินวิ่ง จะได้ทราบว่าจวนจะหยุดได้แล้ว
ยัง หลังจากดุเป็นแล้วจะไม่ขัดก็ไม่เป็นไร

วิธีนี้มีข้อดีคือสามารถก่อนทรายได้ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของคมมีด ในกรณีที่เป็นคมแบบรีเคิฟหรือเว้า แต่มีข้อเสียคือถ้าไม่ระวังทรายแห้งมีด
อาจจะเสียได้และต้องไปตั้งต้นอบชุบใหม่

วิธีเป่าหลังแบบคมจุ่มน้ำ



วิธีนี้หลักการเหมือนกับการจุ่มทรายทุกอย่าง แตกต่างกันตรงที่ จุ่มคมมีดลงไปในน้ำประมาณ1/8นิ้วก็พออย่าให้มากกว่านี้ แต่วิธีนี้จะต้องหา
ผ้าก็อตหรือผ้าที่ดูดซีมน้ำได้ดีมาโป๊ะตรงปลายมีด หรือถ้าท้องมีดคมโค้งเว้าก็ต้องหาคลิปหนีบกระดาษมาหนีบผ้าเลี้ยงน้ำไว้ การเป่าให้เป่า
จนกระทั่งแนวสีน้ำเงินไม่เลื่อนต่ำลงมาอีกและน้ำบริเวณเริ่มเป็นฟองเดือดปุดให้หยุด ปล่อยให้เย็น แล้วทำซ้ำอีกสองครั้ง รวมเป็นทั้งสิ้นสาม
ครั้ง

ถ้ามีดหลังจากชุบเสร็จแล้วไม่ได้ดัดให้ตรงก่อนเย็น แล้วมาเห็นทีหลังว่ามีดเบี้ยว เราสามารถมาดัดมีดให้ตรงในขั้นตอนการเป่าหลังให้อ่อน
นี้ได้ เพราะถ้าจะดัดต้องดัดตอนที่มีดหรือเหล็กมีอุณหภูมิสูงกว่า400F โดยการทำที่ดัดมาดัดใบมีดหลังจากที่เราเป่าหลังไประยะนึงแล้ว ที่
ดัดนี้ใช้ได้ทั้งแบบจุ่มน้ำหรือจุ่มทราย





เสร็จจากนี้ก็ไปขัดเอาสเกลออกโดยใช้กระดาษทรายขนาด 220หรือ 320กริตแล้วแต่ว่าก่อนชุบอบขัดไว้ละเอียดแค่ไหน จะใช้มือหรือจะใช้
เครื่องสายพานก็ได้ แล้วแต่ความพร้อมของอุปกรณ์ จากนั้นให้ขึ้นคมได้เลย เมื่อขึ้นคมเสร็จ ก็มาขัดกระดาษทรายต่อด้วยมือ โดยเริ่มจากเบอร์
สุดท้ายที่ขัดด้วยเครื่องไว้ ส่วนจะไปหยุดที่ความละเอียดขนาดไหนแล้วแต่ชอบ


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
redhawk
post 5 February 2009, 10:11 AM
Post #2





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 596
Joined: 16 June 2008
Member No.: 5,314



เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์มากๆๆๆๆๆ ครับ สุดยอดจริงๆสมกับที่รอคอยติดตาม ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

ช่วยให้ผมเข้าใจขั้นตอนหลายๆขั้นตอนว่าทำอย่างไร และทำไปทำไม ได้มากขึ้น

จะนำมาพัฒนางานมีดของผมให้ดีขึ้นครับ ขออ่านทวนทุกบทความของคุณแบ๋มไบรท์ อีกซักยี่สิบเที่ยวนะครับ ขอบพระคุณอีกครั้ง

รอชมขั้นต่อไปด้วยใจระทึกครับ biggrin.gif

This post has been edited by redhawk: 5 February 2009, 10:15 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แบ๋มไบรท์
post 5 February 2009, 11:24 AM
Post #3





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013



หลังจากขึ้นคมด้วยเครื่องแล้ว ควรจะต่อด้วยหินลับมีดละเอียดอีกครั้งนึงจะได้คมมากๆ การขัดกระดาษทรายหลังจากมีดคมแล้ว
เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆถ้าไม่มีตัวช่วย ที่ต้องขึ้นคมก่อนก็เพราะหลังจากขึ้นคมเสร็จแล้วยังไงต้องมาเก็บงานละเอียดด้วยมืออีก
อยู่แล้ว ถ้าเก็บงานด้วยมือเสร็จแล้วค่อยไปขึ้นคม ใช้เครื่องขึ้นคมยังไงก็ต้องกลับมาแต่งด้วยมืออีกรอบ กลายเป็นขัดด้วยมือสอง
รอบ อุปกรณ์ตัวช่วยก์คือพวกนี้ครับ


ตัวช่วยอันแรกเป็นที่จับมีดสำหรับขัด ทำจากเหล็กฉากหนาประมาณ1/4นิ้วยาวประมาณ12-14นิ้ว กว้างประมาณ 2-1/2นิ้ว เจาะ
รูต๊าบเกลียวสำหรับไขน็อตหัวหกเหลี่ยมสองตัวปลายด้านนึงเอาไว้จับด้ามมีดสำหรับขัด ด้านบนเหล็กฉากมีแผ่นหนังรองกันมีด
ด้านที่ขัดแล้วเป็นรอย และยังมีแผ่นเหล็กบางๆอยู่ระหว่างหนังกับเหล็กฉาก วางมีดให้อยู่ในขอบเหล็กฉากมือจะได้ไม่ไปชน


ด้านล่างก็เจาะรูต๊าบเกลียวเป็นระยะๆ เพื่อจะได้ปรับให้ด้านข้างมีดอยู่ในแนวระนาบจะได้ขัดสะดวก เวลาไขน็อตปรับระดับด้าน
ข้างมีด น็อตจะไปดันแผ่นเหล็กที่รองระหว่างหนังกับเหล็กฉากให้ยกขึ้นมีดจะได้ไม่แอ่นถ้ากดแรงๆตอนขัดกระดาษทรายทำให้แนว
กระดาษทรายไม่ตรง เวลาขัดกระดาษทรายก็มีตัวช่วยอีกอันนึง



เป็นไม้คล้ายๆกับไม้บรรทัดใช้กดทับกระดาษทรายแล้วลากจากโคนมีดไปยังปลายมีดให้เป็นเส้นตรงสม่ำเสมอ ตัดกระดาษทราย
ตามความยาวทั้งแผ่นให้มีขนาดกว้างกว่าไม้กดทับประมาณ 2มม. แล้วใช้ลาก ให้สังเกตปลายด้านนึงของไม้กดเป็นมุมเอียงความ
หนาจะน้อยกว่าอีกด้านนึง ให้ใช้ด้านบางนี้เข้ามุมระหว่างด้านข้างมีดกับมุมของริคาโซ เวลาขัดให้ใช้น้ำมันหล่อลื่น ดีที่สุดคือ
WD-40จะออกดีกว่าใช้น้ำ ให้ลากไปทางเดียวอย่าลากไปกลับหรือวนเป็นวงรี วิธีที่จะให้กินเร็วก็คือลากเป็นแนว45องศาก่อนแล้ว
ลากแนวขนานอีกทีนึง อย่าขี้เหนียวกระดาษทรายเพราะเสียเวลาเปล่าๆ ให้เริ่มจากหยาบ ตามที่ขัดด้วยสายพานไว้ แล้วละเอียดขึ้น
เรื่อยๆ จนกระทั่งถึง 1000 กริต ถ้าจะเอาหยาบกว่านี้ก็ได้



ไม้ที่ใช้กดจะทำจากอลูมิเนียมก็ได้ เมื่อจะขัดที่ละเอียดมากๆเช่น1000กริตไม้ที่ใช้กดจะมีแผ่นหนังรองอีกที เพื่อกดให้หน้ากระดาษ
ทรายสัมผัสเต็มหน้ารอยจะได้สม่ำเสมอ


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 5 February 2009, 01:07 PM
Post #4


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



ขอบพระคุณครับ ละเอียด ชัดเจน ดีมากเลยครับ
แต่ย่อหน้า ยาวไปนิดนึงครับ happy.gif


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Merlin
post 5 February 2009, 02:37 PM
Post #5





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 87
Joined: 10 January 2007
Member No.: 98



ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ที่กรุณาเอาความรู้ที่ได้ศึกษาด้วยตนเองมาเขียนให้ได้อ่านกัน biggrin.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pum_rakwana
post 5 February 2009, 10:29 PM
Post #6





Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญ
Posts: 2,072
Joined: 6 July 2007
From: ณ บ้านไร่ อุทัยธานี (ปัจจุบัน คลองเจ็ด รังสิต องครักษ์)
Member No.: 1,460



ขอบพระคุณหลายๆ ครับผม โดยเฉพาะตัวช่วย งานนี้ต้องมี...โมฯ biggrin.gif


--------------------

บัวมีสี่เหล่าก็จริง แต่ใช่ว่าบัวที่อยู่ในตม จะไม่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ
ใช่ว่าบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำจะไม่โรยรา จงตั้งอยู่บนความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เถิด

รักษ์วนา
Heartless
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 6 February 2009, 02:20 AM
Post #7





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (แบ๋มไบรท์ @ 5 February 2009, 08:06 AM) *
ตอนที่สามนี้จะพูดถึงเรื่องการชุบอบมีด ซึ่งคงจะไม่พูดรายละเอียดทางทฤษฎี แต่

มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการที่จะใช้เหล็กไม่รู้หัวนอนปลายตีนมาชุบอบให้ได้สมรรถนะดีที่สุดแทบจะเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลย เท่านั้นยังไม่พอ
เหล็กชนิดเดียวกัน ต่างล็อตกันก็ต้องทดลองใหม่ ฉะนั้นช่างมีดหลายคนเวลาสั่งเหล็กแต่ละล็อตจะสั่งในปริมาณพอสมควรจะได้ไม่ต้องทดลองใหม่
จริงๆแล้วรวมทั้งทดสอบมีดคือตัดเชือก ตัดไม้ งอ90องศาไม่หักด้วย



ปกติ เขาใช้เทวดาช่วยงมครับ biggrin.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แบ๋มไบรท์
post 6 February 2009, 02:46 AM
Post #8





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013



QUOTE (Dick @ 5 February 2009, 02:20 PM) *
ปกติ เขาใช้เทวดาช่วยงมครับ biggrin.gif


พบเห็นได้ทั่วไปครับ biggrin.gif


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Werewolf
post 6 February 2009, 03:06 AM
Post #9





Group: ยกรƒรƒรยกร’รƒยชร˜รยชยน
Posts: 8,030
Joined: 8 January 2007
From: Home
Member No.: 3



เจ๋งครับ:thumbsup:


--------------------
Live to ride...Ride to live...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
aoodbkk
post 6 February 2009, 06:55 AM
Post #10





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 323
Joined: 11 October 2007
Member No.: 2,638



เยี่ยมครับ.. biggrin.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 6 February 2009, 07:20 AM
Post #11


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



QUOTE (Dick @ 6 February 2009, 02:20 AM) *
ปกติ เขาใช้เทวดาช่วยงมครับ biggrin.gif



QUOTE (แบ๋มไบรท์ @ 6 February 2009, 02:46 AM) *
พบเห็นได้ทั่วไปครับ biggrin.gif



QUOTE (Werewolf @ 6 February 2009, 03:06 AM) *
เจ๋งครับ:thumbsup:


สามท่านนี้อยู่ในtimezoneเดียวกัน ermm.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pum_rakwana
post 6 February 2009, 08:23 AM
Post #12





Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญ
Posts: 2,072
Joined: 6 July 2007
From: ณ บ้านไร่ อุทัยธานี (ปัจจุบัน คลองเจ็ด รังสิต องครักษ์)
Member No.: 1,460



QUOTE (Dick @ 6 February 2009, 02:20 AM) *
ปกติ เขาใช้เทวดาช่วยงมครับ biggrin.gif


เพราะส่วนใหญ่เป็นเหล็กเทวดา biggrin.gif


--------------------

บัวมีสี่เหล่าก็จริง แต่ใช่ว่าบัวที่อยู่ในตม จะไม่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ
ใช่ว่าบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำจะไม่โรยรา จงตั้งอยู่บนความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เถิด

รักษ์วนา
Heartless
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ไดโกโร่
post 6 February 2009, 11:25 AM
Post #13





Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 2,305
Joined: 24 July 2008
From: หาดใหญ่ สงชลา
Member No.: 5,824



QUOTE (Dick @ 6 February 2009, 02:20 AM) *
ปกติ เขาใช้เทวดาช่วยงมครับ biggrin.gif



QUOTE (แบ๋มไบรท์ @ 6 February 2009, 02:46 AM) *
พบเห็นได้ทั่วไปครับ biggrin.gif



QUOTE (Werewolf @ 6 February 2009, 03:06 AM) *
เจ๋งครับ:thumbsup:



QUOTE (LEE @ 6 February 2009, 07:20 AM) *
สามท่านนี้อยู่ในtimezoneเดียวกัน ermm.gif

พี่ลีครับ
น่าจะเป็น สี่ ท่านน่ะครับ ไม่ใช่สาม
biggrin.gif


--------------------
ใช้ชีวิตให้สนุก แล้วจะมีความสุขกับชีวิต
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แบ๋มไบรท์
post 6 February 2009, 11:48 AM
Post #14





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013





วันนี้ผมไปเป่าหลังมีดที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนไปเรียนเมื่อเดือนธันวาคม เพื่อนที่ไปเรียนด้วยกันเค้าทำที่ดัดคล้ายๆแบบนี้แต่ใช้บนถาดทราย
ผมได้บทสรุปเลยครับว่า ใช้น้ำง่ายกว่าเยอะโอกาสทำเสียน้อยกว่ากันมาก ปัญหาจากการใช้งานจริงก็คือบริเวณริคาโซจะมีเนื้อเหล็กมาก
เมื่อร้อนมากๆ ทรายเปียกน้ำจะดึงความร้อนออกไม่ค่อยทัน ถ้าไม่ระวังให้ดี ทำให้ความร้อนอาจถ่ายเทมาที่คมในส่วนที่อยู่ติดกับริคาโซได้
ทำให้อุณหภูมิสูงเกินไปทำให้คมอ่อนได้ ยิ่งถ้าใส่ที่ดัดแล้วมันจะบังด้านข้างของมีดไปบางส่วน ถ้าแสงสว่างไม่พอจะสังเกตแนวเส้นสีน้ำ
เงินได้ยากขึ้น


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LEE
post 6 February 2009, 11:52 AM
Post #15


เถ้าแก่ลีผู้ลุ่มลึก


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 10,116
Joined: 28 January 2007
From: BANGKOK
Member No.: 304



หลังๆนี้ผมชักมองมีดไม่เป็นมีดแล้ว มองเป็น เหล็ก คาร์บอน ชุบแข็ง อบอ่อน เจียรใบ ใส่ด้าม sad.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 6 February 2009, 11:57 AM
Post #16





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (LEE @ 6 February 2009, 11:52 AM) *
หลังๆนี้ผมชักมองมีดไม่เป็นมีดแล้ว มองเป็น เหล็ก คาร์บอน ชุบแข็ง อบอ่อน เจียรใบ ใส่ด้าม sad.gif



น่าคิดๆ rolleyes.gif


มีด เป็นศาสตราภรณ์ ? (เป็นอาวุธ เป็นอาภรณ์)

มีด เป็นเครื่องมือ ?

มีด เป็นงานศิลป์ ?


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แบ๋มไบรท์
post 6 February 2009, 12:07 PM
Post #17





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013



QUOTE (LEE @ 5 February 2009, 11:52 PM) *
หลังๆนี้ผมชักมองมีดไม่เป็นมีดแล้ว มองเป็น เหล็ก คาร์บอน ชุบแข็ง อบอ่อน เจียรใบ ใส่ด้าม sad.gif


สงสัยถึงเวลาเปลี่ยนแว่นใหม่แล้วมั้งครับพี่ biggrin.gif

เดี๋ยวตอนต่อไปผมเขียนเรื่องมองยังไงให้เป็นมีดแทรกให้ก่อนมั้ยครับ


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pum_rakwana
post 6 February 2009, 12:21 PM
Post #18





Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญ
Posts: 2,072
Joined: 6 July 2007
From: ณ บ้านไร่ อุทัยธานี (ปัจจุบัน คลองเจ็ด รังสิต องครักษ์)
Member No.: 1,460



QUOTE (แบ๋มไบรท์ @ 6 February 2009, 11:48 AM) *


วันนี้ผมไปเป่าหลังมีดที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนไปเรียนเมื่อเดือนธันวาคม เพื่อนที่ไปเรียนด้วยกันเค้าทำที่ดัดคล้ายๆแบบนี้แต่ใช้บนถาดทราย
ผมได้บทสรุปเลยครับว่า ใช้น้ำง่ายกว่าเยอะโอกาสทำเสียน้อยกว่ากันมาก ปัญหาจากการใช้งานจริงก็คือบริเวณริคาโซจะมีเนื้อเหล็กมาก
เมื่อร้อนมากๆ ทรายเปียกน้ำจะดึงความร้อนออกไม่ค่อยทัน ถ้าไม่ระวังให้ดี ทำให้ความร้อนอาจถ่ายเทมาที่คมในส่วนที่อยู่ติดกับริคาโซได้
ทำให้อุณหภูมิสูงเกินไปทำให้คมอ่อนได้
ยิ่งถ้าใส่ที่ดัดแล้วมันจะบังด้านข้างของมีดไปบางส่วน ถ้าแสงสว่างไม่พอจะสังเกตแนวเส้นสีน้ำ
เงินได้ยากขึ้น


ผมเคยทำครั้งสองครั้ง ยอมรับว่ามันควบคุมลำบาก และเสี่ยงต่อคมอ่อนได้มากที่สุด ผมใช้แก๊ซกระป๋อง ซึ่งหัวเปลวไฟที่ออกมาใหญ่กว่าหัวเชื่อม ทำให้มีปัญหาเรื่องการกระจายของไฟที่มากกว่าแล้ทำให้ทรายบริเวณใกล้คมแห้งไวเกินไป ปัจจุบันผมเลือกที่จะเป่าหลังในน้ำอย่างเดียว เพราะปลอดภัยกว่าอย่างที่พี่แจ้ว่า


--------------------

บัวมีสี่เหล่าก็จริง แต่ใช่ว่าบัวที่อยู่ในตม จะไม่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ
ใช่ว่าบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำจะไม่โรยรา จงตั้งอยู่บนความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เถิด

รักษ์วนา
Heartless
Go to the top of the page
 
+Quote Post
redhawk
post 6 February 2009, 12:27 PM
Post #19





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 596
Joined: 16 June 2008
Member No.: 5,314



ทุกวันนี้ผมก็ นอน นั่ง ยืน เดิน ก็คิดแต่ว่าจะทำมีดยังไงให้ออกมาดีที่สุดแล้วล่ะครับ

สงสัยเสพติดการทำมีด ต้องไปถ้ำกระบอก biggrin.gif

ผมก็เห็นด้วยว่าเป่าในน้ำน่าจะปลอดภัยกว่า ผมเลยเป่าในน้ำ

แต่ขอเรียนถามว่าการเป่าหลังเราจะไล่สีน้ำเงินให้ค่อยๆลงมาเหมือนเป่าลมใล่น้ำ หรือเป่าแค่บริเวณสันมีดแล้วความร้อนจะไล่สีลงมาเองครับ

แล้วเป่าหลังนี่ถ้าทำครั้งเดียวพอได้หรือไม่ หรือต้องเป่าสามครั้งตามที่บอกมาครับ

ล่าสุดผมเป่าเพลินร้อนเกินไปจนหลังมีดร้อนแดงจุดหนึ่ง เลยต้องเอามาชุบใหม่ แย่เลย confused.gif

ขอบคุณครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
NuNok
post 6 February 2009, 12:35 PM
Post #20





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 349
Joined: 15 December 2008
Member No.: 7,905



thumbsup.gif มีรายละเอียดเทคนิก เคล็ดลับ ที่โอเชเลยค่ะ
(แต่สำหรับนู๋ อ่านแล้วเกิดอาการ เอ่อ... หรอ อืม หือ ฮะ บานกระจุยเลยค่ะ)

ส่วนเรื่องน้ำมัน พูดถึงราคาแล้วค่อนข้างแพงทีเดียว
ที่เคยใช้อยู่ไม่รู้ว่าของอะไรเหมือนกันรู้แต่ว่าไปขอชาวบ้านมา
(ง่ายๆคือได้ฟรี ราคานี่น่าจะแพงกว่าที่คถณแบ๋มไบรท์ บอกอีก)
แต่ยังไงก็ตาม น้ำมันสำหรับชุบโดยตรงมันก็จะแบ่งได้อีกคือ
น้ำมันสำหรับชุบที่อุณหภูมิปกติ กับน้ำมันที่ต้องการชุบที่อุณหภูมิอื่นๆ
ง่ายๆคือต้องอุ่นน้ำมันขณะชุบกับไม่ต้องอุ่น
อันนี้ก็จะให้คุณสมบัติที่ต่างกันไปอีก
ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องอุ่น ก็ง่ายๆป้องกันการเสียหาย
ยิ่งอุณหภูมิลดลงเร็วเท่าให้ การเกิดการรั้งตัวในทุกทิศทุกทางของชิ้นงาน
ก็จะมาขึ้นเท่านั้น ทำให้เกิดการแตกได้ (งานเพลากลมจะแตกเป็นตรารถเบนซ์เลย เท่มากๆ เดี๋ยวจะถ่ายมาให้ดู)

อ้อ.......เกือบลืม หลังชุบน้ำมันไม่รู้ว่าพี่ๆในนี้กำจัดน้ำมันออกกันอย่างไร
เท่าที่ทำอยู่คือเอาไปคลุกทราย แล้วทิ้งดิ่งลงพื้น(อันนี้ทำกับงานไม่ซีเรียส แต่กับมีดคงต้องค่อยๆปัดออก)
ทรายมันจะไปดูดน้ำมันเก็บไว้ในตัว ทำให้กำจัดน้ำมันออกได้ง่ายขึ้น

เหล็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ถ้าอยู่ในมือข้าพเจ้า จัดการยิงสเปกโตรโลด(Spectrometer)
แล้วก็เปิดHandbook เทียบเกรด อิอิ หรือไม่พอผลออกมาก็รู้ละ คริคริ

พูดถึงเรื่อง handbook ถ้าใครอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กตัวนั้นๆ
(ข้อมูลทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม การเทียบเกรด การอบต่างๆ ความแข็ง โครงสร้าง....)
ลองบอกมาเดี๋ยวส่งไปให้ พอดีมีมาตรฐานของเมกาอยู่เล่มนึง(ขอไม่บอกชื่อหนังสือ)
เล่มนี้สุดยอดแห่งคัมภีร์การอบชุบละ มีทุกเกรดที่เป็นมาตรฐานของเมกา (ASM International)
ลองดูราคาละถ้าเป็นห้องสมุดสั่งก็ประมาณ $260 ไม่รวมค่าส่ง(เล่มนี้หนักเกือบโล)
ราคาทั่วๆไปละอยู่ที่ $350 up ใครสนใจเกรดไหนก็ว่ามาเดี๋ยวจัดให้ อิอิ

แต่เท่าที่ดูใช้อยู่ไม่กี่เกรด ส่วนมากก็จะเคยชินกันทั้งนั้น
แต่ถ้าเหล็กแปลกๆ(ที่ไม่เคยมือ)แนะนำเปิดหนังสือโลด


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
NuNok
post 6 February 2009, 12:50 PM
Post #21





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 349
Joined: 15 December 2008
Member No.: 7,905



QUOTE (LEE @ 6 February 2009, 11:52 AM) *
หลังๆนี้ผมชักมองมีดไม่เป็นมีดแล้ว มองเป็น เหล็ก คาร์บอน ชุบแข็ง อบอ่อน เจียรใบ ใส่ด้าม sad.gif

เนื่องจากนู๋มองในแง่มุมของผู้ผลิต คุ้นเคยกับกระบวนการผลิต
นู๋จึงมองเหมือนอย่างที่ป๋าลีว่า มาตั้งกะต้น
แต่ไม่คิดว่าคนรักมีดแบบป๋าลีจะคิดเหมือนนู่ laugh.gif


QUOTE (Dick @ 6 February 2009, 11:57 AM) *
น่าคิดๆ rolleyes.gif


มีด เป็นศาสตราภรณ์ ? (เป็นอาวุธ เป็นอาภรณ์)

มีด เป็นเครื่องมือ ?

มีด เป็นงานศิลป์ ?

ถ้าว่าตาม ? ของพี่ดิ๊ก เอาในมุมมองนู๋นะ
มีดก็คือเหล็ก โลหะ ก้อนนึง
ที่เอามันมาทำให้มันมีค่าขึ้น ไม่ว่าจะอบ เจียร แต่ง....

เรื่องศาสตราภรณ์
ถ้าคิดดีๆ มันก็แค่ค่านิยมของมนุษย์ ที่บ่นบอกให้รู้ถึงความมี ความเป็นเท่านั้น
เพราะถ้าเอาเข้าจริงๆ ไม่ว่าอะไรก็เป็นอาวุธได้ เพียงแต่จะใช้เป็นหรือไม่เท่านั้น

เรื่องเครื่องมือ
ก็แล้วแต่มุมของคนอีกนั่นแหละ บางคนซื้อมีดเพราะใช่งานเป็นเครื่องมือ
บางคนซื้อมึด เพราะจะเอาไว้เป็นอาวุธป้องกันตัว.........
บางคนซื้อมีดเพราะความชอบ
จะเป็นเครื่องมือ อาวุธหรือไม่ มันก็ขึ้นกับว่าคนคนนั้นใช้ทำอะไร

ส่วนเรื่องเป็นงานศิลป์หรือไม่มันขึ้นอยู่กับจินตนาการ มุมมองของแต่ละบุคคลมากกว่า
จะว่าใช่งานศิลป์มันก็ใช่เพราะตกแต่งลวดลาย ดีไซน์เพื่อการใช้งาน เพื่อความเหมาะสม.....ตามแต่ท่านๆทั้งหลาย


สุดท้าย มีดมันจะคืออะไร เป็นอะไร มองมุมไหน ก็ขึ้นอยู่กันว่าท่านมองอยู่ในฐานะอะไร


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แบ๋มไบรท์
post 22 February 2009, 05:27 AM
Post #22





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013



Bump ขึ้นมาให้เวปมาสเตอร์ย้ายไปห้องสมุด


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
makin
post 6 October 2010, 09:57 AM
Post #23





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 10
Joined: 9 September 2009
Member No.: 10,373



เป็นประโยชน์มากเลยครับ ผมคิดว่าไหนๆ ผมก็จะอ่านแล้ว ก็เลยนำไปจัดวางใน word แล้วค่อยๆ อ่านและจัดเรียงไปด้วย แล้วทำออกมาเป็นไฟล์ pdf เพื่อให้สะดวกในการปริ้นหรือนำไปอ่าน

ขออนุญาตเจ้าของกระทู้นำมาจัดเรียงใหม่นะครับ ยังไม่ได้ตรวจทาน 100% อาจตกหล่นบ้างนะครับ

เสร็จแล้วจึงนำมาฝากไว้ให้ท่านอื่นๆ ผ่านมา ใช้เป็นประโยชน์ต่อไปนะครับ ผมก็จะปริ้นเก็บไว้อีกชุดเผื่อให้ ช่างตีมีดทางบ้านผมหรือคนที่ไม่ได้มีโอกาสได้เล่นเน็ต ไว้ศึกษา

ยังมีบทความของท่านอื่นๆ อีกหลายกระทู้ ถ้ามีเวลา ได้อ่านจะพยายามทำเก็บไว้ด้วย คงไม่ว่ากันนะครับ

ขอบคุณครับ


Thanks: ฝากรูป

โหลดไฟDownload คลิกที่นี่

This post has been edited by makin: 6 October 2010, 10:03 AM


--------------------
********************************
กำลังสนใจตีมีดมากๆเลยครับ
********************************
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 6 October 2010, 02:37 PM
Post #24





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



คนละไม้ละมือ thumbsup.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เหล็กแหนบ
post 6 October 2010, 03:20 PM
Post #25





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 1,859
Joined: 17 July 2009
From: Chiang Mai
Member No.: 9,775



ขอบคุณครับ thumbsup.gif


--------------------
**ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ขนาดเหล็กเป็นแท่งยัง กลายเป็นมีดได้**
Go to the top of the page
 
+Quote Post
penn965
post 6 October 2010, 06:12 PM
Post #26





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 113
Joined: 12 August 2008
Member No.: 6,118



biggrin.gif กลับเข้ามาอ่านอีกครั้งครับ thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ช่างดาบ
post 17 October 2010, 09:05 PM
Post #27





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 162
Joined: 11 April 2010
From: บ้านพรานกระต่ายจ.กำแพงเพชร
Member No.: 15,026



QUOTE (penn965 @ 6 October 2010, 07:12 PM) *
biggrin.gif กลับเข้ามาอ่านอีกครั้งครับ thumbsup.gif
อีกไม่นานอาจได้เห็นงานจากพี่มรเป็นแน่ หรือว่าไงครับ biggrin.gif


--------------------
ด้วยรักและผูกพัน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
penn965
post 18 October 2010, 12:17 AM
Post #28





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 113
Joined: 12 August 2008
Member No.: 6,118



QUOTE (ช่างดาบ @ 17 October 2010, 09:05 PM) *
อีกไม่นานอาจได้เห็นงานจากพี่มรเป็นแน่ หรือว่าไงครับ biggrin.gif

laugh.gif ทุกวันนี้ไม่ได้คิดทำมีดเลยครับพี่มานะ ผมชอบอ่านเพราะผมคุ้นกับเครื่องมือช่าง(งานเหล็ก งานไม้)มานานแล้ว ตอนนี้ขอเป็นผู้ใช้ครับผม
รบกวนพี่ช่วยเอาหนังสติ๊กมาบ่อย ๆ เอาลงที่ไหนก็ได้ครับ thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
นนทน์
post 24 October 2011, 09:07 PM
Post #29





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 112
Joined: 25 September 2011
Member No.: 63,173



biggrin.gif biggrin.gif ขอบคุณ ทุกคอมเม้นท์ ครับ...กระทู้แนว "โนว์ฮาว"และ "โนว์เลจน์" อ่านแล้วน่าติดตามมากๆ ครับ...อยากให้รวบรวมเป็นบทความต่อเนื่อง หรือทำออกเป็นตำรา "ทำมีด" จะดีมากๆ เพราะเป็นประโยชน์ต่อช่างมีดพื้นบ้านที่ไม่มีโอกาสในการใช้ อินเตอร์เน็ต..... thumbsup.gif thumbsup.gif


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ลูกสยาม
post 27 May 2012, 05:18 PM
Post #30





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 423
Joined: 24 May 2012
From: บ้านดอนสำโรง อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี
Member No.: 98,356



ขอบคุณครับ กระทู้นี้ดีมากๆ ได้ความรู้มากเหมือนพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ อิอิ


--------------------
อิสระทางความคิด
Go to the top of the page
 
+Quote Post

2 Pages V   1 2 >
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 14 December 2019, 03:52 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design