IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
> ความเเข็งของมีดที่เท่ากัน ......แต่เป็นคุณสมบัติมีดต่างกัน
Dick
post 13 August 2008, 04:52 PM
Post #1





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



วันก่อนที่เจอกัน
แบมไบรท์พยายามอธิบายไว้ว่า เหล็กที่แข็ง 59 ร็อกเงลล์เท่ากัน
ทำจากเหล็กชนิดเดียวกัน

อาจจะคม หรือ รักษาคมได้ไม่เท่ากัน แลดูเหมือนว่ายังมีบางคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปอีกก็ได


ผมขอให้ช่วยกันขยายความกันสักหน่อยนะครับ

เชิญอาจารย์โอ๊ท
แบมไบรท์
และ
เพื่อนๆทุกท่านร่วมเสวนาครับ


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
jirus143
post 13 August 2008, 06:51 PM
Post #2


blueblood


Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 815
Joined: 2 February 2007
Member No.: 363



มีดทำจากเหล็กชนิดเดียวกัน ความแข็งเท่ากัน แต่คุณสมบัติต่่างกัน

อาจมีปัจจัยอื่นประกอบใช่ไหมครับ เช่นทรงมีด รูปแบบของคม การตกแต่งผิวภายนอก

หมายความว่า.. มีดโบวี่ยาว 8 นิ้ว ทำจากเหล็ก D2 ความแข็ง 59 ร็อกเวลล์
ย่อมมีคุณสมบัติต่างจากมีดเหน็บยาว 8 นิ้ว ทำจากเหล็ก D2 ความแข็ง 59 ร็อกเวลล์ ใช่ไหมครับ
ผมพยามคิดตามโจทย์ที่ให้มา ไม่ทราบว่าผมหลงประเด็นรึเปล่าครับ
wacko.gif wacko.gif wacko.gif


--------------------
ใช้มีดให้ดี....ก่อนบอกว่ามีดไม่ดี
เลือกที่ใช่ ใช้ที่ชอบ ตอบโจทย์ได้
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 13 August 2008, 07:09 PM
Post #3





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (jirus143 @ 13 August 2008, 06:51 PM) *
มีดทำจากเหล็กชนิดเดียวกัน ความแข็งเท่ากัน แต่คุณสมบัติต่่างกัน

อาจมีปัจจัยอื่นประกอบใช่ไหมครับ เช่นทรงมีด รูปแบบของคม การตกแต่งผิวภายนอก

หมายความว่า.. มีดโบวี่ยาว 8 นิ้ว ทำจากเหล็ก D2 ความแข็ง 59 ร็อกเวลล์
ย่อมมีคุณสมบัติต่างจากมีดเหน็บยาว 8 นิ้ว ทำจากเหล็ก D2 ความแข็ง 59 ร็อกเวลล์ ใช่ไหมครับ
ผมพยามคิดตามโจทย์ที่ให้มา ไม่ทราบว่าผมหลงประเด็นรึเปล่าครับ
wacko.gif wacko.gif wacko.gif




ไม่ใช่ครับจิรัส
อันนั้นผมพออธิบายได้

แต่อันนี้ลึกกว่า
เป็นเรื่องของกรรมวิธี อบ ชุบแข็ง เพื่อเรียกเทนไซน หรือทำให้มันหนาแน่ขึ้น และมีขนาดเล้กลง ................อะไรทำนองนี้อ่ะ blush.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 09:04 PM
Post #4


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



โจทย์ในวันนี้คือ มีด 2 เล่มที่มีรูปร่างเหมือนกัน เหล็กชนิดเดียวกัน หลังอบชุบ วัดความแข็งได้เท่ากัน

เป็นไปได้หรือไม่ ที่มีด 2 เล่มนี้จะมีคุณภาพ คุณสมบัติ ของเหล็กใบมีดไม่เหมือนกัน

และคุณสมบัติที่ต่างกัน เกิดจากอะไรได้บ้าง... biggrin.gif



--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pum_rakwana
post 13 August 2008, 09:05 PM
Post #5





Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญ
Posts: 2,072
Joined: 6 July 2007
From: ณ บ้านไร่ อุทัยธานี (ปัจจุบัน คลองเจ็ด รังสิต องครักษ์)
Member No.: 1,460



ระหว่างที่รอสองท่านมาไขความกระจ่าง
ขออนุญาตบางส่วนครับ

หากใช้เหล็กชนิดเดียวกันทำมีด ชุบแข็งและอบคืนไฟจนได้ความแข็งเท่ากัน อาจจะทำให้คุณสมบัติต่างกันได้
เช่น โดยปกติการชุบเพื่อให้ได้มาเทนไซต์ จะต้องเผาถึงจุดออสเตนไนต์(อุณหภูมิชุบป ที่ถูกต้องตามเหล็กชนิดนั้นๆ ควรจะเป็น(ตามคู่มือเหล็ก) และคืนไฟให้ได้ความแข็งตามต้องการ แต่หากเผาเลยจุดออสเตนไนต์ขึ้นไป อาจจะได้ความแข็งที่เท่ากันหลังอบคืนไฟแล้ว แต่อย่างหลังเกรนของเหล็กจะใหญ่กว่าซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเหนียว การรักษาคม ได้ครับ


--------------------

บัวมีสี่เหล่าก็จริง แต่ใช่ว่าบัวที่อยู่ในตม จะไม่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ
ใช่ว่าบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำจะไม่โรยรา จงตั้งอยู่บนความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เถิด

รักษ์วนา
Heartless
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 09:14 PM
Post #6


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



อย่างแรกที่นักทำมีดควรจะนึกถึง คือลักษณะของเกรนเหล็ก
เนื่องจากเนื้อเหล็กจะประกอบด้วยผลึกเล็กๆจำนวนมาก ยึดติดกัน เหมือนกับการนำเอาน้ำแข็งเกล็ดๆมาอัดกัน
ถ้าผลึกน้ำแข็งเล็ก ละเอียด เหมือนหิมะ ย่อมอัดได้แน่นเหนียว ไม่แตกร่วน
ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อย เหมือนน้ำแข็งไส ก็จะแน่น เหนียว น้อยลง
และถ้าใหญ่ขึ้นมาเป็น้ำแข็งเกล็ก น้ำแข็งก้อน ก็จะยึดเกาะกันไม่ดี ร่วนแตกง่าย
เหล็กก็เช่นกัน ... เหล็กท่อนเดียวกัน อบชุบออกมา มีความแข็งเท่ากัน แต่มีขนาดเกรนไม่เท่ากัน ก็จะมีความเหนียวไม่เท่ากันตามไปด้วย


นี่คือรูปเหล็กที่คุณอาร์มลองเผาเล่นดู ทั้งสองชิ้นนั่นมาจากเหล็กตะไบชิ้นเดียวกัน ชุบแข็งประมาณ 65 HRC เหมือนกัน (as quenched HRC) แต่อุณหภูมิชุบต่างกันราวๆ 200 องศา blink.gif

จะเห็นว่าชิ้นที่เผาร้อนจัด (1000 องศา) เนื้อจะหยาบ ชิ้นนี้เคาะเบาๆก็หัก แต่ชิ้นที่เผาแค่ 800 องศา จะมีเนื้อละเอียด ตอนหักต้องออกแรงเยอะกว่าหน่อย


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 09:26 PM
Post #7


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



สิ่งที่น้าปุ้มพูดถึงคือขนาดเกรนเหล็ก ซึ่งผมได้อธิบายไปแล้ว

สิ่งต่อมาที่อาจทำให้สมบัติของเหล็กต่างกันได้ก็คือ ขนาดของคาร์ไบด์

คาร์ไบด์คือเซรามิกที่เกิดจากการรวมตัวของอัลลอยต่างๆในเหล็ก เช่นโครเมียมกับคาร์บอน หรือวานาเดียมกับคาร์บอน

ถ้าจะให้นึกภาพง่ายๆ อาจจะนึกถึงขนมเค้กที่ใส่เมล็ดถั่ว ชิ้นแรกใส่ถั่วลงไปเป็นเม็ดๆ 10 เม็ด อีกชิ้นหนึ่งนำถั่วไปเข้าครกตำๆให้แตก แล้วจึงเอามาใส่ ก็จะได้เนื้อเค้กที่ต่างกัน



เนื่องจากการจัดการคาร์ไบด์ด้วยกระบวนการความร้อนปกติ ทำได้ยากเนื่องจากต้องใช้ความร้อนที่สูงมาก (เกินจุดหลอมเหลวของเหล็ก) ผู้ผลิตเหล็กจึงพยายามใช้เทคนิคอื่นๆเข้าช่วย เช่นการใช้เหล็กผงอัด (เหล็ก PM) หรือการใช้เครื่องมือพิเศษที่มีการให้ความร้อนๆไปพร้อมๆกับการสั่นสะเทือน เพื่อทำให้คาร์ไบด์เล็กลง

โดยทั่วไปแล้ว เหล็กอัลลอยต่ำจะมีคาร์ไบด์ที่เล็กละเอียดโดยธรรมชาติ แต่เมื่อธาตุอัลลอยสูงขึ้น (ตั้งแต่ D2 ขึ้นไปจนถึง) ก็จะเริ่มมีปัญหา คาร์ไบด์มากขึ้น ทำให้การอบชุบต้องมีความซับซ้อนมากขึ้นอีก


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 09:51 PM
Post #8


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



ในการชุบเหล็กคาร์บอน ไปจนถึงเหล็กอัลลอยต่ำ ช่างจะคำนึงถึงอุณหภูมิที่ "เหล็กสุก" คือคาร์บอนกระจายตัวไปทั่วเนื้อเหล็กสมบูรณ์ ก็ชุบได้แล้ว



และเมื่ออบคืนไฟ ความแข็งลดลง ความเหนียวมากขึ้น ไม่มีอะไรซับซ้อน ตรงไปตรงมา

แต่สำหรับเหล็กอัลลอยสูง จะมีความซับซ้อนมากกว่านั้น คือเนื่องจากมีองค์ประกอบของธาตุที่ไปจับกับคาร์บอน เช่นโครเมียม เกิดเป็นเม็ดโครเมียมคาร์ไบด์ได้ ทำให้ต้องเพิ่มอุณหภูมิขึ้นไปอีก เพื่อละลายเจ้าเม็ดคาร์ไบด์เหล่านั้น ให้คาร์บอนแยกตัวออกจากโครเมียม โดยคาร์บอนอิสระจะไปทำให้เหล็กแข็ง และโครเมียมอิสระจะทำให้เหล็กกันสนิม ช่างไม่สามารถทำอุณหภูมิชุบให้ถึงจุดที่ละลายโครเมียมคาร์ไบด์ได้แล้ว เหล็กสเตนเลสไฮคาร์บอน ก็อาจจะกลายเป็นเหล็กที่ชุบได้ครึ่งๆกลางๆ คือแข็งก็แข็งไม่มาก กันสนิมก็ได้ไม่ดี แถมมีคาร์ไบด์เม็ดใหญ่ ทำให้ลดความเหนียวลงไปอีก

อีกปัญหาก็คือ ถ้าหากละลายอัลลอยออกมามากเกินไป ก็ลับจะทำให้เกิดออสทีไนต์ตกค้าง คือเหล็กลงมาถึงอุณหภูมิห้องแล้ว แต่ยังไม่ยอมเปลี่ยนโครงสร้างเป็นมาร์เทนไซต์ กลับทำให้ความแข็งต่ำลง



กราฟแสดงความแข็งของ D2 ที่ชุบจากอุณหภูมิ 1020 และ 1050 จะเห็นว่าเมื่อชุบจาก 1020 จะมีออสทีไนต์ตกค้างน้อยกว่าจากอุณหภูมิ 1050 ทำให้ความแข็งมากกว่า แต่พอคืนไฟไปจนถึง 500 องศา โครงสร้างของเหล็กคลายตัวมากขึ้น เหล็กที่ชุบจาก 1020 จะเริ่มอ่อนตัว ความแข็งลดลง แต่เหล็กที่มีออสทีไนต์ตกค้าง จะกลับเกิดเป็นมาร์เทนไซต์ และมีการตกผลึกคาร์ไบด์บางส่วน ทำให้กลับแข็งขึ้นมาได้

นั่นคือ... เหล็กที่ชุบจาก 1020 องศาที่อบคืนไฟ 200 องศา จะแข็งเท่ากับเหล็กที่ชุบจาก 1050 องศา ที่อบคืนไฟ 550 องศา และนั่นทำให้สมบัติต่างๆ แตกต่างกันไปด้วย

จะเห็นได้ว่า แค่มีอัลลอยเพิ่มขึ้นมาระดับ D2 ก็ทำให้การควบคุมอุณหภูมิทำได้ยาก ต้องแม่นยำระดับหลักสิบองศา และถ้าอัลลอยสูงขึ้นไปอีก ก็จะยิ่งควบคุมยากขึ้น จนแทบจะอบชุบแบบพื้นบ้านให้ได้สมบัติเหล็กที่สมบูรณ์ไม่ได้


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 10:02 PM
Post #9


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



รูปนี้น่าจะชัดกว่า เหล็ก D2 เหมือนเดิม แต่เป็นการชถุบจาก 1030 องศา (เส้นทึบ) และ 1070 องศา (เส้นประ)



ถ้าอบคืนไฟที่ช่วง 200-250 องศาให้ได้ความแข็ง 60 HRC เท่ากัน เหล็กที่ชุบจาก 1070 องศาจะกันสนิมได้ดีกว่าหน่อย เพราะว่ามีโครเมียมอิสระละลายอยู่ในเนื้อเหล็กมากกว่า และนอกจากนั้นเม็ดคาร์ไบด์ยังเล็กกว่าอีกหน่อย ทำให้ลับให้คมได้ง่ายกว่า


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 10:19 PM
Post #10


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



นอกจากนี้เหล็กอัลลอย อย่าง D2 ที่มีการเพิ่มความแข็งอีกครั้งในระหว่างการคืนไฟ ถึงแม้ว่าจะมีความแข็งเท่ากัน ก็ยังเนื้อหาของโครงสร้างภายในแตกต่างกัน ทำให้สมบัติอย่างความเหนียวแตกต่างกันด้วย



อย่างกราฟนี้ แสดงสมบัติของ DC53 และ D2 ที่คืนไฟในช่วงต่างกัน
ถ้าพิจารณา DC53 (วงกลม) ที่คืนไฟในช่วง 180-300 องศา(สีแดง) เทียบกับการคืนไฟในช่วง 520-560 องศา (สีดำ) จะเห็นว่า ที่ความแข็ง 60 HRC เท่ากัน เหล็กที่คืนไฟช่วง 180-300 จะเหนียวกว่า


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Werewolf
post 13 August 2008, 10:19 PM
Post #11





Group: ยกรƒรƒรยกร’รƒยชร˜รยชยน
Posts: 8,030
Joined: 8 January 2007
From: Home
Member No.: 3



มาตีตั๋วอ่านข้อมูลดีๆต่อครับ smile.gif


--------------------
Live to ride...Ride to live...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 13 August 2008, 10:28 PM
Post #12


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



กล่าวโดยรวมคือ เหล็กชนิดเดียวกัน อบชุบได้ความแข็ง (HRC) เท่ากัน อาจมีสมบัติต่างกันได้ เช่น
ความเหนียว เกิดจากขนาดเกรนเหล็ก ปริมาณและขนาดคาร์ไบด์
การต้านสนิม เกิดจากปริมาณโครเมียมอิสระ
การลับง่าย-ยาก คมมาก-คมน้อย เกิดจากปริมาณและขนาดของคาร์ไบด์

ดังนั้นการทำมีด ก็เหมือนศิลปะทำอาหาร พ่อครัวที่ใช้แป้ง น้ำ เกลือ ยีสต์เหมือนกัน อาจทำขนมปังออกมาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ได้ happy.gif

และยิ่งตัวแปรเยอะ ยิ่งต้องมีความเข้าใจในรายละเอียดมากขึ้น และการควบคุมกระบวนการก็ยากขึ้นตามลำดับ

ซ.ต.พ. biggrin.gif


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 13 August 2008, 10:32 PM
Post #13





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (Oat @ 13 August 2008, 10:28 PM) *
กล่าวโดยรวมคือ เหล็กชนิดเดียวกัน อบชุบได้ความแข็ง (HRC) เท่ากัน อาจมีสมบัติต่างกันได้ เช่น
ความเหนียว เกิดจากขนาดเกรนเหล็ก ปริมาณและขนาดคาร์ไบด์
การต้านสนิม เกิดจากปริมาณโครเมียมอิสระ
การลับง่าย-ยาก คมมาก-คมน้อย เกิดจากปริมาณและขนาดของคาร์ไบด์

ดังนั้นการทำมีด ก็เหมือนศิลปะทำอาหาร พ่อครัวที่ใช้แป้ง น้ำ เกลือ ยีสต์เหมือนกัน อาจทำขนมปังออกมาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ได้ happy.gif





โอ้ ...... ชีวิต
เป็นเช่นนี้เอง

biggrin.gif biggrin.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 13 August 2008, 11:07 PM
Post #14





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (Oat @ 13 August 2008, 10:28 PM) *
กล่าวโดยรวมคือ เหล็กชนิดเดียวกัน อบชุบได้ความแข็ง (HRC) เท่ากัน อาจมีสมบัติต่างกันได้ เช่น
ความเหนียว เกิดจากขนาดเกรนเหล็ก ปริมาณและขนาดคาร์ไบด์
การต้านสนิม เกิดจากปริมาณโครเมียมอิสระ
การลับง่าย-ยาก คมมาก-คมน้อย เกิดจากปริมาณและขนาดของคาร์ไบด์
ดังนั้นการทำมีด ก็เหมือนศิลปะทำอาหาร พ่อครัวที่ใช้แป้ง น้ำ เกลือ ยีสต์เหมือนกัน อาจทำขนมปังออกมาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ได้ happy.gif

และยิ่งตัวแปรเยอะ ยิ่งต้องมีความเข้าใจในรายละเอียดมากขึ้น และการควบคุมกระบวนการก็ยากขึ้นตามลำดับ

ซ.ต.พ. biggrin.gif




ครั้หนึ่ง นาย Bobbydiver เอามีดดบี่ขนาด 7- 8 นื้วที่ผ่านงานกู้ภัยซึนามิมาให้ผมจัดการลับคมมีดใหม่
ผมไม่สามรถลับคมได้พอใจครับ และมันกินเครืองมือลับมีดมากทเดียว
หลังๆมานี้ ผมเพิ่งจะทราบข้อธิบายนี่เอง

"มีดที่เเข็ง หรือแข็งเท่ากัน อาจจะไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นมีดเหมือนกันก็ได้"


ขอเชิญชวนครับ
มีมีด ก็ใช้ ใช้ ใช้ แล้วลองลับมีดดูครับ
จะได้รู้จักมีดมากขึ้นครับ


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
bkk123
post 14 August 2008, 06:01 AM
Post #15


เสือขาวแห่งชุมชนคนรักมีด


Group: ยฝรจร’ร‚รขยครƒยงยกร’รƒ
Posts: 5,810
Joined: 9 January 2007
Member No.: 72



กระทู้ดีอีกแล้ว

ชอบกระทู้นี้
Go to the top of the page
 
+Quote Post
แบ๋มไบรท์
post 14 August 2008, 07:08 AM
Post #16





Group: รŠรร’ยชร”ยกยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,763
Joined: 27 May 2007
Member No.: 1,013



ขออนุญาตเพิ่มเติมจากที่อ.โอ๊ตได้กล่าวแล้วครับ

จริงๆแล้วคุณสมบัติของมีดที่เราต้องการไม่ใช่ความแข็ง(Hardness)ครับ
คุณสมบัติที่เราต้องการคือความแข็งแรง(strength) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความ
สามารถที่จะตั้งคมให้บางได้โดยคมไม่ยู่เมื่อฟันอะไรแข็งๆ ถ้าบางมากก็คมมาก บางน้อยก็คมน้อย เนื่องจากการวัดความแข็งแรงทำได้
ด้วยการวัดแบบทำลาย จึงไม่สามารถที่จะนำมาทดสอบมีดที่ทำสำเร็จแล้วได้ จึงใช้การทดสอบความแข็ง(Hardness)แทนเพราะความแข็ง
กับความแข็งแรงมีความสัมพันธ์โดยตรงซึ่งกันและกัน ความแข็งแรงมากความแข็งก็มีมาก แต่กลับกันมีความแข็งมากไม่จำเป็นต้อง
มีความแข็งแรงมากเสมอไปตามเหตุผลที่อ.โอ๊ตได้กล่าวแล้ว

อีกคุณสมบัติที่มีดควรมีคือความสามารถที่จะมีคมทนนานซึ่งวัดได้ด้วยปริมาณคาร์ไบด์เพราะคาร์ไบด์มีความแข็งและต้านทานต่อการสึก
หรอได้ดี แต่คาร์ไบด์ที่ดีต้องมีขนาดผลึกที่เล็กจะได้มีเนื้อเหล็กจับได้โดยรอบ ทำให้เมื่อรับแรงกระแทกจากการฟันผลึกคาร์ไบด์ไม่
หลุดกระเด็นออกมาง่ายตามที่เราเรียกว่าบิ่นง่ายหรือร่อยง่าย และยังช่วยให้ลับง่ายและตั้งคมให้บางได้ตามขนาดของผลึกคาร์ไบด์


--------------------
Stop having a boring knife --> Stop having a boring life
Bright
Go to the top of the page
 
+Quote Post
pum_rakwana
post 14 August 2008, 09:51 PM
Post #17





Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญ
Posts: 2,072
Joined: 6 July 2007
From: ณ บ้านไร่ อุทัยธานี (ปัจจุบัน คลองเจ็ด รังสิต องครักษ์)
Member No.: 1,460



thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif

กระทู้วิชาการที่ดีมากๆ อีกกระทู้หนึ่งครับ ขอบคุณทุกท่านครับ wub.gif


--------------------

บัวมีสี่เหล่าก็จริง แต่ใช่ว่าบัวที่อยู่ในตม จะไม่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ
ใช่ว่าบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำจะไม่โรยรา จงตั้งอยู่บนความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เถิด

รักษ์วนา
Heartless
Go to the top of the page
 
+Quote Post
PopZiMus
post 14 August 2008, 11:01 PM
Post #18





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 895
Joined: 9 January 2007
Member No.: 34



ชอบเหมือนกันครับ ขอบคุณครับอาจารย์โอ๊ต thumbsup.gif


--------------------
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 13 September 2008, 08:50 PM
Post #19





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



blush.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เล้ง
post 7 January 2011, 02:06 PM
Post #20





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 773
Joined: 21 December 2010
Member No.: 30,453



QUOTE (Oat @ 13 August 2008, 10:28 PM) *
ดังนั้นการทำมีด ก็เหมือนศิลปะทำอาหาร พ่อครัวที่ใช้แป้ง น้ำ เกลือ ยีสต์เหมือนกัน อาจทำขนมปังออกมาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ได้ happy.gif



แสดงว่าเวลาเหล็กชุบแข็งเหล็กแดงๆจุ่มน้ำมันเดือด อ่างเกลือ หรือน้ำเปล่า
ก็เหมือนอาหารจิ้มน้ำจิ้มให้กลมกล่อมอร่อยนี่เอง tongue.gif tongue.gif tongue.gif

This post has been edited by เล้ง: 7 January 2011, 02:07 PM


--------------------
Nippon Spirit.

Go to the top of the page
 
+Quote Post
นนทน์
post 26 October 2011, 10:42 AM
Post #21





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 112
Joined: 25 September 2011
Member No.: 63,173



ตาสว่างแล้วครับ... rolleyes.gif .....นึกว่าเหล็ก D2 เอามาทำมีดแล้วจะดีทุกเล่ม...ที่แท้วัตถุดิบเหมือนกัน แต่ปรุงแต่งให้อร่อยต่างกันนี่เอง...
ถ้าอย่างนั้น...กระบวนการชุบให้ (แข็งแรง) ล้วนต้องอาศัยกระบวนการและองค์ประกอบ ในการชุบแข็ง ด้วยองค์ประกอบ ทั้งเวลา ความร้อน และ น้ำยาเคมีหรือวัสดุภัณฑ์ และอุปกรณ์(ตัวช่วย) ที่นำมาประกอบ "การชุบแข็ง" นั้นจะสามารถดึงคุณสมบัติและทำให้เหล็ก D2 มีคุณสมบัติที่ "ให้ตัว" ได้สูงสุดแค่ไหนก็ต้องอาศัยปัจจัยหลายด้านมารวมกันนั่นเอง เรียกว่า ต้องมี " โนว์ฮาวและสกิน " ที่ดี (เอามากๆ) เลยครับ จึงจะบรรลุจุดประสงค์ได้.......
....สรุปว่า...เหล็ก D2 นั้นแม้ว่าจะเป็นเหล็กเกรดดีมากชนิดหนึ่ง แต่กระบวนการทำมีดของงานแต่ละช่างย่อมต่างวิธีกัน ก็อาจให้ผลลัพท์ ที่แตกต่างกัน "มาก-น้อย" ตามแต่ที่กระบวนการผลิตนั้นๆนั่นเอง....น่าคิดครับ... thumbsup.gif
ขอขอบคุณ ทุกๆ คอมเม้นท์ ครับ...เป็นองค์ความรู้ที่ยังต้องศึกษาอีกมากมาย ...... thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
spydercoman
post 20 January 2012, 11:41 PM
Post #22





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 10
Joined: 8 July 2009
Member No.: 9,693



QUOTE (Dick @ 13 August 2008, 04:52 PM) *
วันก่อนที่เจอกัน
แบมไบรท์พยายามอธิบายไว้ว่า เหล็กที่แข็ง 59 ร็อกเงลล์เท่ากัน
ทำจากเหล็กชนิดเดียวกัน

อาจจะคม หรือ รักษาคมได้ไม่เท่ากัน แลดูเหมือนว่ายังมีบางคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปอีกก็ได


ผมขอให้ช่วยกันขยายความกันสักหน่อยนะครับ

เชิญอาจารย์โอ๊ท
แบมไบรท์
และ
เพื่อนๆทุกท่านร่วมเสวนาครับ

ขออนุญาตมาร่วมขอรับความรู้ด้วยคนครับ คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้อบชุบมีดเหล็กแหนบจิ๊ปโบราณเล่มนึงครับ ด้วยการเผาจนเหล็กเหลืองเลยครับแล้วจุ่มในน้ำมันเครื่อง แล้วคืนไฟด้วยอุณหภูมิที่อุณหภูมิไม่สูงมาก (เตาแก๊สน้าหนุ่มที่ปิดแล้วครึ่งชั่วโมง) เอามาทดสอบด้วยกระป๋องอลูมิเนียมกับลวดทองเหลืองก็ผ่านครับปาดเนื้อวัวกับเลาะเอ็นพอได้ครับ แต่พอเอาไปตัดไม้โดยใช้ค้อนทุบสันมีด มีดบิ่นครับ เลยเอามาคืนไฟอีกทีด้วยอุณหภูมิสูงกว่าเดิม แต่พอเอามาปาดเนื้ออีกทีกลับไม่สู้เนื้อเลยครับ พี่ที่เค้าล้มวัวขายลับจนคมก็ยังไม่สู้ ลองสับไม้ก็ไม่ค่อยดูด คมมันด้านๆยังไงชอบกล แต่ทดสอบกับกระป๋องอลูมิเนียมกับลวดทองเหลืองก็ไม่ยู่ไม่บิ่นนะครับ อาจารย์ว่าผมจะรู้สึกไปเองรึเปล่าครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 21 January 2012, 12:45 AM
Post #23





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (spydercoman @ 20 January 2012, 11:41 PM) *
ขออนุญาตมาร่วมขอรับความรู้ด้วยคนครับ คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้อบชุบมีดเหล็กแหนบจิ๊ปโบราณเล่มนึงครับ ด้วยการเผาจนเหล็กเหลืองเลยครับแล้วจุ่มในน้ำมันเครื่อง แล้วคืนไฟด้วยอุณหภูมิที่อุณหภูมิไม่สูงมาก (เตาแก๊สน้าหนุ่มที่ปิดแล้วครึ่งชั่วโมง) เอามาทดสอบด้วยกระป๋องอลูมิเนียมกับลวดทองเหลืองก็ผ่านครับปาดเนื้อวัวกับเลาะเอ็นพอได้ครับ แต่พอเอาไปตัดไม้โดยใช้ค้อนทุบสันมีด มีดบิ่นครับ เลยเอามาคืนไฟอีกทีด้วยอุณหภูมิสูงกว่าเดิม แต่พอเอามาปาดเนื้ออีกทีกลับไม่สู้เนื้อเลยครับ พี่ที่เค้าล้มวัวขายลับจนคมก็ยังไม่สู้ ลองสับไม้ก็ไม่ค่อยดูด คมมันด้านๆยังไงชอบกล แต่ทดสอบกับกระป๋องอลูมิเนียมกับลวดทองเหลืองก็ไม่ยู่ไม่บิ่นนะครับ อาจารย์ว่าผมจะรู้สึกไปเองรึเปล่าครับ




ขอตอยไปพลางๆก่อนที่ท่านอาจารย์ตัวจริงจะมาตอบนะครับ
ดูจากวิธีการ และผลของมันชัดเจนครับว่าเหล็กถูกอบอ่อนไปแล้วครับ
นีแหละปัญหาของระบบ tempering ที่จะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิที่แม่ยำครับ
บางที่ก็เกดิรนจากความสามารถของมนุษย์ในการควบคุม ฟรือตรจสอบความร้อน
ผมเคยทราบว่าอาจารย์โอ๊ทใข้เครื่องมือวัดอุณหภูมิช่วยตรวจสอบครับ

หากไปพบใครใช้เทอรฺโมคลัปเปอร์เสียบคาเตาอเอาไว้โก้ๆโดยไม่ได้ต่อกับระบบไฟฟ้า แล้วไม่มีระบบไปตัดกำลังไฟ อย่าไปเชื่อนะครับ .... เขาแค่ลองภูมิ biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 24 January 2012, 10:19 AM
Post #24


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



เป็นตัวอย่างที่ดีครับ

QUOTE
ได้อบชุบมีดเหล็กแหนบจิ๊ปโบราณเล่มนึงครับ

เหล็กที่เราไม่เคยทำ ไม่รู้ที่มาที่ไป เกรดอะไร อาจเริ่มด้วยการศึกษา คือตัดชิ้นเล็กๆมาอบชุบจนได้สูตรที่เหมาะกับเหล็กนั้นๆก่อนครับ

QUOTE
ด้วยการเผาจนเหล็กเหลืองเลยครับแล้วจุ่มในน้ำมันเครื่อง

อาจจะเผาสูงไปครับ เกรนเหล็กขยายภาษาช่างพื้นบ้านเรียกเหล็กกรอบ

QUOTE
แล้วคืนไฟด้วยอุณหภูมิที่อุณหภูมิไม่สูงมาก (เตาแก๊สน้าหนุ่มที่ปิดแล้วครึ่งชั่วโมง)

อุณหภูมิอาจต่ำหรือสูงเกินไปครับ เตาที่ปิดแล้วครึ่งชั่วโมงเดือนเมษากับเดือนธันวา ก็ไม่เหมือนกันครับ

QUOTE
เอามาทดสอบด้วยกระป๋องอลูมิเนียมกับลวดทองเหลืองก็ผ่านครับปาดเนื้อวัวกับเลาะเอ็นพอได้ครับ แต่พอเอาไปตัดไม้โดยใช้ค้อนทุบสันมีด มีดบิ่นครับ

แสดงว่าเปราะเกินไปในความแข็งที่ต้องการใช้งาน

QUOTE
เลยเอามาคืนไฟอีกทีด้วยอุณหภูมิสูงกว่าเดิม แต่พอเอามาปาดเนื้ออีกทีกลับไม่สู้เนื้อเลยครับ พี่ที่เค้าล้มวัวขายลับจนคมก็ยังไม่สู้ ลองสับไม้ก็ไม่ค่อยดูด คมมันด้านๆยังไงชอบกล แต่ทดสอบกับกระป๋องอลูมิเนียมกับลวดทองเหลืองก็ไม่ยู่ไม่บิ่นนะครับ

คืนไฟลดความแข็งลงมา อาจทำให้ลับได้ไม่คมเหมือนเดิม หรือการลับเพิ่มทำให้องศาคมเปลี่ยนไป เป็นได้หลายอย่างครับ

สุดท้าย ถ้าต้องการทำมีดให้ได้แบบนี้อีก เพื่อศึกษาว่าเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด จะทำได้หรือเปล่า ??? เหล็กหมดหรือยัง ??? การจดบันทึกขั้นตอนต่างๆละเอียดแค่ไหน ???
ถ้าทำอีกไม่ได้ ก็คงได้แค่ฝึกทักษะขึ้นรูป ชุบแข็งเบื้องต้นครับ
ผมจึงอยากให้ ช่างที่ทำมีดใหม่ๆ เริ่มจากเหล็กที่รู้จัก (เหล็กเบอร์) ขั้นตอนที่ทราบในรายละเอียด เท่าที่ทำได้ เพราะจะพัฒนางานได้เร็ว
ช่างรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้เกิดและโตในตระกูลที่ตีมีดทำให้ไม่ได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็กๆ ถ้าเราฝึกหัดเรียนรู้อย่างเป็นระบบ จะเรียนรู้ได้เร็วครับ
ถ้าเราเรียนรู้ลองผิดลองถูกอย่างช่างพื้นบ้าน ก็ต้องใช้เวลาเป็นสิบๆปีเหมือนที่ลูกมือช่างพื้นบ้านเขาเรียนกันครับ


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
spydercoman
post 26 January 2012, 06:03 PM
Post #25





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 10
Joined: 8 July 2009
Member No.: 9,693



ขอบคุณอ.dick และอ.โอ๊ตครับ เหล็กตัวนี้ผมมีอีกสองสามแผ่นกับอีกตับนึงที่ยังไม่ได้แกะครับ เคยทำมาอบชุบแล้วหักดูหลายเล่มเหมือนกันครับแต่ก็ไม่เคยจดบันทึกไว้อาศัยจำเอาครับ ทดลองไปเรื่อยๆครับ มาระยะหลังไม่ค่อยมีเวลาทำ เดือนกว่าๆถึงจะออกมาซักเล่มนึง ออกมาทีก็ใช้แบบสมบุกสมบันแบบสุดๆเพราะคิดว่ามันดีกว่าเอาไปหักดูครับ ผ่านก็แบ่งเค้าไปใช้ ไม่ผ่านก็เอามาซ่อมแล้วอบชุบใหม่ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 30 August 2012, 10:16 AM
Post #26


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



ตามความเข้าใจทั่วไป เมื่ออบชุบเหล็กได้ความแข็งสูงขึ้น เหล็กจะเปราะมากขึ้นตามมา ตรงนี้เป็นจริงตามธรรมชาติของวัสดุ
แต่ทั้งนี้ การอบชุบเหล็กให้เปราะมากขึ้น ไม่ได้หมายความเหล็กชิ้นนั้นจะมีความแข็งสูงขึ้นเสมอไป
บางครั้งการอบชุบเหล็กที่อุณหภูมิสูงเกินไปทำให้เกรนขยาย และเปราะ โดยที่ความแข็งไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม
ช่างมีดหลายๆท่านที่จริงจังกับคุณภาพงาน มักเลือกใช้เตาอบคุมอุณหภูมิ หรือเตาแก๊สคุมอุณหภูมิ


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dick
post 31 August 2012, 01:52 AM
Post #27





Group: ยผร™รฉยดร™รกร…ยชร˜รยชยน
Posts: 22,742
Joined: 8 January 2007
From: ชาวชุมชนคนรักมีด กทม.
Member No.: 2



QUOTE (spydercoman @ 26 January 2012, 06:03 PM) *
ขอบคุณอ.dick และอ.โอ๊ตครับ เหล็กตัวนี้ผมมีอีกสองสามแผ่นกับอีกตับนึงที่ยังไม่ได้แกะครับ เคยทำมาอบชุบแล้วหักดูหลายเล่มเหมือนกันครับแต่ก็ไม่เคยจดบันทึกไว้อาศัยจำเอาครับ ทดลองไปเรื่อยๆครับ มาระยะหลังไม่ค่อยมีเวลาทำ เดือนกว่าๆถึงจะออกมาซักเล่มนึง ออกมาทีก็ใช้แบบสมบุกสมบันแบบสุดๆเพราะคิดว่ามันดีกว่าเอาไปหักดูครับ ผ่านก็แบ่งเค้าไปใช้ ไม่ผ่านก็เอามาซ่อมแล้วอบชุบใหม่ครับ


สวัสดีครับ
อย่าเรียกผมว่าอาจารย์เลยครับ
มันน่าละอายมากกว่าจะภูมใจ biggrin.gif

จะว่าไปแล้ว ผมเองเป็นนักจัดการ
งานทำมีดที่ต้องใช้สมาธิ และยืนทำงานนานๆผมก็ไม่ค่อยชอบ
ผมชอบเป็นนักคืด นักพัฒนามากกว่า
บนความเชื่อที่ว่า มนุษย์ไม่สามารถทำงานช่าง โดยเฉพาะงานทำมีดโดยไม่มีเครื่องมือได้
ผมอยู่ในด้านที่สร้าง และพัฒนาเครื่องมือเสียมากกว่าจะเป็นช่างมีดเสียเอง

สรุปว่าเรียกพี่แล้วกันครับ biggrin.gif


--------------------
มัจฉาร่วมข้อง
Line ID : krmp01
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 9 December 2019, 02:58 AM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design