IPB

Welcome Guest ( Log In | Register )

2 Pages V  < 1 2  
Reply to this topicStart new topic
> โลหะวิทยาเบื้องต้น สำหรับช่างทำมีด
yass
post 27 November 2009, 01:30 AM
Post #31





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 194
Joined: 25 January 2009
Member No.: 8,293



ขอถามเรื่องการทำนอร์มอลไลซ์และอุณหภูมิชุบแข็งสักนิดครับ

อย่างที่ทราบกันการทำนอร์มอลไลซ์จะเกิดผลสองข้อคือ
1) ลดขนาดเกรน
2) คลายความเครียดในเนื้อเหล็ก
3) ถ้าเผาสูงเกินไปเกรนจะโตขึ้น


ที่จะถามมีดังนี้ครับ เกี่ยวกับการขึ้นลงของอุณหภูมิ

1) การเปลี่ยขนาดเกรนเกิดขึ้นช่วงไหน ระหว่างช่วงเผาให้ร้อนขึ้น , ช่วงคงอุณหภูมิ หรือช่วงที่ปล่อยให้เย็นในอากาศ (ช้า)
ข้อแรกนี้อาจไม่สำคัญนักเพราะสุดท้ายเราก็จบขั้นตอนด้วยการปล่อยให้เย็นในอากาศอยู่ดี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงช่วงไหนก็ให้ผลลัพธ์เดียวกัน

2) การชุบแข็งเราก็ทำเหมือนกับนอร์มอลไลซ์ ต่างที่ช่วงการลดอุณหภูมิที่ลดด้วยการจุ่มลงสารชุบ (เร็วมาก)
ถ้าช่วงที่ชุบเราเผาสูงถึงอุณหภูมิที่เกรนจะใหญ่ขึ้นแล้วชุบ จะได้เกรนใหญ่รึเปล่าหรือได้เกรนเท่าเดิม

ที่ถามข้อสองเพราะได้ชุบมีดที่ชุบแข็งมาแล้วครั้งหนึ่งและยังไม่ได้คืนไฟปรากฏว่าใบมีดงอ
ก่อนชุบครั้งที่สองผมไม่ได้ทำนอร์มอลไลซ์ก่อน ชุบแข็งเสร็จแล้วชุบอีกครั้งเลย
เลยมีข้อสงสัยว่าการคลายเครียดเพราะการนอร์มอลไลซ์น่าให้ผลเมื่อเราทำตามขั้นตอนให้สมบูรณ์
คือ เผาให้ร้อน - คงอุณหภูมิให้ร้อนทั่่วใบ - ปล่อยให้เย็น

ลองย้อนกลับไปข้างบนผลจาการทำนอร์มอลไลซ์คือ
ลดขนาดเกรน , คลายความเครียดในเนื้อเหล็ก

ผมลองคิดกลับกันเรื่องลดขนาดเกรนกับการเพิ่มขนาดเกรน (เพราะเผาสูง)
ทั้งการเพิ่มขนาดเกรนและลดขนาดเกรนการต้องผ่านขั้นตอนการลดอุณหภูมิอย่างช้า ๆ หรือเปล่า

ถ้าใช่ (ต้องเย็นช้า ๆ ) คือเราสามาถชุบมีดที่อุณหถูมิสูง ๆ โดยไม่ต้องห่่วงเรื่องเกรนใหญ่หรือเปล่าครับ
(เตรียมเหล็กไว้ดีแล้ว ทำนอร์มอลไลซ์ตามขั้นตอน ,เกรนเล็ก ,ไม่มีความเครียดตกค้่าง --> ชุบอุณหภูมิสูงมาก --> เกรนยังเล็กเหมือนเดิม --> จริง , เท็จ)

This post has been edited by yass: 27 November 2009, 02:04 AM
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 28 November 2009, 08:57 AM
Post #32


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



QUOTE
อย่างที่ทราบกันการทำนอร์มอลไลซ์จะเกิดผลสองข้อคือ
1) ลดขนาดเกรน
2) คลายความเครียดในเนื้อเหล็ก
3) ถ้าเผาสูงเกินไปเกรนจะโตขึ้น

เข้าใจถูกต้องแล้วนี่ครับ


QUOTE
1) การเปลี่ยขนาดเกรนเกิดขึ้นช่วงไหน ระหว่างช่วงเผาให้ร้อนขึ้น , ช่วงคงอุณหภูมิ หรือช่วงที่ปล่อยให้เย็นในอากาศ (ช้า)
ข้อแรกนี้อาจไม่สำคัญนักเพราะสุดท้ายเราก็จบขั้นตอนด้วยการปล่อยให้เย็นในอากาศอยู่ดี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงช่วงไหนก็ให้ผลลัพธ์เดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาที่อุณหภูมิสูงเกิน A1 ครับ

เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน A1 (เริ่มเปลี่ยนเป็นออสทีไนต์) แต่ยังไม่ถึง A3 จะเกิดออสทีไนต์ไม่สมบูรณ์ การเปลี่ยนโครงสร้างจะเริ่มตามขอบเกรนเดิมก่อน โครงสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ตามขอบเกรนเดิม ถือว่าเป็นเกรนใหม่ที่ขนาดเล็กกว่าเดิมครับ นั่นคือการลดขนาดเกรน


ความเครียดในโครงสร้างเกิดจากขนาดเกรนในแต่ละจุดไม่เท่ากันประการหนึ่ง องค์ประกอบอัลลอยและสารมลทินกระจายตัวไม่เท่ากันประการหนึ่ง มีการเคลื่อนของอะตอมออกจากโครงสร้างที่ควรจะเป็นผลึก ทำให้เกิดช่องว่างประการหนึ่ง ถ้าทิ้งไว้ที่อุณหภูมิที่เหมาะสมนานพอ หรือมีการทำให้เกิดเกรนใหม่หลายๆรอบ ก็จะเกิดโครงสร้างใหม่ที่มีขนาดเกรนใกล้เคียงกัน และสมบูรณ์มากขึ้น นั่นคือการลดความเครียดในโครงสร้างครับ
อัตราการลดอุณหภูมิในช่วงที่ต่ำกว่า 715 C ไม่มีผลกับขนาดเกรนครับ
QUOTE
2) การชุบแข็งเราก็ทำเหมือนกับนอร์มอลไลซ์ ต่างที่ช่วงการลดอุณหภูมิที่ลดด้วยการจุ่มลงสารชุบ (เร็วมาก)
ถ้าช่วงที่ชุบเราเผาสูงถึงอุณหภูมิที่เกรนจะใหญ่ขึ้นแล้วชุบ จะได้เกรนใหญ่รึเปล่าหรือได้เกรนเท่าเดิม

เกรนที่ใหญ่ขึ้นเกิดจากการหลอมรวมกันของผลึกเกรนเล็ก ซึ่งจะไม่ลดขนาดจนกว่าจะมีการทำให้แข็งแล้วทำให้เกิดเกรนใหม่ เหล็กที่มีโครงสร้างเกรนใหญ่ก่อนชุบ เมื่อชุบแล้วก็ยังคงมีโครงสร้างเกรนใหญ่เช่นเดิมครับ

QUOTE
ที่ถามข้อสองเพราะได้ชุบมีดที่ชุบแข็งมาแล้วครั้งหนึ่งและยังไม่ได้คืนไฟปรากฏว่าใบมีดงอ
ก่อนชุบครั้งที่สองผมไม่ได้ทำนอร์มอลไลซ์ก่อน ชุบแข็งเสร็จแล้วชุบอีกครั้งเลย
เลยมีข้อสงสัยว่าการคลายเครียดเพราะการนอร์มอลไลซ์น่าให้ผลเมื่อเราทำตามขั้นตอนให้สมบูรณ์
คือ เผาให้ร้อน - คงอุณหภูมิให้ร้อนทั่่วใบ - ปล่อยให้เย็น

อาจเกิดจากความเครียดในการชุบครั้งแรกที่ไม่สม่ำเสมอ (ซึ่งเป็นปรกติของการชุบในของเหลว)
การเผาชุบครั้งที่สองโดยใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมและเวลาที่เพียงพอ จะช่วยลดปัญหาครับ
หรือทำนอมัลไลซ์สั้นๆก่อนชุบสองสามรอบ ก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน

QUOTE
ผมลองคิดกลับกันเรื่องลดขนาดเกรนกับการเพิ่มขนาดเกรน (เพราะเผาสูง)
ทั้งการเพิ่มขนาดเกรนและลดขนาดเกรนการต้องผ่านขั้นตอนการลดอุณหภูมิอย่างช้า ๆ หรือเปล่า

อัตราการลดอุณหภูมิไม่เกี่ยวครับ เพราะขนาดเกรนเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนเผา

QUOTE
ถ้าใช่ (ต้องเย็นช้า ๆ ) คือเราสามาถชุบมีดที่อุณหถูมิสูง ๆ โดยไม่ต้องห่่วงเรื่องเกรนใหญ่หรือเปล่าครับ
(เตรียมเหล็กไว้ดีแล้ว ทำนอร์มอลไลซ์ตามขั้นตอน ,เกรนเล็ก ,ไม่มีความเครียดตกค้่าง --> ชุบอุณหภูมิสูงมาก --> เกรนยังเล็กเหมือนเดิม --> จริง , เท็จ)

ลองค่อยๆทำความเข้าใจดูอีกทีครับ ถ้าไม่แน่ใจตรงไหนก็สามารถทดสอบดูได้ครับ เพราะงานทำมีดเป็นการทำเครื่องมือใช้งานจริง หลักการ ทฤษฎี แนวคิด ใดๆควรจะสามารถทดสอบให้เห็นกันได้ครับ

ลักษณะการเกิดผลึกใหม่บนขอบผลึกเก่าครับ


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
yass
post 29 November 2009, 01:23 AM
Post #33





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 194
Joined: 25 January 2009
Member No.: 8,293



ขอบคุณมากครับ อ.Oat กระจ่างแล้วครับ thumbsup.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
นนทน์
post 17 October 2011, 04:32 PM
Post #34





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 112
Joined: 25 September 2011
Member No.: 63,173



ขอขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ดีครับ มีประโยชน์มากๆ... thumbsup.gif thumbsup.gif


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rat-nan
post 28 September 2012, 04:10 PM
Post #35





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 55
Joined: 18 September 2011
From: เมืองน่าน
Member No.: 62,435



QUOTE (Oat @ 18 September 2007, 12:36 PM) *
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเหล็กที่ทำอยู่นั้นอุณหภูมิเท่าไหร่
ถ้าพูดตามหลักฟิสิกส์ การแผ่รังสีจะสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิของวัตถุ โดยที่ไม่เกี่ยวกับองค์ประกอบของวัตถุเลย ดังนั้น เหล็กหรือหิน ถ้าแผ่รังสีสีเดียวกัน ก็คืออุณหภูมิเท่ากัน

รู้อย่างนี้ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เราสามารถประมาณอุณหภูมิของเหล็กได้โดยที่ไม่ต้องไปซื้อเครื่องไพโรมิเตอร์แพงๆมาวัด





จากภาพ จะเห็นการไล่สีของเหล็กชัดเจน


แถบเทียบสีเหล็ก เพื่อดูอุณหภูมิมีจำหน่ายที่ใดบ้างครับ ...
ขอบคุณครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 28 September 2012, 04:45 PM
Post #36


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



โหลดเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ได้เลยครับ


--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rat-nan
post 28 September 2012, 10:30 PM
Post #37





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 55
Joined: 18 September 2011
From: เมืองน่าน
Member No.: 62,435



QUOTE (Oat @ 28 September 2012, 04:45 PM) *
โหลดเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ได้เลยครับ

ขอบคุณครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rat-nan
post 7 December 2012, 11:41 PM
Post #38





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 55
Joined: 18 September 2011
From: เมืองน่าน
Member No.: 62,435



QUOTE (Oat @ 19 September 2007, 12:15 PM) *
หลังจากชุบแข็งแล้ว จะเกิดความเครียดในเนื้อเหล็กสูง ทำให้เหล็กเปราะ เหล็กที่มีคาร์บอนเกิน 0.8% ที่ชุบให้เกิดมาร์เทนไซต์อย่างสมบูรณ์จะมีความแข็งเกิน 65 HRC ทั้งนั้น แต่จะเปราะเหมือนแก้ว ดังนั้นจึงต้องเอาไปผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการอบคืนไฟหรือภาษาฝรั่งเรียกว่าการเทมเปอร์

การเลือกช่วงอุณหภูมิในการคืนไฟ ช่างจะเลือกช่วงอุณหภูมิที่ทำให้เกิดสมบัติเชิงกลตามที่ต้องการ เช่น แข็ง เหนียว เป็นสปริง หรืออ่อนไปเลย เนื่องจากส่วนผสมของเหล็กมีผลต่อการชุบแข็ง ดังนั้นต้องศึกษาผลของอุณหภูมิต่อเหล็กแต่ละชนิดไป จะเหมารวมไม่ได้
***ขอเอากระทู้เก่ามาถามนะครับ***
อย่างอันนี้ก็ของ 1095 หรือกลุ่มตะไบ

เอากราฟนี้ก่อนก็แล้วกันครับ อธิบายคร่าวๆ จะเห็นแกนนอนเป็นอุณหภูมิ ว่ามีเส้นกราฟความแข็งอยู่บนสุด ต่ำลงมาเป็นการความเหนียวและการทนแรงกระแทก
ดังนั้นเหล็กชนิดนี้จะเหนียวที่สุดเมื่ออบที่ช่วง 300-350 องศาฟาเรนไฮต์ (150-180 C) โดยความแข็งจะอยู่ที่ประมาณ 63 HRC

กราฟความเค้น/ความเครียด ของ 1095 ที่อบชุบ ณ อุณหภูมิต่างๆ


หน่วยการวัดความแข็งแรง ของกราฟด้านบนนี้เป็นหน่วยเดียวกันกับลิ้งค์นี้หรือเปล่าครับhttp://www.simplytoolsteel.com/O-1-tool-steel-data-sheet.html
(ตารางแรก ที่บอกค่า Toughnessของเหล็ก O1 ครับและผมเข้าใจว่าค่าความแข็งน่าจะอยู่ที่ 60 HRC) คือผมมองว่าถ้าเป็นหน่วยเดียวกันเหล็ก 1095 นี้ค่าความแข็งที่ 63 HRC แต่มีค่าความเหนียวมากกว่าเหล็กO1= 3-4 เท่าตัว เลยหรือครับ...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
yass
post 8 December 2012, 03:09 AM
Post #39





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 194
Joined: 25 January 2009
Member No.: 8,293



ผมคัดบางส่วนของตารางใน link ข้างบนมาแปะไว้ด้านล่างครับ

Hardness and Impact Toughness Data ของเหล็ก O-1 Oil Quenched from 1475F(800C)

Tempering Temperature (F) : 500

Hardness (HRC) : 59

Toughness Charpy C-Notch (Ft. Lbs.) : 30



หน่วยวัดความแข็งแรง (ความเหนียวหรือ toughness) เป็นหน่วยเดียวกันหรือเปล่า ?

เป็นหน่วยเดียวกันครับ คือหน่วยของพลังงาน Ft. Lbs.
ผมไม่แน่ใจว่าเหล็ก 1095 เหนียวกว่า O-1 แค่ไหน แต่วิธีการทดสอบในกราฟข้างต้น (1095) ต่างกับของ O-1 ครับ

โดย 1095 ในกราฟบอกว่าเป็น unnotched ส่วนของ O-1 เป็น C-notched

เท่าที่ทราบ การทดสอบความเหนียวแบบ Charpy จะทำโดยการปล่อยตุ้มน้ำหนักไปกระแทกชิ้นเหล็กที่ทดสอบให้หัก
จากนั้นจึงวัดว่าตุ้มน้ำหนักเสียพลังงานไปเท่าใด โดยวัดจากความสูงหรือมุมแกว่งหลังจากกระแทกชิ้นทดสอบหักแล้ว
ถ้าความสูงของตุ้มเหลือน้อยก็แสดงว่าชิ้นเหล็กที่ทดสอบเหนียวกว่า

เท่าที่เคยเห็นชิ้นเหล็กทดสอบมีลักษณะเป็นแท่งเหล็กหน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณนิ้วชี้ และมีรอยบากรูปตัว V
ซึ่งผมคิดว่ารอยบากน่าจะมีผลต่อค่าที่ทดสอบได้ และน่าจะมาตรฐานการทดสอบที่กำหนดลักษณะของรอยบากให้เหมาะสมกับงานที่นำเหล็กนั้นๆ ไปใช้ เช่นรูป V, C หรือไม่มีรอยบาก
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Oat
post 8 December 2012, 07:12 PM
Post #40


คัมภีร์เหล็ก


Group: รŠรร’ยชร”ยกรฃยนยกร…ร˜รจรยผร™รฉร ยชร•รจร‚ร‡ยชร’ยญยพร”ร รˆร‰
Posts: 1,556
Joined: 13 January 2007
Member No.: 165



อย่างที่คุณ Yass อธิบายไปข้างต้นครับ
หน่วย charpy เป็นหน่วยเดียวกัน
แต่เอามาเทียบกันไม่ได้ เพราะเตรียมตัวอย่างชิ้นงานมาคนละแบบกันครับ
การบากร่อง C V และไม่บาก จะให้ผลแตกต่างกันมาก เทียบกันไม่ได้ครับ



--------------------
เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rat-nan
post 9 December 2012, 01:19 PM
Post #41





Group: รŠรร’ยชร”ยกยชร˜รยชยน
Posts: 55
Joined: 18 September 2011
From: เมืองน่าน
Member No.: 62,435



QUOTE (KINGLEEO @ 19 September 2007, 04:09 PM) *
ผมว่าสมัยนี้เราสามารถใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบเลเซอร์วัดได้โดยไม่ต้องสัมผัส และปัจจุบันสามารถหาได้ใน
ราคาหลักพันครับ :)

ขอเบอร์ร้านที่จำหน่ายหน่อยได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post

2 Pages V  < 1 2
Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 



RSS Lo-Fi Version Time is now: 20 July 2019, 02:55 PM
Mocha v1.2 Skin © Bytech Web Design